<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110401</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 10:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 10:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดเป็นเหตุ! &#039;เอดีบี&#039;หั่นจีดีพีไทยปีนี้เหลือ2% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20 ก.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank)&amp;nbsp;หรือ เอดีบี ได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ลงมาอยู่ที่ 2% จากที่เคยคาดการณ์ไว้ 3% เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เนื่องจากการแพร่ระบาดเชื่อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ระลอก&amp;nbsp;3 ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงหลัก ส่งผลให้การบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนลดลงโดยเฉพาะเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ต่างๆ&amp;nbsp;ขณะที่การจำกัดการท่องเที่ยวที่ยังดำเนินอยู่ทำให้นักท่องเที่ยวลดลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่แล้ว ส่วนจีดีพีของปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;คาดว่ากระเตื้องขึ้นอยู่ที่&amp;nbsp;4.9%&amp;nbsp;จากที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 4.5%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้ เอดีบียังคาดว่าเศรษฐกิจในประเทศเอเชียกำลังพัฒนาจะเติบโตที่ 7.2%&amp;nbsp;ในปีนี้จากที่เคยคาดการณ์ไว้ที่&amp;nbsp;7.3%&amp;nbsp;ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา เนื่องจากการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ระลอกใหม่ทำให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจช้าลงในบางประเทศในภูมิภาค ส่วนแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นั้นจะปรับขึ้นจาก&amp;nbsp;5.3%&amp;nbsp;เป็น 5.4%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110401</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารพัฒนาเอเชีย, ปรับลดจีดีพี, เศรษฐกิจไทย, เอดีบี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210516/image_big_60a0f725c6bff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77573</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิด-19ฉุดเศรษฐกิจร่วง เอดีบีหั่นจีดีพีโตติดลบ8%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;เอดีบี&amp;rdquo; หั่นจีดีพีไทยปีนี้โตติดลบ 8% หลังโควิด-19 กระทบเศรษฐกิจหนัก ลุ้นปี 2564 กลับมาฟื้นตัวที่ 4.5% แนะจับตาปัจจัยเสี่ยงของไวรัสระบาดรอบ 2 การกีดกันทางการค้าและความสามารถในการชำระหนี้ของภาคธุรกิจและครัวเรือน ขณะที่ &amp;ldquo;สรรพากร&amp;rdquo; จ่อถกคลังปรับเป้าหายจัดเก็บรายได้ปีงบ 2564 ลงจาก 2.08 ล้านล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ได้เปิดเผยในรายงาน Asian Development Outlook 2020 Update โดยคาดการณ์ว่าตัวเลขเศรษฐกิจไทยในปีนี้ (จีดีพี) จะติดลบ 8% ซึ่งหดตัวมากกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ที่ 4.8%&amp;nbsp; เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ยังมีความไม่แน่นอน แม้จะมีแรงสนับสนุนจากนโยบายการคลังและการเงินก็ตาม แม้ว่าผลจากความสามารถในการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ของประเทศไทยที่อยู่ในเกณฑ์ดี ทำให้มีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด และกิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมาฟื้นตัวได้ แต่ผลจากการระบาดดังกล่าวได้ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจไทยมากกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2564 คาดว่าจะกลับมาขยายตัวที่ 4.5% ปรับเพิ่มจากคาดการณ์เดิมที่ 2.5% โดยอัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะติดลบในปีนี้อยู่ที่ 1.6% จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะงักงัน การหดตัวสูงของราคาพลังงาน และเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอ รวมถึงมาตรการรัฐบาลที่ช่วยลดค่าสาธารณูปโภคด้วย ก่อนจะปรับตัวเป็นบวกที่ 0.8% ในปีหน้า &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงภายนอกยังคงเป็นสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในทั่วโลก การกีดกันทางการค้า และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่วนปัจจัยเสี่ยงภายใน ได้แก่ การกลับมาระบาดซ้ำของโควิด-19 ความสามารถในการชำระหนี้ของภาคธุรกิจและครัวเรือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เอดีบียังคาดการณ์ว่าภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียในปีนี้จะหดตัวเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 6 ทศวรรษที่ 0.7% แต่คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวในปี 2564 ที่ 6.8% เนื่องจากภูมิภาคเริ่มฟื้นตัวจากหายนะทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเปรียบเทียบกับเศรษฐกิจที่อ่อนแอในปี 2563 แต่ผลผลิตในปีหน้ายังคงต่ำกว่าประมาณการก่อนการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยในรายงานได้แนะนำการฟื้นตัวแบบรูปตัว &amp;quot;L&amp;quot; แทนที่จะเป็นตัว &amp;quot;V&amp;quot; และคาดว่าเศรษฐกิจในภูมิภาคจะติดลบถึง 3 ไตรมาสในปี 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า เป้าหมายการจัดเก็บภาษีของกรมสรรพากรในปีงบ 2564 ที่ 2.08 ล้านล้านบาท ซึ่งจะมีการหารือกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในเร็วๆ นี้ เพื่อปรับเป้าหมายการจัดเก็บลง เนื่องจากเป้าหมายเดิมตั้งไว้ก่อนมีการระบาดของโควิด-19 ซึ่งยอมรับว่ามีผลกระทบกับการเก็บภาษีของกรมสรรพากรอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป้าหมายการจัดเก็บภาษีของกรมสรรพากรจริงๆ ในปีงบประมาณ 2564 จะเหลือเท่าไร ต้องรอหารือกับ สศค.ในเร็วๆ นี้ โดยรอให้จบปีงบประมาณ 2563 เพื่อดูภาษีที่เก็บได้ที่แท้จริง และประเมินภาวะเศรษฐกิจใหม่ทั้งหมด ส่วนในปีงบประมาณ 2563 กรมเก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้าหมาย แต่จะต่ำกว่าเป้าหมายกี่แสนล้านบาท ขอดูตัวเลขเดือนสุดท้าย (เดือน ก.ย.) ก่อน เพราะเป็นเดือนที่นิติบุคคลต้องยื่นแบบและเสียภาษีรอบครึ่งปีของปี 2563&amp;quot; นายเอกนิติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเอกนิติกล่าวอีกว่า การเก็บภาษีในเดือน ส.ค.2563 ของกรมสรรพากร เกินเป้าหมายกว่า 3 หมื่นล้านบาท เนื่องจากการเลื่อนการเก็บภาษีมาจากเดือนก่อนหน้า เพื่อช่วยลดภาระผู้เสียภาษี โดยกรมสรรพากรได้เร่งคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพื่อให้กระตุ้นเศรษฐกิจ มีการคืนภาษีไปได้แล้วกว่า 3 หมื่นล้านบาท &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กระทรวงการคลังรายงานการเก็บรายได้รัฐบาลล่าสุด 8 เดือนของปีงบประมาณ 2563 (ต.ค.2562-พ.ค.2563) รัฐบาลเก็บรายได้สุทธิ 1.5 ล้านล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 1.89 แสนล้านบาท โดย 3 กรมภาษีเก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมาย 2.18 แสนล้านบาท เป็นกรมสรรพากรเก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้าหมาย 1.39 แสนล้านบาท กรมสรรพสามิตต่ำกว่าเป้าหมาย 7.09 หมื่นล้านบาท และกรมศุลกากรต่ำกว่าเป้าหมาย 8,516 ล้านบาท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77573</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทบเศรษฐกิจ, จีดีพี, จีดีพีไทย, ติดลบ 8%, ธนาคารพัฒนาเอเชีย, พิษโควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอดีบี, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200915/image_big_5f60d58843055.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77516</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2020 15:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2020 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;เอดีบี&#039;หั่นฉับจีดีพีไทยปีนี้ติดลบ8%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ได้เปิดเผยในรายงาน Asian Development Outlook 2020 Update โดยคาดการณ์ว่า ตัวเลขเศรษฐกิจไทยในปีนี้ (จีดีพี) จะติดลบ 8% ซึ่งหดตัวมากกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้เมื่อเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา ที่ 4.8% &amp;nbsp;เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ยังมีความไม่แน่นอน แม้จะมีแรงสนับสนุนจากนโยบายการคลังและการเงินก็ตาม แม้ว่าผลจากความสามารถในการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ของประเทศไทยที่อยู่ในเกณฑ์ดี ทำให้มีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด และกิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมาฟื้นตัวได้ แต่ผลจากการระบาดดังกล่าวได้ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจไทยมากกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2564 คาดว่าจะกลับมาขยายตัวที่ 4.5% ปรับเพิ่มจากคาดการณ์เดิมที่ &amp;nbsp;2.5% โดยอัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะติดลบในปีนี้อยู่ที่ 1.6% จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะงักงัน การหดตัวสูงของราคาพลังงาน และเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอ รวมถึงมาตรการรัฐบาลที่ช่วยลดค่าสาธารณูปโภคด้วย ก่อนจะปรับตัวเป็นบวกที่ 0.8% ในปีหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงภายนอกยังคงเป็นสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด -19 ในทั่วโลก การกีดกันทางการค้า และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่วนปัจจัยเสี่ยงภายใน ได้แก่ การกลับมาระบาดซ้ำของโควิด -19 ความสามารถในการชำระหนี้ของภาคธุรกิจและครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ เอดีบียังคาดการณ์ว่าภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียในปีนี้จะหดตัวเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 6 ทศวรรษที่ 0.7% &amp;nbsp;แต่คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวในปี 2564 ที่ 6.8% เนื่องจากภูมิภาคเริ่มฟื้นตัวจากหายนะทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเปรียบเทียบกับเศรษฐกิจที่อ่อนแอในปี 2563 แต่ผลผลิตในปีหน้ายังคงต่ำกว่าประมาณการก่อนการแพร่ระบาดโควิด -19 โดยในรายงานได้แนะนำการฟื้นตัวแบบรูปตัว &amp;quot;L&amp;quot; แทนที่จะเป็นตัว &amp;quot;V&amp;quot; และคาดว่าเศรษฐกิจในภูมิภาคจะติดลบถึง 3 ไตรมาสในปี 2563&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77516</URL_LINK>
                <HASHTAG>หั่นจีดีพี, เศรษฐกิจไทย, เอดีบี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200915/image_big_5f607944a3bb8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13826</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2018 13:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2018 13:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ปลื้มADBปรับตัวเลขศก.ไทย ส่งออกขยายการลงทุนเพิ่มขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค. 61 - พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. รู้สึกยินดีเมื่อรับทราบผลการคาดการณ์เศรษฐกิจไทยโดยธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (เอดีบี) ที่ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2561 จะขยายตัวถึงร้อยละ 4.2 จากเดิมที่คาดการณ์ไว้เพียงร้อยละ 4.0 เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคอาเซียนที่เอดีบีปรับตัวเลขเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกฯ เน้นย้ำว่า ปัจจัยที่สนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปีนี้ เป็นเพราะไทยเรามีการส่งออกที่แข็งแกร่ง โดยปรับตัวสูงขึ้นถึงร้อยละ 5 ในช่วงไตรมาสแรกของปี เช่นเดียวกับการลงทุนภาคเอกชนและการบริโภคภายในประเทศที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้รับรายงานว่า ขณะนี้ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐยังไม่ส่งผลต่อเศรษฐกิจเอเชียและประเทศไทย โดยเอดีบียังคงคาดการณ์การขยายตัวของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียในปีนี้ไว้ที่ร้อยละ 6&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า ทั้งนี้ หากพิจารณาย้อนหลังไปในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยขยายตัวถึงร้อยละ 6-7 แต่ตกต่ำที่สุดในช่วงที่มีวิกฤตการณ์ทางการเมืองจนเหลือเพียงร้อยละ 0.8 และเมื่อรัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารประเทศได้ทำให้เศรษฐกิจค่อย ๆ ขยายตัวขึ้นถึงร้อยละ 4.0 และมีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอาจจะเห็นว่าตัวเลขการขยายตัวสูงกว่าไทย แต่ความจริงแล้ว ขนาดเศรษฐกิจของเราโตกว่าเวียดนาม 12 เท่า โตกว่าเมียนมา 7 &amp;ndash; 8 เท่า โตกว่ากัมพูชา 20 เท่า และโตกว่า สปป.ลาว 30 เท่า ดังนั้น เมื่อมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการผลิตของประเทศเหล่านี้ขยายตัวเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ตัวเลขการขยายตัวขยับขึ้นทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มูลค่าการผลิตโดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมของประเทศเพื่อนบ้านส่วนใหญ่มาจากอุตสาหกรรมสิ่งทอ รองเท้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งประเทศไทยผ่านจุดนั้นมาแล้ว วันนี้เรากำลังจะเปลี่ยนประเทศให้ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ที่จะช่วยให้ไทยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางอย่างยั่งยืน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13826</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, พล.ท.สรรเสริญ  แก้วกำเนิด, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เอดีบี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180528/image_big_5b0bdb1196d4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12722</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2018 14:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2018 14:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลัง-คมนาคมลงนามกู้เอดีบีสร้างถนน 4 เลน 3.4 พันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คลัง-คมนาคม&amp;rdquo; ลงนามกู้เงินเอดีบี 3.4 พันล้านบาท ลุยก่อสร้างถนน 4 เลน เส้นทางอีสานระยะที่ 2 ใน 3 เส้นทาง คาดแล้วเสร็จปี 2562 พร้อมดันรถไฟทางคู่ 9 เส้นทางเข้า ครม. ภายในปีนี้ มั่นใจแม้เปลี่ยนรัฐบาลไม่กระทบแผนลงทุนด้านคมนาคม วงเงิน 2.3 ล้านล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค. 61 - นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า ได้ลงนามในสัญญาเงินกู้กับธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย (เอดีบี) กรอบวงเงินไม่เกิน 99.40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเท่าไม่เกิน 3.4 พันล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการก่อสร้างถนน 4 เลน เส้นทางสายอีสาน (ระยะที่ 2) 3 เส้นทาง ได้แก่ ทางหลวงหมายเลข 22 ช่วงอำเภอหนองหาน - อำเภอพังโคน ทางหลวงหมายเลข 22 ช่วงสกลนคร - นครพนม (กิโลเมตรที่ 180 - 213) และทางหลวงหมายเลข 23 ช่วงร้อยเอ็ด - ยโสธร &amp;nbsp;รวมระยะทาง 124.9 กิโลเมตร &amp;nbsp;โดยทั้ง 3 โครงการคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;โครงการดังกล่าวจะเป็นการเชื่อมต่อการเดินในเส้นทางสายตะวันออกสู่ตะวันตก และถือเป็นการกู้กับเอดีบีครั้งแรกในรอบ 8-9 ปี โดยเป็นรูปแบบการกู้เป็นแบบเต็มจำนวนในคราวเดียว ไม่ใช่การทยอยเบิกเงินเหมือนที่ผ่านมา โดยวิธีนี้จะทำให้มีการบริหารต้นทุนได้ดีขึ้น ซึ่งคิดแล้วเป็นดอกเบี้ยเงินกู้เฉลี่ย 2.5% ใกล้เคียงกับที่กระทรวงการคลังออกพันธบัตรในประเทศเอง และหลังจากนี้กระทรวงการคลังมีแผนจะกู้เงินเอดีบี เพิ่มเติมในการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม เส้นทางมีนบุรี- ศูนย์วัฒนธรรม-ตลิ่งชัน อีก แต่ยังไม่ได้กำหนดวงเงินการกู้อย่างเป็นทางการ&amp;rdquo; นายอภิศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;รมว.การคลัง ระบุว่า มั่นใจว่าแม้จะมีการเปลี่ยนรัฐบาลในระยะต่อไป แต่โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ด้านคมนาคมที่มูลค่ารวม 2.3 ล้านล้านบาท จะสามารถเดินหน้าต่อไปได้ เนื่องจากรัฐบาลชุดนี้ได้มีการวางนโยบายไว้หมดแล้ว ซึ่งโครงการเหล่านี้ มีประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศและให้การบริการกับประชาชน จึงไม่น่ามีปัญหาในการเดินหน้าต่อแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมมั่นใจว่าจะสามารถผลักดันโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 &amp;nbsp;อีก 9 เส้นทางเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบได้ภายในสิ้นปีนี้อย่างแน่นอน โดยคาดว่าภายในสิ้นเดือนนี้ จะสามารถเสนอให้ ครม. พิจารณาโครงการรถไฟทางคู่เส้น เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของได้ และภายในสิ้นปีนี้ จะเสนอโครงการรถไฟทางคู่ เส้นบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม โดยหากผ่านความเห็นชอบจาก ครม. เรียบร้อยจะทำให้โครงการรถไฟทางคู่เริ่มก่อสร้างได้ภายในรัฐบาลชุดนี้ครบตามเป้าหมายระยะหนึ่งและระยะสอง 16 เส้นทาง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12722</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้เงิน, คมนาคม, คลัง, ธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย, สร้างถนน, อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์, อีสาน, เอดีบี, แผนลงทุนย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180704/image_big_5b3c7c5746256.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7179</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2018 10:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2018 10:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิชัย&#039;ยก&#039;ธนาคารโลก-เอดีบี&#039;ซัดศก.ไทยย่ำแย่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 เม.ย.61- นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน ในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวว่า ตามที่ธนาคารโลก และธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเซีย (เอดีบี) ระบุแม้เศรษฐกิจไทยอาจจะขยายตัวได้ประมาณ 4 % ซึ่งรัฐบาลโดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พยายามจะบอกดีสุดๆนั้น ความเป็นจริง คือ ธนาคารโลกและเอดีบี บอกชัดเจนการเจริญเติบโตที่ 4% นี้ต่ำกว่า อัตราเฉลี่ยที่ ธนาคารโลก และ เอดีบี ทำนายการเจริญของโลก ซึ่งเป็นตัวเลขการเจริญเติบโตที่แย่ที่สุดในภูมิภาค และ เป็นตัวเลขการเจริญเติบโตที่แย่ที่สุดในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาทั้งหมดในเอเซียตะวันออก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัยกล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในระดับต่ำสุดในการคาดประมาณการเจริญเติบโต - โดยต่ำกว่า เวียดนาม (6.9%) มาเลเซีย (5.9%) กัมพูชา (7%) และ ลาว (7.3%) และที่ต้องเน้น เรื่องที่แย่ที่สุดคือ ทั้งธนาคารโลก และ เอดีบี ไม่เห็นโอกาสที่เศรษฐกิจของไทย ภายใต้การนำของรัฐบาลปัจจุบัน จะสามารถทำให้ดีขึ้นได้ นอกจากจะยิ่งตกต่ำลงไปเรื่อยๆ ล้าหลังประเทศเพื่อนบ้านเอเซียนทุกประเทศ ซึ่งเป็นไปตามที่ตนได้พูดอยู่เสมอ แต่รัฐบาลหาว่าตนให้ข้อมูลที่บิดเบือน แล้วอย่างนี้ ธนาคารโลกและเอดีบีให้ข้อมูลที่บิดเบือนหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อยากให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ฟังความจริงจากองค์กรสากลระหว่างประเทศ และอย่าเชื่อนายสมคิดทั้งหมด และอยากให้นายสมคิดได้ฟังและอยากให้ชี้แจงเรื่องดังกล่าวด้วย อย่าให้ข้อมูลเกินจริง ซึ่งอาจจะทำให้ประชาชนและสื่อมวลชนสับสนได้ และไม่อยากให้นักการเมืองชื่นชม รัฐบาล และ คสช. เพียงเพราะรัฐบาลและ คสช. ช่วยพัฒนาซ่อมแซมถนนในพื้นที่ให้เท่านั้น ในขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจประเทศยังย่ำแย่ และหากเลื่อนเลือกตั้งออกไปอีกเรื่อยๆ จะยิ่งไม่สามารถแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจได้&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7179</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารโลก, นายพิชัย นริพทะพันธุ์, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เอดีบี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180312/image_big_5aa66e4b69986.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6930</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2018 15:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2018 15:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอดีบีปรับตัวเลขเศรษฐกิจไทยเชื่อปีนี้โตแตะ 4%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอดีบีขยับประมาณการเศรษฐกิจไทย ขึ้นมาโต 4% ชี้ปัจจัยมาจากการลงทุนภาครัฐ-เอกชน รวมถึงการใช้จ่ายในประเทศที่ดีขึ้่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) เปิดเผยรายงานการวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชีย (Asian Development Outlook : ADO) โดยคาดว่า เศรษฐกิจไทยจะเติบโต 4% ในปี 61 และ 4.1% ในปี 62 เนื่องจากการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ และการลงทุนภาคเอกชนและการบริโภคภายในประเทศที่กระเตื้องขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ก่อนหน้านี้เมื่อ ธ.ค.60 เอดีบี เคยคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 61 จะขยายตัว 3.8% ใกล้เคียงกับปี 60&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนั้น รายงานในฉบับนี้ เอดีบี ได้คาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกจะสูงถึง 6% ในปี 61 และ 5.9% สำหรับปี 62 ซึ่งปรับลดลงเล็กน้อยจาก 6.1% ที่เคยคาดการณ์ไว้ในปี 60 &amp;nbsp;หากไม่นับรวมกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมใหม่ (Newly Industrialized Economies) ที่มีรายได้สูง คาดว่า GDP จะสูงถึง 6.5% ในปี 61 และ 6.4% สำหรับปี 62 ลดลงจาก 6.6% ในปี 60&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6930</URL_LINK>
                <HASHTAG>GDP, จีดีพี, ธนาคารพัฒนาเอเชีย, เศรษฐกิจไทย, เอดีบี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5acdc4f091b24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
