<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2021 11:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2021 11:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พ่อมดดำ&#039;เตือนพรรคการเมืองคิดให้ดีก่อนเช็คบิลส.ส.แหกมติ ชี้รธน.ให้ผู้แทนฯมี&#039;เอกสิทธิ์-อิสระ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.พ.64- &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 กล่าวถึงกรณี ส.ส.ลงมติในญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคลไม่เป็นไปตามมติพรรค และแต่ละพรรคมีการตั้งกรรมการสอบสวนว่า ประเด็นนี้ไม่ควรมองในมิติเสถียรภาพของรัฐบาล ความเป็นเอกภาพของฝ่ายค้าน หรือมารยาททางการเมืองเพียงอย่างเดียว จำเป็นต้องมองในมุมของหลักการ และเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญต่อการทำหน้าที่ของ ส.ส.ด้วย โดยรัฐธรรมนูญ 2560 ได้บัญญัติเกี่ยวกับความเป็นอิสระ และเอกสิทธิ์ของ ส.ส.ไว้ในหลายส่วน อาทิ มาตรา 114 ที่ระบุว่า ส.ส.ย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมาย หรือความครอบงําใดๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่มาตรา 124 ก็ระบุว่า ในที่ประชุมสภาฯ ที่ประชุมวุฒิสภา หรือที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา สมาชิกผู้ใดจะออกเสียงลงคะแนน ย่อมเป็นเอกสิทธิ์โดยเด็ดขาด ตลอดจนข้อบังคับสภาฯ ข้อ 178 วรรคหนึ่ง ก็ได้กำหนดไว้สอดคล้องกัน คือ ทั้งในการอภิปราย หรือการลงมติ สมาชิกของพรรคการเมืองย่อมมีอิสระไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมาย หรือความครอบงำใดๆ เพื่อเป็นหลักประกันในการทำหน้าที่ในฐานะผู้แทนของปวงชนชาวไทย ที่ต้องมีอิสระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การลงมติใดๆของ ส.ส.แต่ละคนย่อมเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส.ผู้นั้นที่จะไม่อยู่ในอาณัติมอบหมาย หรือความครอบงำใดๆ ตามที่รัฐธรรมนูญและข้อบังคับสภาฯ ได้บัญญัติรองรับไว้อย่างชัดเจนว่า ส.ส.ย่อมอยู่ภายใต้หลักของการทำหน้าที่ด้วยความเป็นอิสระเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ซึ่งเป็นหลักการทั่วไปของการปกครองระบอบประชาธิปไตย&amp;rdquo; นายสุชาติ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชาติ กล่าวต่อว่า การดำเนินการของพรรคการเมืองเพื่อสอบสวน ส.ส.ที่ไม่ลงมติตามมติพรรคนั้นสามารถกระทำได้ภายใต้ข้อบังคับของพรรคการเมืองนั้นๆ เพื่อแสวงหาเหตุผลที่ ส.ส.ไม่ปฏิบัติตามมติพรรค และนำไปชี้แจงต่อประชาชน รวมทั้งผู้ที่ได้รับผลกระทบ ในกรณีฝ่ายรัฐบาล อาจจะเป็นเพราะรัฐมนตรีผู้นั้นชี้แจงข้อกล่าวหาได้ไม่ชัดเจน ก็เป็นรัฐมนตรี หรือพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล ต้องดำเนินการชี้แจงเพิ่มเติม ด้าน ส.ส.ฝ่ายค้านก็อาจมองรัฐมนตรีชี้แจงได้ชัดเจนดีแล้วจึงลงมติไว้วางใจให้ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการจะสอบสวนเพื่อนำไปสู่การลงโทษ ซึ่งข้อบังคับของแต่ละพรรคกำหนดโทษสูงสุดถึงขั้นขับออกจากพรรคนั้น ควรต้องพึงระวังว่าอาจจะขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 เข้าข่ายการกระทำที่ไม่เป็นไปตามที่รัฐธรมนูญกำหนด หรือเป็นลักษณะที่ยินยอมให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมืองหรือไม่ ยกตัวอย่าง หากใช้เหตุผลว่าพรรคร่วมรัฐบาลไม่พอใจ แล้วมาสอบสวนหรือลงโทษ ส.ส.ที่สังกัดพรรคตัวเอง อาจเข้าข่ายคนนอกครอบงำ เป็นเหตุให้นำไปสู่การร้องขอให้ยุบพรรคการเมืองนั้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชาติ กล่าวอีกว่า ในฐานะที่อยู่ในระบบพรรคการเมืองมาตลอด และเข้าใจดีถึงความสำคัญของความเป็นเอกภาพของพรรคการเมือง ยืนยันว่าไม่ได้ต้องการให้ท้ายหรือสนับสนุนให้ ส.ส.แหกมติพรรค แต่ต้องไม่ลืมว่า มติพรรคไม่ได้มีสภาพบังคับตามกฎหมาย &amp;nbsp;เป็นเพียงธรรมเนียมปฏิบัติเพื่อรักษาความเป็นเอกภาพของพรรค แต่เมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดไว้เช่นนี้พรรคต้นสังกัดก็ย่อมต้องให้เกียรติวิจารณญาณของ ส.ส.ด้วยเช่นกัน เพราะแม้ ส.ส.จะต้องสังกัดพรรคการเมือง และอยู่ภายใต้ข้อบังคับของพรรคการเมือง แต่ก็ไม่มีกฎหมายใดจะอยู่เหนือรัฐธรรมนูญที่ให้อิสระไว้ได้ อีกทั้งการยึดติดให้ ส.ส.ต้องปฏิบัติตามมติพรรคอย่างเคร่งครัดก็อาจนำไปสู่ระบบใบสั่ง ทำให้ ส.ส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชน ไม่มีเสรีภาพในการออกเสียงอย่างเป็นอิสระ ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเห็นว่าการลงมติไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจฯของ ส.ส.เป็นวิจารณญาณของผู้นั้นที่จะตัดสินใจได้โดยอิสระ แต่ในทางกลับกันหากการลงมติของ ส.ส.ผู้นั้นไม่เป็นไปตามมติพรรค เพียงเพื่อแลกรับผลประโยชน์ต่างตอบแทนใดๆ หรือมีวาระส่วนตัวซ่อนเร้น ก็เป็นเรื่องที่ควรต้องถูกประณามและลงโทษในแง่จริยธรรมเช่นกัน หากชี้แจงไม่ได้หรือมีหลักฐานชัดเจน&amp;rdquo; นายสุชาติ ระบุ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93938</URL_LINK>
                <HASHTAG>สุชาติ ตันเจริญ, เอกสิทธิ์ส.ส., โหวตซักฟอกรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210223/image_big_60348595aad6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51786</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2019 16:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2019 16:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ได้เอกสิทธิ์คุ้มครอง&#039;ชวน&#039;คอนเฟิร์ม ตำรวจจับ&#039;ไวพจน์&#039;ได้เลย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ธ.ค. 62 - เมื่อเวลา 15.00 น. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีศาลฎีกาออกหมายจับ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่าตามรัฐธรรมนูญการให้เอกสิทธิ์ในการคุ้มครองส.ส. กรณีที่ถูกดำเนินคดีต้องอยู่ในขั้นตอนการสืบสวน สอบสวน แต่กรณีนี้เลยขั้นตอนนี้ไปแล้ว เพราะศาลได้ตัดสินคดีถึงที่สุดแล้ว อีกทั้งศาลได้ออกหมายจับแล้ว ซึ่งตอนนี้พ.ต.ท.ไวพจน์ไม่ได้เข้ามาปรึกษาอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า หากพ.ต.ท.ไวพจน์ปรากฎตัว สามารถจับตัวได้เลยหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า &amp;ldquo;ใช่ครับๆ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51786</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์, เอกสิทธิ์คุ้มครอง, เอกสิทธิ์ส.ส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191204/image_big_5de781404b9f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49330</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2019 17:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2019 17:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระจ่าง!ผู้แทนนอกสภาชี้ชัดกรณี&#039;สส.ช่อ&#039;ใช้เอกสิทธิ์คุ้มครอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ย 62 - นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอกสิทธิ์คุ้มกันของส.ส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านข่าวคุณ&amp;quot;ช่อ พรรณิการ์&amp;quot; ส่งทนายความขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานสอบสวน ปอท.ตามหมายเรียก โดยอ้างเอกสิทธิ์และความคุ้มกันตามรัฐธรรมนูญ ว่าอยู่ในระหว่างสมัยประชุม ผมเห็นใจท่านและเห็นว่าท่านสามารถใช้เอกสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญได้ แต่ผมมีข้อแนะนำว่า การใช้เอกสิทธิและความคุ้มกันตามรัฐธรรมนูญนั้นมิใช่อยู่ๆ ส.ส.จะยกขึ้นมาอ้างได้ตามลำพัง เอกสิทธิ์นี้เป็นเรื่องที่สภาต้องอนุมัติหากสภาเห็นว่าไม่ควรให้ท่านใช้เอกสิทธิคุ้มครอง สมาชิกสภาฯก็จะลงมติไม่ให้ท่านใช้เอกสิทธินั้น ก็เคยมีเหมือนกันที่สภาไม่อนุมัติให้สมาชิกใช้เอกสิทธิ ตำรวจก็สามารถนำตัวสมาชิกไปทำการสอบสวนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความผิดพลาดเรื่องนี้มันเกิดขึ้นที่ตำรวจปอท.มีหมายเรียกมาที่ท่านในขณะที่อยู่ในระหว่างมีพระราชกฤษฎีกาเปิดสมัยประชุมแล้ว ซึ่งตามระเบียบและรัฐธรรมนูญพนักงานสอบสวนต้องมีหนังสือขอตัวส.ส.ไปที่เลขาธิการสภา จากนั้นเลขาธิการสภาก็จะกราบเรียนท่านประธานสภาเพื่อนำเข้าที่ประชุมให้สมาชิกลงมติว่าจะให้ส.ส.ใช้เอกสิทธิหรือไม่ คุณช่อ พรรณิการ์ ก็เป็นส.ส.ใหม่ โดยหารู้ไม่ว่าลำพังตัวเธอหามีเอกสิทธิไม่ แต่เป็นเรื่องที่สภาต้องลงมติว่าจะให้เอกสิทธิเธอหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าให้ผมแนะนำ(โดยไม่ต้องจ่ายค่าปรึกษา) ผมก็แนะนำให้ท่านไปพบพนักงานสอบสวนแล้วเอาบัตรประจำตัวสมาชิกสภาผู้แทนวางบนโต๊ะพนักงานสอบสวน เท่านั้นแหละ พนักงานสอบสวนก็จะยกน้ำชา กาแฟ มาเลี้ยงท่าน และเชิญท่านกลับ เพราะพนักงานสอบสวนจะสอบสวนท่านในฐานะผู้ต้องหาในระหว่างสมัยประชุมไม่ได้ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 125 หากท่านทำแบบนี้ จะดูสง่ากว่าขอเลื่อนเป็นไหนๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลาประชุมสภา ท่านเองก็สามารถอภิปรายได้ว่า ตำรวจยุคนี้ไม่รู้กฎหมายหรือยังไง เขาไม่ให้มีหมายเรียกส.ส.ในระหว่างสมัยประชุม หากจะเรียกต้องทำหนังสือขอตัวไปที่สภาโน่น แต่เมื่อเธอทำแบบนี้ โอกาสเธอจะอภิปรายอย่างสง่างามก็หมดไป เชื่อผมเถอะ เพราะในขณะที่เป็นส.ส.ผมโดนคดีหมิ่นประมาทแบบนี้มาแล้ว 12 คดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49330</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่อ พรรณิการ์, นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, เอกสิทธิ์ส.ส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190606/image_big_5cf86f6b46fd6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49323</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2019 15:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2019 15:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ส.ช่อ&#039;ใช้เอกสิทธิ์คุ้มครอง เลื่อนเข้าพบ&#039;ปอท.&#039;คดีพรบ.คอมพ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ย 62 - &amp;nbsp;จากกรณีพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท. ออกหมายเรียกน.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ เพื่อมารับทราบข้อกล่าวหาฐานความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (2) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิด ความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคง ในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิด ความตื่นตระหนกแก่ประชาชน โดยส่งตัวแทนเป็นทนายความส่งหนังสือขอเลื่อนเข้าพบเนื่องจากติดภารกิจตามที่เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 11.30 น. วันนี้ ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้นายวรวิทย์ นิติบริรักษ์ ทนายความของพรรคอนาคตใหม่ เป็นผู้ยื่นหนังสือต่อร.ต.ท.เปตอง ด่านปรีดา รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. เพื่อขอระงับการดำเนินคดีไว้ก่อนเนื่องจากติดภารกิจวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และมีฐานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งมีมติเตรียมเสนอร่างพระราชบัญญัติ เสนอญัตติ และกระทู้ถามต่างๆ จึงไม่สามารถมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินในคดีในช่วงระยะเวลาสมัยประชุมได้ ประกอบกับตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ. 2560 มาตรา 125 วรรคแรก ได้ระบุชัดเจนว่า การดำเนินการของพนักงานสอบสวนไม่อาจกระทำได้เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากสภาผู้แทนราษฎร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49323</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่อ, พรบ.คอมพ์, พรรณิการ์ วาณิช, เอกสิทธิ์ส.ส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191101/image_big_5dbbf23dc3161.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2019 09:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2019 09:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟังทางนี้!&#039;นิพิฏฐ์&#039;แจง 4 เอกสิทธิคุ้มกัน ส.ส.ทำงานนอกพื้นที่ได้ เพราะเป็นตัวแทนชาวไทยทั้งประเทศ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ส.ค.62- นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึง สิทธิ และ เอกสิทธิคุ้มกันของส.ส. มีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ส.ส.เดินทางในประเทศไปไหนก็ได้(ฟรี)ไม่ต้องจ่ายค่าเดินทาง ไม่จำกัดจำนวนเที่ยว เพียงแสดงบัตร จะมีการเรียกเก็บค่าเดินทางจากสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ส.ส.กทม.เดินทางไปภูเก็ตก็ได้ ไปทำอะไรก็ได้ ถือว่าส.ส.เป็นตัวแทนปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ส.ส.เหมือนบุคคลธรรมดา ไม่มีตำรวจรักษาความปลอดภัย ไม่ต้องมีส่วนราชการต้อนรับ เว้นแต่ ไปในภาระกิจของสภา หากส.ส.รู้สึกว่าไม่ปลอดภัยก็ขอการดูแลจากตำรวจได้เหมือนบุคคลทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ส.ส.ไม่มีสิทธิเหนือบุคคลทั่วไป เว้นแต่ ได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันตามรัฐธรรมนูญว่าจะไม่ถูกจับกุม คุมขัง ในระหว่างสมัยประชุม และการอภิปรายในสภาจะนำไปฟ้องร้องไม่ได้ (สิทธิ์นี้ ประชาชนไม่มี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-ประมาณนั้นครับ ถ้าถามผมว่า ตอนเป็นส.ส.ผมชอบความคุ้มกันอย่างไหนมากที่สุด ตอบว่า ชอบความคุ้มกันที่จะไม่ถูกฟ้องร้องเมื่ออภิปรายในสภา เพราะหากอภิปรายแล้วถูกฟ้อง ผมคงเป็นส.ส.ที่ถูกฟ้องมากที่สุด แต่การพูดนอกสภาผมก็ถูกฟ้องไม่น้อยนะครับ เบ็ดเสร็จ 12 คดี แต่ผมชนะหมดทั้ง 12 คดี แต่กว่าจะชนะขอบอกว่าการทำหน้าที่อย่างนี้ เหนื่อยครับ ไม่เชื่อลองไปขึ้นศาลสัก 12 คดีดูสิครับ !!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43920</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ, ประชาธิปัตย์, เอกสิทธิ์ส.ส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190606/image_big_5cf86f6b46fd6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40818</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2019 21:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2019 19:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกลียดตัวกินไข่!&#039;ปิยบุตร&#039;อ้างเอกสิทธิ์ส.ส.ไม่เข้าพบพนักงานสอบสวนคดีหมิ่นศาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค.62 - &amp;nbsp;นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยถึงกรณีที่พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) แจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐานดูหมิ่นศาลและนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ จากกรณีที่นายปิยบุตร อ่านแถลงการณ์ของพรรคอนาคตใหม่ คัดค้านมติศาลรัฐธรรมนูญที่สั่งยุบพรรคไทยรักษาชาติ เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ซึ่งล่าสุดพนักงานสอบสวน ปอท. ทำหนังสือมายังนายปิยบุตร ว่าพนักงานสอบสวนมีความเห็นสมควรสั่งฟ้องนายปิยบุตร และจะนำตัวไปส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการ แต่ยังไม่ได้กำหนดกรอบระยะเวลาว่าจะไปพบเมื่อใด โดยทีมทนายความได้ทำหนังสือตอบกลับไปยังพนักงานสอบสวนว่า ขณะนี้นายปิยบุตร เป็น ส.ส. และอยู่ระหว่างเปิดสมัยประชุมสภา มีเอกสิทธิ์ ส.ส.คุ้มครอง จึงยังไม่สามารถไปพบพนักงานสอบสวนได้&amp;quot;ทนายความนายปิยบุตร &amp;nbsp;กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40818</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิยบุตร แสงกนกกุล, เอกสิทธิ์ส.ส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190621/image_big_5d0cc33ce45a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36102</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2019 15:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2019 15:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เศร้า!พ่อฟ้าเคราะห์ซ้ำกรรมซัด&#039;วิษณุ&#039;เผยหมดสิทธิ์ได้เอกสิทธิ์ส.ส.คุ้มครอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค.62 - &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพ ส.ส. ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เรื่องการถือครองหุ้นในกิจการสื่อ ซึ่งหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อนเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรจะมีผลอะไรหรือไม่ ว่า อย่าไปสมมุติเลย ตนไม่ตอบคำถามนี้ เพราะเขายื่นหรือยังก็ยังไม่รู้ ศาลจะรับหรือยังก็ยังไม่รู้ รับแล้วยังต้องมีการวินิจฉัย สืบพยาน และคำว่าก่อนการเปิดประชุมรัฐสภา พ.ร.ฎ.เปิดประชุมสภาออกวันที่ 22 พ.ค. เสด็จพระราชดำเนินวันที่ 24 พ.ค. ก็อย่าเพิ่งไปคิดสมมุติอะไร แต่ผลมันชัดเจนไม่ว่าใครเป็นคนตอบคือ ระหว่างศาลวินิจฉัยก่อนเปิดสภากับหลังเปิดสภา มันจะมีความแตกต่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แต่วันนี้เมื่อมีการประกาศรับรองไปแล้ว นายธนาธรก็เป็น ส.ส.แล้ว ความแตกต่างมันจึงน้อยกว่าที่เราคิดกันเยอะ แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นก็เท่ากับว่าเป็นการออก ต้องไปซ่อมกัน จึงอย่าไปคาดการณ์อะไร&amp;rdquo;นายวิษณุ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า หากสภาฯเปิดไปแล้ว จะได้เอกสิทธิ์คุ้มครอง ส.ส.อะไรหรือไม่ นายวิษณุ อธิบาย โดยปกติจะมีความคุ้มกัน ส.ส. เว้นแต่สภาฯจะอนุญาตให้ดำเนินคดี แต่เรื่องความคุ้มครองนี้ครอบคลุมเฉพาะคดีอาญา ถ้าไม่ใช่คดีอาญา เช่น คดีแพ่ง หรือฟ้องล้มละลาย สามารถฟ้องได้ ดังนั้น คดีเลือกตั้งไม่ใช่คดีอาญา จึงไม่มีความคุ้มกัน กรณีนี้ไม่ได้มาเกี่ยวอะไรกับความคุ้มกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36102</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถือหุ้นสื่อ, ธนาธร, พรรคอนาคตใหม่, ฟ้ารักพ่อ, วิษณุ เครืองงาม, เอกสิทธิ์ส.ส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190517/image_big_5cde6aac6378d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
