<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2020 21:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2020 21:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทัพออสเตรเลียส่งเรืออพยพประชาชนติดไฟป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองทัพออสเตรเลียเปิดปฏิบัติการอพยพทางทะเลเพื่อช่วยเหลือประชาชนนับพันคนที่ถูกไฟป่าปิดเส้นทางหนีในเมืองมัลลาคูตาทางภาคตะวันออกเฉียงใต้เมื่อวันศุกร์ เจ้าหน้าที่เรียกร้องประชาชนรีบอพยพ คาดอุณหภูมิสูงขึ้นอีกในวันเสาร์หวั่นไฟป่ารุนแรงขึ้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนอพยพขึ้นเรือเอชเอ็มเอเอส ชูลส์ ที่เมืองมัลลาคูตาเมื่อวันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันศุกร์ที่ 3 มกราคม 2563 อ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ออสเตรเลียเช้าวันเดียวกันว่า เรือยกพลขึ้นบกเอชเอ็มเอเอส ชูลส์ และเรือซิคามอร์ ของกองทัพเรือออสเตรเลีย เข้าเทียบฝั่งเมืองมัลลาคูลา รัฐวิกตอเรีย เพื่ออพยพประชาชนประมาณ 1,000 คน จากชาวบ้านและนักท่องเที่ยว 4,000 คนที่ติดค้างอยู่ตามชายฝั่งมาตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม โดยนายกฯ สกอต มอร์ริสัน กล่าวไว้ว่า ชาวบ้านกลุ่มนี้จะถูกอพยพออกมาภายในช่วงบ่ายวันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิกฤติไฟป่าที่เผาไหม้มายาวนานหลายเดือนครั้งรุนแรงเป็นประวัติการณ์ของออสเตรเลียคร่าชีวิตคนแล้วอย่างน้อย 20 ราย สูญหายอีกหลายสิบราย บ้านเรือนเสียหายมากกว่า 1,300 หลัง มีพื้นที่ถูกไฟเผาผลาญขนาดกว้างใหญ่เท่ากับประเทศเบลเยียมหรือเกาะฮาวายของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ออกคำแนะนำนักท่องเที่ยวนับแสนคนควรอพยพออกจากอุทยานแห่งชาติและแหล่งท่องเที่ยวชายฝั่งทางใต้ของรัฐนิวเซาท์เวลส์ และพื้นที่ตะวันออกของรัฐวิกตอเรีย หลังจากพยากรณ์อากาศคาดการณ์ว่าอุณหภูมิในวันเสาร์จะพุ่งเกิน 40 องศาเซลเซียสอีกครั้งพร้อมกับกระแสลมแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการออสเตรเลียประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ที่มีประชากรหนาแน่น เพื่อให้อำนาจทางการออกคำสั่งให้ประชาชนหลายแสนคนอพยพออกจากบ้านเรือนในพื้นที่เสี่ยงภัยของ 3 รัฐ โดยรัฐวิกตอเรียประกาศภาวะฉุกเฉินเป็นครั้งแรก ไล่หลังคำประกาศของรัฐนิวเซาท์เวลส์เมื่อวันพฤหัสบดี สำนักงานจัดการภัยฉุกเฉินของรัฐนี้ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงออกจากบ้านเรือนทันทีและอย่าหวังพึ่งโชค ขณะที่กลาดิส แบร์จิกเลียน มุขมนตรีรัฐนิวเซาท์เวลส์ กล่าวเตือนว่า ประชาชนในพื้นที่เหล่านั้นต้องอพยพออกมาเมื่อยังมีโอกาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนและนักท่องเที่ยวนับหมื่นคนปฏิบัติตามคำแนะนำนี้แล้ว และพากันหนีออกจากพื้นที่ชายฝั่งยาวเหยียด 300 กิโลเมตร รถยนต์ติดยาวเหยียดไปยังนครซิดนีย์และกรุงแคนเบอร์รา แอนดรูว์ คอนสแตนซ์ รัฐมนตรีคมนาคมรัฐนิวเซาท์เวลส์ กล่าวถึงเหตุการณ์นี้ว่าเป็นการอพยพคนออกจากภูมิภาคนี้ครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพส่งเครื่องบินทหารเพื่อจัดส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปยังหลายพื้นที่ที่ถูกตัดขาดด้วย แดน แอนดรูว์ มุขมนตรีรัฐวิกตอเรีย เผยว่า เจ้าหน้าที่ได้หย่อนโทรศัพท์ผ่านดาวเทียมลงไปพร้อมกับน้ำและเสบียงฉุกเฉิน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53768</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเรือ, วิกตอเรีย, อพยพประชาชน, ออสเตรเลีย, เอชเอ็มเอเอส ชูลส์, ไฟป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200103/image_big_5e0f50d43b0d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
