<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82113</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2020 20:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2020 20:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดอน&#039; เผยทูตสหรัฐฯเน้นคุยเรื่องเศรษฐกิจ รับเป็นมิติใหม่ไม่พูดถึงม็อบการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค.63 - เวลา 17.15 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายไมเคิล จอร์จ ดีซอมเบร เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ ซึ่งใช้เวลาการหารือนาน 1 ชั่วโมงครึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น&amp;nbsp;นายดอน ให้สัมภาษณ์ภายหลังเสร็จสิ้นการเข้าพบ ว่า &amp;nbsp;การพบกันครั้งนี้เป็นการพบกันอย่างเป็นทางการครั้งที่ 3 แต่เป็นการพบกันครั้งแรกหลังตนเป็นรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งทูตสหรัฐฯ ได้ขอนัดหารือหลังจากพบกันในพิธีถวายพระราชสาส์นตราตั้งในโอกาสเข้ารับตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยเมื่อวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา ประเด็นส่วนใหญ่ที่มีการหารือกันเป็นประเด็นเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจ หลังจากที่เอกอัครราชทูตสหรัฐฯเข้ารับตำแหน่งในไทยตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา และได้ไปพูดคุยกับภาคธุรกิจ รวมถึงไปดูโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนของทั้ง 2 ฝ่าย&amp;nbsp;และมองว่าหลังสถานการณ์โรคโควิด-19 จะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นทั้ง 2 ทางได้อย่างไร&amp;nbsp;การหารือในวันนี้เป็นการสะท้อนให้เห็นว่านักธุรกิจที่เข้ามาเป็นทูตเขามีมุมมองอย่างไร ซึ่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯได้ส่งข่าวกลับไปที่สหรัฐฯเกี่ยวกับโอกาสทางธุรกิจที่มีอยู่ในไทยนี่คือภาพใหญ่ที่ได้คุยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการพูดคุยกับสถานการณ์ชุมนุมในไทยหรือไม่ นายดอน กล่าวว่า ไม่มีเลย มีการพูดกันแค่ 20 วินาทีเท่านั้นในประเด็นนี้ ไม่ได้มีการลงลึก ณ วันนี้เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นของท่าน ภูมิหลังของท่านทูตเป็นนักธุรกิจมาก่อน และเข้ามาในภารกิจที่จะสานสัมพันธ์ทำให้ 2 ประเทศใกล้ชิดกัน ซึ่งผลประโยชน์จะตกแก่ประชาชน เพราะฉะนั้นเราจะไม่สนใจเรื่องการเมือง เพราะมองว่าการเมืองเป็นเรื่องปกติของแต่ละประเทศ จะเดินไปต่อหรืออย่างไรก็ตามที่ทำให้นานาประเทศต้องมาเอาใจใส่หรือห่วงกังวลเป็นพิเศษ ณ วันนี้มันไม่ใช่เป็นประเด็นสำหรับสหรัฐฯ จึงไม่ใช่ประเด็นที่จะต้องมาสนใจหรือแสดงความคิดเห็นเรื่องการเมือง ซึ่งก็เป็นไปอย่างที่ตนได้พูดในที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่าต่างประเทศมีความเข้าใจเกือบทั้งหมด และไม่ได้มีท่าทีใดๆ ออกมา แต่ได้แสดงความห่วงใยและหวังว่าเหตุการณ์ดังกล่าวว่าจะไม่ส่งผลบานปลายออกไป และกระทบจนทำให้นานาประเทศต้องมาให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าถือเป็นมิติใหม่หรือไม่ เพราะในอดีต เอกอัครราชทูตสหรัฐฯจะให้ความสนใจเกี่ยวกับการเมืองของไทย แต่ดูเหมือนเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ คนปัจจุบันจะให้ความสนใจแต่เรื่องธุรกิจ&amp;nbsp;นายดอน กล่าวว่า เป็นเรื่องดี เพราะเรื่องนี้ถือเป็นประโยชน์กับประชาชนและทำให้เกิดโอกาสทางด้านการค้าการลงทุน จะเรียกเป็นมิติใหม่ก็ได้ เพราะท่านมาในความสนใจของนักธุรกิจ และเห็นโอกาสที่มีอยู่มากมายในไทย เรื่องอื่นก็ไม่ต้องพูดถึงเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าฝ่ายสหรัฐฯ แสดงความเป็นห่วงว่าการชุมนุมจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนของชาวต่างประเทศในไทยหรือไม่ นายดอน กล่าวว่า ไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้เช่นกัน เป้าหมายของท่านคือทำให้เกิดการการพัฒนาด้านเศรษฐกิจซึ่งก็เป็นเรื่องดีสำหรับประชาชนของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการเมกะโปรเจคของรัฐบาลคืออีอีซีว่าในอนาคตโครงการที่เกิดขึ้นจะทำให้บ้านเมืองเป็นไปด้วยดี เพราะเป็นการต่อยอดมาจากโครงการอิสเทิร์นซีบอร์ดที่ประสบความสำเร็จอยู่แล้ว เรื่องนี้ถือเป็นผลประโยชน์ร่วมกัน รัฐบาลก็อยากเห็นการลงทุนของไทยในต่างประเทศและอยากเห็นการลงทุนของสหรัฐในไทยเช่นกัน นอกจากนี้ยังพูดถึงการประชุมสภาธุรกิจสหรัฐฯ-อาเซียน ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 25 พ.ย.นี้ โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีด้านเศรฐกิจ จะได้พูดคุยกับนักธุรกิจชั้นนำของสหรัฐฯที่อยู่ในไทยซึ่งจะมาร่วมประชุมด้วยตัวเอง และผู้ที่อยู่ในสหรัฐฯ ซึ่งจะเข้าร่วมประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าได้มีการพูดคุยกันถึงกรณีของกลุ่มคนที่ไปชุมนุมหน้าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ด้วยหรือไม่ นายดอน กล่าวว่า ไม่มี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82113</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการต่างประเทศ, ดอน ปรมัตถ์วินัย, เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย, ไทย-สหรัฐ, ไมเคิล จอร์จ ดีซอมเบร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201028/image_big_5f9973239f9d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70304</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2020 10:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2020 10:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทูตสหรัฐ&#039; ชมไทยน่าลงทุน &#039;สมคิด&#039; ปัดตอบปมการเมืองบอกนักข่าว &#039;ไม่ต้องถามเลยนะ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.63 - นายไมเคิล จอร์จ ดีซอมเบร เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสเข้ารับหน้าที่ ที่ห้องรับรองรองนายกรัฐมนตรี ชั้น 1 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยใช้เวลาหารือประมาณ 45 นาที &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ กล่าวภายหลังการเข้าพบว่า ได้พูดคุยกันถึงแนวการทำงานร่วมกันระหว่างสหรัฐฯกับไทยในการเสริมสร้างเศรษฐกิจของไทยให้มีความเข้มแข็ง และส่งเสริมให้นักลงทุนของสหรัฐฯเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น ทั้งนี้ตนเชื่อว่าประเทศไทยยังมีความน่าลงทุน มีศักยภาพ และเหมาะสมอย่างมากสำหรับการที่บริษัทของสหรัฐฯเข้ามาประกอบกิจการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นซัพพลายเชน (Supply Chain) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า&amp;nbsp;เอกอัครราชทูตสหรัฐฯเป็นคนที่มีความกระตือรือร้นสูงมากที่จะสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯกับไทย โดยนำแนวความคิดบางอย่างมาเสนอตนว่าอุตสาหกรรมใดบ้างที่ต้องการให้ต่อยอด ความร่วมมือระหว่างเราทั้งสองฝ่าย ตนได้เสนอไปบางสิ่งและท่านสนใจมาก และรับปากว่าจะไปพัฒนาขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมเรียนท่านไปว่า ผมอยากให้อเมริกาโฟกัสประเทศไทยเป็นการพิเศษเพราะเราเชื่อว่าในขณะนี้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของ ซีแอลเอ็มวีที ซึ่งเป็นเมนแลนด์ของอาเซียน และในปีหน้าทาง โครงการอีอีซีทั้งหลายจะเริ่มสมบูรณ์ &amp;nbsp;เราสามารถที่จะเชื่อมโยงกับประเทศอีกหลายประเทศในบริเวณใกล้เคียง ในขณะเดียวกันตลาดเงินตลาดทุนของเราก็มีความแข็งแรงอย่างยิ่ง ฉะนั้นผมอยากให้เขาให้ความสนใจเป็นพิเศษ เป็นข้อที่หนึ่ง ส่วนข้อที่สองก็ได้บอกเขาว่าอุตสากรรมที่เขาสนใจ ไม่ว่าจะเป็นอิเล็คทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นดิจิทัล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งเหล่านี้เราให้ความสำคัญอยู่แล้ว และที่ผมได้ให้นโยบายบีโอไอไปคือ ต้องการอุตสากรรมใหม่ๆทางด้าน บริการโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการศึกษา ผมต้องการสถาบันวิจัย มหาวิทยาลัยชั้นนำของเขาให้เริ่มมาประเทศไทย เพราะเราเชื่อว่าจะเป็นศูนย์กลางของวิทยาการในภูมิภาคนี้ เรื่องของตลาดเงินตลาดทุนเราก็เชื่อว่าเราไม่แพ้สิงคโปร์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองนายกฯ​ กล่าวว่า​ เราสามารถที่จะเป็นฐานของการผลิต และภาคบริการรวมถึงตลาดหุ้นด้วย ก็ได้บอกให้เขาทราบถึงความเชื่อมโยงระหว่างตลาดหุ้นไทย ฮ่องกงและเสิ่นเจิ้น เรื่องของการบริการทางการแพทย์ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง &amp;nbsp;ฉะนั้นได้ใช้โอกาสนี้เราให้เขาได้ฟังว่าขณะนี้หน่วยงานราชการของเรา มหาวิทยาลัย ได้ไปสู่จุดที่เพราะมากถ้าเราได้พาสเนอร์ที่ดีเข้ามาก็จะเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุด ผมได้เสนอเขาให้ไปพัฒนาแพ็กเกจนั้นขึ้นมา ให้เป็นแพ็กเกจ ของการสร้างซิลิคอน วัลเลย์ (Silicon Valley)ระหว่างอเมริกากับไทยในพื้นที่อีอีซี เอา ทั้งสถาบันศึกษา บริษัท และสถาบันวิจัยมาเสนอที่นี่ เมื่อเสนอแล้วเราก็พร้อมที่จะดูว่าเราจะมีแพ็กเก็จ อะไรให้เขาได้บ้าง เพราะบีโอไอก็มีมาตรการอยู่แล้ว ในเรื่องของงบความสามารถการแข่งขันที่สามารถจะใช้เป็นเครื่องมือ ดึงดูดแพ็กเกจที่ดีได้ เราไม่ต้องการแค่บริษัทแต่เราต้องการแพ็กเกจที่สามารถสร้าง อะไรบางอย่างขึ้นมาในเส้นทางแถบนั้น อเมริกาเจริญได้เพราะมี ซิลิคอน วัลเลย์เมื่อ ประมาณ20-30 ปีที่แล้ว ขณะนี้เราพร้อมมากและต้องการพาสเนอร์ที่ดี และแข็งแรงซึ่งเขาก็รับปากว่าจะรีบเสนอ โดยให้ประสานกับนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ผมก็อยากให้เขาเร่ง เพราะอาร์เซป (RCEP)คงจะจบภายในปีนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อาร์เซปจบ เราสามารถจะเดินแพ็กเกจได้ระหว่างเขากับเรา อันนี้จะทำให้เกิดประโยชน์ทั้งสองฝ่าย นักลงทุนอเมริกันก็สามารถเข้ามาในแถบนี้ได้ทันเวลา ไม่ใช่ว่าไปที่อื่นกระจัดกระจายกันก็ไม่มีประโยชน์ ไทยก็จะได้กู๊ดพาสเนอร์ ทูตคนนี้ดีมากกระตือรือร้นมากและขยันด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าเขา ได้ให้กำลังใจในเรื่องทางการเมืองหรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า &amp;quot;เราคุยในเรื่องสำคัญเท่านั้นนะ ไม่ต้องถามเลยนะน้องจ๋า&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าโครงการที่จะช่วยในประเทศ อย่างเอสเอ็มอียังเดินต่อไปใช่หรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า อันนั้นแน่นอนเราทำสองขาอยู่แล้ว ขาหนึ่งคือ โลคอลอีโคโนมี อีกขาหนึ่งคือเรื่องของต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า แต่ขณะนี้มีกระแสการเมืองเข้ามารุมเร้า รู้สึกเป็นห่วงหรือไม่ นายสมคิดหัวเราะและกล่าวว่า &amp;quot;ไม่หรอก เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว&amp;quot; เมื่อถามย้ำว่าแล้วนายกรัฐมนตรีเข้าใจนายสมคิดดี ในเรื่องของการทำงานใช่หรือไม่ นายสมคิด ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าวแต่อย่างใดก่อนที่จะรีบเดินขึ้นรถ และกล่าวเพียงว่า &amp;quot;โอเคนะ บ๊ายบาย&amp;quot; ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70304</URL_LINK>
                <HASHTAG>รองนายกรัฐมนตรี, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย, ไทย-สหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200702/image_big_5efd57dddc543.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67078</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2020 13:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2020 13:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;ไม่ตอบเจ้าจำปีจะกลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจอีกหรือไม่แต่ใบ้ขณะนี้ถือหุ้น49.99%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.2563 - นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี​ ให้สัมภาษณ์ภายหลังนายไมเคิล จอร์จ ดีซอมเบร (H.E. Mr. Michael George DeSombre) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยเข้าพบ ว่ามีการหารือกันอีกหลายเรื่อง รวมถึงเรื่องการฟื้นฟู บมจ.การบินไทย ซึ่งได้ชี้แจงให้ฟังว่าคณะกรรมการฯ ที่ตนเองนั่งเป็นประธานอยู่นั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรในเรื่องนี้​ &amp;nbsp;และยังได้บอกว่าอาจจะมีการฟ้องร้องกันทั้งในและต่างประเทศ​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุยังกล่าวถึงกรณีศาลล้มละลายกลางรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการเพื่อเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู บมจ.การบินไทย ว่า ตั้งแต่นาทีที่ศาลรับคำร้องแล้วเท่ากับว่าขณะนี้ได้ใช้​ พ.ร.บ.ล้มละลาย มาตรา 90/12 ตั้งแต่นาทีนี้ไปเจ้าหนี้จะไม่สามารถฟ้องล้มละลายหรือทวงหนี้ได้อีก ทำได้อย่างเดียวคือการยื่นขอรับชำระหนี้ ทุกอย่างต้องหยุดชะงักโดยอัตโนมัติหรือที่เรียกว่า Automatic Stay ทั้งนี้​ การบินไทยยังสามารถบินและทำธุรกิจได้ตามปกติ แต่ต่อจากนี้การบินไทยจะมีศึกสองด้าน คือ กระบวนการในการฟื้นฟู และการประกอบกิจการตามปกติ ซึ่งในส่วนนี้บอร์ดการบินไทยจะเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนการฟื้นฟูนั้นเป็นเรื่องของผู้ทำแผน ซึ่งต่อไปผู้ทำแผนจะเปลี่ยนมาเป็นผู้บริหารแผน บอร์ดการบินไทยจะมีบทบาทน้อยมากในเรื่องแผนการฟื้นฟู อย่างไรก็ตาม​ ตามขั้นตอนหลังจากที่ศาลล้มละลายกลางรับคำร้องแล้วขั้นตอนต่อไปคือกระบวนการไต่สวน โดยปกติจะใช้ระยะเวลาประมาณ 3 เดือน ต่อจากนั้นศาลจะมีคำสั่งว่าจะรับแผนนั้นไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ กล่าวว่า เมื่อศาลรับแผนแล้วจะต้องตั้งผู้บริหารแผน ซึ่งจะเป็นอีกทีมหนึ่ง เหมือนกับเป็นซีอีโอและทุกอย่างจะอยู่ที่ผู้บริหารแผน โดยไม่ต้องมารับฟังคณะกรรมการชุดของตน​เอง เพราะไม่ใช่บอร์ดใหญ่โตมโหฬารอะไร ไม่ใช่ซูเปอร์บอร์ดเป็นเพียงมินิบอร์ด เป็นไปรษณีย์​ ไม่สามารถไปแทรกแซงได้ เพราะตาม พ.ร.บ.ล้มลาย ระบุว่าหากมีผู้ใดไปวิ่งเต้นหรือรู้เรื่องอะไรแล้วนำมาเปิดเผยถือว่ามีความผิด ดังนั้นเราจะไม่ไปยุ่งอะไรกับเขา ต้องทำเฉพาะในบทบาทที่เป็นของภาครัฐ ซึ่งกรณีของการบินไทยนั้นแม้จะหลุดจากการเป็นรัฐวิสาหกิจแล้ว แต่มีรัฐวิสาหกิจหลายแห่งไปซื้อหุ้นกู้ของการบินไทย รัฐจึงต้องเข้าไปดูแล และการบินไทยจะต้องมาลงที่สนามบินสุวรรณภูมิที่เป็นของรัฐ ดังนั้นจึงต้องมีการติดต่อประสานงานกัน อีกทั้งเวลาที่จะซ่อมเครื่องบินก็ต้องประสานกองทัพอากาศ ซึ่งมันยังมีอะไรเชื่อมกันอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากแผนฟื้นฟูแล้วเสร็จ การบินไทยจะกลับสู่การเป็นรัฐวิสาหกิจอีกหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่เคยมีใครพูดถึงแต่ก็แล้วแต่ ปัจจุบันกระทรวงการคลังถือหุ้นอยู่ 48% และธนาคารออมสินถือหุ้นอยู่อีก​รวมเป็น 49.99% ขาดอีกแค่จุดหนึ่งก็เป็นรัฐวิสาหกิจแล้ว แต่ไม่ควรไปตอบอะไร เดี๋ยวคนจะหัวเราะเยาะเอา เพราะเพิ่งล้มไปเมื่อวานซืน แล้วยังจะมาอีก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67078</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, รองนายกรัฐมนตรี, วิษณุ เครืองาม, ศาลล้มละลาย, เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย, ไมเคิล จอร์จ ดีซอมเบร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200527/image_big_5ece02aa973e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67077</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2020 12:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2020 12:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;เผยสหรัฐอยากรู้ทำไมไทยต่ออายุพ.ร.ก.ฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.2563 - นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี​ ให้สัมภาษณ์ภายหลังนายไมเคิล จอร์จ ดีซอมเบร (H.E. Mr. Michael George DeSombre) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยเข้าพบ ว่าที่ผ่านมาสหรัฐได้ให้การช่วยเหลือประเทศไทยมาก ซึ่งก่อนหน้านี้ทูตสหรัฐได้เข้าพบ​ รมว.แรงงาน และแสดงเจตนาที่จะช่วยเหลือในการยกระดับพัฒนาฝีมือแรงงานไทยหลังจากผ่านพ้นจะสถานการณ์โควิด-19 ไปแล้ว และเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาท่านทูตสหรัฐได้เขียนบทความชื่นชมการควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสของไทยที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้เป็นอย่างดี ซึ่งได้เรียนให้ทูตสหรัฐทราบว่าตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.เป็นต้นไปจะมีการผ่อนปรนกิจการและกิจกรรมหลายอย่าง แต่มาตรการเรื่องการบินจะยังปิดจนถึงวันที่ 30 มิ.ย. ส่วนในเดือน​ ก.ค.น่าจะมีความคืบหน้ามากขึ้น ซึ่งเราจะประเมินสถานการณ์ตลอดในช่วงเดือน มิ.ย.ที่มีการขยายการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ว่ามีสถานการณ์อะไรที่เป็นความเสี่ยงหรือไม่ อีกทั้งองค์การอนามัยโลกได้ออกมาเตือนว่าหากหลายประเทศปลดล็อกมาตรการพร้อมกัน จะก่อให้เกิดความอันตรายอย่างมาก เพราะจะเกิดการไหลเวียนของคนจำนวนมาก จากประเทศหนึ่งไปสู่ประเทศหนึ่ง แต่การติดเชื้อของคนยังมีอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ​ กล่าวว่า นอกจากนี้​ ทูตสหรัฐยังได้สอบถามถึงการขยายเวลาประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งได้อธิบายเหตุผล 2 ข้อคือ 1.หากเราไม่ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็ต้องใช้ พ.ร.บ.โรคติดต่อ ซึ่งไม่ได้ให้อำนาจอะไรกับรัฐบาลเลย และจะทำให้เกิด 77 มาตรฐาน ใน 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย รัฐบาลจึงใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อให้เกิดมาตรฐานเดียว 2.การที่ผู้ว่าราชการจังหวัดจะใช้อำนาจหน้าที่ในการดำเนินการใดๆ เช่น ปิดสถานที่ต่างๆ จะส่งผลกระทบต่อประเทศ อาจจะทำให้ประชาชนตกงาน และขาดรายได้ ดังนั้นการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะทำให้รัฐบาลสามารถเข้าไปเยียวยาประชาชนที่รับผลกระทบได้ และยังทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเกิดความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ทูตสหรัฐถามถึงประเด็นนี้ไม่ใช่เพราะว่าเขากังวลอะไร แต่เขาถามเพราะความอยากรู้ และไม่ได้มีการถามถึงสถานการณ์การเมืองไทย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67077</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, รองนายกรัฐมนตรี, วิษณุ เครืองาม, เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย, ไมเคิล จอร์จ ดีซอมเบร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200527/image_big_5ece00d9e22bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31531</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2019 15:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2019 11:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สหรัฐอเมริกา&#039;เชิดชู&#039;ทูตวีรชัย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มี.ค. 2562 - นายปีเตอร์ เฮย์มอนด์ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยได้ออกแถลงการณ์ต่อการถึงแก่อนิจกรรมของเอกอัครราชทูตวีรชัย พลาศรัยทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษเผยแพร่ในเว็บไซต์สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ว่า ข้าพเจ้ารู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่วันนี้ได้ทราบข่าวการถึงแก่อนิจกรรมของเอกอัครราชทูตวีรชัย พลาศรัย ในนามของประชาชนชาวอเมริกัน ข้าพเจ้าขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและมิตรสหายของท่าน และต่อประชาชนชาวไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอกอัครราชทูตวีรชัยได้สร้างผลงานมากมายเพื่อความมั่นคงและเฟื่องฟูของความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย ตลอดระยะเวลาการทำงานอย่างดีเลิศของท่าน เอกอัครราชทูตวีรชัยเข้าดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกาในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2561 ท่านเป็นมิตรของสหรัฐอเมริกา เป็นผู้ซึ่งปฏิบัติงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของเราทั้งสอง ก่อนหน้านั้น ท่านได้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2558 ในขณะที่ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ท่านได้ส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงอันเป็นค่านิยมร่วมของบรรดาประชาชาติ แสดงให้เห็นว่าราชอาณาจักรไทยเป็นผู้นำในกลุ่มประเทศอาเซียน อินโด-แปซิฟิก และทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้าพเจ้าเองได้มีโอกาสพบกับเอกอัครราชทูตวีรชัยหลายครั้ง และทุกครั้งข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจกับการอุทิศตนของท่าน ความสามารถอันโดดเด่นและความจริงใจของท่าน สหรัฐอเมริกาจะรำลึกถึงคุณูปการที่ท่านได้สร้างไว้เพื่อประเทศและโลกของท่านตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ท่านเป็นนักการทูต อันเป็นคุณูปการที่จะคงอยู่ตลอดไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31531</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปีเตอร์ เฮย์มอนด์, วีรชัย พลาศรัย, อนิจกรรม, อุปทูต, เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย, แถลงการณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190317/image_big_5c8dc81091f30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
