<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118984</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 18:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 18:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทย-สหราชอาณาจักร ยืนยันร่วมมือรอบด้าน หวังผลในช่วงฟื้นฟูภายหลังโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.64 -&amp;nbsp;เวลา 14.00 น. ที่ห้องสีงาช้าง ทำเนียบรัฐบาล นายมาร์ก กุดดิง (H.E. Mr. Mark Gooding) เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตีว่าการกระทรวงกลาโหม ในโอกาสเข้ารับหน้าที่ ภายหลังเสร็จสิ้น นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับและยินดีที่ได้พบอย่างเป็นทางการในวันนี้ หวังว่าไทยและสหราชอาณาจักรจะใช้ประโยชน์จากกลไกความร่วมมือที่มีอยู่ให้เห็นผลสูงสุด ซึ่งไทยประสงค์ที่จะเพิ่มพูนการค้าและการลงทุน โดยเฉพาะด้านสุขภาพ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในช่วงหลังวิกฤตโควิด-19 และหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะเร่งแสวงหาความร่วมมือเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวว่า&amp;nbsp;ด้านเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรฯ กล่าวขอบคุณและยินดีที่ได้มาดำรงตำแหน่งในประเทศไทย พร้อมได้นำความปรารถนาดีจากนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร นายบอริส จอห์นสัน ถึงนายกรัฐมนตรี โดยไทยและสหราชอาณาจักรมีความสัมพันธ์ที่ดีกันในทุกระดับมาอย่างแน่นแฟ้นและยาวนานกว่า 400 ปี โอกาสนี้ เอกอัครราชทูตฯ กล่าวยืนยันที่จะกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น สานต่อความร่วมมือที่อยู่บนผลประโยชน์ร่วมกันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในทุกมิติ ทั้งด้านการเมือง การส่งเสริมมูลค่าการค้าและการลงทุน และความร่วมมือระดับภูมิภาค นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือในประเด็นต่างๆ ที่สำคัญ อาทิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะแสวงหาความร่วมมือที่เป็นประโยชน์กับทั้งสองประเทศ เช่น โครงสร้างพื้นฐาน ดิจิทัล นวัตกรรม สิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยไทยและสหราชอาณาจักรยังเห็นร่วมกันว่า ทั้งสองประเทศเผชิญความท้าทายที่คล้ายคลึงกัน เช่น สังคมผู้สูงอายุ และ digital disruption จึงทำให้ความร่วมมือทางด้านการศึกษาถือเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือที่ทั้งสองฝ่ายควรเร่งเพิ่มพูนให้เห็นผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว ประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งทั้งไทยและสหราชอาณาจักรให้ความสำคัญ โดยในระหว่างวันที่ 1-12 พฤศจิกายน 2564 สหราชอาณาจักรจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐภาคี กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP26) ครั้งที่ 26 ณ เมือง Glasgow&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวว่า&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีใช้โอกาสนี้กล่าวขอบคุณสหราชอาณาจักรที่สนับสนุนความร่วมมือทวิภาคีในด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และไทยเดินหน้าการก้าวไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำและความยืดหยุ่นของสภาพอากาศ โดยมีเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงระหว่างร้อยละ 20-25 ภายในปี ค.ศ. 2030 และไทยอยู่ระหว่างการจัดทำยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศไทย โดยในภาคพลังงาน ไทยมีนโยบายลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2065 - 2070 &amp;nbsp;ความร่วมมือด้านสาธารณสุข นายกรัฐมนตรียินดีที่บริษัท AstraZeneca เลือกไทยเป็นศูนย์กลางผลิตวัคซีนและจัดสรรวัคซีนโควิด-19 ของบริษัท AstraZeneca ในไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเอกอัครราชทูตฯ กล่าวยินดีกับความสำเร็จการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวว่า&amp;nbsp;ในตอนท้ายนายกรัฐมนตรีได้ฝากความระลึกถึงไปยังนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร โดยทราบมาว่า เพิ่งมีการปรับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ และได้อวยพรให้การบริหารงานแผ่นดินสำเร็จลุล่วงและประสบความสำเร็จด้วยดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118984</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d6fa3abc83.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102000</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2021 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2021 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; คุยทูตสหราชอาณาจักร ชมไทยจัดการวัคซีนโควิด เชื่อมั่นเป็นศูนย์กลางอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค.64 - เวลา 13.30 น. ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายไบรอัน จอห์น เดวิดสัน เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่ออำลาในโอกาสพ้นจากหน้าที่

โดย น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการหารือว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวในนามรัฐบาลและประชาชนชาวไทย ขอแสดงความเสียใจต่อการสิ้นพระชนม์ของดุ๊กแห่งเอดินบะระ เชื่อว่าพระกรณียกิจที่พระองค์ทรงทุ่มเทเพื่อสาธารณประโยชน์จะอยู่ในความทรงจำของทั่วโลกตลอดไป ขอบคุณเอกอัครราชทูตที่ทำหน้าที่อย่างแข็งขัน เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือที่ดีตลอดช่วงเวลาการดำรงตำแหน่งในไทย

ด้านเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลไทยสำหรับความร่วมมือที่ดีตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี และพหุภาคีระหว่างกันเป็นไปด้วยดี เชื่อมั่นว่าไทยและอาเซียนยังมีศักยภาพในการเติบโตอีกมาก พร้อมที่จะสนับสนุนนักลงทุนจากสหราชอาณาจักรให้เข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น ในสาขาที่มีศักยภาพร่วมกัน อาทิ ด้านพลังงาน ยานยนต์ไฟฟ้า และอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอบคุณที่ไทยตอบรับข้อเสนอเพื่อยกระดับประเทศไทยสู่ 10 อันดับประเทศที่ประกอบธุรกิจง่ายที่สุด (Ten for Ten) เชื่อมั่นไทยจะได้รับความสนใจด้านการลงทุนมากขึ้น อีกทั้ง ชื่นชมแนวทางการทำงานของไทย แนวคิดการจัดการวัคซีนของไทยที่ต้องการให้เป็นยาพื้นฐานที่ทุกคนเข้าถึงได้ ซึ่งวัคซีนแอสตร้าซีเนก้าเป็นวัคซีนที่รัฐบาลสหราชอาณาจักรเชื่อมั่นและไทยโดยบริษัทสยาม ไบโอไซเอนซ์ เป็นประเทศแรกและประเทศเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี ได้รับเลือกเป็นศูนย์กลางการผลิตเเละกระจายวัคซีนโควิดของแอสตร้าซีเนก้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัชดา กล่าวว่า ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีและเอกอัครราชทูต ยังได้แลกเปลี่ยนแนวทางที่จะเป็นประโยชน์ในการเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจระหว่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจภายหลังสถานการณ์โควิด-19 &amp;ldquo;Build back better&amp;rdquo; ที่ไทยหวังว่าจากบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมด้านเศรษฐกิจและการค้า และกลไกสนับสนุนอื่น ๆ ที่ได้ลงนามไป จะนำไปสู่การจัดทำข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างกันโดยเร็ว โดยเชื่อมั่นว่าจากความร่วมมือกับไทยจะส่งผลให้สหราชอาณาจักรสามารถเพิ่มบทบาทในภูมิภาคอินโดแปซิฟิกมากขึ้น ซึ่งเอกอัครราชทูตเชื่อมั่นในศักยภาพของไทยที่จะสามารถเป็นสะพานเชื่อมสหราชอาณาจักรกับอาเซียน อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง และอินโดแปซิฟิก

ในโอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นสำคัญอื่นๆ อาทิ เรื่องสิ่งแวดล้อม ไทยพร้อมสนับสนุนสหราชอาณาจักรในการเป็นประธานการประชุม COP26 และหวังว่าผลลัพธ์ของการประชุมส่งผลสำคัญต่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ประเด็นสถานการณ์ในเมียนมา สหราชอาณาจักรชื่นชมและเข้าใจในแนวทางปฏิบัติของไทย ที่ได้แสดงออกถึงความห่วงใยต่อประเทศเพื่อนบ้าน การช่วยเหลือประชาชนผู้หนีภัยตามหลักมนุษยธรรม และการสนับสนุนฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102000</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, อำลาตำแหน่ง, เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร, ไทย-สหราชอาณาจักร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_6093b5e15196e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
