<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58086</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รบ.ขู่ฟ้อง‘ชอ่ ’โยง1MDB</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ซัด &amp;quot;ช่อ&amp;quot; จับแพะชนแกะโยงรัฐบาลเอี่ยวทุจริต 1MDB ขู่! อภิปรายนอกสภาไร้เอกสิทธิ์คุ้มครอง สั่งตรวจสอบเข้าข่ายผิด กม.ฟ้องทันที &amp;quot;ประวิตร&amp;quot; แจงคนสนิทนาจิบเข้าออกไทยก่อนอินเตอร์โพลออกหมายจับ &amp;quot;บัวแก้ว&amp;quot; โวยมั่วจัดเลย &amp;quot;ตร.&amp;quot; ถอดคำแถลง &amp;quot;พรรณิการ์&amp;quot; ลั่นพบบิดเบือนข้อมูลดำเนินคดีแน่ &amp;quot;อดีตโฆษก อนค.&amp;quot; ฟุ้งมีหลักฐานชัด ยันไม่กลัวโดนฟ้อง ฮึ่ม! เตรียมแฉต่ออีกเพียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ส่งยิ้มตอบคำถามสื่อมวลชน กรณี น.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีตกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ กล่าวหารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์อาจมีส่วนเกี่ยวข้องคดีทุจริต 1MDB จะดำเนินคดีฟ้องร้องหรือไม่ว่า ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่ากันไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ก็ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบของเขา ถ้าไม่จริงก็ฟ้องไปสิ อันไหนฟ้องได้ก็ต้องฟ้อง&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้นายกฯ ดูนิ่งๆ และอารมณ์เย็นขึ้น เป็นการปรับลุกส์ใหม่รับการอภิปรายหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าเป็นไปตามสถานการณ์ นายกฯ ก็ต้องปรับตัวแบบนี้มั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นหลังการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า เรื่องการกล่าวหารัฐบาลมีส่วนร่วมคดีทุจริต ตนคิดว่าต้องระมัดระวังเพราะเป็นเรื่องระหว่างประเทศ การนำเรื่องโน้นเรื่องนี้ไปเชื่อมโยงไปมาในลักษณะเรียบง่าย จับแพะชนแกะ ซึ่งข้อเท็จจริงตนคิดว่าหน่วยงานต่างๆ มีข้อมูลอยู่แล้ว แต่เขายังไม่โต้ตอบอะไรในตอนนี้ เพียงแต่กำลังเก็บทุกประเด็น นำไปสู่การดำเนินการทางกฎหมาย เพราะหลายเรื่องหลายคนกล่าวอ้างเองตรงนั้น และเรื่องเหล่านี้มีคำชี้แจงทั้งหมด และตนได้รับคำชี้แจงมาหมดแล้ว คิดว่าเก็บไว้เป็นประโยชน์ในกระบวนการยุติธรรมจะดีกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ข้อสำคัญไม่ว่าใครจะพูดอะไรนอกสภาหรือที่ไหนก็ตาม มีกฎหมายหลายฉบับ การคุ้มครองเอกสิทธิ์ก็ไม่มี และกฎหมายอื่นในเรื่องการชุมนุมก็มีอยู่หลายอย่างด้วยกัน ขอให้ระมัดระวัง ผมเป็นห่วงพี่น้องประชาชนที่อาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ไปร่วมกับเขา รวมความถึงนิสิตนักศึกษาหลายท่าน บางทีไปก็อันตรายกับอนาคตของตัวเอง เพราะกฎหมายก็คือกฎหมาย กฎหมายที่ใช้ทั้งหมดเป็นกฎหมายของไทย ฉะนั้นการจะเอาใครก็แล้วแต่มาร่วมการพิจารณาอะไรต่างๆ เหล่านี้ ต้องดูความเหมาะสมว่าควรหรือไม่ควรอย่างไร ไม่อยากให้ต่างชาติเขามาให้ร้ายเราโดยข้อมูลที่บิดเบือนออกไป บางทีไม่เกิดประโยชน์กับเรา เราประเทศไทยมีอิสรเสรีใช่หรือไม่ ฉะนั้นไม่ควรจะให้ใครเข้ามาเกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาของเรา&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า สำหรับกติกาพันธสัญญาต่างๆ ของโลก เราก็ทำทุกอย่างอยู่แล้ว ดูสิการยอมรับจากต่างประเทศเป็นอย่างไร สถิติการยกระดับต่างๆ ด้านความเชื่อมั่นเชื่อถือหลายๆ อย่างก็ดีขึ้นมาตามลำดับ วันนี้ถ้าประเทศไทยจะมีปัญหา ตนคิดว่าเกิดจากเราเองเป็นส่วนใหญ่ ต้องขอร้องทุกคนก็แล้วกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันรัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างที่ น.ส.พรรณิการ์ระบุ รวมทั้งเรื่องเกิดขึ้นภายหลังที่อินเตอร์โพลจะประกาศ รัฐบาลไม่ได้รู้จักใคร&amp;nbsp;
จ่อฟ้อง &amp;#39;ช่อ&amp;#39; ปูดข้อมูลเท็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าไม่ได้ให้ที่พักพิงอาชญากรข้ามชาติใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่าจะให้พักพิงอย่างไร ไม่มี อินเตอร์โพลออกภายหลัง แต่คนสนิทนายโจ โล นักการเงินคนสนิทของนายนาจิบ ราซัค อดีตนายกฯ มาเลเซีย ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตกองทุนวันเอ็มดีบีเขาเข้ามาประเทศไทยก่อน และเมื่อออกจากประเทศไทยไปแล้วอินเตอร์โพลจึงค่อยประกาศออกมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่ามีการพาดพิงนักธุรกิจ พ.พาน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ทราบและไม่รู้ ซึ่งรัฐบาลไม่ต้องดำเนินการอะไร ถ้าผิดตำรวจเขาก็แจ้งความ และยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องชี้แจงอะไรเพิ่มเติมเพราะไม่มีอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าต้องจับตาดูการเคลื่อนไหวคณะอนาคตใหม่เป็นพิเศษหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า เราจับตาทุกฝ่ายถ้าทำอะไรที่ผิดกฎหมายก็ว่ากันไป เราทำตามกฎหมายทุกอย่าง ใครที่ดีทำถูกกฎหมายก็ไม่ต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าได้ข้อมูลมาจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่ทราบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าจะต้องตรวจสอบแหล่งที่มาข้อมูลของ น.ส.พรรณิการ์หรือไม่ว่าใครปล่อยข้อมูล พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า โฆษกรัฐบาลก็บอกแล้วว่าจะดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ กล่าวว่า เรื่องที่ น.ส.พรรณิการ์ออกมาระบุมั่วจัดเลย เท่าที่ตนรู้นะ มั่วแบบฟ้องกันได้เลยในเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาตรวจสอบถ้อยคำที่ น.ส.พรรณิการ์แถลงทั้งหมดว่าเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือไม่ อย่างไร เพราะเป็นการกล่าวหา พาดพิง ให้ร้ายรัฐบาล หน่วยงานรัฐ และเจ้าหน้าที่หลายราย ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายต่อความน่าเชื่อถือขององค์กรและเกิดความสับสนแก่พี่น้องประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณี น.ส.พรรณิการ์
กล่าวหารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์อาจมีส่วนเกี่ยวข้องคดี 1MDB โดยช่วยเหลือในการกักขังนายซาเวียร์ &amp;nbsp;อันเดร จัสโต สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ พยานคนสำคัญในคดีว่า คดีนี้เมื่อเดือนพฤษภาคม 2558 ผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน กองปราบปราม ว่านายซาเวียร์มีพฤติกรรมข่มขู่กรรโชกทรัพย์และรีดเอาทรัพย์บริษัทน้ำมันแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบริษัทที่นายซาเวียร์เคยทำงาน โดยขู่ว่าจะเปิดเผยเอกสารสำคัญของบริษัท หลังรับแจ้งพนักงานสอบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐานจนนำไปสู่การขออนุมัติศาลออกหมายจับนายซาเวียร์ ก่อนสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการฟ้องคดี ศาลพิพากษาจำคุก 6 &amp;nbsp;ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 3 ปี แต่จำคุกจริงแค่ปีกว่าก่อนจะพ้นโทษออกมา อย่างไรก็ตามคดีนี้จำเลยไม่ได้อุทธรณ์ ฉะนั้นที่มีการกล่าวหาว่าเอาคนผิด คนบริสุทธิ์มาติดคุกนั้น อยากให้พิจารณาข้อเท็จจริง การกล่าวหาแบบนี้เป็นการบิดเบือนหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คดีนี้นายซาเวียร์ยอมติดคุกและไม่ใช้สิทธิ์อุทธรณ์ เพราะหากเขามั่นใจว่าตัวเองบริสุทธิ์ ทำไมไม่ใช้ช่องทางตามกระบวนการยุติธรรมทั้งอุทธรณ์และฎีกา ซึ่งกระบวนการยุติธรรมของไทยเป็นระบบกล่าวหา การจะกล่าวหาหรือดำเนินคดีกับผู้ใดจะต้องมีพยานหลักฐานที่ชัดเจน เมื่อตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานสรุปสำนวน ส่งให้พนักงานอัยการพิจารณามีความเห็นสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง ซึ่งเป็นการกลั่นกรองอีกครั้งก่อนที่จะส่งฟ้องต่อศาล ทุกขั้นตอนเป็นอิสระอยู่แล้ว การที่จะบอกว่าเอาคนบริสุทธิ์เข้าคุกนั้น ลักษณะแบบนี้ต้องไปดูว่ามันเป็นไปตามเนื้อผ้าหรือไม่อย่างไร อาจจะเป็นการนำข้อเท็จจริงที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงไปบิดเบือนเพื่อทำให้เกิดกระแสสังคมหรือไม่&amp;quot; พ.ต.อ.กฤษณะกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก ตร.กล่าวว่า ตำรวจมีการตรวจสอบข้อมูลการแถลงของ น.ส.พรรณิการ์ ว่ามีความถูกต้อง 100 เปอร์เซ็นต์ หรือเป็นการนำข้อมูลเพียงบางส่วนมาบิดเบือน ทำให้สังคมเกิดความเคลือบแคลงสงสัยการทำงานของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องเก่าสมัยที่ พล.ต.อ.สมยศ &amp;nbsp;พุ่มพันธุ์ม่วง ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. ซึ่งเป็นเวลาร่วม 6 ปีแล้ว ไม่ทราบว่านำเรื่องนี้ไปผูกได้อย่างไร
พรรณิการ์ยันมีหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ &amp;quot;ดร.นิว&amp;quot; นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และคณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;nbsp; Suphanat Aphinyan ระบุว่า &amp;quot;เอามาให้ดูกันชัดๆ หมายแดงของ โจ โล ที่ออกโดยตำรวจสากล &amp;nbsp;(Interpol) ที่ออก ณ วันที่ 11 มิถุนายน 2018 และประเทศไทยมีสนธิสัญญาว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับไทย กับมาเลเซีย เป็นเหตุให้...โจ โลหนีออกจากไทยในวันที่ 13 พ.ค. 2018 ในขณะที่อินเตอร์โพลของมาเซียออกมาวันที่ 11 มิ.ย. 2018 ส่วนสิงคโปร์...ประเทศไทยไม่มีสนธิสัญญาดังกล่าวกับสิงคโปร์แต่อย่างใด อีกอย่างไม่มีประเทศในแถบนี้ที่ช่วยจับ โจ โล ที่เป็นชาวมาเลเซียให้สิงคโปร์เลยสักประเทศ...อินเตอร์โพลของสิงคโปร์จึงแทบไร้ความหมาย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น น.ส.พรรณิการ์ โพสต์ทวิตเตอร์ @Pannika_FWP ระบุว่า &amp;quot;ถามหากันมากว่าหมายแดงโจ โล ที่ช่อพูดถึง เป็นหมายที่ออกปีไหนกัน ยืนยันนะคะว่าเช็กมาดีไม่มีมั่ว หมายแดงตำรวจสากลที่สิงคโปร์ขอให้ออก ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2016 ค่ะ ส่วนหมายที่ IO อ้างกันคือหมายแดงที่มาเลเซียขอ #1MDB&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา น.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อและอดีตโฆษกพรรคอนาคตใหม่ เดินทางมาสังเกตการณ์การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดย น.ส.พรรณิการ์กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมฟ้องกลับ กรณีที่เธอระบุรัฐบาลมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชันกองทุน 1MDB ของมาเลเซียว่า เรื่องนี้น่าผิดหวังสำหรับรัฐบาล เพราะตนต้องการให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบและแสดงความจริงใจกับประชาชน แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือการถูกฟ้องร้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า หากจะกล่าวหาว่าตนพูดลอยๆ ขอให้นำหลักฐานออกมาชี้แจง ประชาชนมีสิทธิ์รับรู้ความจริงจึงต้องมีคำตอบจากรัฐบาล มั่นใจในหลักฐานที่นำมาเปิดเผย เพราะอะไรที่ไม่มีหลักฐานจะไม่พูด อะไรที่เป็นความจริงว่ารัฐบาลทำก็จะแถลงว่ารัฐบาลทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องการฟ้องร้องพร้อมเข้าสู่กระบวนการ แต่ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมฟ้องมาคนเดียว ไม่จำเป็นต้องรบกวนหน่วยงานอื่นมาฟ้องร้อง เพราะทราบว่าจะให้หน่วยงานที่ถูกพาดพิงมาฟ้องร้องด้วย ที่สำคัญไม่กลัวการฟ้องกลับ ไม่เช่นนั้นคงไม่เดินมาถึงขั้นนี้ และไม่ใช่การแก้แค้นที่ถูกยุบพรรคอนาคตใหม่จึงออกมาเปิดเผย เพราะเป็นเรื่องที่เตรียมไว้เพื่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่เมื่อกรรมการบริหารพรรคอนาคตถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง และเป็นเนื้อหาที่ไม่สามารถเปลี่ยนตัวผู้อภิปรายได้ จึงเปิดอภิปรายนอกสภา ซึ่งเรื่องนี้ในสภาก็จะไม่มีอภิปรายแล้ว โดยเป็นแค่ 1 ใน 10 เรื่องเท่านั้น&amp;quot; น.ส.พรรณิการ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตโฆษกพรรคอนาคตใหม่กล่าวว่า ทั้ง 10 เรื่องไม่มีเรื่องใดเป็นเรื่องเบาๆ ที่กล่าวหาลอยๆ มีหลักฐานครบ การอภิปรายนอกสภาเป็นส่วนหนึ่งของคณะอนาคตใหม่ ที่เมื่อมีการจัดทำข้อมูลไว้หลายเรื่องแต่ไม่ได้พูด ก็ต้องสานต่อให้เสร็จด้วยการเปิดเผยต่อสาธารณะ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58086</URL_LINK>
                <HASHTAG>1MDB, ทุจริต 1MDB, บิดเบือนข้อมูล, พรรณิการ์ วานิช, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายนอกสภา, เอกสิทธิ์คุ้มครอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200224/image_big_5e53dc420efdc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58085</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อรุณรุ่งไม่สมราคาคุย ซักฟอกกร่อยขุดเรื่องเก่าเจอย้อนศรต้นตอมาจากยุค‘ปู’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โหมโรงอภิปรายไม่ไว้วางใจวันแรกสุดกร่อย &amp;ldquo;อรุณรุ่ง&amp;rdquo; ไม่สมราคาคุย &amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; กำชับห้ามพูดเรื่องถวายสัตย์ปฏิญาณ มีถ่ายทอดสดไร้เอกสิทธิ์คุ้มครอง &amp;ldquo;สมพงษ์&amp;rdquo; นำร่องชำแหละ 5 เหตุผลไม่ไว้วางใจ &amp;ldquo;ยุทธพงศ์&amp;rdquo; นำเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ ทั้งที่ดินพ่อบิ๊กตู่-ต่ออายุสัญญาศูนย์ฯ สิริกิติ์-รถไฟฟ้าสายสีเขียว &amp;ldquo;ประยุทธ์-วิษณุ&amp;rdquo; สวนหมัดย้อนต้นตอมาจากยุคยิ่งลักษณ์ครองเมืองทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ มีระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปีที่ 1 ครั้งที่ 33 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เป็นพิเศษ ในญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ซึ่งนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านและคณะ จำนวน 223 คนเป็นผู้เสนอ
โดยก่อนประชุม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์ถึงการรับมือศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ความจริงเป็นคนน่ารักมาโดยตลอด อารมณ์ดีเหมือนทุกครั้ง ถึงเวลาก็หยอกกันบ้างนิดหน่อย ส่วนเรื่องปรับลุกส์นั้นไม่จำเป็น เพราะลุกส์ปกติก็เป็นเช่นนี้อยู่แล้ว สนุกสนานรื่นเริง อารมณ์ดี
มีรายงานว่าในระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวช่วงหนึ่งว่า การอภิปรายวันนี้นางนราพร ภริยาสั่งไว้ อย่าทำคิ้วย่น อย่าทำหน้าบึ้ง อย่าอารมณ์เสีย ให้ใจเย็นๆ ยิ้มเข้าไว้ &amp;nbsp;ส่วนรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายก็ขอให้ชี้แจงด้วยข้อมูล ข้อเท็จจริง อย่าชี้แจงลักษณะตอบโต้ ขอให้ใจเย็นๆ เหมือนตนเอง และในช่วงท้ายยังได้ปรารภว่าในการอภิปรายที่จะเกิดขึ้น ขอให้รัฐมนตรีทุกคนนั่งอยู่ในห้องประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง หากกระทรวงใดถูกพาดพิงขอให้ช่วยลุกขึ้นชี้แจง แต่ไม่ได้กำชับให้รัฐมนตรีคนไหนช่วยตอบเป็นพิเศษ และย้ำว่าส่วนตัวมีความพร้อมแล้ว
ขณะเดียวกันบรรดารัฐมนตรีที่อยู่ในรายชื่ออภิปรายนั้นต่างแสดงความมั่นใจ โดย พล.อ.อนุพงษ์ &amp;nbsp;เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่าทุกเรื่องที่ถามก็ตอบก็แค่นั้น ดีกว่าปล่อยให้เขาไปซุบซิบนินทาให้สื่อนำไปลงแล้วไม่มีโอกาสชี้แจง ทุกเรื่องที่ทำชี้แจงได้หมด ไม่เป็นไร
ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวถึงกระแสข่าวปรับ ครม.หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ไม่ทราบ ไม่รู้ ส่วนนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ปฏิเสธข่าวลาออกหลังอภิปรายว่าเป็นเรื่องเก่า&amp;nbsp;
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) &amp;nbsp;ยืนยันถึงการโหวตอภิปรายว่า สปิริตของพรรคเราดี เช่นเดียวกับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ &amp;nbsp; และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ก็กล่าวถึงการโหวตว่าจะมีมติไปในทิศทางเดียวกัน แต่ต้องไปประชุมร่วมกันในวิปรัฐบาลหลังอภิปรายเสร็จแล้ว ซึ่ง ปชป.มีความเป็นเอกภาพ ไม่มีปัญหาอะไร เพราะทุกคนทราบหน้าที่ดีอยู่แล้ว
พุ่งเป้าถล่ม &amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39;
ด้านความเคลื่อนไหวของพรรคฝ่ายค้าน นายสมพงษ์และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรค พท.ได้เรียกประชุม ส.ส.เพื่อวางแนวทางการอภิปราย โดยนายสมพงษ์กล่าวว่า ฝ่ายค้านเตรียมผู้อภิปรายไว้ 42 คน ในจำนวนนี้เกินครึ่งหนึ่งจะอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;
สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ พรรค พท.ได้เตรียมทีมวอร์รูมไว้ 2 ชุด ชุดแรกที่ชั้น 8 ที่ทำการพรรค นำโดย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ ชุดที่สองที่ห้อง 301 รัฐสภา &amp;nbsp;โดยมีนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา, นายโภคิน พลกุล และนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรค โดยวอร์รูมทั้งสองชุดจะร่วมทำหน้าที่สนับสนุนด้านข้อมูลแก้เกมการอภิปรายให้ ส.ส.พรรคเพื่อไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอดีตกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี อาทิ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรค, นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรค และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีตโฆษกพรรค ยังคงเดินทางเข้าร่วมประชุมกับ ส.ส.อนาคตใหม่ บริเวณห้องทำงานอดีตพรรค อนค. ชั้น 3 เพื่อซักซ้อมและติวเข้มการอภิปรายเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ก่อนการประชุม นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้หารือร่วมกับนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) และนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน เพื่อหารือการวางแนวทางอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งได้ข้อสรุปว่าจะเริ่มอภิปรายตั้งแต่วันที่ &amp;nbsp;24 ก.พ. สิ้นสุดวันที่ 27 ก.พ. เวลา 19.00 น. โดยไม่รวมการสรุปญัตติปิดการอภิปรายอีก 2 ชั่วโมง จากนั้นวันที่ 28 ก.พ.จึงลงมติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุทินกล่าวว่า นายสมพงษ์จะเป็นผู้กล่าวนำการอภิปราย จากนั้นจะเริ่มต้นอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย พล.อ.ประยุทธ์, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์, นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ, พล.อ.ประวิตร, นายดอน และ พล.อ.อนุพงษ์&amp;nbsp;
และเมื่อเวลา 13.30 น. ในการประชุมสภานายชวนแจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรค อนค. ทำให้ ส.ส.ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่และปฏิบัติหน้าที่ได้ 487 คน องค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งคือ 244 คน ทั้งนี้การอภิปรายที่ตกลงกันจะจบในวันที่ 27 ก.พ. เวลา 19.00 น. โดยไม่รวมการสรุปซึ่งจะใช้เวลา 2 ชั่วโมง ส่วนฝ่ายรัฐบาลรัฐมนตรีมีสิทธิ์แถลงเมื่อไหร่ก็ได้ ส่วนเรื่องการถวายสัตย์ของนายกฯ จะไม่อนุญาตให้อภิปราย เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดก่อนการบริหารราชการแผ่นดิน &amp;nbsp;รวมทั้งเป็นประเด็นที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ ซึ่งตามข้อบังคับที่ 69 กำหนดว่าห้ามกล่าวถึงพระมหากษัตริย์โดยไม่จำเป็น
นายชวนกล่าวต่อว่า เอกสิทธิ์คุ้มครองสมาชิก การอภิปรายอาจจะกระทบไปถึงบุคคลภายนอก แต่เอกสิทธิ์คุ้มครองให้เฉพาะการอภิปรายในห้องประชุมเท่านั้น แต่เมื่อมีการถ่ายทอดจะไม่คุ้มครอง การประชุมครั้งนี้มีการถ่ายทอดโทรทัศน์และวิทยุจึงไม่คุ้มครอง ดังนั้นสมาชิกก็ต้องระมัดระวังเรื่องบุคคลที่สามและบุคคลภายนอกด้วยตนเอง รวมทั้งการอภิปรายต้องไม่ซ้ำซ้อน ซ้ำซาก และเสียดสี
5 เหตุผลไม่ไว้วางใจ
จากนั้นเวลา 13.45 น. นายสมพงษ์ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านได้เปิดอภิปราย โดยให้เหตุผล 5 ประการถึงความล้มเหลวในการบริหารประเทศ การทุจริต เอื้อประโยชน์พวกพ้อง ได้แก่ 1.ความล้มเหลวต่อการสร้างความเชื่อมั่นการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งกฎกติการัฐธรรมนูญร่างมาโดยอาศัยเสื้อคลุมประชาธิปไตย เพื่อสืบทอดอำนาจ 2.ความล้มเหลวในการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ทำให้หลักความยุติธรรมแปลงร่างเป็นหลักกูและพวกพ้องอย่างไม่รู้สึกอับอาย 3.ความล้มเหลวการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เรียกว่าสารพัดแจกมั่วซั่ว เพื่อการสืบทอดอำนาจ 4.ล้มเหลวปราบปรามการทุจริต และ 5.ล้มเหลวในภาวะความเป็นผู้นำของนายกฯ&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ตลอดเวลาที่ดำรงตำแหน่งผู้นำรัฐบาล ไม่เห็นศักยภาพด้านการบริหารหรือเป็นนักยุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่ผู้นำประเทศควรมี แต่ทำได้เพียงแค่นักธุรการทั่วไป ทำหน้าที่แค่ใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน แต่ไม่รู้จักวิธีหารายได้เข้าประเทศ บริหารประเทศบนพื้นฐานของอารมณ์และความรู้สึก มิได้บริหารบนพื้นฐานของความรู้ ดังนั้นจึงไม่อาจไว้วางใจให้บริหารประเทศแล้วทำให้ลูกหลานในอนาคตต้องรับมอบประเทศไทยที่เป็นซากปรักหักพังต่อจากคนรุ่นเรา&amp;rdquo; นายสมพงษ์กล่าว
จากนั้นเวลา 14.25 น. พล.อ.ประยุทธ์อภิปรายชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาว่า แม้ว่าจะมีการปล่อยข่าวจำนวนมากว่าจะต้องมาเผชิญศึกในและศึกนอก แต่ถือว่าเป็นกลไกของประชาธิปไตยไทย ส่วนที่กล่าวหาว่าไม่ได้ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยนั้น ยืนยันว่าไม่เคยมีความคิดอย่างนี้เลย ขอกล่าวไปก่อนวันที่ 22 พ.ค. 2557 ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ประชาชนเห็นภาพทางโทรทัศน์ทั้งในปี 2553, 2557 จะด้วยวิธีทางใดก็ตาม จำเป็นต้องแก้ปัญหาของประเทศชาติให้ลุล่วง เพื่อให้เกิดความสงบและความเรียบร้อยไปสู่การเลือกตั้งและการมีรัฐธรรมนูญ ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;การกระทำก่อนหน้าวันที่ 22 พ.ค. 2557 มีมาต่อเนื่อง มีเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้น เช่น ความไม่สงบเรียบร้อย การบริหารราชการไม่ได้ และกระบวนการทำลายอำนาจตุลาการ ไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรม ถ้าเป็นชาวบ้านทั่วไปเขายอมรับติดคุก แต่บางคนไม่ยอมติดคุก การออกกฎหมายนิรโทษกรรมในเวลากลางคืน ท่านว่าผมวันนี้ ท่านต้องย้อนกลับไปดูพฤติกรรมของคนก่อนหน้านี้ด้วยว่าทำอะไรบ้าง เราจะยอมให้ประเทศเป็นอย่างนั้นเหรอ นั่นคือเหตุผลที่ผมเข้ามาตั้งแต่ตอนนั้น&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ทั้งนี้ นายกฯ ยังได้ชี้แจงถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 รวมถึงการใช้มาตรา 44 ในอดีต และการใช้นโยบายสวัสดิการเพื่อช่วยเหลือประชาชน ก่อนทิ้งท้ายว่า &amp;ldquo;เป็นสุภาพบุรุษและทหาร ต้องรักษาสัตย์และจิตใจของผม ผมไม่อยากก้าวล่วงใครทั้งสิ้น ผมต้องการคำอภิปรายที่เป็นประโยชน์ อันไหนดีไม่ดีหรือใช่ไม่ใช่ก็กรุณาฟังคำตอบของพวกผมด้วย เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน หลายอย่างวันนี้มีการบิดเบือนกันมากเกิดข่าวปลอม ผมขอหยุดการอภิปรายของผมไว้เพียงเท่านี้&amp;quot;&amp;nbsp;
ในเวลา 14.40 น. นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรค พท.ได้อภิปราย โดยยังคงเป็นเรื่องเก่าที่ได้เผยแพร่เป็นข่าวมาแล้ว ทั้งเรื่องการขายที่ดินย่านบางบอนของบิดา พล.อ.ประยุทธ์ การต่ออายุสัญญาศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 50 ปี และแก้ไขสัญญาให้บีทีเอสได้สัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวเพิ่ม 30 ปี โดยระหว่างการอภิปราย 2 ชั่วโมงมีการใช้สำนวนโวหารเสียดสี พล.อ.ประยุทธ์อยู่เป็นระยะ ซึ่งก็ทำให้มีการทักท้วงจากนายชวนหลายครั้ง รวมทั้งการประท้วงในประเด็นที่วนเวียนและซ้ำซาก
&amp;ldquo;คุณประยุทธ์ร่ำรวยผิดปกติ เขียนคำสั่งให้ทุกคนปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาล แต่คุณประยุทธ์กลับไม่ปฏิบัติตาม คุณประยุทธ์ไม่ใช่ทองแท้ แต่เป็นทองชุบ คุณประยุทธ์มีนิสัยเขียนด้วยมือลบด้วยเท้า ผมปอกเปลือกตัวท่านแล้วแบบนี้ พล.อ.ประยุทธ์จะบริหารงบประมาณ 3.2 ล้านล้านบาทได้อย่างไร เพราะท่านพัวพันกับเจ้าสัว ผมขอกล่าวหาว่าท่านไม่ซื่อสัตย์สุจริต มีรสนิยมพัวพันกับเจ้าสัวคนหนึ่งไปสู่เจ้าสัวอีกคนหนึ่ง ผมไม่อาจไว้วางใจ ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ออกไปเถอะครับ เพราะคนทั้งประเทศอยากให้ท่านออกไป&amp;rdquo; นายยุทธพงศ์กล่าวสรุป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายยุทธพงศ์อภิปรายได้มี ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลลุกขึ้นประท้วงหลายคน &amp;nbsp;โดยเฉพาะในประเด็นที่นายยุทธพงศ์เรียก &amp;quot;คุณประยุทธ์&amp;quot; แทน พล.อ.ประยุทธ์ ว่าเป็นการไม่ให้เกียรติ &amp;nbsp;เพราะยศพลเอกเป็นยศที่ได้รับพระราชทาน โดยขอให้นายชวนวินิจฉัย ซึ่งนายชวนวินิจฉัยว่าการเรียกชื่อจะไปบังคับกันไม่ได้ เป็นเรื่องมารยาท ประชาชนเขาดูอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า รู้สึกพึงพอใจกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีหลายบุคคล โดยมีขุนพลคนสำคัญคือนายยุทธพงศ์ ซึ่งการอภิปรายเพิ่งเริ่มต้น นี่เป็นเพียงแค่น้ำจิ้ม ยุทธการอรุณรุ่งได้เกิดขึ้นแล้ว &amp;nbsp;จึงรอเพียงแค่เวลาที่จันทร์โอชาดับเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการทีมวอร์รูมนอกสภา กล่าวว่า ทีมวอร์รูมได้นั่งฟังการอภิปรายของนายยุทธพงศ์ รู้สึกสงสารเห็นใจ ร.ต.อ.เฉลิม อุตส่าห์หมายมั่นปั้นมือไว้วางใจให้นายยุทธพงศ์เปิดยุทธการรุ่งอรุณ แต่งานนี้กลับดับสนิทมากกว่า ไม่สมกับราคาคุยที่โม้ไว้สักนิด แถมประชาชนกลับชื่นชมท่านนายกฯ ที่ชี้แจงได้อย่างชัดเจนใจเย็น เก็บอารมณ์ยิ้มแย้มตลอดเวลา ทำให้บรรยากาศในห้องประชุมไม่เคร่งเครียด และยังมีพี่น้องชาวอีสานจำนวนมากโทรศัพท์มา ให้ช่วยบอกนายยุทธพงศ์ว่าบรรพบุรุษชาวอีสานไม่เคยอบรมสั่งสอนลูกหลานให้มีนิสัยพฤติกรรมก้าวร้าวผู้ใหญ่เช่นนี้ มีแต่อบรมสั่งสอนให้ลูกหลานมีสัมมาคารวะ รู้จักให้เกียรติผู้สูงอายุ พฤติกรรมที่ใช้วาจาเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อเยาวชน
&amp;#39;ประยุทธ์&amp;#39; สวนหมัดนิ่มๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 17.19 น. พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงถึงเรื่องที่ดินของบิดา ซึ่งเป็นโฉนดมาตั้งแต่ปี 2482 &amp;nbsp;เป็นของครอบครัว ส่วนเรื่องของการซื้อขายก็เป็นเรื่องของข้อตกลงระหว่างคนขายกับคนซื้อ โดยก่อนปี &amp;nbsp;2556 จำได้ว่าพ่อติดป้ายประกาศขายตั้งแต่ปี 2554-2555 มีผู้ติดต่อมาโดยตลอด แต่ก็ไม่ได้ขาย จนท้ายที่สุดก็มีบริษัทนี้ แต่ไม่รู้ว่าเป็นของใครด้วยซ้ำไป เพราะตอนนั้นเป็น ผบ.ทบ. ไม่รู้จักใครเป็นพิเศษส่วนตัว และไม่คิดว่าจะเอื้อให้เขาได้ในอนาคตด้วย
&amp;ldquo;ถ้าคุณพูดแบบนี้หมายความว่าผมไปต่อรองกับเขา ว่าคุณซื้อที่ตรงนี้แล้ววันหน้าผมจะดูแลเขา แล้วผมไปสัญญากับเขาได้หรือไม่ว่าผมจะเป็นนายกฯ ซึ่งผมว่ามันไม่ใช่ คุณพูดเกินไปหรือเปล่า ซึ่งราคาที่ขณะนั้นในปี 2556 ราคาตามท้องตลาดประมาณ 609 ล้านบาท ในปัจจุบัน 2562 ประมาณ 812 &amp;nbsp;ล้านบาท ซึ่งราคามันขึ้น เวลาซื้อขายก็ต้องซื้อขายตามราคาท้องตลาด และการเสียภาษีก็ถูกต้อง&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ยังชี้แจงถึงเรื่องการชี้แจงทรัพย์สิน รวมถึงการดูแลชาวอีสานด้วยว่าเป็นรัฐบาลปัจจุบัน 7 &amp;nbsp;เดือน ไปเยี่ยมพี่น้องชาวอีสาน 11 ครั้ง มีการจัดสรรงบประมาณลงไป 2.4 หมื่นล้านบาทให้ทุกจังหวัด &amp;nbsp;นี่คือรัฐบาลนี้ ส่วนเรื่องศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีการดำเนินการมาตั้งแต่ 2539 ส่วนเรื่องการแก้ไขปัญหาสีต่างๆ เป็นเรื่องของการประกาศบังคับใช้ผังเมืองกรุงเทพฯ 2556 เป็นการดำเนินการก่อนรัฐบาลที่แล้วเข้ามา เป็นรัฐบาลใครทำก่อนปี 2556
ต่อมานายวิษณุได้ชี้แจงเรื่องศูนย์ฯ สิริกิติ์ว่าไม่สามารถยกเลิกสัญญาได้ ทำได้แค่แก้ไขสัญญา จึงเป็นที่มาของการแก้ไข โดยเอาเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการราชพัสดุเมื่อวันที่ 28 มี.ค.2557 เป็นช่วง 2 &amp;nbsp;เดือนก่อนรัฐประหาร ให้ไปดูว่าเป็นรัฐบาลใด โดย รมว.การคลังขณะนั้น ในฐานะประธานกรรมการที่ราชพัสดุ มีมติให้แก้ไขสัญญาให้บริษัท NCC เช่าสัญญาพื้นที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์นาน 50 ปี ถือว่าเรื่องจบลง &amp;nbsp;ทั้งหมดนี้จะเอื้อใครหรือไม่ ต้องไปดูว่าเอื้อมาตั้งแต่รัฐบาลใด
เวลา 17.45 น. นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง ได้ไล่ลำดับถึงเรื่องศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ตั้งแต่ริเริ่มโครงการปี 2532 และลงนามสัญญาในปี 2539 จนถึงการต่ออายุในปัจจุบัน ก่อนสรุปว่าหากมีการสืบค้นประวัติที่มาตั้งแต่เริ่มสัญญาในปี 2539 จนกระทั่งแก้ไขสัญญาครั้งล่าสุดในปี 2560 จึงจะรู้ที่มาที่ไปของปัญหา ขออย่าหยิบแค่ท่อนเดียว หรือช่วงเวลาเดียวคือการแก้ไขสัญญาเมื่อครั้งล่าสุด &amp;nbsp;แล้วทําให้ไม่เข้าใจปัญหาทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ชี้แจงถึงการต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวว่า คำสั่ง คสช.ไม่ได้เป็นการต่อสัญญาสัมปทาน แต่เป็นการไปหาทางออกว่าจะทำอย่างไรเพื่อลดภาระของประชาชน โดยจะมีขั้นตอนคล้ายกับพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน การเจรจานั้นได้ยึดหลักประชาชนได้ค่าโดยสารเป็นธรรม กทม.และรัฐบาลต้องไม่มีภาระหนี้และผลตอบแทนการลงทุนของเอกชนอยู่ในอัตราที่เหมาะสม ทั้งหมดนี้เป็นการแก้ไขปัญหาโดยคำสั่งของ คสช. ซึ่งไม่ได้เป็นการเอื้อประโยชน์แก่ใครทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรค อนค.อภิปราย โดยมุ่งไปเรื่องเศรษฐกิจ &amp;nbsp;แต่ก็ไม่มีข้อมูลใหม่ โดยยังคงตอกย้ำว่ารัฐบาลเอื้อนายทุนและเจ้าสัว รวมทั้งพยายามย้ำว่ามีเพียง 1% ของประชาชนที่มั่งคั่งร่ำรวย แต่อีก 99% มีแต่ปัญหารุมเร้า &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;99% ของคนไทยไม่มั่งคั่งยั่งยืน มีเพียง 1% คือนายทุนที่มั่งคั่งยั่งยืน รัฐบาลนี้อยู่ต่อไปไม่ได้อีก แม้แต่อีกวันเดียว จะกระตุ้นเศรษฐกิจอัดฉีดไปเท่าไหร่ ก็หมุนไปเข้า 3 กลุ่มนายทุนใหญ่ของประเทศ &amp;nbsp;ประเทศชาติเสียหายมามากแล้ว พล.อ.ประยุทธ์อยู่ต่ออีก 1 วันจะสร้างความเสียหายอีก 1 วัน ผมไม่อาจไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ให้บริหารประเทศแม้แต่วันเดียว&amp;rdquo; นายพิธากล่าว
ในช่วงค่ำ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรค พท.ได้ลุกขึ้นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ &amp;nbsp;โดยเน้นไปที่ประเด็นเศรษฐกิจเป็นหลัก ซึ่งการอภิปรายแทบไม่ต่างจากกระทู้แต่อย่างใด จึงทำให้ไม่มีการประท้วงแต่ประการใด ยกเว้นในช่วงท้ายที่นายจุลพันธ์อภิปรายไปถึงวิกฤติต้มยำกุ้งที่จะเชิดชูนายกฯ ที่แก้ไขปัญหาช่วงนี้ ที่ถูกนายพิสิฐ ลี้อาธรรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป.ประท้วงว่าการแก้ไขปัญหา 2540 เป็นผลงานของนายชวน
ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ได้ลุกขึ้นชี้แจง โดยได้ระบุถึงผลพวงเศรษฐกิจและภาวะการค้าโลกที่ตกต่ำและส่งผลต่อไทย รวมทั้งได้ยกตัวเลขการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศต่างๆ มาเปรียบเทียบ ก่อนที่จะกล่าวถึงการทำงานในรอบ 7 เดือนที่รัฐบาลพยายามแก้ไขด้วย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58085</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ถวายสัตย์ปฏิญาณ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สมพงษ์ อมรวิวัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ, อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล, เอกสิทธิ์คุ้มครอง, ไร้เอกสิทธิ์คุ้มครอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200224/image_big_5e53dc15e935c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54659</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2020 21:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2020 21:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาลงมติเอกฉันท์ไม่ส่ง &#039;ปิยบุตร-ช่อ-พิธา&#039; ไปให้ตำรวจสอบสวน &#039;อนค.&#039;  ไม่วายข้องใจทำไมต้องเร่งขอตัวทั้งๆที่ใกล้ปิดสมัยประชุม  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค.63 - ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเอกฉันท์ 368 เสียงไม่อนุญาตให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นางสาวพรรณิการ์ วานิช และนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ไปรับการสอบสวนในคดีอาญาในระหว่างสมัยประชุม ตามมาตรา 125 ของรัฐธรรมนูญพ.ศ.2560 โดยมีส.ส.งดออกเสียงจำนวน 8 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ก่อนที่จะมีการลงมติดังกล่าวนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ในฐานะประธานที่ประชุม เปิดโอกาสให้ส.ส.ได้อภิปรายแสดงความคิดเห็น โดยนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวว่า สภาไม่เคยส่งตัวส.ส.ให้ไปรับการดำเนินคดีในระหว่างสมัยประชุม แม้ว่าส.ส.จะร้องขอให้มีการดำเนินคดีก็ตาม ดังนั้น คดีนี้ก็เช่นกันที่จะต้องไม่ส่งตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า การขอตัวให้ไปรับการสอบสวนครั้งนี้มีข้อที่น่าสงสัย กล่าวคือ อีกไม่นานก็จะปิดสมัยประชุมแล้วในช่วงปลายเดือนก.พ. ทำไมต้องรีบมีการดำเนินการในระหว่างสมัยประชุม &amp;nbsp;เรื่องนี้ไม่ทราบว่าผบ.ตร.คิดอย่างไร แต่ผบ.ตร.เป็นส.ว.โดยตำแหน่งแล้วย่อมต้องรู้ถึงเอกสิทธิ์คุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ แต่กลับมีการเสนอเรื่องเข้ามาเพื่อขอให้ส่งตัวไปดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การมีอำนาจต้องใช้อำนาจให้จำกัด มิเช่นนั้นจะเป็นอันตราย ยืนยันว่าตรงนี้เป็นเอกสิทธิ์ของส.ส.ในการคุ้มครองการทำหน้าที่&amp;quot; นายคารม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า วาระเรื่องนี้ไม่สมควรเป็นเรื่องด่วน อีกทั้งไม่ควรนำเรื่องนี้บรรจุเข้ามาในวาระการประชุมสภา เพราะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรไปทำเรื่องที่สำคัญมากกว่า โดยในทางกลับกันพบว่าอีกฝ่ายที่ชุมนุมเหมือนกันกับไม่ถูกดำเนินการแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่ผ่านมามีการปล่อยให้ส.ส.ที่มีหมายจับเข้ามานั่งในสภา ดังนั้น คดีนี้มันจะอะไรกันนักกันหนา สภาไม่ควรบรรจุวาระนี้เข้ามาเพราะมันเสียเวลาของสภา&amp;quot; พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร กล่าวว่า เรื่องการคุ้มกันส.ส.ในระหว่างสมัยประชุมเป็นไปตามรัฐธรรมนูญตั้งแต่อดีตมาถึงปัจจุบัน ส่วนการชุมนุมเป็นเสรีภาพที่รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแต่การชุมนุมที่สกายวอล์คถูกกล่าวโทษว่าเป็นการชุมนุมไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งๆที่กฎหมายการชุมนุมต้องใช้ในลักษณะที่เป็นคุณและเป็นธรรมไม่เลือกปฏิบัติ ต้องไม่ใช้เป็นเครื่องมือในกีดกันการใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ความคุ้มกันส.ส.ตามประเพณีปฏิบัติของสภาที่ผ่านมาก็ไม่เคยอนุญาตให้ส.ส.ถูกดำเนินคดีระหว่างสมัยประชุม การคุ้มกันติดตัวส.ส.ไปตลอดจนกว่าคุณจะลาออก และขอขอบคุณส.ส.อาวุโสหลายคนและประธานวิปรัฐบาลที่ยืนยันหลักการตรงนี้ แต่ผมและส.ส.อีก 2 คนขอยืนยันว่าพร้อมไปรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและเข้าสู่กระบวนการสอบสวนต่อไป เพราะเชื่อมั่นการชุมนุมที่ชอบด้วยกฎหมาย และอยู่เคียงข้างกับประชาชนที่ปราศจากการคุ้มกัน&amp;quot; นายปิยบุตร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายสุชาติ กล่าวว่า ตามข้อบังคับการประชุมสภาข้อที่ 187 จะต้องบรรจุเรื่องนี้เป็นเรื่องด่วน และต้องพิจารณาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 125 ในเมื่อส.ส.ทั้ง 3 คนยืนยันที่จะไปรับการดำเนินคดีทำให้สภาฯจำเป็นต้องมีมติตามมาตรา 125 ของรัฐธรรมนูญว่าสภาจะให้ไปถูกสอบสวนคดีอาญาระหว่างสมัยประชุมหรือไม่ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภายหลังสภาฯลงมติแล้วนายสุชาติ ได้สั่งปิดการประชุมในเวลา 20.30น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54659</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิยบุตร แสงกนกกุล, พรรณิการ์ วานิช, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, ส.ส., เอกสิทธิ์คุ้มครอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200115/image_big_5e1f22d6d90f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54439</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2020 14:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2020 14:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3สส.ส้มหวานได้เฮ!วิปรัฐบาลมีมติไม่ส่งตัวดำเนินคดีระหว่างสมัยประชุม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ม.ค.63 - นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) แถลงกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ขอตัว 3ส.ส.พรรคอนาคต ประกอบด้วย&amp;nbsp;นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ น.ส.พรรณิการ์ วานิช และ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ไปดำเนินคดีอาญา ในระหว่างสมัยประขุมสภาฯ ว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตามมาตรา 125 ของรัฐธรรมนูญพ.ศ.2560 ระบุไม่ให้ดำเนินคดีกับ ส.ส.ในระหว่างสมัยประชุม ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา สภาก็ไม่เคยส่งตัวส.ส.ไปดำเนินคดีในระหว่างสมัยประชุมแม้แต่ครั้งเดียว ดังนั้น ในเบื้องต้น คงไม่สามารถส่งตัว 3 ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ไปดำเนินคดีได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องขึ้นอยู่กับที่ประชุมสภาจะเป็นผู้ลงมติอีกครั้งหนึ่งว่า จะอนุญาตหรือไม่ด้วย แต่เบื้องต้น วิปรัฐบาลมีมติไม่อนุญาติแล้ว เพราะในทางกฏหมายไม่ให้นำตัวไปนำคดีในระหว่างเปิดสมัยประชุม แต่เมื่อปิดสมัยประชุมนี้แล้ว หรือหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะสามารถเรียกตัว 3 ส.ส.ไปดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป แต่เมื่อเข้าสู่สมัยเปิดประชุมเมื่อไหร่ แล้วคดียังไม่ยุติ สภาก็ต้องปฏิบัติแบบเดียวกับโดยยึดหลักปฏิบัติตามมาตรา 125 รัฐธรรมนูญ 2560 เป็นหลัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54439</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิยบุตร แสงกนกกุล, พรรณิการ์ วานิช, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, วิรัช รัตนเศรษฐ, เอกสิทธิ์คุ้มครอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190721/image_big_5d345c4d83622.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51786</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2019 16:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2019 16:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ได้เอกสิทธิ์คุ้มครอง&#039;ชวน&#039;คอนเฟิร์ม ตำรวจจับ&#039;ไวพจน์&#039;ได้เลย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ธ.ค. 62 - เมื่อเวลา 15.00 น. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีศาลฎีกาออกหมายจับ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่าตามรัฐธรรมนูญการให้เอกสิทธิ์ในการคุ้มครองส.ส. กรณีที่ถูกดำเนินคดีต้องอยู่ในขั้นตอนการสืบสวน สอบสวน แต่กรณีนี้เลยขั้นตอนนี้ไปแล้ว เพราะศาลได้ตัดสินคดีถึงที่สุดแล้ว อีกทั้งศาลได้ออกหมายจับแล้ว ซึ่งตอนนี้พ.ต.ท.ไวพจน์ไม่ได้เข้ามาปรึกษาอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า หากพ.ต.ท.ไวพจน์ปรากฎตัว สามารถจับตัวได้เลยหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า &amp;ldquo;ใช่ครับๆ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51786</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์, เอกสิทธิ์คุ้มครอง, เอกสิทธิ์ส.ส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191204/image_big_5de781404b9f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7626</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลุกผีกสทช.ลงสมัครใหม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; ยัน สนช.มีอำนาจเต็มโหวตอย่างไรก็ไม่ผิด เพราะมีเอกสิทธิ์คุ้มครอง พร้อมปลุกผี กสทช.ที่วืดไปมีสิทธิสมัครได้อีก &amp;ldquo;พท.-ปชป.&amp;rdquo; ประสานเสียงข้องใจคลิปเสียง วอนสรรหาคนดีเพราะมีผลประโยชน์เยอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ &amp;nbsp;(สนช.) มีมติไม่เห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่า รัฐธรรมนูญกำหนดให้ สนช.ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กสทช. เพื่อเสนอที่ประชุม สนช.ประกอบการพิจารณา ดังนั้นเขาสามารถตรวจสอบคุณสมบัติได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เมื่อคณะกรรมการสรรหาตรวจสอบประวัติมาแล้ว สนช.มีสิทธิ์ที่จะไม่เห็นชอบด้วยเหตุผลขาดคุณสมบัติได้อีกหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่แน่ใจ แต่คณะกรรมการสรรหาฯ ต้องตรวจสอบและรายงานทุกอย่างแก่ สนช.เพื่อตัดสินใจ ส่วนผู้ที่ถูกลงมติไม่เห็นชอบสามารถฟ้องกลับได้หรือไม่นั้น แล้วแต่เขา น่าลองดู แต่ไม่คิดว่าจะเป็นปัญหาในภายหลัง เพราะการลงมติของ สนช.มีเอกสิทธิ์คุ้มครองอยู่ ไม่ว่าสมาชิกจะลงมติอย่างไรก็ตาม การอภิปรายเป็นเหตุผลของสมาชิกแต่ละคน ทั้งนี้ บุคคลที่ สนช.ไม่ให้ความเห็นชอบครั้งนี้สามารถเข้ารับการสรรหาเป็น กสทช.ใหม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณีนี้ว่า เป็นลักษณะเดียวกับการโหวตคว่ำคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จึงตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเพราะผู้มีอำนาจต้องการควบคุม กสทช.ให้ได้คนที่ตัวเองสั่งการได้เพื่อใช้ควบคุมสื่อมวลชนหรือไม่ เหมือนกับสั่ง กกต.ได้ เพราะเมื่อมีการเลือกตั้งสื่อจะมีความสำคัญ ส่วนที่ สนช.ออกมาปฏิเสธว่าคลิปเสียงไม่จริง นายกฯ ไม่เคยสั่งการนั้นเป็นเรื่องแปลก เพราะผลโหวตที่ออกมาเป็นไปตามคลิป ดังนั้น นายกฯ ต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;ldquo;มองเป็นอย่างอื่นได้ยาก ที่ผ่านมาใครที่ทำงานตอบสนองผู้มีอำนาจให้ได้เปรียบทางการเมือง จะได้รับการต่ออายุให้ทำงานต่อ เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่พอคัดสรรองค์กรอื่นเมื่อไม่ได้คนดังใจก็ให้คัดกันใหม่ แบบนี้ท่านต้องการจะควบคุมให้ทุกอย่างเป็นดังใจเพื่อรอวันเลือกตั้งใช่หรือไม่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พท. กล่าวเช่นกันว่า ถือเป็นเรื่องแปลกประหลาดอีกกรณีหนึ่งทำนองเดียวกันกับที่เคยเกิดขึ้มมาแล้วกรณีโหวตคว่ำ กกต. ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง สนช.และกรรมการสรรหาควรต้องชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน ไม่ใช่ปล่อยอึมครึมคาดเดากันเอาเอง และที่อยากจะเรียกร้องคือ ความรับผิดชอบของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพราะมีผู้ที่ขาดคุณสมบัติจำนวนมาก แสดงว่ามีความบกพร่อง ไม่รอบคอบในการสรรหาหรือไม่ เป็นความบกพร่องแบบเหลือวิสัยหรือไม่ใส่ใจ หรือมีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;ldquo;การสอบสวนคลิปหลุดนั้น คงไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันที่จะตอบประชาชนให้คลายความสงสัยข้องใจไปได้ ส่วนคำถามว่า สนช.มีใบสั่งหรือไม่ ก็ต้องถามว่าที่ไปที่มาของ สนช.มาอย่างไร คงเป็นคำตอบอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มองเหมือนกันว่า น่าจะมีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มที่คณะกรรมการสรรหา โดยมีความเคลือบแคลงสงสัยหลายประการ คือ 1.คณะกรรมการสรรหาได้ทำหน้าที่ครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่ มีความพยายามบล็อกโหวตหรือไม่ อย่างไร 2.สนช.ทำหน้าที่ตามที่พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 บัญญัติไว้ หรือไม่ เพราะกฎหมายบัญญัติให้ สนช.มีหน้าที่ลงมติเลือกเท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่ให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ และ 3.มีการส่งสัญญาณจากนายกฯ หรือผู้มีอำนาจในบ้านเมืองให้ล้มการเลือก กสทช.ครั้งนี้จริงหรือไม่ &amp;nbsp;
&amp;ldquo;กสทช.มีความสำคัญเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์มหาศาล และมีอำนาจหน้าที่ให้คุณให้โทษอย่างมาก &amp;nbsp;การสรรหา กสทช.จึงต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อเราจะได้ กสทช.ที่มีหิริโอตตัปปะ ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ จึงขอเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสรรหา กสทช. ทั้งคณะกรรมการสรรหาและ สนช. ทำหน้าที่ด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม โปร่งใส ไม่มีลับลมคมใน เพื่อประโยชน์ของประเทศอย่างแท้จริง&amp;rdquo; นายองอาจกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7626</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., การสอบสวนคลิปหลุด, การโหวตคว่ำคณะกรรมการการเลือกตั้ง, ความบกพร่อง, นายชูศักดิ์ ศิรินิล, นายวรชัย เหมะ, นายวิษณุ เครืองาม, พร้อมปลุกผี, สนช., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอกสิทธิ์คุ้มครอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180422/image_big_5adc999746e45.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
