<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40461</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2019 20:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2019 20:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; ตอกทูตผู้ดี หาว่าเซ่อ-ไร้ประสิทธิภาพ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาตอบโต้เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำสหรัฐแล้ว ต่อกรณีบันทึกความเห็นของเขาเล็ดลอดถึงสื่อ ที่ทูตรายนี้วิจารณ์ทรัมป์และรัฐบาลสหรัฐว่าเซ่อและไร้ประสิทธิภาพ ระบุสหรัฐไม่นิยมทูตผู้นี้ซึ่งทำหน้าที่ได้ไม่ดีเลย ขณะรัฐบาลอังกฤษเต้นสอบต้นตอข้อมูลรั่วไหล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 18 มกราคม 2560&amp;nbsp; คิม แดร์รอค เอกอัครราชทูตอังกฤษ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม ว่า ข้อความที่เป็นโทรเลขลับทางการทูตและบันทึกย่อของคิม แดร์รอค เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำกรุงวอชิงตัน ที่ส่งกลับถึงกระทรวงการต่างประเทศ รั่วไหลถึงหนังสือพิมพ์เมล์ออนซันเดย์ ซึ่งได้รายงานเรื่องนี้เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา ข้อมูลเหล่านี้เป็นการถ่ายทอดมุมมองของทูตมากประสบการณ์รายนี้ ที่มีต่อประธานาธิบดีทรัมป์และรัฐบาลของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แดร์รอควิจารณ์รัฐบาลของทรัมป์ว่า คงจะไม่เป็นปกติได้มากกว่านี้อีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นความไร้ประสิทธิภาพน้อย การคาดเดาไม่ได้ มีความแตกแยกภายใน ความงุ่มง่ามทางการทูต และเซ่อซ่า เขาบอกด้วยว่ารัฐบาลทรัมป์อาจจบลงอย่างอนาถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แดร์รอคเป็นเอกอัครราชทูตประจำกรุงวอชิงตันตั้งแต่เดือนมกราคม 2559 ก่อนหน้าที่ทรัมป์จะชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐ เมลออนซันเดย์กล่าวว่า บันทึกเหล่านี้ ซึ่งน่าจะถูกใครบางคนที่เป็นข้าราชการพลเรือนของอังกฤษนำมาเปิดโปง ครอบคลุมช่วงเวลาตั้งแต่ปี 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บันทึกของแดร์รอคกล่าวถึงการเดินทางเยือนอังกฤษเมื่อเดือนที่แล้วของทรัมป์และคณะ ในฐานะพระราชอาคันตุกะของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ว่าผู้นำสหรัฐรายนี้ &amp;quot;ขาดความมั่นใจ&amp;quot; และ &amp;quot;ไร้ความสามารถ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทูตอังกฤษยังกล่าวถึงการต่อสู้กันอย่างชั่วร้ายและความโกลาหลภายในทำเนียบขาว ที่เคยเป็นข่าวแพร่สะพัดในสหรัฐ แต่ทรัมป์ปฏิเสธว่าข่าวพวกนี้เป็น &amp;quot;ข่าวปลอม&amp;quot; โดยแดร์รอคยืนยันว่าความขัดแย้งภายในทำเนียบขาวส่วนใหญ่เป็นเรื่องจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวในสหรัฐเกี่ยวกับทัศนะของทูตอังกฤษผู้นี้ โดยเย้ยแดร์รอคว่าไม่ได้ทำหน้าที่เอกอัครราชทูตของอังกฤษได้ดีนัก และตัวเขากับรัฐบาลของเขาก็ไม่มีความนิยมชมชอบทูตผู้นี้สักเท่าใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษกล่าวว่า กระทรวงจะเปิดการสอบสวนอย่างเป็นทางการถึงต้นตอการเผยแพร่ข้อมูลนี้ ขณะที่เจเรมี ฮันต์ รัฐมนตรีต่างประเทศ ออกตัวว่า แมร์รอคทำตามหน้าที่ในฐานะเอกอัครราชทูต ซึ่งก็คือการรายงานอย่างตรงไปตรงมาและให้ความคิดเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศที่เขาทำงาน และเขามีหน้าที่ส่งรายงานเหล่านี้กลับกระทรวง แต่ความคิดเห็นส่วนตัวของทูตผู้นี้ ไม่ใช่ความคิดเห็นของรัฐบาล รวมถึงของตน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40461</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม แดร์รอค, ทูตอังกฤษประจำสหรัฐ, เอกอัครราชทูตอังกฤษ, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190708/image_big_5d234756e5361.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
