<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108763</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 07:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 07:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.เสรี&#039;ซัดพวกอยากมีอำนาจทางการเมืองเล่มเกมวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ค.64-ดร.เสรี วงษ์มณฑา ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กตั้งประเด็นว่า ว่า &amp;quot;ข้อสงสัย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ในการถกเรื่องจะฉีดวัดซีน Pfizer ให้กับใครนั้น ทำไมจึงมีการถกว่าจะฉีดเข็ม 3 ให้กับและหมอพยาบาลที่ได้รับการฉีด Sinovac ไปแล้ว 2 เข็ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. คนที่หยิบยกเรื่องนี้ไม่คิดบ้างหรือว่ามันจะไปตอกย้ำความเชื่อของคนบางกลุ่มที่มองว่า Sinovac เป็นวัคซีนที่ไม่มีประสิทธิภาพ จนหลายคนไม่ยอมฉีด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เรื่องนี้จำเป็นต้องถก ไม่มีใครในที่ประชุมฉุกคิดบ้างเลยหรือว่าเรื่องแบบนี้ สร้างความรู้สึกเชิงลบกับการจัดการวัคซีนของประเทศ ดังนั้นไม่ควรมีการยันทึกในรายงานการประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. รายงานการประชุมนี้หลุดออกมาถึงมือสื่อได้อย่างไร จะมีการสอบสวนหาความจริงหรือไม่ หรือว่าจะปล่อยเลยตามเลย ไม่ฟื้นฝอยหาตะเข็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากข้อสงสัยนี้แล้ว ยังมีข้อกังวลอีกว่าการจัดการฉีดให้ใครนั่นจะมีมาตรการในการพิจารณาที่ชัดเจน อย่าให้มีเสียงนินทาเรื่องความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นนะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คงไม่มีประเทศไหนที่มีความขัดแย้งเรื่องการจัดการโควิด การฟื้นเศรษฐกิจ และการจัดสรรวัคซีนมากเท่ากับประเทศไทยอีกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดนี้เกิดจากความอยากมีอำนาจทางการเมือง จนไม่ยอมที่จะหยุดความขัดแย้งในข่วงเวลาที่เราควรจะร่วมมือกันเอาชนะวิกฤตนี้ให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คิดให้ดี มีความหวังดีกับประเทศชาติและประชาชนกันบ้างเถอะ อย่าบ้าอำนาจกันนักเลย วิกฤตจบแล้ว จะขย้ำขยี้กันอย่างอย่างไร ค่อยว่ากันตอนนั้นดีไหมคะ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108763</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.เสรี, วัคซีน, เอกสารหลุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190313/image_big_5c88e14853a53.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95143</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุวัฒน์แถลงไอซ์1.5ตัน 2บิ๊กตำรวจขาวสะอาด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จบเนียนๆ! &amp;quot;ผบ.ตร.&amp;quot; จัดแถลงผลสอบคดีไอซ์ 1.5 ตัน ไม่พบตำรวจเกี่ยวข้อง แค่เอกสารหลุดไปชิ้นเดียว ไม่ใช่ทั้งหมด จึงมีการตั้งคำถาม ซึ่งบ่อนทำลายความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม เผย พล.ต.อ.-พล.ต.ท. พูดคุยกันดี ยันองค์กรไม่มีคลื่นใต้น้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 5 มีนาคม 2564 พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.), พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.), พล.ต.ต.ดำรงค์ เพ็ชรพงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 (รอง ผบช.ภ.6),&amp;nbsp; พ.ต.อ.สราวุธ คนใหญ่ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 6 (รอง ผบก.สส.ภ.6) และ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองเลขาธิการ ป.ป.ส. แถลงผลการดำเนินการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีจับกุมเครือข่ายยาเสพติด ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 6
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า เนื่องจากที่ผ่านมามีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการสืบสวนคดียาเสพติดในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 6 และมีเอกสารราชการบางส่วนหลุดออกไปเผยแพร่ทางสื่อ ขอเรียนว่าเอกสารเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสวนสอบสวน หากเทียบแล้วถือว่าเป็นจำนวนน้อย กลายเป็นว่าข้อเท็จจริงบางส่วนที่หลุดออกไป แต่คนส่วนใหญ่ไม่ได้เห็นทั้งหมด จึงเกิดการตั้งคำถามถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปตามกฎหมาย โปร่งใส มีการช่วยเหลือใครเป็นพิเศษหรือไม่ สิ่งเหล่านี้บ่อนทำลายความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ตร.เผยว่า เอกสารที่หลุดไปคือชิ้นเดียว ลองอ่านดูที่กล่าวถึง พล.ต.ท. เขาเขียนว่าอย่างไร เขาถามว่ารูปที่พนักงานสอบสวนให้ดูท่านเคยเห็นไหม เขาก็บอกว่าไปเห็นมาที่เมียวดี แต่ไม่ได้พูดต่อว่ามาทำอะไร มาหาใคร เจอใคร อะไรอย่างไรไม่มีเลย มีแค่นี้ สมมติว่าเราจับใครมา แล้วเขาบอกว่าคนนี้มาไถเงิน แล้วไม่ให้&amp;nbsp; เราจะจับตำรวจมาสอบไหม จะต้องดูอย่างนี้ด้วย เพราะฉะนั้นการที่จะฟังอะไรเราต้องชั่งน้ำหนักว่าวันเวลาที่พูดเมื่อไหร่ ก็ไม่ได้มีระบุ เจ้าหน้าที่ก็ต้องทำไปตามข้อเท็จจริงที่พูดถึง ทางตำรวจภูธรภาค 6 ก็ได้ดำเนินการไป ไม่จบแค่นี้ ของศูนย์ปราบปรามยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจยาเสพติดก็ทำ ทีมงาน พล.ต.อ.สุชาติก็ทำทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ทาง พ.ต.อ.สราวุธกล่าวถึงเงิน 2,000 กว่าล้านบาท ก็จะต้องมาไล่ดูว่าไปถึงใครอีก เบื้องต้นยังไม่เจอชนกับใคร โดยเฉพาะคนที่ถูกพาดพิง คือถ้ามันมีพยานหลักฐาน ขนาดเอกสารยังรั่วมาได้ แล้วถ้ามันมีมันจะไม่รั่วหรือ ถ้ามีก็ต้องออกสื่อแล้ว ผมถามลอจิกง่ายๆ ถ้ามีก็ต้องออกสื่อ แล้วจะไปอยู่ตรงไหน ปัญหาคือมีหรือไม่ ทำอะไรก็ต้องชั่งน้ำหนัก เราไม่ได้คิดว่าคนนี้จะพิเศษกว่าคนนี้ มันไม่ใช่อย่างนั้น แต่อะไรที่มันเบลอ ที่ไม่ชัดเจน ก็ถูกหยิบไปเป็นประโยชน์ ถูกหยิบไปบ่อนทำลายความเชื่อถือ สิ่งที่อันตรายคือเรื่องนี้ เรื่องการบ่อนทำลาย ทำลายองค์กรไม่ได้ ทำลายคนก็ได้ ผมเรียนว่าจะผิดจะถูกไม่มีใครช่วยใครได้ ถ้าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ไม่มีใครช่วยใครได้ ไม่มีใครมาปิดอะไร ไม่มีใครปิดเรื่องแบบนี้ ไม่มีทาง ท่านรู้ดีท่านเป็นสื่อ ถ้ามีข้อเท็จจริงที่เกี่ยวพันท่านได้ก่อนพวกผมอีก เพราะบางเรื่องผมยังรู้หลังท่านเลย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ตำรวจ 2 นายที่ถูกพาดพิงถึงเข้ามาเกี่ยวข้องในคดีนี้ได้อย่างไร พล.ต.อ.สุวัฒน์ตอบว่า ก็ต้องไปดูว่าบรรยากาศในการพูดคุยวันนั้นเป็นอย่างไร อย่างรองต๊ะก็พูดว่าเขารู้จัก เพราะคนทำบ่อนตรงนั้น พูดแบบชาวบ้าน ก็คงต้องรู้จักกัน แล้วรู้จักกันแบบไหน เห็นให้เงินให้ทองกันอะไรอย่างไร ก็มีเอ่ยถึงบุคคลที่ 3 อีกคนหนึ่ง พร้อมเบอร์โทรศัพท์เป็นคนเดินเคลียร์ตำรวจ ทางภาค 6 ก็ดำเนินการไปแล้วเรื่องพวกนี้ ซึ่งต้องดูวันนั้นว่าอารมณ์ไปอย่างไรถึงมาถึงตรงนี้ได้ เมื่อพาดพิงถึงด้วยเหตุใดก็แล้วแต่ เราก็ต้องตรวจสอบ ไม่ใช่จะไม่ทำ เมื่อเขาพูดมาขนาดนี้ก็ต้องตรวจสอบ แต่จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ เมื่อมาแล้วก็มีหน้าที่ที่ต้องตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า มองอย่างไรที่มีเอกสารหลุดออกมา ใครจะได้ประโยชน์ พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า ท่านต้องตัดสินเอง แต่ตนมองผลกระทบที่เกิดความเสียหายมันเกิดขึ้นจากความไม่เข้าใจ ตนย้ำอีกครั้งอะไรที่มันไม่ชัดเจน ไม่รู้ผิดรู้ถูก มันจะเสียหาย หน้าที่เราคือทำให้มันชัดเจน เพราะเรื่องนี้จะถูกหยิบไปใช้ประโยชน์ได้ตลอดเวลา เอาเรื่องนี้ไปพูดได้อีก 500 ปี ถ้ายังไม่ชัดเจน เพราะฉะนั้นจะต้องทำให้ชัดเจนให้ได้ อะไรที่ยังทำไม่เสร็จต้องไปทำ ประเด็นไหนที่มีข้อสงสัยต้องเคลียร์ วันนี้เห็นว่ามีความคืบหน้าพอสมควรจึงมาเล่าให้ฟัง ยังไม่จบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า เอกสารที่หลุดออกมาถูกมองในมิติว่าอาจมีความขัดแย้งภายในองค์กรหรือไม่ พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า ตนไม่ได้มองเป็นเรื่องของความขัดแย้ง แต่มองว่าเราอยู่บนพื้นที่ที่ทำงานร่วมกัน แต่ใครหยิบไปใช้ประโยชน์แบบไหน เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ตนไม่คิดว่ามีความขัดแย้ง เพราะถึงวันนี้ทุกคนที่ร่วมมีส่วนเกี่ยวข้องในการสืบสวนสอบสวนก็ยังคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอยู่ตลอด เพื่อทำให้เรื่องนี้มีความชัดเจน เพราะทุกคนก็อยากรู้ว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไร เราพยายามทำให้มันชัดเจน เรื่องงานสืบสวนก็เรียนไปแล้ว ทางพล.ต.อ.สุชาติเป็นเพื่อนตน มีอะไรไม่ใช่เฉพาะงานนี้งานเดียวก็คุยกัน มีอะไรก็มาเล่าให้ฟัง และได้บอกด้วยว่าได้สั่งการภาค 6 ไปว่าอย่างไร แล้วหลังจากนั้นไปทำอะไรได้มาเพิ่ม ก็จะมาเล่าให้ฟัง การสืบสวนก็ทำมาตลอด ในขณะที่ท่านทำอยู่พนักงานสอบสวนก็ทำของเขาด้วย แต่พอมีเอกสารหลุดไป มีการสอบถามถึงประเด็นของนายเกิดชนะว่าภาค 6 ได้ทำหรือไม่ ซึ่งภาค 6 ก็ตอบไปแล้วว่าทำอะไรไปบ้าง ทีมงานทุกทีมไม่เคยหยุดทำกันมาตลอด ส่วนกรณีเอกสารหลุด ก็ได้ให้จเรตำรวจลงไปตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ ซึ่งมีการดำเนินการไปแล้ว ส่วนคลื่นใต้น้ำคืออะไรตนไม่ทราบ คงไม่มี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า หลังจากที่มีประเด็นทาง ผบ.ตร.ได้เชิญ พล.ต.ท.ที่ถูกพูดถึงกับ พล.ต.อ.สุชาติมาพูดคุยหรือไม่ พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า ตนก็เห็น 2 คนท่านคุยกันดี ไม่เห็นมีอะไร เจอกันก็เห็นคุยกันดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.สราวุธ กล่าวอธิบายเส้นทางเครือข่ายยาเสพติดนี้ เริ่มต้นตั้งแต่ 2557-2563 โดยปี 2557 ตำรวจจับกุมนายฐปนันท์ ธรรมรัตน์ธาดา หรือหนูเฉิน พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ ถูกออกหมายจับคดีฟอกเงินทั้งสิ้น 56 หมาย ระหว่างการดำเนินคดี นายฐปนันท์หลบหนีประกันชั้นอุทธรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา 18 ตุลาคม 2562 ที่ด่านห้วยยะอุ จับกุมรถบรรทุก พร้อมไอซ์ 1.5 ตัน วันดังกล่าวจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 รายคือ นายสมโชค เนียมสกุล อายุ 38 ปี เป็นคนขับ และนายสกล การุณรักษ์ อายุ 34 ปี นั่งคู่มาข้างคนขับ โดยทั้งคู่ให้การซัดทอดไปถึงผู้เกี่ยวข้องในขบวนการอีก 8 ราย โดยตำรวจได้ออกหมายจับไว้ และตามจับกุมได้ 6 ราย มีผู้หลบหนี 2 รายคือ นายเกิดชนะ มีนา และนายยงค์ วงศ์สว่างกุล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;22 กรกฎาคม 2563 บช.ปส. และ ป.ป.ส. ขยายผลจับกุมและยึดทรัพย์เจ้าของอู่ต่อรถบรรทุกที่ใช้ขนถ่ายยาเสพติดในคดีไอซ์ 1.5 ตัน แต่แยกดำเนินคดีอีกสำนวน กระทั่ง 23 ตุลาคม 2563 ตำรวจสามารถตามจับกุมนายเกิดชนะได้ ดำเนินการสอบปากคำ และส่งตัวให้อัยการ จุดนี้นายเกิดชนะให้การพาดพิงถึงพลเรือน 4 ราย และข้าราชการ 4 ราย ทีมสืบสวนจึงนำข้อมูลทั้งหมดประกอบสำนวน นอกจากนี้ยังพบข้อเท็จจริงบางอย่าง จนขยายผลดำเนินคดี น.ส.หลิน-ชาล์ คนจัดการเงิน และนายฐปนันท์ พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่หลบหนีประกันชั้นอุทธรณ์เมื่อปี 2557 จึงแยกดำเนินคดีอีกสำนวน ในข้อหาสมคบ (ม.8 วรรคแรก) และจับกุม น.ส.หลิน-ชาล์ ได้เมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2563 พร้อมอายัดเงินสดได้กว่า 200 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในส่วนอื่นๆ หากมีพยานหลักฐานเพิ่มเติมก็จะขยายผลต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.สราวุธกล่าวอีกว่า สำหรับการจับกุมนายสมโชคและนายสกล พร้อมพวกอีก 6 ราย ในคดีไอซ์ 1.5 ตัน ศาลตัดสินเมื่อ 24 กันยายน 2563 ผลตัดสินมีทั้งจำคุกตลอดชีวิต จำคุก 33 ปี และยกฟ้อง 3 ราย ส่วนกรณีการจับกุมเจ้าของอู่ต่อรถ สำนวนอยู่ในชั้นพนักงานอัยการ คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาล และกรณีการจับกุม น.ส.หลิน-ชาล์ พนักงานสอบสวน สภ.แม่สอด ได้ส่งสำนวนให้อัยการเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2564.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95143</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบวนการยุติธรรม, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอกสารหลุด, แถลงผลสอบ, แถลงผลสอบคดีไอซ์ 1.5 ตัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210305/image_big_6042338c21ef5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54274</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิยบุตรปูดเอกสารหลุด กกต.ตั้งธงยุบส้มหวาน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; ดิ้น! ด่ากราด กกต.กระเหี้ยนกระหือรือจะยุบพรรคอนาคตใหม่ อ้างมีเอกสารหลุดจาก กกต.อยู่ในมือ พบทำผิดกฎหมายข้ามขั้นตอน ขู่ฟ้องกลับ ม.157 มีความผิดถึงขั้นเข้าคุก สอนองค์กรอิสระ ต้องอิสระจากคณะรัฐประหาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 มกราคม นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์คดีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นยุบพรรคอนาคตใหม่ ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามมาตรา 66 ของพ.ร.ป.พรรคการเมือง เกี่ยวกับคดีเงินกู้ ซึ่ง กกต.ได้ตั้งอนุกรรมการขึ้นมาเพื่อพิจารณาว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องจาก กกต.ให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ในคดีกู้เงิน โดยให้เวลายื่นเอกสารภายใน 15 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันนี้ แต่เนื่องจากติดวันหยุดช่วงเทศกาลปีใหม่ จึงได้ขอขยายเวลาต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยศาลรัฐธรรมนูญอนุญาตให้ขยายเวลาไปถึงวันที่ 27 มกราคม 2563&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ทั้งนี้เราตั้งข้อสังเกตว่า กกต.มีมติยื่นคำร้องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ โดยไม่แจ้งข้อกล่าวหา จนทำให้พรรคอนาคตใหม่ไม่สามารถเตรียมข้อมูลเพื่อไปให้ปากคำได้ ล่าสุดตนได้เอกสารการพิจารณาในชั้นของ กกต.มาทั้งหมด จากการศึกษาเอกสารจึงรู้ว่า กกต.น่าจะทำผิดกฎหมาย ข้ามขั้นตอนอย่างชัดเจน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวต่อว่า โดยจุดเริ่มต้นของคดีมาจากนายศรีสุวรรณ ที่ยื่นคำร้องกล่าวหาว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ บริจาคให้พรรคเกิน 10 ล้านบาท ซึ่งเข้าข่ายความผิดมาตรา 66 ต่อมา กกต.ได้เรียกสอบพยานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกระบวนการทั้งหมดมีการพิจารณาเสร็จแล้ว จนวันที่ 13 สิงหาคม 2562 คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน คณะที่ 13 ได้มีมติเอกฉันท์ยกคำร้องเหตุผลมีการกู้เงินจริง พรรคการเมืองสามารถกู้เงินได้ และในอดีตพรรคการเมืองอื่นก็ได้กู้ และยังมีการระบุว่าเงินกู้ไม่ใช่รายได้ แต่เป็นหนี้สิน จึงไม่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 66 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น เมื่อยกคำร้องเรื่องนี้ต้องจบได้แล้ว แต่ปรากฏว่าท่านไม่จบ เพราะ กกต.ตัดสินใจเดินหน้าส่งให้สำนักสืบสวนสอบสวนเพื่อทำการไต่สวนต่อ แล้วมีการสืบสวนกันไปประมาณ 1 เดือน แล้วคณะสืบสวนดังกล่าวก็มีมติยกคำร้อง และเมื่อเรื่องมาถึง กกต. จากนั้น กกต.ได้ส่งเรื่องไปให้อนุกรรมการ โดยมีความเห็น 3 ต่อ 2 ให้ยกคำร้อง จากนั้น กกต.ได้มีมติส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญขอให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ โดยตนตั้งข้อสังเกตว่า กกต.ไม่แจ้งข้อกล่าวหากับทางพรรค ทั้งที่เรื่องนี้มันถูกยกคำร้องไปแล้ว ตั้งแต่คณะกรรมการชุดที่ 13 แล้ว อย่างไรก็ตาม ทุกคณะไต่สวนดูแค่มาตรา 66 ตามคำร้อง แต่อยู่ดีๆ กกต.ได้มีมติเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2562 แถมมาตรา 72 โดยเป็นความผิดถึงขั้นยุบพรรคการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แบบนี้จะไม่ให้ผมคิดได้อย่างไรว่าคุณกระเหี้ยนกระหือรืออยากจะยุบพรรคอนาคตใหม่ ถึงต้องเติมความผิดมาตรา 72 มาให้ได้ เพราะมันเป็นมาตราเดียวที่อ้างไปถึงการยุบพรรคทั้งๆ ที่เหตุของเรื่องนี้เริ่มต้นที่มาตรา 66 ถึงแม้ว่า กกต.จะอ้างว่าเป็นคนละคำร้องกัน แต่ผมทราบว่าในเอกสารที่ทาง กกต.ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นคำร้องมาตรา 66 ทั้งหมด เรียกง่ายๆ ว่าเอากระบวนการผลผลิตของกระบวนการไต่สวนของมาตรา 66 ไปเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญ แล้วบวกมาตรา 72 เข้าไปด้วย ที่ผ่านมาเราสู้กันตามมาตรา 66 อยู่ดีๆ โผล่มามาตรา 72 ตอนสุดท้าย เหมือนมีคนมาบอกว่าต้องใช้อันนี้ถึงจะเข้าเป้า&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวว่า เอกสารที่ได้มาตนเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่าเป็นเอกสารจริง หาก กกต.จะมาบอกว่าไม่ใช่เอกสารจริงก็ไม่เป็นไร ให้ไปสู้กันในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ ตนจะขอให้ศาลรัฐธรรมนูญเปิดกระบวนการไต่สวนเรียกพยานเอกสารชุดนี้เข้ามาพิจารณากันในศาล จะได้รู้ว่าสุดท้ายแล้วคุณทำผิดขั้นตอนจริงหรือไม่ และถ้าทำผิดจริง เราจะฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ซึ่งมีความผิดถึงขั้นเข้าคุก ถึงเวลาแล้วที่จะหยุดใช้องค์กรอิสระมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง เพราะที่ผ่านมาความน่าเชื่อถือของกกต.มันต่ำตั้งเริ่มแรกที่คุณไปเชื่อมโยงกับ คสช.แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;องค์กรอิสระต้องอิสระจากคณะรัฐประหารและผู้มีอำนาจทางการเมือง ไม่ใช่อิสระจากประชาชน ผมอยากให้ กกต.ทั้ง 7 คนไปส่องกระจกแล้วถามตัวเองว่ามีจิตสำนึกได้หรือยังว่ากำลังทำอะไรอยู่ ทั้งนี้ อยากฝากไปถึงเจ้าหน้าที่ กกต.ที่รู้สึกอึดอัด และทนกับพฤติกรรมเช่นนี้ไม่ได้ ออกมาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์&amp;rdquo; นายปิยบุตรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า เบื้องต้นฝ่ายกฎหมายของสำนักงาน กกต.อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า เอกสารดังกล่าวเป็นของจริงหรือไม่ อย่างไร และจะมีการเผยแพร่เอกสารชี้แจงในภายหลัง อย่างไรก็ตาม ตนยังไม่ได้ดูรายละเอียดในเอกสารส่วนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ความเห็นของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ของสำนักงาน กกต.เห็นควรว่ายกคำร้อง ทำไมที่ประชุมคณะกรรมการ กกต.จึงมีความเห็นควรส่งคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อยุบพรรคอนาคตใหม่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า ประเด็นอยู่ที่ข้อกฎหมายที่ยังไม่ตรงกัน และเรื่องทั้งหมดเป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต. ที่จะวินิจฉัยออกมาในแนวทางใด ซึ่งโดยสรุปคือส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54274</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ข้ามขั้นตอน, ปิยบุตร แสงกนกกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อิสระจากคณะรัฐประหาร, เอกสารหลุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200110/image_big_5e18899321651.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46734</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2019 08:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2019 08:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส้มหวานสารภาพสิ้น!จ้างล็อบบี้ยิสต์ให้&#039;ทอน&#039;ขอเข้าพบนักการทูต-นักการเมืองสหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
27 ก.ย.62 - เพจพรรคอนาคตใหม่ - Future Forward Party &amp;nbsp;ชี้แจง &amp;nbsp;ข้อเท็จจริงกรณีธนาธรว่าจ้างผู้ประสานงานในสหรัฐอเมริกา ระบุว่า
.
จากกรณีมีการเผยแพร่เอกสารการว่าจ้างระหว่าง Thanathorn Juangroongruangkit - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กับบริษัท APCO Worldwide LLC ในสหรัฐอเมริกา ทำให้เกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ในสังคม พรรคอนาคตใหม่ขอชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้
.
1. เอกสารการว่าจ้างดังกล่าวไม่ได้เป็นเอกสาร &amp;ldquo;หลุด&amp;rdquo; อย่างที่สื่อบางสำนักกล่าวถึง แต่เป็นเอกสารที่ประเทศสหรัฐฯ กำหนดให้ต้องเปิดเผยต่อสาธารณะอยู่แล้ว เพื่อแสดงความโปร่งใสของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการเมืองในระบอบประชาธิปไตย
.
2. ธนาธรได้ว่าจ้างบริษัท APCO Worldwide LLC เพื่อทำหน้าที่อำนวยความสะดวกในการติดต่อประสานงานนัดหมายบุคคลและหน่วยงานต่างๆ จัดตารางงาน และจัดทำเอกสารข้อมูลภาษาอังกฤษสำหรับการเดินทางเยือนสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 12-16 กรกฎาคมที่ผ่านมา เนื่องจากการนัดหมายบางส่วนจำเป็นต้องมีการลงทะเบียนเข้าพบ จึงต้องมีตัวแทนดำเนินการตามระบบกฎหมายของทางการสหรัฐฯ
.
3. กิจกรรมและการเดินทางไปต่างประเทศของธนาธรไม่ได้ทำให้ประโยชน์ของประเทศชาติเสียหาย รวมทั้งไม่เกี่ยวข้องกับการสร้างสถานการณ์อื่นๆ อย่างที่บางแหล่งข่าวกล่าวหา แต่เป็นเพียงการเดินทางไปอธิบายแนวทางการทำงาน ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทย รวมทั้งเรียนรู้บทเรียนจากการดำเนินนโยบายในต่างประเทศต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา เทคโนโลยี การคมนาคม การเงินการคลัง สิ่งแวดล้อม ฯลฯ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการนำมาพัฒนานโยบายในประเทศไทยต่อไป และการเดินทางไปพบกับบุคคลและองค์กรในประเทศต่างๆ หลายกรณีธนาธรได้รับการติดต่อเชิญไป บางกรณีเป็นการติดต่อเข้าพบ ซึ่งทั้งหมดไม่ใช่เรื่องผิดปกติใดๆ เพราะโดยทั่วไปนักการเมืองคนสำคัญก็มีโอกาสได้พูดคุยหารือกับนักการทูต นักการเมือง สื่อมวลชน องค์กรระหว่างประเทศ นักวิชาการ และองค์กรภาคประชาสังคมจากประเทศต่างๆ อยู่บ่อยครั้งเพื่อสานความสัมพันธ์และสร้างเสริมความร่วมมือที่ดีต่อกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46734</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ้างล็อบบี้ยิสต์, ธนาธร จึงรุงเรืองกิจ, อนาคตใหม่, อเมริกา, เอกสารหลุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190927/image_big_5d8d612648fce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
