<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113505</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 17:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 08:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉลอง69ปีหอจม.เหตุฯชวนบันทึก’วัดวัง-วิถี’น่าจดจำ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภูเขาทอง วัดสระเกศ บันทึกประวัติศาสตร์ผ่านภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในการสืบค้นเอกสารโบราณ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเป็นสถานที่แรกที่ทุกคนนึกถึง เพราะให้บริการค้นคว้าภาพเก่าและเอกสารทางประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่า ซึ่งเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของประเทศไทย ถือเป็นองค์กรหลักในการบริหารเอกสารสำคัญของชาติให้ได้รับการจัดเก็บอย่างครบถ้วนยั่งยืน และเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เอกสารและภาพเก่าเป็นการบันทึกเรื่องราวหรือเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในอดีตและปัจจุบัน ซึ่งบางอย่างสูญหายไปตามกาลเวลาไม่อาจเรียกคืนกลับมาได้ เหลือไว้เพียงเอกสารหลักฐานซึ่งช่วยในการเรียนรู้และทำความเข้าใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต และเป็นบทเรียนสำคัญ ยุคปัจจุบันเราเลือกเก็บความทรงจำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ย้อนเวลากลับไปดูเรื่องเก่าๆ รูปเก่าๆ ในแต่ละวันได้แบบไม่หาย เหมือนไดอารี่เล่มหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพเก่าวัดสุทัศนเทพวราราม วัดสำคัญในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ภาพ:หอจดหมายเหตุฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร ซึ่งทำหน้าที่สำคัญในการบันทึกและเก็บรักษาเอกสารและภาพต่างๆ ที่เป็นเป็นส่วนหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์ไทย วันที่ 18 สิงหาคม 2564 นี้ จะครบรอบ 69 ปี วันสถาปนาหอจดหมายเหตุแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามข้อทรงสันนิษฐานของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ งานจดหมายเหตุของประเทศไทย มีประวัติความเป็นมาสืบย้อนขึ้นไปได้ถึงสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นอย่างน้อย มหาดเล็กมีหน้าที่จดบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ เก็บไว้ในหอศาสตราคม และงานจดหมายเหตุในราชสำนักยังเป็นประเพณีสืบต่อมาถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเล็งเห็นความสำคัญของหนังสือราชการเและมีพระราชกระแสให้นำเอกสารสำคัญไปเก็บรักษาไว้ในหอจดหมายเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การดำเนินงานจดหมายเหตุในระยะแรกมีขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2459 เป็นแผนกจดหมายเหตุอยู่ในหอพระสมุดวชิรญาณ นอกจากนั้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย ทรงเล็งเห็นความสำคัญของหนังสือราชการว่า จะเป็นเอกสารข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ทรงห่วงใยว่าจะสูญหาย ทรงดำริจัดตั้งหอจดหมายเหตุและหอรูปขึ้นเพื่อเก็บรักษาเอกสารที่มีอายุเกิน 25 ปี และรูปถ่ายไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาค้นคว้า ก่อนมีประกาศพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการกรมศิลปากร ในวันที่ 18 ส.ค. พ.ศ. 2495 ตั้งกองจดหมายเหตุแห่งชาติขึ้น พัฒนาองค์กรมาจนถึงปัจจุบัน นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้สนับสนุนการดำเนินงานตามกระบวนงานจดหมายเหตุให้เข้มแข็งเพื่ออำนวยความสะดวกในการให้บริการประชาชนเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ฟื้นความทรงจำวิถีชีวิตที่ผูกพันกับแม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครบรอบ 69 ปี จึงจัดกิจกรรม Then and Now Around Bangkok&amp;nbsp; โดยการคัดเลือกภาพที่เก็บรักษาในสํานักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ จํานวน 69 ภาพ และเชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมโพสต์ภาพที่เคยถ่ายในมุมเดียวกันหรือใกล้เคียง ซึ่งสะท้อนให้เห็นความเปลี่ยนแปลงจากอดีตสู่ปัจจุบัน ตามหัวข้อ &amp;ldquo;พินิจวัด ทัศนาอาราม ตามรอยโรงเรียน - มหาวิทยาลัย เที่ยวไปในสถลชลวิถี ตระเวนอาคารสถานที่สําคัญ&amp;rdquo; ทางเฟสบุ๊กสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ตลอดเดือนสิงหาคม ทั้งนี้ ภาพทั้งหมดที่เข้าร่วมกิจกรรมจะเป็นส่วนหนึ่งใน collection &amp;nbsp;&amp;ldquo;ภาพกิจกรรมสํานักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ&amp;rdquo; เพื่อการศึกษา ค้นคว้า และบริการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชวนมาโพสต์ภาพมุมเดียวกันหรือใกล้เคียง ภาพนี้วิทยาลัยเพาะช่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สนใจร่วมกิจกรรม Then and Now Around Bangkok ได้ ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 31 ส.ค. ประกาศผลรางวัล &amp;nbsp;ในวันที่ &amp;nbsp;1 ก.ย. โดยกด Like กด Share โพสต์ ตั้งค่า เป็นสาธารณะ พร้อมติดแฮชแท็ก #69ปีหอจดหมายเหตุแห่งชาติ #thenandnowaroundBKK โพสต์ภาพในมุมเดียวกันหรือใกล้เคียง ลงในช่อง comment ของแต่ละภาพ พร้อมระบุชื่อผู้ถ่าย วัน/เดือน/ปี และคําบรรยาย โดยไม่จํากัดจํานวนภาพที่โพสต์ กิจกรรมสงวนสิทธิ์การได้รับรางวัล 1 คน/1 &amp;nbsp;รางวัล เท่านั้น ภาพที่ได้รับการกด Like สูงสุด 10 ภาพ จะได้รับหนังสือฟิล์มกระจก หนึ่งพันภาพประวัติศาสตร์ จำนวน 1 &amp;nbsp;เล่ม เป็นของที่ระลึก และผู้ที่โพสต์ภาพเป็นคนแรกของแต่ละภาพ &amp;nbsp;ซึ่งต้องถูกต้องตามกติกาในข้อ &amp;nbsp;และข้อ 2 &amp;nbsp;จะได้รับภาพจากสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เป็นที่ระลึก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ ภาพที่ร่วมกิจกรรมต้องเป็นผลงานต้นฉบับของผู้โพสต์โดยไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ ธรรมสิทธิ์ และสิทธิส่วนบุคคลของบุคคลอื่น ไม่มีข้อผูกมัดในเรื่องลิขสิทธิ์จากหน่วยงานต่างๆ รวมถึงต้องไม่ใช่ภาพที่ส่งขายตาม Stock Photo ทุกแห่ง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113505</URL_LINK>
                <HASHTAG>69ปีสถาปนาหอจดหมายเหตุแห่งชาติ, เอกสารโบราณคดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210816/image_big_611a3eb946be5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28951</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2019 16:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2019 16:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> พระเทพฯ ทรงห่วงองค์ความรู้โบราณคดีสูญหาย รับสั่งจัดเก็บรายงานสแกนเป็นไฟล์ดิจิทัล  ใช้ศึกษาค้นคว้าต่อไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;12 ก.พ.62-นายพีรพน &amp;nbsp;พิสณุพงศ์ &amp;nbsp;ผอ.ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)(ศมส.) &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;จากการที่ ตนนำคณะกรรมการบริหาร ศมส. เข้าเฝ้าฯ &amp;nbsp;สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเพื่อถวายรายงานความคืบหน้าการดำเนินงาน ของ ศมส. ในโอกาสนี้ &amp;nbsp;พระองค์ทรงมีรับสั่งถึงการเก็บรวบรวมเอกสารรายงานของนักโบราณคดีที่จะต้องมีการบันทึกด้วยการสแกนเก็บไว้เป็นหลักฐานในการดำเนินงานโครงการต่างๆ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่เริ่มต้นการวางแผนโครงการ สำรวจ เก็บข้อมูล ขุดค้น การศึกษาวิเคราะห์ &amp;nbsp;สังเคราะห์ &amp;nbsp;เทคนิคการทำงาน และขั้นตอนการดำเนินงานต่างๆ จนจบโครงการ &amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนหลายพันรายการ &amp;nbsp;แต่อยู่กระจัดกระจายตามหอสมุด หอจดหมายเหตุแห่งชาติในพื้นที่ต่างๆ และมีบางส่วนเป็นรายงานเรื่องสำคัญถูกทำลายหายไป เพราะเหตุภัยพิบัติรวมถึงการเก็บรักษาที่ไม่ดี &amp;nbsp;ทั้งปลวกกิน น้ำท่วม &amp;nbsp;โดยทรงเห็นว่า &amp;nbsp;ควรมีการเก็บรักษาและนำมาเผยแพร่ &amp;nbsp;เพราะ รายงานนักโบราณคดีเป็นประโยชน์ต่อการส่งต่อองค์ความรู้การดำเนินงานของนักโบราณคดีในอดีตสู่ปัจจุบัน &amp;nbsp;ตลอดจนนักศึกษาและผู้สนใจรุ่นต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายพีรพน กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;ตนได้ประสานงานไปยังนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เพื่อหาแนวทางในการรวบรวมข้อมูล อนุรักษ์ และเผยแพร่รายงานของนักโบราณคดีให้เป็นรูปธรรม ซึ่งได้มีการประสานงานต่อไปยังสำนักศิลปากรทั่วประเทศเพื่อช่วยสำรวจว่า มีจำนวนกี่เรื่อง &amp;nbsp;พร้อมคัดแยก แบ่งหมวดหมู่ และจัดลำดับช่วงเวลาของรายงาน เพื่อให้สามารถนำมารวบรวมได้ง่าย พร้อมกันนี้ ยังได้มีแนวทางการดำเนินงานต่อไป แบ่งเป็น &amp;nbsp;2 ส่วน ได้แก่ 1. ทาง ศมส. จะโอนงบประมาณไปยังสำนักศิลปากรเพื่อจ้างผู้มีความรู้ความสามารถในการสแกนรายงานนักโบราณคดี เพื่อนำมาจัดเก็บรูปแบบไฟล์ดิจิทัล &amp;nbsp;และ 2 ศมส. จะดำเนินการจ้างผู้มีความรู้ไปทำการสแกนในแต่ละพื้นที่เอง &amp;nbsp;และหลังจากมีการสแกนเอกสารเสร็จแล้ว ทาง ศมส. จะต้องทำการจำแนกประเภทของรายงานอีกครั้ง โดยอาจจะเพิ่มเติมในการส่วนการแบ่งพื้นที่จังหวัด และลักษณะการดำเนินงานของนักโบราณคดี &amp;nbsp;ก่อนที่จะนำมาเผยแพร่สาธารณะผ่านคลังข้อมูลนักโบราณคดี ในเว็บไซต์ของ ศมส. &amp;nbsp;ในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ 2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; สมเด็จพระเทพฯ ทรงมีรับสั่งต่องาน ศมส. ว่า การก่อตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์เผยแพร่ ข้อมูลวิชาการด้านมานุษยวิทยา &amp;nbsp;พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ขณะเดียวกันในส่วนรายงานของนักโบราณคดีถือว่ามีความสำคัญและเกี่ยวพันการทำงานของ ศมส. ซึ่งนับวันจะเสี่ยงต่อความเสียหาย &amp;nbsp;บางเล่มตีพิมพ์เป็นเอกสารทางการแล้ว เป็นเรื่องที่มีประโยชน์ แต่ไม่ได้รับความสนใจ &amp;nbsp;ดังนั้น ควรมีการสแกนเก็บไว้จะเป็นการรักษาองค์ความรู้ &amp;nbsp;ทั้งนี้ หากเราทำให้สังคมสามารถสืบค้นข้อมูลเชิงลึก ซึ่งอยู่ในบันทึกของนักโบราณคดีได้ ก็จะทำให้องค์ความรู้ตั้งแต่ระดับปฐมภูมิที่ถูกบันทึกไว้โดยนักโบราณคดี จนถึงที่สังเคราะห์แล้วเป็นข้อมูลทุติยภูมิ สามารถนำมาใช้งานได้ ไม่ต้องแขวนขึ้นหิ้งหรือถูกเก็บไว้ในกรุอีกต่อไป&amp;rdquo; นายพีรพน กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;///&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28951</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สมเด็จพระเทพฯ, นายพีรพน พิสณุพงศ์ ผอ. ศมส., เอกสารโบราณคดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190212/image_big_5c62959316af8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
