<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18021</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2018 10:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2018 10:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาร์เตต้าจวกซิตี้เล่นห่วยแพ้ลีกเอิงคาบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เสียฟอร์มแพ้ ลียง คาถิ่นเอติฮัด ไป 2-1 เมื่อคืนวันพุธ มิเกล อาร์เตต้า ผู้ช่วยกุนซือที่ทำหน้าที่แทน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่ติดโทษแบน ผิดหวังฟอร์มการเล่นของลูกทีมในนัดนี้ ที่เสียท่าให้กับทีมจากลีกเอิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีม&amp;quot;เรือใบสีฟ้า&amp;quot;แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขาด เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สั่งการอยู่ที่ริมเส้น ส่งผลเสียหายทันที หลังพ่ายช็อคต่อ ลียง คาบ้านของตัวเองไป 2-1&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประตูจาก แม็กซ์เวล คอร์เน็ต กับ นาบิล เฟคีร์ ทำให้ ซิตี้ จบเกมแรกในยุโรป ด้วยการเป็นบ๊วยของกลุ่ม เอฟ แต่ อาร์เตต้า ปฏิเสธที่จะอ้างการขาดเป็ป เป็นข้อแก้ตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในระดับนี้ การเล่นของเราถือว่าไม่ดีพอ&amp;quot; อาร์เตต้า กล่าว &amp;quot;เราแพ้ในการดวลตัวตัวอยู่หลายครั้ง ซึ่งมันก็ส่งผลเสียหายตามมา เราเสียบอลให้ฝ่ายตรงข้ามในจังหวะที่กำลังขึ้นเกม แล้วในสถานการณ์อย่างนี้ พวกเขาฉวยโอกาสไว้ได้ เราขาดความแน่นอนอย่างเห็นได้ชัด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บางวันพวกเขาเล่นดี บางครั้งก็เล่นแย่ เราตกอยู่ในสถานการณ์กดดันทุกครั้งที่เราเสียบอล แต่ผมจะไม่ตัดสินผู้เล่นเพียงแค่เราแพ้ คุณต้องตัดสินจากหลายสิ่งหลายอย่างในเกมนั้นๆ &amp;nbsp;และพวกเขาก็รู้แล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาร์เตต้า ยังตอบโต้คำถามที่ถามว่า ซิตี้ ล้มเหลวในนัดนี้เพราะขาด เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ใช่หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่รู้ นั่นอาจแค่คิดกันไปเอง เป็นแค่สมมติฐาน&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18021</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ฟุตบอล, มิเกล อาร์เตต้า, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก, ลียง, เอติฮัด สเตเดี้ยม, แมนเชสเตอร์ ซิตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180920/image_big_5ba316dd6b42a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8635</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2018 23:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2018 23:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซิตี้ฉลองแชมป์หลังเปิดบ้านเสมอฮัดเดอร์ฟิลด์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในที่สุดก็ได้ฉลองถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ &amp;nbsp;เรียบร้อย หลังเปิดบ้านเสมอ ฮัดเดอร์ฟิลด์&amp;nbsp;เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อันที่จริงได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ แน่นอนแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 เมษายน วันที่ทีมคู่แข่งร่วมเมือง คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แพ้ต่อ เวสต์บรอม ไปแบบล็อคถล่มพลิกความคาดหมาย แต่ ทาง ซิตี้ ต้องรอเกมในบ้านเพื่อการฉลองแชมป์กับแฟนบอลของตัวเองอย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เกมกับ ฮัดเดอร์ฟิลด์ เมื่อคนวันอาทิตย์ ซิตี้ &amp;nbsp;ทำได้เพียงแค่เสมอ ฮัดเดอร์ฟิลด์ 0-0 แต่ไม่ได้ถึงกับทำให้งานกร่อยแต่อย่างใด แมทช์นี้ ถือว่าเป็นวันฉลองถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก ซึ่งก็เป็นเป้าหมายหลักที่ทางซิตี้ได้กำหนดไว้เมื่อต้นซีซั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรดาแฟนบอลกรูลงสู่สนามทันทีหลังผู้ตัดสินเป่านกหวีดจบเกมการแข่งขัน แต่ก่อนหน้านั้น มีแฟนบอลคนหนึ่งวิ่งเข้าไปในสนามระหว่างที่ยังไม่จบเกม ซึ่งเขาก็โดนเอาตัวออกไปโดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ด้วยความช่วยเหลือของ ผู้รักษาประตู เอเดอร์สัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ เอเดอร์สัน อีกครั้งที่เขาต้องมาช่วยเคลียร์พื้นที่ในสนามหลังจบเกม โดยชี้มือชี้ไม้ให้แฟนกลับไปที่สแตนด์ เพื่อให้เริ่มต้นพิธีมอบถ้วยรางวัลได้ ซึ่งผู้เล่นของซิตี้กับสตาฟ กลับออกจากห้องแต่งตัว ลงสนามโดยสวมเสื้อที่มีตัวอักษร Champions 18 พิมพ์อยู่ด้านหลัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เป็นคนแรกที่ขึ้นไปชูถ้วยแชมป์ โดยคนสุดท้ายคือกัปตันทีม แว็งซ็องต์ ก็องปานี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8635</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอล, ฮัดเดอร์ฟิลด์, เอติฮัด สเตเดี้ยม, แชมป์พรีเมียร์ลีก, แมนเชสเตอร์ ซิตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180506/image_big_5aef2e08b1873.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6912</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2018 10:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2018 10:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คล็อปป์ฟุ้งหงส์สมควรลิ่วยิงซิตี้5ลูกเสียแค่1</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เจอร์เกน คล็อปป์ คุยหลังเกมที่ ลิเวอร์พูล สอย แมนเชสเเตอร์ ซิตี้ ตกรอบไปเมื่อคืนวันอังคาร&amp;nbsp;ยันชนะคู่แข่ง 2-1 แข้งหงส์ยังไม่ได้ระเบิดฟอร์มเต็มร้อย แต่สำคัญคือผลการแข่งขัน โวสมควรเข้ารอบ 2 นัด ยิง ซิตี้ ได้ 5 ลูก เสียลูกเดียว ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สองประตูในครึ่งหลังจาก โม ซาลาห์ กับ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ดับความหวังที่จะกลับมาสู่เกมของ ซิตี้ ที่ได้ประตูขึ้นนำเร็วจาก กาเบรียล เฮซุส ทำให้ ลิเวอร์พูล ชนะไป 2-1 และผ่านเข้าสู่รอบเซมิไฟนอบ ด้วยสกอร์รวม 5-1&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เกมนี้ค่อนข้างแตกต่าง โดยเฉพาะช่วงออกสตาร์ท ประตูนั้นเราเหมือนเสิร์ฟใส่จานให้พวกเขาได้ไปง่ายๆ ผมคาดไว้อยู่แล้วว่าจะต้องเจออะไรแบบนี้ แต่ผมต้องการเห็นปฏิกิริยาจากนักเตะของเราหลังจากนั้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ซิตี้ ต้องยอมเสี่ยงทุกทาง เราต้องการโชคเพียงเล็กน้อย และเกมรับที่มีวินัย เห็นสกอร์ในครึ่งแรกแล้วผมยังค่อนข้างพอใจ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกเขาเกือบได้ 2-3 ประตูในครึ่งแรก แต่มันมันใจร้อยเปอร์เซนต์ว่าหากเราได้บอลเมื่อไหร่เราก็มีโอกาสได้ประตูที่นี่ได้เหมือนกัน เราได้ 2 ประตู มันไม่ใช่เรื่องของความสมบูรณ์แบบ แต่สิ่งสำคัญคือผผลการแข่งขัน มันไม่ใช่เกมที่ดีที่สุดของเรา แต่เราก็สมควรได้เข้ารอบแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราายิง ซิตี้ ได้ 5 ลูก และเสียแค่ลูกเดียว ตัวเลขแบบนี้ไม่เป็นไปได้ง่ายๆ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6912</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ฟุตบอล, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก, ลิเวอร์พูล, เจอร์เกน คล็อปป์, เอติฮัด สเตเดี้ยม, แมนเชสเตอร์ ซิตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5acd8178b6e4f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6911</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2018 10:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2018 10:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เป๊ปฉุนผู้ตัดสินตัวแสบทำซิตี้พ่าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า บอสทีม&amp;quot;เรือใบสีฟ้า&amp;quot;แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อารมฌ์เสียกับการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน อ้างเป่าข่วย ลิเวอร์พูล ทั้งสองเลก ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบควอร์เตอร์ไฟนอล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนเกมเเลกสอง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า น่าจะทำใจไว้บ้างอยู่แล้ว เมื่อรู้ว่าผู้ตัดสินที่จะลงทำหน้าที่ในเกมที่ เอติฮัด เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา คือ อันโตนิโอ มาเต ลาฮอซ ที่เคยมีปัญหากันมาก่อน และเคยเป่าในเกมที่ ซิตี้ โดน โมนาโก เขี่ยตกรอบ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มานัดนี้ก็ช่วยทีมคู่แข่งเล่นงานซิตี้อีก ด้วยการเป่าไม่ให้ลูกยิงของ ลีรอย ซาเน่ เป็นประตู ขณะที่ เป๊ป โดนไล่ออกหลังแสดงความไม่พอใจการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซิตี้ จ่าฝูง พรีเมียร์ลีก เป็นฝ่ายคุมเกมได้อย่างสมบูรณ์แบบในครึงแรก โดยหวังที่จะพลิกสถานการณ์จากที่ไปพลาดท่าแพ้ที่แอนฟิลด์ 3-0 ให้ได้ โดยขึ้นนำเร็วตั้งแต่นาทีที่ 2 จาก กาเบรียล เฮซุส และยังน่าจะนำห่างเป็น 2 ลูก ในนาทีที่ 42 จาก ลีรอย ซาเน่ แต่ไลน์แมนยกธงเป็นล้ำหน้า แต่จากภาพช้าลูกนี้สมควรได้ประตู ไม่ได้ออฟไซด์แต่อย่างใด ซึ่งก็ทำให้ทางฝั่ง ซิตี้ ค่อนข้างไม่พอใจ พักครึ่ง เป๊ป กวาร์ดิโอ่า เข้าไปแสดงความไม่พอใจการทำหน้าที่ขอผู้ตัดสิน ก็โดนใบแดงทันที ครึ่งหลังต้องขึ้นไปอยู่บนสแตนด์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเริ่มครึ่งหลังได้เพียง 10 นาที ลิเวอร์พูล ก็ได้ประตูตีเสมอจาก โม ซาลาห์ ก่อนที่ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ จะมาพังประตูชัยให้ ลิเวอร์พูล บุกชนะ 2-1 พร้อมตบเท้าเข้ารอบ ด้วยสกอร์รวมที่ขาดถึง 5-1
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่เราเจอในเกมนี้ เหมือนเกมที่แล้วกับ ยูไนเต็ด เป๊ะ นาทีที่ 78 จุดโทษที่ชัดเจนที่สุดที่ผมเคยเห็นมาตลอดชีวิต ติดก็แค่ มาร์ติน แอตกินสัน ไม่อยากเป่าให้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทังสองทีมเล่นดีมาก แต่การตัดสินเหล่านี้ เป็นตัวตัดสินว่าจะให้ทีมไหนแพ้ทีมไหนชนะ ก็ต้องขอแสดงความยินดีกับ ลิเวอร์พูล เราทำได้ดีแล้ว แต่สิ่งที่ขาดไปคือการตัดสินที่ถูกต้อง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าทำไมเขาถึงโดนไล่ออกหลังไปเจอหน้าผู้ตัดสิน กวาร์ดิโอล่า ตอล &amp;quot;ผมบอกพวกเขาว่าลูกของ ซาเน่ เป็นประตู ผมไม่ได้ด่าพวกเขาเลย ผมสุภาพมากๆ ผมไม่ได้พูดอะไรผิดด้วย แต่ มาเตอ ลาฮอซ เป็นคนพิเศษ ชอบแตกต่าง เขาต้องการได้รับความสนใจ ต้องการให้คนกล่าวถึง ต้องการความรู้สึกว่าเขาเป็นคนพิเศษ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมรู้สึกตั้งแต่แมทช์กับโนาโกเมื่อฤดูกาลที่แล้วแล้ว ตอนสกอร์ 1-1 แซร์โจ้ อเกวโร่ ถูกทำฟาวล์ ในขณะที่ทุกคนเห็นว่ามันต้องเป็นจุดโทษ เขาจะบอกว่าไม่ใช่ อะไรก็ได้ที่ตรงข้าม วันนั้นผมไม่ได้พูดผิดเลย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ม้นแตกต่างแน่ระหว่าง จบครึ่งแรก เรานำ 1-0 กับ นำ 2-0 และมันช่างแตกต่างเมื่อประตูแรกที่ แอนฟิลด์ขอบ ซาลาห์ ควรต้องเป็นลูกล้ำหน้า แต่ก็ได้ประตู ทัวร์นาเมนท์ใหญ่แบบนี้ มันมีผลมาก&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6911</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ฟุตบอล, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก, ลิเวอร์พูล, เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, เอติฮัด สเตเดี้ยม, แมนเชสเตอร์ ซิตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5acd7a89de281.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6690</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2018 20:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2018 20:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เนวิลล์จวกแอทคินสัน ชี้ผีโชคดีไม่มีแดงแถมรอดจุดโทษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

แกรี่ เนวิลล์ วิจารณ์การทำหน้าที่ของผู้ตัดสินในศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ที่ สุดท้าย ยูไนเต็ด ที่ตกเป็นฝ่ายตามหลัง 2 ลูก พลิกกลับมาเอาชนะได้ที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม เมื่อคืนวันเสาร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่หลายคนชูประเด็นการคัมแบ็คกลับมาอย่างเหลือเชื่อของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่หลังเกมสื่อนอกตั้งข้อสังเกตุถึงความโชคดีของ ยูไนเต็ด และความโชคร้ายของซิตี้ ที่มีผู้ตัดสินอยู่เบื้องหลัง มีความไม่ชอบมาพากลในแมทช์นี้ แม้แต่ แกรี่ เนวิลล์ ที่เป็นเด็กเก่าของทีมปีศาจแดงเอง ยังไม่เห็นด้วยกับการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แกรี่ เนวิลล์ จวกการทำหน้าที่ของ มาร์ติน แอทคินตัน โดยเฉพาะในช่วงท้ายที่ไม่ให้จุดโทษกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซิตี้ ตามหลัง 3-2 ในขณะที่เหลือเวลาอีกเพียง 10 นาที และ แซร์โจ้ อเกวโร่ ไปโดน แอชลี่ย์ ยัง เสียบล้มในเขตโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอทคินสัน อีกครั้งที่มองไม่เห็นว่า ซิตี้ จะสมควรได้จุดโทษ แต่ภาพรีเพลย์เห็นชัดเจนว่า ยัง ทำฟาวล์กองหน้าอาร์เจนไตน์อย่างอันตรายและน่าเกลียด เนวิลล์ ยังไม่อยากจะเชื่อว่าขนาดนี้ยังไม่ชัดเจนพอสำหรับ แอทคินสัน นอกจากต้องเป็นจุดโทษแล้ว ยัง ควรต้องโดนไล่ออกอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดูยังไงลูกนั้นก็ควรตั้องเป็นจุดโทษ ยังเสียบจังหวะนั้นแบบไม่มียั้งและย่ำเข้าที่หน้าแข้ง&amp;quot; เนวิลล์ กล่าว &amp;quot;เดอ บรูย์น ผ่านบอล และมันได้จังหวะอย่างสมบูรณ์แบบ มันเป็นการเสียบบอลที่แย่ของ ยัง เขายันเข้าที่หน้าแข้งขวาของ อเกวโร่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มันไม่ใช่แค่จุดโทษ มันยังน่าจะต้องเป็นใบแดงอีกด้วย ยูไนเต็ด รอดไปได้ในจังหวะนี้ ยัง ถือว่าโชคดี ไม่แปลกที่นักเตะซิตี้จะเดือดดาลในช่วงท้าย และสำหรับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สมควรแล้วที่เขารู้สึกว่าไม่ได้รับความยุติธรรม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันที่จริงช่วงต้นเกม ยัง ก็รอดทำทีมเสียจุดโทษไปแล้วอย่างน้อย 1 ครั้ง จากการทำแฮนด์บอลหน้าปากประตู และค่อนข้างมีปัญหาในการตามประกบ ราฮีม สเตอร์ลิง จนมีครั้งหนึ่งที่ต้องเหนี่ยวดึงและหวดหน้าแข้งเข้าที่ลำตัวจนปีกร่างเล็กล้มไปกอง เหตุการณ์เกิดใกล้ริมเส้นด้านขวา แต่ผู้ตัดสินกับไลน์แมนไม่ได้ว่าอะไรอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6690</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ฟุตบอล, เอติฮัด สเตเดี้ยม, แกรี่ เนวิลล์, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180408/image_big_5aca1c2819e9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
