<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84786</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2020 17:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2020 17:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลแจงเอกสารลับ สมช.ผวา &#039;ม็อบชนม็อบ&#039; สกัดมวลชนจากต่างจังหวัดเข้ากทม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ย.63 - แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล​ เปิดเผยว่า สำหรับเอกสารลับของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่ส่งถึงกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอให้ดูแลเรื่องการระดมมวลชนเข้ามาร่วมชุมนุมในพื้นที่ กทม. ระหว่างวันที่ 23-27 พ.ย. นั้น เป็นเอกสารฉบับจริง​ โดยมีเจตนาคือ ไม่ต้องการให้ผู้สนับสนุนผู้ร่วมชุมนุมทั้งสองฝ่าย เดินทางเข้ามาในกทม. จนกลายเป็นม็อบชนม็อบ​ ถ้าอ่านจากเนื้อหาในเอกสารทั้งหมดเป็นการอำนวยความสะดวก หากดูให้ดี จะพบว่า เป็นการใช้แนวทางสันติวิธีไม่ให้เคลื่อนตัวเข้ากทม. เพราะอาจสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดการกระทบกระทั่งกัน ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมที่อยู่ใน กทม.นั้นหนังสือก็ไม่ได้พูดถึง ปล่อยให้มีการชุมนุมไป แต่ในส่วนของต่างจังหวัดให้ชุมนุมในพื้นที่ของตนเอง ไม่ได้ใช้กำลังสกัดกั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในเมื่อเขามาแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบัน ผู้ว่าฯก็อำนวยความสะดวก ส่วนอีกฝ่าย ก็บอกว่า ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัย ไม่ได้อะไรกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง&amp;quot;แหล่งข่าวระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าว​ กล่าวว่า​ ส่วนการเคลื่อนย้ายการชุมนุมจากต่างจังหวัดเข้าสู่ กทม.นั้น ไม่ได้ห้ามเสียทีเดียว แต่ไม่ได้อยากให้เข้ามา เพราะเกรงว่าจะกระทบกระทั่งเหมือนเหตุการณ์การชุมนุมที่หน้าอาคารรัฐสภา ซึ่งฝ่ายความมั่นคงไม่ได้อยากให้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้น เพราะหากเกิดเหตุขึ้นแล้วเป็นเรื่องยากที่จะจัดการ ผู้บังคับบัญชาสั่งการให้ดูแล ดังนั้น การหลีกเลี่ยงจะเป็นแนวทางที่ดี&amp;nbsp;ทั้งนี้​ ที่ประชุม ครม.วันนี้ไม่ได้มีการพูดถึงแนวทางการรับมือม็อบในวันที่ 25 พ.ย.นี้แต่อย่างใด ส่วนแผนรับมือให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ&lt;/p&gt;


	&amp;#39;นิพิฏฐ์&amp;#39; ทำนายอนาคต &amp;#39;เพนกวิน&amp;#39;&amp;nbsp;
	&amp;#39;วรงค์&amp;#39; จับไต๋ปูดข่าวรัฐประหาร เบื้องหลังม็อบ 3 นิ้วหวังปิดเกม!
	&amp;#39;ทอน&amp;#39; เก็บตกหาเสียงท้องถิ่น
	&amp;#39;โบ้&amp;#39; เบื่อ &amp;#39;จตุพร&amp;#39; สวมบทหมอเดา
	&amp;#39;ปารีณา&amp;#39; ไม่ปล่อย!ขึ้นโรงพักโพธารามเชือด &amp;#39;ครูใหญ่&amp;#39;

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84786</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงมหาดไทย, ทำเนียบรัฐบาล, ฝ่ายความมั่นคง, ม็อบ25พฤศจิกา, สภาความมั่นคงแห่งชาติ, เอกสารลับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201015/image_big_5f879f3cab8a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2019 12:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2019 12:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สะดุ้งกันเป็นแถบ!ที่แท้เอกสารลับคือ&#039;รายชื่อ&#039;ขบวนการทำลายประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ย.62 - เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวก่อนออกเดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์อุทกภัยที่จังหวัดอุบลราชธานี ถึงกรณีเอกสารโครงข่ายขบวนการทำลายประเทศที่บัญชีที่ปรากฏบนโต๊ะของนายกฯระหว่างอภิปรายที่รัฐสภาวานนี้(18 ก.ย )ว่า&amp;quot;อยากรู้เหรอ เธออยู่ในรายชื่อนั้นหรือเปล่าใช่ไหม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าเอกสารดังกล่าวมีความเกี่ยวโยงกับกลุ่มนักการเมืองหรือไม่โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคง เอกสารลับก็คือเอกสารลับจะมาเผยแพร่ได้อย่างไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46125</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กตู่, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เอกสารลับ, โครงข่ายขบวนการทำลายประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190919/image_big_5d8316729bec4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31799</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2019 12:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2019 12:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแดง&#039;สั่งฟ้องเพจดังปล่อยเอกสารปลอมโจมตีกองทัพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มี.ค. 62 - ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวชี้แจงกรณี เพจ CSI La ได้เผยแพร่ เอกสารลับ เพื่อขออนุมัติ พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ แม่ทัพภาคที่ 1 ให้หน่วยขึ้นตรงทั้งหมดทำไอโอ สนับสนุนพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)ว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงของการหาเสียง แน่นอนว่าการเผยแพร่ข้อมูลต่างๆ มีทั้งข้อมูลที่เป็นเท็จ บิดเบือน ไม่ใช่เป็นความจริง ซึ่งทาง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้ระบุแล้วว่าเป็นเอกสารปลอม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนใช้ดุลพินิจในการรับทราบข้อมูล วันนี้มีความพยายามที่จะบิดเบือนให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องไม่เป็นไปความเป็นจริง และผู้ที่เผยแพร่จะต้องได้รับผลของการกระทำผิดตาม พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ &amp;nbsp;และก่อนหน้านี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีการแจ้งความเอาผิดกับเพจดังกล่าวอยู่แล้ว จึงขอความร่วมมือให้เสนอข้อมูลความจริงกับประชาชนสิ่งไหนที่เป็นบิดเบือนขอความร่วมมืออย่าดำเนินการอะไรเลย เพราะจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดและเกิดความแตกแยก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.คงชีพ ยืนยันว่า เอกสารดังกล่าวได้ผ่านการตรวจสอบมาจากกองทัพบกเรียบร้อยแล้วก่อนที่จะนำเรียนให้กับ พล.อ.ประวิตร ได้รับทราบ และกองทัพบกจะชี้แจงรายละเอียดอีกครั้งในช่วงบ่ายของวันนี้ว่า เอกสารดังกล่าวข้อสังเกตตรงไหนว่าเป็นของปลอม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้ต้องดูพฤติกรรมเดิมที่ออกมาของบุคคลที่ออกมาโจมตีกองทัพว่ามีความน่าเชื่อถือขนาดไหน ยืนยันกองทัพอยู่เคียงข้างกับประชาชนมาอย่างต่อเนื่องและสังคมก็ทราบดี ดังนั้น ขอเชื่อมั่นว่าสังคมจะให้บทเรียนกับผู้ที่กล่าวหาและโจมตีกองทัพ เราต้องอยู่บนข้อเท็จจริงและทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ โดยกองทัพยืนยันที่จะทำหน้าที่ของกองทัพเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ&amp;quot; โฆษกกระทรวงกลาโหม ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่าย กองทัพบกเตรียมชี้แจงข้อเท็จจริง และ พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งการให้หน่วยที่ได้รับผลกระทบ แจ้งความดำเนินคดีกับเพจดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เพจที่สนับสนุน คสช. ได้ตรวจสอบเอกสารและพบความผิดปกติ 5 จุด ซึ่งไม่ตรงกลับเอกสารของกองทัพบก การดัดแปลงบิดเบือนให้เกิดความเข้าใจผิด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31799</URL_LINK>
                <HASHTAG>CSI La, กองทัพ, บิ๊กแดง, พ.ร.บ.คอมพ์, พปชร., พล.ท.คงชีพ, เอกสารลับ, โฆษก กห., ไอโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190320/image_big_5c91d10824156.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13087</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2018 21:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2018 21:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลพม่าตั้งข้อหา 2 นักข่าวรอยเตอร์ ฝ่าฝืน กม.ข้อมูลลับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลเมียนมาตั้งข้อหาเพื่อพิจารณาคดีกับนักข่าวรอยเตอร์ 2 คน ฐานครอบครองเอกสารลับของทางราชการ ภายหลังทั้งคู่โดนตำรวจจัดฉากจับกุมโดยมอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนเหตุการณ์ฆ่าหมู่ชาวบ้านโรฮีนจาในรัฐยะไข่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจควบคุมตัววา โลน (กลาง) ออกจากห้องพิจารณาคดีในนครย่างกุ้ง เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2561 /&amp;nbsp; AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของรอยเตอร์และเอเอฟพี เมื่อวันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม 2561 กล่าวว่า เย ลวิน ผู้พิพากษาศาลแขวงย่างกุ้งมีคำตัดสินในวันเดียวกัน ตั้งข้อหาผู้สื่อข่าวชาวเมียนมาของรอยเตอร์ 2 คน ได้แก่ วา โลน วัย 32 ปี และจ่อ โซ อู วัย 28 ปี ว่าละเมิดกฎหมายความลับของทางราชการ ซึ่งมีโทษสูงสุดจำคุก 14 ปี แต่ทั้ง 2 ปฏิเสธการรับผิดตามข้อกล่าวหานี้ ศาลกำหนดพิจารณาคดีนัดถัดไปวันที่ 16 กรกฎาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วา โลน กล่าวกับผู้สื่อข่าวด้านนอกศาลด้วยว่า ตัวเขาและจ่อ โซ อู ไม่ได้กระทำผิดกฎหมาย และจะต่อสู้ในศาลเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านจ่อ มิน อ่อง หัวหน้าอัยการ ออกจากศาลโดยไม่เปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวซักถาม ขณะที่จ่อ เทย์ โฆษกรัฐบาลเมียนมา ก็ไม่ให้ทัศนะใดๆ กล่าวไว้เพียงว่า ระบบศาลยุติธรรมของเมียนมาเป็นอิสระ และคดีนี้จะเป็นไปตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้พิพากษาเย ลวิน กล่าวไว้ในคำตัดสินว่า ศาลตัดสินใจตั้งข้อหากับผู้สื่อข่าว 2 คนนี้ตามกฎหมายความลับทางราชการ มาตรา 3.1 (ซี) เพื่อพิจารณาสอบสวนตามคำกล่าวหาของอัยการที่ว่า จำเลยทั้ง 2 ได้รวบรวมและครอบครองเอกสารลับที่เป็นของกองกำลังฝ่ายความมั่นคง ด้วยเจตนาจะสร้างความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการตั้งข้อหาแล้ว กระบวนการต่อไปจะเป็นการไต่สวน ซึ่งทนายความของฝ่ายจำเลยจะสามารถเรียกพยานขึ้นให้การต่อหน้าศาล โดยขิ่น หม่อง ซอ ทนายความของจำเลย กล่าวว่า นักข่าว 2 คนจะถูกเรียกเข้าให้การในครั้งถัดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จ่อ โซ อู (กลาง) ถูกนำตัวออกจากศาล / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการไต่สวนเบื้องต้นเมื่อวันที่ 2 ก.ค. ทนายความของจำเลยร้องขอต่อผู้พิพากษาท่านนี้ให้ปฏิเสธการตั้งข้อหา โดยอ้างเหตุผลว่าอัยการไม่มีหลักฐานเพียงพอสนับสนุนข้อกล่าวหา และว่า ทั้งคู่โดนจับกุมเพราะตำรวจจัดฉากวางกับดัก เพื่อแทรกแซงการทำข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การไต่สวนวันเดียวกันนั้น อัยการเรียกร้องให้ผู้พิพากษาตั้งข้อหาพวกเขา โดยบอกว่าเอกสารในมือของทั้งคู่ขณะถูกจับกุมนั้นมีรายละเอียดเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของกองกำลังความมั่นคง และเอกสารเพิ่มเติมที่พบในโทรศัพท์ของพวกเขามีข้อมูลตั้งแต่ระดับที่เป็นความลับจนถึงลับสุดยอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ณ ช่วงที่ทั้งคู่ถูกจับเมื่อเดือนธันวาคม พวกเขากำลังสืบข่าวการฆ่าชายและเด็กชายมุสลิมโรฮีนจา 10 คน ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในรัฐยะไข่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13087</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความลับทางราชการ, ตั้งข้อหา, นักข่าวรอยเตอร์, พม่า, เมียนมา, เอกสารลับ, โรฮีนจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180709/image_big_5b4372e6659d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8820</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2018 12:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2018 12:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สันธนะ&#039;บุกทำเนียบฯ ขอพบนายกฯ โวมีเอกสารลับคนในรัฐบาลทุจริต </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ค. 61 -&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา10.15 น. พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรองผู้กำกับการตำรวจสันติบาล ในฐานะประธานที่ปรึกษา บริษัท พัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง จำกัด เดินทางมายื่นหนังสือข้อมูลการทุจริตของคนในรัฐบาล ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุถ้ามีข้อมูลอะไรให้มายื่น โดยเมื่อมาถึง พ.ต.ท.สันธนะพยายามจะเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือโดยตรงกับนายกฯ เพราะเกรงหากยื่นผ่านคนอื่นความลับจะรั่วไหล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า จากที่นายกฯได้เอ่ยถึงตนในลักษณะก่อกวนวุ่นวาย และพูดท้าทายให้ตนนำข้อเท็จจริงออกมา ทำให้รู้สึกว่าชีวิตตนไม่มีความปลอดภัย จนต้องไปอยู่ในเซฟเฮ้าท์ เพราะก่อนหน้านี้เคยถูกลอบยิงมาหลายครั้ง ระเบิดก็มี เช้าวันนี้เหตุการณ์ปกติจึงนำเอกสารที่มีข้อมูลเกี่ยวข้องกับการทุจริตมายื่นนายกฯในทำเนียบฯ แต่จะเป็นใคร และทุจริตเรื่องอะไรยังพูดไม่ได้ ขอให้ผ่านขั้นตอนตรวจสอบไปก่อน เพราะห่วงว่าถ้าไม่ได้ยื่น เอกสารยังไม่ทันเปิด ชีวิตตนอาจจะจบก่อน ดังนั้น หากวันนี้ไม่ได้ยื่นกับนายกฯ ก็ขอยื่นผ่านทหารที่นายกฯมอบหมายมาเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ถ้ามีการประสานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ให้เข้าพบจะไปเข้าพบหรือไม่ พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า หากรองโฆษก สตช.นัดหมายมา ก็พร้อมไปพบ แต่ตอนนี้ยังไม่มี ส่วนความสัมพันธ์กับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) นั้น ก่อนหน้านี้เป็นพี่น้องกัน แต่ตั้งแต่เมื่อวานท่านเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแล้ว ต่างคนต่างทำหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการประชาชนได้นำตัว พ.ต.ท.สันธนะไปพูดคุยทำความเข้าใจ ที่ศูนย์บริการประชาชน ฝั่งสำนักงาน ก.พ. โดยใช้เวลาหารือประมาณ 30 นาที โดยพ.ต.ท.สันธนะได้ยื่นข้อเสนอขอนายทหาร 2 นาย และรถ 1 คัน เพื่อนำตนเองและผู้ติดตามไปเอาเอกสารทุจริตดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่ไม่ให้ตามคำขอ พ.ต.ท.สันธนะ จึงเดินทางกลับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8820</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อมูลทุจริต, คนในรัฐบาลโกง, บุกทำเนียบฯ, พ.ต.ท.สันธนะ, ร้องนายกฯ, เอกสารลับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180509/image_big_5af286dd0e5eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
