<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83007</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2020 16:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2020 16:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอกอัครราชทูตแอฟริกาใต้ เข้าทำเนียบฯลา &#039;บิ๊กตู่&#039; เน้นย้ำความร่วมมือของ 2 ประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ย.63 - เวลา 13.30 น. ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเจฟฟรีย์ ควินตัน มิตเชลล์ ดอยจ์ (H.E. Mr. Geoffrey Quinton Mitchell Doidge) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่ออำลาในโอกาสพ้นจากหน้าที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปสาระสำคัญว่านายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับและขอบคุณเอกอัครราชทูตฯ ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความวิริยะอุตสาหะตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ดำรงตำแหน่ง ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับแอฟริกาใต้มีความใกล้ชิดและก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ดี นายกรัฐมนตรีหวังว่าทั้งสองประเทศจะเพิ่มพูนความร่วมมือและความสัมพันธ์ระหว่างกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี เพื่อประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอกอัครราชทูตฯ ขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนการทำงานมาโดยตลอด พร้อมทั้งยินดีกับความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับแอฟริกาใต้ ตลอดจนเห็นพ้องว่าทั้งสองฝ่ายควรเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างกันให้มากขึ้น ทั้งในด้านการค้าการลงทุน การเกษตร และสาธารณสุข นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตฯ ชื่นชมนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลที่ดำเนินการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นตัวอย่างที่ดี ซึ่งแอฟริกาใต้พร้อมเรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ดังกล่าวกับไทย ด้านนายกรัฐมนตรีขอบคุณรัฐบาลแอฟริกาใต้ที่อำนวยความสะดวกส่งชาวไทยเดินทางกลับประเทศในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ยืนยันไทยพร้อมแลกเปลี่ยนร่วมมือกับแอฟริกาใต้เพื่อผ่านพ้นวิกฤตดังกล่าวไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่า ไทยและแอฟริกาใต้ยังมีศักยภาพที่จะเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างกันได้อีกมาก โดยเฉพาะด้านการค้าการลงทุน ทั้งสองประเทศมีจุดแข็งทางภูมิศาสตร์ที่สามารถเป็นประตูเชื่อมภูมิภาคให้แก่กันและกันได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนให้นักลงทุนจากแอฟริกาใต้เข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ในสาขาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งรัฐบาลไทยพร้อมให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการลงทุน ไทยพร้อมสนับสนุนให้นักลงทุนไทยเข้าไปลงทุนในแอฟริกาใต้มากขึ้นเช่นกัน ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาในรายละเอียดร่วมกันเพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างกันให้มากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83007</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำเนียบรัฐบาล, เอกอัครราชทูต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201106/image_big_5fa5106ee9b84.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/11/2020 17:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/11/2020 17:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวง พระราชทานพระบรมราชวโกาสให้เอกอัครราชทูตต่างประเทศ เฝ้าฯกราบทูลลาพ้นตำแหน่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ย.63 -เมื่อวันที่ 1 พ.ย. เวลา 22.44 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้เอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทกราบบังคมทูลลา ในโอกาสที่พ้นจากตำแหน่งหน้าที่ ตามลำดับดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเชวัง โชเฟล ดอร์จี &amp;nbsp;เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรภูฏานประจำประเทศไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลลา ในโอกาสที่จะพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ ในโอกาสนี้ &amp;nbsp;นางการ์มา เซริง ภริยาเอกอัครราชทูต ฯ ร่วมเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเจฟฟรีย์ ควินตัน มิตเชลล์ ดอยจ์&amp;nbsp;เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ประจำประเทศไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลลา ในโอกาสที่พ้นจากตำแหน่งหน้าที่ ในโอกาสนี้ นางแคโรล อิงกริด ดอยจ์ &amp;nbsp;ภริยาเอกอัครราชทูต ฯ ร่วมเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82578</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, ภูฏาน, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี, เอกอัครราชทูต, แอฟริกาใต้, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201102/image_big_5f9fd873d3607.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78538</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2020 21:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2020 21:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ในหลวง&#039; พระราชทานพระราชดำรัสแก่เอกอัครราชทูต ในโอกาสจะเดินทางไปประจำต่างประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.63 - พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำรัส ในโอกาสที่ปลัดกระทรวงการต่างประเทศนำเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำต่างประเทศ เข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมลาในโอกาสที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ความว่า&amp;nbsp;ขอถือโอกาสนี้ แสดงความปลื้มปีติยินดี และขออำนวยพร ตลอดจนเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่ได้ออกไปปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้แทนประทศ ผู้แทนรัฐบาล และผู้แทนประชาชนในประเทศต่างๆ ซึ่งมีสัมพันธไมตรีกับประเทศของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านทั้งหลายได้ผ่านงานในกระทรวงการต่างประเทศมาหลายระดับ หลายปี ได้มีประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ ณ ตำงแดน และในกระทรวงมาก็มากแล้ว ก็คงจะมีความเข้าใจว่าหน้าที่ของนักการทูต หน้าที่ของเอกอัครราชทูต คืออะไร ในปัจจุบันนี้การคมนาคม การสื่อสาร ตลอดจนเทคโนโลยีต่างๆ ก้าวหน้าไปมาก ก็ดูเสมือนว่าโลกจะแคบลง&amp;nbsp;แล้วทุกสิ่งทุกอย่างจะง่ายไปหมด ในการติดต่อหรือทำงานต่างๆ&amp;nbsp;แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่หนีความป็นมนุษย์ หรือความสัมพันธ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นด้วยมนุษย์ ความสัมพันธ์ในมนุมย์&amp;nbsp;สันถวไมตรี หรือความสัมพันธ์ต่างๆ&amp;nbsp;ก็คือรื่องของมนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะฉะนั้น การไปปฏิบัติหน้าที่นี่ก็เชื่อมสัมพันธไมตรี รักษาผลประโยชน์ของประเทศเรา เป็นผู้แทน รักษาเกียรติเเละศักดิ์ศรีของประเทศ ดูแลผลประโยชน์ต่างๆ ตลอดจนดูเลคนไทยที่ได้อยู่ต่างประเทศ ความสุข ความทุกข์ของเขาต่างๆ&amp;nbsp;ก็เป็นรื่องของสถานทูต&amp;nbsp;เป็นเรื่องของทูตที่จะต้องปฏิบัติ เพราะฉะนั้น ทุกอย่างท่านรู้ดีอยู่แล้ว แล้วก็ขอให้คำนึงถึงชื่อเสียงของประเทศ ศักดิ์ศรีของประเทศ ตลอดจนการมีความสัมพันธ์ที่ดีทั้งในบุคคล และในองค์กรต่างๆ ที่เราจะต้องติดต่อด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็ขอให้ไปด้วยความโชคดี เพราะท่านเข้าใจดีอยู่แล้วว่าการเป็นข้าราชการกระทรวงต่างประเทศ การเป็นทูต การเป็นสถานทูตคืออะไร ขอให้โชคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78538</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, เอกอัครราชทูต, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200924/image_big_5f6ca95933d02.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31490</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2019 14:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2019 14:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เศร้า! &#039;ทูตวีรชัย พลาศรัย&#039; เสียชีวิตแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มี.ค.62 &amp;nbsp;-&amp;nbsp;มีรายงานข่าวแจ้งว่า นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตวิสามัญ ผู้มีอำนาจเต็มประจำสหรัฐอเมริกา &amp;nbsp;ได้เสียชีวิตลงแล้วอย่างสงบ ด้วยโรคมะเร็งไขกระดูกเมื่อเวลา 00.43 น. ณ กรุงวอชิงตัน ตรงกับ 11.43 น เวลาประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ นายวีรชัย พลาศรัย เกิดเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2503 เป็นที่รู้จักในฐานะหัวหน้าคณะต่อสู้คดีปราสาทพระวิหารการชี้แจงต่อศาลโลกกรณีคดีปราสาทพระวิหาร สมรสกับนางอลิซเบธ พลาศรัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประวัติการศึกษา ระดับมัธยมศึกษา โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (รุ่น12)เคยเข้าศึกษาที่ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นระยะเวลาประมาณ 3 เดือน ก่อนที่จะไปศึกษาต่อ ระดับปริญญาตรี และปริญญาโท มหาวิทยาลัยปารีส (นองแตร์) ระดับปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยซอร์บอนน์ ฝรั่งเศส ระดับประกาศนียบัตร หลักสูตรป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐร่วมเอกชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประวัติการทำงานเลขานุการตรี กองแอฟริกา และกลุ่มอาหรับ 1 เมษายน พ.ศ. 2547 รองอธิบดีกรมเศรษฐกิจ 3 มีนาคม พ.ศ. 2549 อธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ 15 กันยายน พ.ศ. 2550 อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 เอกอัครราชทูตประจำกระทรวง (เจ้าหน้าที่การทูต 10) สำนักงานปลัดกระทรวง 19 สิงหาคม พ.ศ. 2551&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย (นักบริหาร 10) 19 สิงหาคม พ.ศ. 2551 กรรมการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ (กรุงเฮก) 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 เอกอัครราชทูต คณะผู้แทนถาวรไทย ประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31490</URL_LINK>
                <HASHTAG>วีรชัย พลาศรัย, เอกอัครราชทูต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190316/image_big_5c8c955aa79d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15588</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2018 14:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2018 11:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;บอกเอกอัครราชทูตขอเวลาอีกไม่นานไทยจะเหมือนประเทศอื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17ส.ค.61-เมื่อเวลา 9.00น.ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานเปิดงาน&amp;quot;มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 61&amp;quot;โดยนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว. วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวรายงาน มีตัวแทนภาครัฐ เอกชน และเอกอัครราชทูตจากประเทศต่างๆเข้าร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายกฯกล่าวเปิดงาน ว่า เมื่อเช้ารู้มางานวิทยาศาสตร์ ต้องเตรียมตัวเอง เปิดกูลเกิลดูวิทยาศาสตร์คืออะไร มีกี่สาขา กี่กลุ่ม โดยเกิดจากธรรมชาติและสิ่งประดิษฐ์ นำข้อเท็จจริงมาพิสูจน์ คิดค้น ทำสิ่งที่เป็นไม่ได้ให้เป็นไปได้ อย่าคิดแต่สิ่งที่ใกล้ตัวเพียงอย่างเดียว และรัฐบาลทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ผลิตนักวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม ไม่อย่างนั้นคนเรียนด้านอื่นหมด หลายคนเข้าใจว่าเป็นการเรียนที่ยากจึงไม่อยากเรียน&amp;nbsp; ไปเรียนสิ่งที่ง่ายทำให้ไม่เกิดความมั่นคงในชีวิตข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า ตนอ่านหนังสือพิมพ์เมื่อเช้าบอกเด็กไทยใช้เวลากับเกมมากหลายชั่วโมงต่อวัน แบบนี้ไม่ได้ อย่างประเทศฝรั่งเศสทำไมเขาจึงคิดได้ โดยห้ามเด็กตั้งแต่มัธยมปีที่ 1 ห้ามใช้โทรศัพท์ครึ่งวัน ทำไมถึงทำได้ แล้วทำไมประเทศไทยถึงคิดไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะที่ปัญหาจราจร รัฐบาลนี้พยายามแก้ทุกอย่าง ทำรถไฟฟ้าคนที่ไม่ใช้ก็บ่นว่า สร้างทำไม 4-5 สายในเวลาเดียวกัน แล้วแต่ก่อนทำไมไม่สร้าง ซึ่งการสร้างเพื่อลดการใช้รถส่วนตัว ถ้ามันสร้างง่ายสร้างได้ทุกรัฐบาลแล้ว รัฐบาลนี้เร่งสร้าง เร่งทำสัญญา แต่ปัญหาคือที่ดินของประชาชน และต้องมีการแก้กฎหมายผังเมือง เรื่องนี้จะพยายามทำเต็มที่ ไม่ได้แก้ตัวให้ใคร อยากให้มีนักวิทยาศาสตร์ใหม่ๆคิดอะไรใหม่ๆเพื่อคนไทย อยากให้คิดต่อไป ไม่อย่างน้ันสมองจะเป็นอัลไซร์เมอร์ แต่อย่าคิดใกล้ตัวเพราะจะติดกับดักตัวเอง&amp;quot; นายกฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงท้ายนายกฯกล่าวกับเอกอัครราชทูตที่มาร่วมงานว่า ขอเวลาให้กับประเทศไทย อีกไม่นานประเทศไทยจะเหมือนกับประเทศอื่น และจะเข้มแข็งไปด้วยกัน จะไม่ทำประเทศไทยเป็นภาระของโลก แต่จะปรับประเทศไทยให้เป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ นี่คือเป้าหมายที่สำคัญของรัฐบาลนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายกฯเยี่ยมชนนิทรรศการและบูธจากหน่วยงานต่างๆอาทิ บูธนิทรรศการวิทยาศาสตร์ติดถ้ำ ที่ได้นำอุปกรณ์การช่วยเหลือทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีมาแสดง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 10.40 น. ภายหลังเยี่ยมชมนิทรรศการ นายกฯปฏิเสธที่จะตอบคำถามสื่อมวลชน โดยกล่าวเพียงสั้นๆว่า &amp;ldquo;เข้าไปดูนะวิทยาศาสตร์ความเป็นจริง ไม่ใช่การเมือง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15588</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุวิทย์ เมษินทรีย์, พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา, มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, เอกอัครราชทูต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180817/image_big_5b764c3be938a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;7ว่าที่กกต.&#039;ลุ้น วิปสนช.เชื่อมติ สอยร่วงบางคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; 7 ชื่อว่าที่ กกต.ชุดใหม่บางคนอาจไปไม่ถึงฝั่ง โดนสอยร่วง โฆษกวิปฯ ระบุ สนช.อาจลงมติเห็นชอบบางคน-ไม่เห็นชอบบางคน ตั้ง กมธ.สอบประวัติฯ พฤหัสบดีนี้ &amp;quot;สมเจตน์&amp;quot; เตือน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; อย่าตกหลุมพรางนักการเมือง ใช้ ม.44 ระงับไม่ต้องไพรมารีโหวต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะอดีตประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง กล่าวถึงข้อเสนอจากนักการเมืองให้ใช้อำนาจของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามมาตรา 44 ยกเลิกการใช้ระบบเลือกตั้งขั้นต้นเพื่อหาผู้สมัคร ส.ส. (ไพรมารีโหวต) ว่าถือเป็นความเสี่ยงที่ คสช.อาจจะทำสิ่งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ หากไม่พิจารณาให้รอบคอบ เพราะบทบัญญัติในร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองที่กำหนดให้พรรคทำไพรมารีโหวตนั้น ถือเป็นบทบัญญัติที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญในประเด็นของการให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมต่อการเลือกผู้สมัครและประเด็นการปฏิรูปการเมือง เรื่องนี้เข้าใจถึงที่มาของข้อเสนอให้ยกเลิก เพราะพรรคการเมืองกังวลเรื่องจำนวนสมาชิกพรรคที่มีไม่ถึงเกณฑ์ทำไพรมารีโหวต ล่าสุดมีสมาชิกที่ยืนยันเป็นสมาชิกพรรคการเมืองของบางพรรคไม่ถึงเกณฑ์กำหนด แต่ในเนื้อหากฎหมายได้ระบุข้อยกเว้นไว้ว่าหากพรรคไหนมีตัวแทนจังหวัด และมีสมาชิกพรรค เกิน 100 คนในจังหวัดใด ให้พรรคนั้นส่งผู้สมัครได้ทุกเขตของจังหวัดนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นในการเลือกตั้งครั้งแรก หากพรรคการเมืองใดจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้ง 350 เขต ต้องมีสมาชิกพรรคกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศอย่างน้อย 9,200 คน แบ่งเป็นใน 72 จังหวัด ที่ต้องมีตัวแทนประจำจังหวัด โดยใช้สมาชิกพรรคจังหวัดละ 100 คน ทำให้ต้องมีฐานสมาชิกจำนวน 7,200 คน และอีก 4 จังหวัดที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมีสาขาพรรค โดยใช้ฐานสมาชิก สาขาละ 500 คน ทำให้ต้องมียอดสมาชิกรวม 2,000 คน&amp;quot; พล.อ.สมเจตน์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.สมเจตน์กล่าวต่อว่า พรรคการเมืองใดจะส่งผู้สมัคร ส.ส. ต้องหาสมาชิกให้มากขึ้น และฐานสมาชิกนั้น เท่ากับเป็นการเพิ่มคะแนนให้กับพรรคด้วย เรื่องนี้เข้าใจว่าไม่ง่าย แต่เมื่อเราต้องการเดินไปข้างหน้า และเพื่อให้มีอนาคตที่ดี ควรจะเริ่มจากความไม่ง่ายนั้น ไม่ใช่ไม่ยอมลำบากเลย แล้วต่อไปปัญหาทางการเมืองก็จะอาจจะเกิดขึ้นได้อีก มองข้อเสนอที่ให้ใช้มาตรา 44 ยกเลิกหรือละเว้นการใช้ไพรมารีโหวต แม้จะต้องการแก้ปัญหาของพรรคการเมือง แต่ผลที่เกิดขึ้นอาจลามไปสู่ปัญหาที่ใหญ่กว่า คือ คสช.ทำผิดต่อรัฐธรรมนูญ ดังนั้นข้อเสนอที่เกิดขึ้นอาจเป็นการขุดบ่อเพื่อวางกับดักให้กลายเป็นปัญหาของ คสช.ได้ในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุผลที่นักการเมืองเสนอเพราะมีอุปสรรคต่อการหาสมาชิกพรรคใหม่ไม่ได้ เนื่องจากมี 2 คำสั่งของ คสช.ห้ามดำเนินการ พล.อ.สมเจตน์ กล่าวโดยเชื่อว่า คสช.อยู่ระหว่างการปรับแก้ไขคำสั่ง หรือมาตรการทางกฎหมายเพื่อลดอุปสรรคที่จะเกิดกับพรรคการเมือง และเมื่อ คสช.ปลดล็อกอนุญาตให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้แล้ว เชื่อว่าพรรคการเมืองจะมีเวลามากพอที่จะหาสมาชิกได้ทัน อย่างน้อย 8 เดือนเมื่อนับถึงวันเลือกตั้งช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 หรือจะเลิกในช่วงเดือนมิถุนายนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความคืบหน้าการเตรียมเลือกกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) กล่าวถึงการประชุม สนช. วันที่ 10 พฤษภาคมว่า มีวาระพิจารณารายชื่อของบุคคลที่ได้รับการเสนอให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จำนวน 7 คน ตามที่คณะกรรมการสรรหา กกต. ที่มีนายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานกรรมการสรรหาฯ เสนอรายชื่อ 5 คน และจากตัวแทนของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาอีก 2 คน โดยในการพิจารณาดังกล่าว จะเป็นเพียงการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบประวัติ &amp;nbsp;ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมขึ้นมาตรวจสอบประวัติเชิงลึกของทั้ง 7 คน ก่อนที่จะนำเสนอรายงานเพื่อให้ที่ประชุม สนช. พิจารณาลงมติว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นไม่เกินต้นเดือนสิงหาคมนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เจตน์กล่าวว่า สำหรับรายชื่อที่มาจากการสรรหาบุคคลที่เข้าสมัครรอบล่าสุด ถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีอย่างน้อย 2 คนใน 5 คน ที่สมัครเข้ารับการสรรหาเป็น กกต.รอบแรก แต่ไม่ผ่านขั้นตอนตรวจสอบคุณสมบัตินั้น เป็นประเด็นที่ สนช.สามารถตั้งคำถาม หรือมีข้อสงสัยได้ แต่ในวาระพิจารณาวันที่ 10 พฤษภาคมนั้น ไม่เหมาะสมที่จะอภิปรายหรือซักถามใดๆ เพราะคณะกรรมการสรรหาฯ ไม่ได้ร่วมประชุม แม้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ฐานะหนึ่งในกรรมการสรรหาฯ จะอยู่ร่วมการประชุม แต่ถือเป็นดุลยพินิจที่ประธาน สนช.จะปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานการประชุม ในช่วงวาระพิจารณาหรือไม่ก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คำถามที่สมาชิกสงสัย อาจต้องนำไปสอบถามกันในชั้นตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรม ว่าเหตุใดผู้ที่ไม่ผ่านการเลือกรอบแรก ทำไมถึงได้รับเลือกในรอบล่าสุดนี้ หากเป็นกรณีที่ผู้สมัครกลับไปแก้ไขคุณสมบัติตัวเอง เช่น กรณีถือครองหุ้น ที่เขาขายหรือมอบให้บุคคลอื่นครอบครองไปแล้ว อาจจะถือว่าผ่านคุณสมบัติก็ได้ ขณะที่ตำแหน่งทางราชการที่รอบแรกไม่สามารถเทียบเคียงได้กับตำแหน่งอธิบดีหรือเทียบเท่า แต่รอบนี้สามารถนำมาเทียบเคียงกัน เช่น ตำแหน่งเอกอัครราชทูตนั้นเป็นประเด็นที่คณะกรรมการสรรหาฯ ต้องชี้แจง อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่าการตีความของคณะกรรมการสรรหาฯ ต้องเป็นไปภายใต้กรอบกฎหมาย&amp;quot; นพ.เจตน์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกระแสข่าวอาจมีใบสั่งให้การโหวตเลือก กกต. อาจซ้ำรอยล้มกระดานเหมือนกับการเลือก กกต.รอบแรก นพ.เจตน์กล่าวว่า ไม่คิดว่าเป็นไปตามกระแสข่าว เพราะการคัดเลือกบุคคลให้เป็น กกต.รอบล่าสุด ทางคณะกรรมการสรรหาฯ ต้องใช้ความรอบคอบมากยิ่งขึ้น ยอมรับว่าการทำงานของคณะกรรมการสรรหาฯ มีข้อจำกัดด้วยเงื่อนไขด้านเวลา ซึ่งการตรวจสอบด้านประวัติและพฤติกรรมเชิงลึกถือเป็นภาระหนักที่ต้องทำให้รัดกุมขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เชื่อว่าการเลือก กกต.ครั้งนี้ อาจมีผลเป็นไปในทิศทางที่ลงมติเห็นชอบบางคน และบางคนไม่เห็นชอบ เพื่อให้บุคคลที่ผ่านการลงมติเข้าไปเตรียมพร้อมและสร้างความคุ้นเคยต่อระบบการจัดการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น แต่กรณีที่ สนช.จะลงมติไปในทางใดนั้น ต้องขึ้นอยู่กับรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบประวัติฯ และการนำรายงานการตรวจสอบให้ สนช. ได้ไตร่ตรองก่อนลงมติ&amp;quot; โฆษกวิป สนช.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบุคคลที่คณะกรรมการสรรหาฯ คัดเลือกและเตรียมเข้าสู่วาระประชุม สนช. จำนวน 5 คน ประกอบด้วย 1.นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ นักวิชาการสาขาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 2.นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 3.นายอิทธิพร บุญประคอง อดีตอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย และอดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี สาธารณรัฐเคนยา และกรุงเฮก ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ 4.นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า อดีตผู้ว่าราชการหลายจังหวัด และ 5.นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบุคคลที่ได้รับการเสนอให้แต่งตั้งเป็น กกต. อีก 2 คนที่มาจากสายศาลนั้น มติของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกายืนยันส่งชื่อนายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และนายปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาศาลฎีกา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8630</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต. อาจซ้ำรอยล้มกระดาน, กกต.ชุดใหม่, กมธ., นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์, พรรคการเมืองกังวล, พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม, ม.44, สนช., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอกอัครราชทูต, โดนสอยร่วง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180424/image_big_5adef91280aa5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
