<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53878</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/01/2020 21:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/01/2020 21:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อังกฤษส่งเรือรบคุ้มกันเรือสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สถานการณ์ไม่สู้ดี กองทัพเรืออังกฤษจะส่งเรือฟริเกตและเรือพิฆาตติดตามคุ้มกันเรือสินค้าสัญชาติอังกฤษที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากวิตกสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐลุกลาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เรือพิฆาตเอชเอ็มเอส ดีเฟนเดอร์ แห่งกองทัพเรืออังกฤษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม กล่าวว่า กระทรวงกลาโหมอังกฤษมีแถลงการณ์เมื่อคืนวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่นว่าเรือฟริเกต เอชเอ็มเอส มอนโทรส และเรือพิฆาต เอชเอ็มเอส ดีเฟนเดอร์ จะรื้อฟื้นภารกิจติดตามคุ้มกันเรือสินค้าสัญชาติอังกฤษในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบน วอลเลซ รัฐมนตรีกลาโหมของอังกฤษบอกว่า เขามีคำสั่งให้กองทัพเรือเตรียมการส่งเรือ 2 ลำนี้กลับไปปฏิบัติภารกิจติดตามคุ้มกันการขนส่งทางเรือของเรดเอนไซน์ โดยรัฐบาลอังกฤษจะดำเนินการที่จำเป็นเพื่อปกป้องเรือและพลเมืองของอังกฤษในช่วงเวลานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพเรืออังกฤษเปิดปฏิบัติการติดตามคุ้มกันเรือในช่องแคบฮอร์มุซภายหลังเกิดเหตุการณ์อิหร่านยึดเรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติอังกฤษ สเตนาอิมเพโร เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว แต่ปฏิบัติการนี้หยุดลงในเดือนพฤศจิกายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่สหรัฐส่งโดรนลอบสังหารนายพลกาเซม สุไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังกุดส์ซึ่งถือว่าทรงอิทธิพลอันดับสองของอิหร่าน ใกล้กับสนามบินแบกแดดของอิรักเมื่อวันศุกร์ ทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคนั้นตึงเครียดทวีคูณ โดยผู้นำอิหร่านประกาศจะล้างแค้นขั้นรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วอลเลซเผยผ่านแถลงการณ์ทางทวิตเตอร์ด้วยว่า เขาได้สนทนากับมาร์ก เอสเปอร์ รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐเมื่อวันศุกร์ กองกำลังในอิรักที่อิหร่านหนุนหลังโจมตีกำลังพลของสหรัฐในอิรักซ้ำแล้วซ้ำอีกในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ และนายพลสุไลมานีคือหัวใจสำคัญของการใช้นักรบตัวแทนบ่อนทำลายประเทศเพื่อนบ้านและพุ่งเป้าโจมตีศัตรูของอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ สหรัฐมีสิทธิป้องกันตนเองจากพวกที่เป็นภัยคุกคามจวนตัวต่อพลเมืองของพวกเขา&amp;quot; วอลเลซกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ รัฐบาลอังกฤษเพิ่งออกคำแนะนำพลเมืองหลีกเลี่ยงการเดินทางไปอิรักและอิหร่าน ส่วนนายกฯ บอริส จอห์นสัน อยู่ระหว่างพักร้อนที่แคริบเบียนและจะกลับอังกฤษในวันอาทิตย์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53878</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่องแคบฮอร์มุซ, สหรัฐ, อังกฤษ, อิหร่าน, เรือพิฆาต, เรือฟริเกต, เอชเอ็มเอส ดีเฟนเดอร์, เอชเอ็มเอส มอนโทรส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200105/image_big_5e11f66d5d5b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40760</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2019 22:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2019 22:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อังกฤษขับไล่เรืออิหร่านพยายาม &#039;กีดขวาง&#039; เรือน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงกลาโหมอังกฤษเผยเรือของอิหร่าน 3 ลำ พยายามกีดขวางเรือบรรทุกน้ำมันของอังกฤษขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันพุธ แต่ต้องล่าถอยเมื่อได้รับคำเตือนจากเรือรบของอังกฤษ แต่อิหร่านปฏิเสธเสียงแข็งไม่มีเหตุการณ์เช่นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพเมื่อเดือนตุลาคม 2548 ที่กระทรวงกลาโหมอังกฤษเผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดี เรือเอชเอ็มเอส มอนโทรส ของกองทัพเรืออังกฤา หักเลี้ยวระหว่างการฝึกนอกชายฝั่งโอมาน / MOD / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นก่อนหน้านี้ระบุว่า เรืออิหร่านที่ติดอาวุธหลายลำพยายามยึดเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งของอังกฤษขณะแล่นผ่านน่านน้ำในอ่าวเปอร์เซีย แต่โดนเรือฟริเกต เอชเอ็มเอส มอนโทรส ของกองทัพเรืออังกฤษขับไล่ไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซีเอ็นเอ็นอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่อเมริกัน 2 คนว่า เรืออิหร่านสั่งให้เรือบรรทุกน้ำมันชื่อ บริติชเฮอริเทจ ลำนี้ ซึ่งกำลังแล่นเข้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซ เปลี่ยนเส้นทางแล้วหยุดที่น่านน้ำของอิหร่านที่อยู่ใกล้กัน อากาศยานของสหรัฐถ่ายวิดีโอเหตุการณ์นี้ไว้ได้ โดยเหตุการณ์ยุติลงเมื่อเรือมอนโทรสเข้าคุ้มกันเรือน้ำมันและเล็งปากกระบอกปืนบนเรือไปที่เรือของอิหร่าน ทำให้เรืออิหร่านยอมล่าถอย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในวันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม กระทรวงกลาโหมของอังกฤษแถลงชี้แจงเหตุการณ์นี้ว่า เรือของอิหร่านหลายลำนี้พยายามจะ &amp;quot;กีดขวาง&amp;quot; เรือบริติชเฮอริเทจ ซึ่งบีพี บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ เป็นเจ้าของ ขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ คำแถลงตำหนิเรืออิหร่าน 3 ลำนี้ว่าทำผิดกฎหมายระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรือเอชเอ็มเอส มอนโทรส ถูกบังคับให้เข้าประจำตำแหน่งระหว่างเรือหลายลำของอิหร่านกับเรือบริติชเฮอริเทจ และเตือนเรืออิหร่านด้วยวาจาก่อนที่เรืออิหร่านจะถอนตัวไป&amp;quot; คำแถลงกล่าว พร้อมกับเรียกร้องให้ทางการอิหร่านลดความรุนแรงของสถานการณ์ในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวฟาร์ส สื่อกึ่งทางการของอิหร่าน อ้างคำกล่าวของโมฮัมหมัด จาวัด ซาริฟ รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ที่ปฏิเสธรายงานของอังกฤษว่า &amp;quot;ไม่มีค่า&amp;quot; ส่วนกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติของอิหร่าน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีเรือน้ำมันหลายลำในบริเวณนั้นเมื่อเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ออกแถลงการณ์ปฏิเสธเช่นกันว่าไม่มีการเผชิญหน้ากันระหว่างเรือของกองทัพกับเรือของต่างชาติ ซึ่งรวมถึงเรือของอังกฤษ ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ที่อังกฤษกล่าวถึงนี้เกิดขึ้นไล่หลังไม่ถึง 1 สัปดาห์จากเหตุการณ์ที่หน่วยนาวิกโยธินของอังกฤษบุกขึ้นเรือเกรซวัน เรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน ขณะแล่นอยู่นอกชายฝั่งยิบรอลตาร์ ดินแดนของอังกฤษบริเวณทางเข้าทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยอังกฤษสงสัยว่าเรืออิหร่านลำนี้กำลังนำน้ำมันดิบไปส่งให้ซีเรีย ซึ่งเป็นการละเมิดการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรป (อียู)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ของอิหร่าน กล่าวเตือนไว้ว่า อังกฤษจะต้องเผชิญกับผลลัพธ์ของการยึดเรือน้ำมันอิหร่าน เขาไม่ได้ระบุว่าผลลัพธ์นั้นคืออะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียมีความตึงเครียดมากขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์มานี้ โดยอิหร่านเริ่มละทิ้งเงื่อนไขในความตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 เพื่อประท้วงที่สหรัฐบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านที่กระทบการส่งออกน้ำมันดิบอันเป็นรายได้สำคัญของอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถอนตัวจากความตกลงนิวเคลียร์ฉบับนี้เมื่อปีที่แล้ว อ้างว่าข้อตกลงจำกัดโครงการนิวเคลียร์อิหร่านแลกกับการยกเลิกการคว่ำบาตรของนานาชาตินั้น ล้มเหลวในการควบคุมโครงการมิสไซล์ของอิหร่าน หรือแก้ไขพฤติกรรมของอิหร่านในตะวันออกกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนที่แล้ว อิหร่านยังยิงโดรนสอดแนมของสหรัฐลำหนึ่งตกใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ และทำให้ทรัมป์ออกคำสั่งตอบโต้ทางทหาร ก่อนจะยกเลิกไม่กี่นาทีก่อนปฏิบัติการ โดยให้เหตุผลว่าจะทำให้มีคนตายถึง 150 คน เมื่อวันพุธที่ผ่านมาทรัมป์กล่าวเตือนอิหร่านอีกครั้งว่า สหรัฐจะคว่ำบาตรอิหร่านเพิ่มขึ้น &amp;quot;อย่างมีนัยสำคัญ&amp;quot; ในไม่ช้านี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40760</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีดขวางเรือน้ำมัน, ช่องแคบฮอร์มุซ, อังกฤษ, อิหร่าน, เรือฟริเกต, เอชเอ็มเอส มอนโทรส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190711/image_big_5d27576c278a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
