<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19569</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2018 15:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2018 15:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทูตสหรัฐประจำยูเอ็นเชื้อสายอินเดียลาออกปุบปับ ปัดข่าวลงชิง ปธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นิกกี เฮลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำยูเอ็น ยื่นลาออกจากตำแหน่งกะทันหันเมื่อวันอังคาร แต่ปฏิเสธว่าไม่มีความตั้งใจลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐแข่งกับทรัมป์ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ขณะอีวานกา ทรัมป์ ออกตัวไม่คิดสืบทอดตำแหน่งนี้แทนตามคำยุของพ่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนิกกี เฮลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำองค์การสหประชาชาติ ที่ห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิกกี เฮลีย์ อดีตผู้ว่าการรัฐเซาท์แคโรไลนาเชื้อสายอินเดีย วัย 46 ปี ถือเป็นผู้หญิงที่รับตำแหน่งสำคัญที่สุดในรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และมักถูกมองว่าเธอมีโอกาสจะได้เป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดี การลาออกอย่างปุบปับของเธอสร้างความประหลาดใจแก่ทั้งบุคคลในรัฐบาลและในองค์การสหประชาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานวันที่ 10 ตุลาคม 2561 ว่าเฮลีย์ประกาศเจตนารมณ์ของเธอขณะเข้าพบประธานาธิบดีทรัมป์ที่ห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2561 โดยกล่าวว่า การได้ทำหน้าที่เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำองค์การสหประชาชาติ 18 เดือน ถือเป็นเกียรติตลอดชีวิตของเธอ และเธอจะดำรงตำแหน่งนี้ไปจนถึงสิ้นปี 2561 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทรัมป์ ซึ่งได้กล่าวชมเฮลีย์ไม่ขาดปากว่าทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม เผยว่า เฮลีย์บอกกับเขาเรื่่องจะอำลาตำแหน่งเมื่อราว 6 เดือนที่แล้ว เขาจะเสนอชื่อเอกอัครราชทูตคนใหม่ภายใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า โดยตอนนี้เขามีตัวเลือกอยู่ในใจแล้ว 5 คน หนึ่งในนั้นคือ ดีนา เพาเวลล์ อดีตรองที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติที่เป็นอเมริกันเชื้อสายอียิปต์ แต่เขาไม่เผยชื่ออีก 4 คนที่เหลือ บอกเพียงว่า ริชาร์ด กรีเนลล์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำเยอรมนีคนปัจจุบันไม่ได้อยู่ในรายชื่อนี้ แต่เขาก็พร้อมจะพิจารณากรีเนลล์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ยังเปรยชื่อของอีวานกา ลูกสาวคนโตของเขาด้วย แต่ก็ยอมรับว่าเขาอาจโดนวิจารณ์ว่าเล่นพรรคเล่นพวกอีก อย่างไรก็ดี อีวานกาทวีตข้อความปฏิเสธไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น โดยบอกว่าถือเป็นเกียรติที่เธอได้ทำงานในทำเนียบขาวกับเพื่อนร่วมงานที่ยอดเยี่ยมหลายคน และรู้ว่าประธานาธิบดีจะแต่งตั้งบุคคลที่น่ายำเกรงมาทำหน้าที่แทนเฮลีย์ ซึ่งบุคคลนั้นไม่ใช่เธอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฮลีย์มีชื่อแต่กำเนิดว่า นิมรตา รันธาวา มีพ่อและแม่เป็นชาวอินเดียอพยพเข้าเมือง ครอบครัวของเธอนับถือศาสนาซิกข์ อาศัยในเมืองแบมเบิร์ก รัฐเซาท์แคโรไลนา แต่เธอเปลี่ยนมานับถือคริสต์ศาสนาเมื่ออายุได้ 20 ปีกว่า และเมื่อเล่นการเมืองก็ได้รับความนิยมในหมู่ชาวอเมริกันแดนใต้ที่เป็นพวกเคร่งศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมัยที่เธอดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐเซาท์แคโรไลนาเมื่อปี 2558 เธอออกคำสั่งให้ปลดธงสหพันธรัฐลงจากอาคารรัฐสภาเซาท์แคโรไลนา หลังจากเกิดเหตุมือปืนผิวขาวคลั่งลัทธิคนขาวเป็นใหญ่กราดยิงคริสต์ศาสนิกชนผิวสี 9 คนภายในโบสถ์ที่เมืองชาร์ลส์ตัน และทำให้ชื่อของเธอถูกกล่าวขวัญว่ามีโอกาสจะขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญในระดับประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้งที่ทรัมป์หาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2559 เฮลีย์เป็นผู้หนึ่งที่วิจารณ์ทรัมป์ แต่หลังจากรับตำแหน่งในรัฐบาลของเขา เธอกลายเป็นกระบอกเสียงชั้นยอดของนโยบาย &amp;quot;อเมริกาต้องมาก่อน&amp;quot; ของทรัมป์ โดยเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของการนำสหรัฐถอนตัวจากโครงการและข้อตกลงของยูเอ็นหลายฉบับ และยังคอยปกป้องนโยบายแข็งกร้าวของสหรัฐต่ออิหร่านและเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในจดหมายลาออก เฮลีย์ยืนกรานว่าเธอยังไม่มีแผนการที่แน่นอนสำหรับอนาคต แต่มั่นใจได้ว่า เธอจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2563 โดยเธอจะสนับสนุนทรัมป์ในการลงเลือกตั้งอีกสมัย เฮลีย์ยังบอกเป็นนัยถึงการรับตำแหน่งในภาคเอกชนซึ่งได้ค่าตอบแทนสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลการเปิดเผยทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐประจำปี 2561 เผยให้เห็นว่าเธอมีหนี้สินจำนวนหนึ่ง ซึ่งรวมถึงการจำนองมูลค่ามากกว่า 1 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19569</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทูตสหรัฐประจำยูเอ็น, นิกกี เฮลีย์, ลาออก, เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำองค์การสหประชาชาติ, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181010/image_big_5bbdb4ee6173d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
