<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62626</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2020 13:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2020 13:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BBGI ย้ำ จำหน่ายแอลกอฮอล์เฉพาะหน้าโรงงานเท่านั้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เมษายน 2563 นายพงษ์ชัย ชัยจิรวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) บริษัทในกลุ่มของบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าบริษัท บีบีจีไอฯ ได้รับแจ้งว่ามีการแอบอ้างใบรับรองการวิเคราะห์คุณสมบัติของเอทานอล หรือ Certificate of Analysis Denatured Ethanol 95% ผ่านแพลทฟอร์มช่องทางการขายสินค้าออนไลน์ของร้านค้าหนึ่งเพื่อประกอบการขายสินค้า โดยที่สินค้านั้นไม่ใช่สินค้าที่ผลิตหรือมีความเกี่ยวข้องกับบริษัท บีบีจีไอฯ แต่อย่างใด

จึงขอชี้แจงให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบถึงมาตรการการจำหน่ายแอลกฮอล์ของบริษัทฯ ว่า แอลกอฮอล์ของบริษัทฯ มีจำหน่ายเฉพาะหน้าโรงงานเท่านั้น ไม่มีการจำหน่ายผ่านช่องทางอื่น พร้อมกำหนดให้ผู้ที่ประสงค์ซื้อต้องนำภาชนะมาบรรจุ รวมทั้งรับผิดชอบเรื่องการขนส่งเอง

ทั้งนี้ หากมีผู้ใดกระทำการแอบอ้าง บริษัทฯ จะดำเนินการปกป้องสิทธิที่มีตามกฎหมายต่อไป

อนึ่ง บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวภาพ ที่สามารถผลิตเอทานอลในเกรดอุตสาหกรรม โดยมีวัตถุดิบเป็นแอลกอฮอล์ในกระบวนการผลิต และพร้อมจำหน่ายแอลกอฮอล์สำหรับนำไปผลิตเจลและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเพื่อใช้ทางการแพทย์แก่โรงงานหรือผู้ประกอบการที่มีความต้องการ หลังจากกระทรวงพลังงานและกรมสรรพสามิตมีมติปลดล็อกเอทานอลตามมาตรการเร่งด่วนในการป้องกันและชะลอการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าหรือ COVID-19 ในเดือนมีนาคม 2563 เป็นต้นมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62626</URL_LINK>
                <HASHTAG>#เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ, บมจ.บางจาก, เอทานอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200409/image_big_5e8ec5e8223e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61892</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2020 09:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2020 09:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;พิชัย&#039;แนะนายกฯแก้ปัญหาแอลกอฮอล์ขาดแคลนเตือนแนวทางพลังงานเอื้อนายทุนทำประเทศเสียหาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;3 เม.ย.63 - นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรมว.พลังงาน กล่าวว่า ปัจจุบันนอกจากหน้ากากอนามัยจะขาดแคลนแล้ว แอลกอฮอล์ที่มีความจำเป็นในการใช้ทำความสะอาดและกำจัดไวรัสโควิด-19 ก็ยังขาดแคลนอย่างมาก ดังนั้นจึงเสนอให้ยกเลิกการผสมแอลกอฮอล์ในน้ำมันในแก๊สโซฮอล์ ซึ่งใช้ถึงวันละประมาณ 4 ล้านลิตร แล้วนำมาผลิตแอลกอฮอล์กำจัดไวรัสโควิด-19 ซึ่งเชื่อว่าจะมีปริมาณพอเพียง เหลือเท่าไหร่ ค่อยนำไปผสมแก๊สโซฮอล์ ซึ่งจะทำให้มีแอลกอฮอล์เหลือใช้เพียงพอในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อีกทั้งยังจะทำให้ราคาน้ำมันถูกลงด้วย เพราะปัจจุบันราคาน้ำมันในตลาดโลกได้ลดต่ำลงมากราคาเนื้อน้ำมันที่กลั่นแล้วเหลือเพียงลิตรละ 5.08 บาทสำหรับเบนซิน 95 แต่ราคาเอทานอลสูงถึงลิตรละ 23.28 บาท หรือ สูงมากกว่า 4 เท่า จึงไม่จำเป็นต้องผสมแล้ว
&amp;nbsp;
นายพิชัย กล่าวว่า ในอดีตสมัยที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกมีราคาแพง ราคาน้ำมันสูงถึง 140 $ ต่อ บาเรล ราคาเนื้อน้ำมันที่กลั่นแล้วกับราคาเอทานอลมีราคาใกล้เคียงกัน ตนจึงสั่งให้ยกเลิกเบนซิน 91 และใช้แก๊สโซฮอล์ E10 เป็นน้ำมันหลัก เพื่อให้มีการใช้เอทานอลมากขึ้น เพื่อประหยัดเงินตราต่างประเทศในการนำเข้าน้ำมันและยังช่วยเกษตรกรชาวไร่อ้อยและมันสำปะหลัง ซึ่งทำให้มีการใช้เอทานอลเพิ่มจากวันละ 1 ล้านลิตรเป็น 4 ล้านลิตร แต่ปัจจุบันราคาน้ำมันลดต่ำลงมาก เหลือแค่ 20-30 $ ต่อบาเรล จากสงครามราคาน้ำมันของประเทศซาอุฯและประเทศรัสเซีย และจากการใช้น้ำมันทั้งโลกที่ลดลงมากจากคนงดเดินทางในช่วงวิกฤตการณ์ไวรัสโควิด-19 และยังมีแนวโน้มที่ราคาจะต่ำอีกนาน จึงไม่ควรจะต้องผสมเอทานอลแล้ว เพราะราคาเอทานอลแพงกว่าราคาน้ำมันมาก และน่าจะนำมาใช้ป้องกันและจำกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะได้ประโยชน์มากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;และแนวคิดของกระทรวงพลังงานที่จะยกเลิก E10 (ที่ผสมเอทานอล 10%) ทั้งหมดให้เปลี่ยนเป็น E 20 (ที่ผสมเอทานอล 20%) น่าจะเป็นแนวคิดที่ผิด ไม่ควรจะแค่เลื่อนแต่ควรจะต้องยกเลิกไปเลย เพราะจะทำให้ประชาชนใช้น้ำมันแพงขึ้นโดยไม่มีเหตุผล และน่าจะต้องการเอื้อประโยชน์แก่นายทุนที่ผลิตแอลกอฮอล์เท่านั้น และอย่าอ้างว่าจะนำมาผลิตแอลกอฮอล์กำจัดไวรัสโควิด-19 ไม่ได้ซึ่งไม่จริง โรงงานสามารถปรับเปลี่ยนมาผลิตแอลกอฮอล์เพื่อกำจัดไวรัสโควิด-19ได้อย่างแน่นอน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตรมว.พลังงาน กล่าวอีกว่า นอกจากเรื่องแอลกอฮอล์แล้ว ตลอด 5 ปีนี้รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ยังได้บริหารจัดการเรื่องพลังงานผิดพลาดมาตลอด ทั้งที่พลเอกประยุทธ์เคยตำหนิผมไว้เอง แต่กลับทำเองแย่กว่ามาก ยิ่งกว่าอิเหนาเมาหมัด และยังทำให้ประชาชนสับสน โดยรัฐบาลได้เก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันในระดับสูงโดยเฉพาะการเก็บภาษีสรรพสามิตกับน้ำมันดีเซล ทำให้ประชาชนไม่ได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลดลงมาก และตอนนี้ก็ไม่ควรลดภาษีแล้วเพราะราคาน้ำมันได้ถูกลงอีก แต่ควรนำเงินภาษีไปช่วยต่อสู้วิกฤตการณ์ไวรัสโควิด-19 จะดีกว่า อีกทั้งรัฐบาลโดย ครม. ยังอนุมัติให้บริษัทลูก กฟผ. ไปซื้อหุ้นเหมืองถ่านหิน 1.17 หมื่นล้านบาท ได้หุ้นมาเพียง 11-12% ซึ่งราคาหุ้นตอนนี้ทรุดฮวบจึงขาดทุนหนักมากจากการที่โลกรังเกียจการใช้ถ่านหินและราคาถ่านหินก็ยังถูกลงมากตามราคาน้ำมัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย กล่าวด้วยว่า ล่าสุดยังมีความพยายามที่จะทำโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเริ่มที่ 700 เมกกะวัตต์ และ อาจทำไปถึง 1,900 เมกกะวัตต์ ทั้งที่ปัจจุบันการผลิตไฟฟ้าของไทยมีปริมาณเกินปริมาณการใช้จริงอยู่ถึง 32% จากภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ โดยจะมีการซื้อไฟฟ้าในราคาสูงกว่าราคารับซื้อไฟฟ้าปกติประมาณเท่าตัว (ราคารับซื้อจากโรงไฟฟ้าชุมชน 4.2-4.8 บาทต่อหน่วย จากราคารับซื้อปกติ 2.4 บาทต่อหน่วย)&amp;nbsp; ซึ่งจะเป็นการเพิ่มภาระค่าไฟฟ้าแก่ประชาชนในอนาคต ทั้งนี้จากข้อมูลที่ได้รับน่าจะมีบริษัทเอกชนได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ เพราะมีข้อครหาว่ามีการวิ่งเพื่อจะขายใบอนุญาตผลิตไฟฟ้าล่วงหน้ากันแล้ว ซึ่งจะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุนมากกว่าทำประโยชน์ให้ชุมชนตามที่อ้าง หากจะดำเนินการต่อจะต้องมั่นใจได้ว่าชุมชนจะได้ประโยชน์อย่างแท้จริงและต้องตรวจสอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในโครงการ อีอีซี ก็จะมีการอนุญาตให้ผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นกันอีก นอกแผนผลิตไฟฟ้าของประเทศโดยอ้างเอกสิทธิ์ของคณะกรรมการ อีอีซี ทั้งที่การผลิตไฟฟ้าในบริเวณภาคตะวันออกมีมากเกินพออยู่แล้ว ซึ่งมีข้อครหาว่าอาจจะมีการหาประโยชน์จากการออกใบอนุญาตผลิดไฟฟ้าเรื่องนี้เช่นกัน รวมถึงความพยายามในการเปลี่ยนที่ดินจากพื้นที่สีเขียวในพื้นที่ EEC ที่ห้ามสร้างโรงงานให้กลายเป็นพื้นที่สีม่วงที่สร้างโรงงานได้เพื่อเก็งกำไรที่ดินกันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในภาวะวิกฤตอยากให้รัฐบาลได้ศึกษารายละเอียดให้รอบด้านก่อนที่จะอนุมัติ อย่าอนุมัติโดยไม่ได้มีการพิจารณาและตรวจสอบให้ดี และอาจเป็นช่องทางของการทุจริต ซึ่งสุดท้ายแล้วประเทศอาจจะเดินผิดทางและจะเป็นผลเสียกับประเทศในระยะยาวเชื่อว่าหลังจากวิกฤตการณ์ไวรัสโควิด-19 ผ่านไปแล้ว โลกจะเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ (Paradigm)ใหม่ และโลกจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป อีกทั้งยังมีโอกาสสูงที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำอย่างหนักทั่วโลก รัฐบาลนอกจากจะต้องแก้ปัญหาที่หนักหนาสาหัสในปัจจุบันแล้ว รัฐบาลยังจะต้องเตรียมรับมือการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคตด้วย ซึ่งไม่แน่ใจว่ารัฐบาลปัจจุบันจะมีความสามารถเพียงพอในการรับมือการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคตได้ขนาดไหน เพราะแค่การรับมือในปัจจุบันก็ยังลำบากแล้ว&amp;quot;นายพิชัย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61892</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพิชัย นริพทะพันธุ์, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19, เอทานอล, แก๊สโซฮอลล์, แอลกอฮอล์กำจัดไวรัส, โรงไฟฟ้าชุมชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191231/image_big_5e0b57c82f475.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60141</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2020 11:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2020 11:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บางจากเปิดขายเอทานอลเอาไปทำเจลกับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค. 2563 นายพงษ์ชัย ชัยจิรวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) บริษัทในกลุ่มบางจากฯ ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการที่กระทรวงพลังงานและกรมสรรพสามิตมีมติปลดล็อกเอทานอลสำหรับนำไปผลิตเจล-แอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เพื่อใช้ทางการแพทย์ ซึ่งเป็นมาตรการเร่งด่วนในการป้องกันและชะลอการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าหรือ COVID-19 เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้และสามารถบริการแก่ภาคประชาชนได้อย่างทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บีบีจีไอ ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวภาพ สามารถผลิตเอทานอลในเกรดอุตสาหกรรมได้ พร้อมจำหน่ายแก่โรงงานผู้ประกอบการที่มีความต้องการ โดยโรงงานเอทานอลในกลุ่ม ได้แก่ บริษัท บางจาก ไบโอเอทานอล (ฉะเชิงเทรา) จำกัด &amp;nbsp;และบริษัท เคเอสแอล กรีน อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ติดตั้งระบบผสมและจ่ายเอทานอล พร้อมทดสอบประสิทธิภาพของระบบ เริ่มจำหน่ายครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 สำหรับนำไปทำเจลล้างมือ แอลกอฮอล์ หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค ตามที่กรมสรรพสามิตอนุญาตในช่วงระยะเวลา 6 เดือนถึงวันที่ 30 กันยายน 2563
โดยผู้ประกอบการที่มีความประสงค์สั่งซื้อ สามารถดูข้อกำหนดและขั้นตอนการสั่งซื้อได้จากเว็บไซต์ของ บีบีจีไอ www.bbgigroup.com ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ บีบีจีไอ ร่วมกับกลุ่มบริษัท บางจากฯ ได้ส่งมอบเจลสำหรับทำความสะอาดมือ จำนวน 30,000 ขวด ขนาด 50 มิลลิลิตร ที่มีส่วนผสมของเอทานอลและกลีเซอรีนจากกระบวนการผลิตของบริษัทฯ ผ่านกระทรวงพลังงาน เพื่อนำไปแจกให้กับผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้ เพื่อบรรเทาสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง กระทรวงพลังงานและกรมสรรพสามิต ได้ประมาณการปริมาณเอทานอลส่วนเกินที่นอกเหนือจากภาคพลังงานไว้ที่ประมาณ 1 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งจะสามารถนำไปผลิตเจล-แอลกอฮอล์ทำความสะอาดในทางการแพทย์ เพื่อบริจาคหรือเพื่อจำหน่าย โดยที่ไม่เกิดผลกระทบต่อเอทานอลในส่วนที่นำมาใช้ในภาคพลังงาน รวมทั้งจะติดตามสต็อกเอทานอล เพื่อให้เกิดสมดุลภายในประเทศด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60141</URL_LINK>
                <HASHTAG>#เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ, บางจาก, เจลล้างมือ, เอทานอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200318/image_big_5e71a1faec438.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59391</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2020 20:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2020 20:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.แจงไม่มีสต็อกแอลกอฮอล์ที่ใช้ในทางการแพทย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
10 มีนาคม 2563นายกฤษณ์ อิ่มแสง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตามที่มีกระแสขอให้ ปตท. ส่งมอบแอลกอฮอล์ที่มีในสต็อกให้แก่สถานพยาบาลเพื่อนำมาผลิตเป็นเจลแอลกอฮอล์ สำหรับใช้ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ภายในประเทศนั้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปตท. ขอเรียนว่า ปตท. โดย บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) และบริษัทผู้ค้าน้ำมันในประเทศไทย ไม่มีสต็อกแอลกอฮอล์ ที่ใช้ในทางการแพทย์จัดเก็บอยู่ แต่เป็นแอลกอฮอล์ที่ได้ผสมน้ำมันเบนซินบางส่วนมาตั้งแต่รับซื้อจากผู้ผลิตแล้ว เนื่องจากต้องแปลงสภาพ (Denature) ทำให้มีกลิ่นน้ำมันเบนซิน ซึ่งเป็นไปตามการควบคุมของรัฐในการดูแลสต็อกแอลกอฮอล์ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะนำไปผสมเป็นน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอล์ประเภทต่างๆ &amp;nbsp;ดังนั้น แอลกอฮอล์ที่ ปตท. มีสต็อกอยู่ในขณะนี้ จึงไม่สามารถนำไปใช้ในทางการแพทย์หรือทำความสะอาดเชื้อโรคทั่วไปได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หลังจากกรมสรรพสามิตได้มีประกาศ 2 ฉบับ เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขฯ เพื่อใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบที่มิได้ทำขึ้นเพื่อการจำหน่าย เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2563 และ ประกาศฯ เพื่อขาย เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2563 ซึ่งประกาศดังกล่าวช่วยปลดล็อคให้ผู้ผลิตสามารถบริจาคหรือจำหน่ายแอลกอฮอล์ เพื่อให้มีแอลกอฮอล์ทางการแพทย์ออกสู่ท้องตลาดได้มากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59391</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษณ์ อิ่มแสง, ปตท., ผลิตเจลล้างมือ, เอทานอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200225/image_big_5e54e676a1231.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
