<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103111</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2021 19:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2021 18:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เข้าวันที่7 ฮามาสยิงจรวดแล้ว3,000ลูก อิสราเอลถล่มกาซาฆ่าอีก33ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อิสราเอลโจมตีทางอากาศถล่มกาซาตอบโต้จรวดของนักรบปาเลสไตน์เมื่อเช้าวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันที่ 7 นับแต่สองฝ่ายบอมบ์ตอบโต้กันดุเดือด มีชาวปาเลสไตน์ตายเพิ่มอีก 33 ศพ รวมถึงเด็ก 8 คน บ้านผู้นำฮามาสตกเป็นเป้าหมายล่าสุด หลังจากอิสราเอลถล่มตึกสูง 12 ชั้นที่ตั้งของสำนักข่าวเอพีและอัลจาซีราเมื่อวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มควันลอยโขมงจากอาคารสูง 12 ชั้นในกาซาซิตี ที่ตั้งของสำนักข่าวเอพีและอัลจาซีรา ภายหลังอิสราเอลโจมตีทางอากาศทำลายอาคารหลังนี้เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2564 โดยอ้างว่าเป็นที่ตั้งของกลุ่มฮามาส (Photo by Ali Jadallah/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานรอยเตอร์และเอเอฟพีอ้างคำกล่าวเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของกาซาเมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม ว่าการโจมตีก่อนรุ่งเช้าที่ใจกลางเมืองกาซาซิตี ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตในดินแดนปาเลสไตน์ติดชายฝั่งทะเลที่โดนโอบล้อมแห่งนี้เพิ่มเป็น 181 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 52 คน ส่วนฝ่ายอิสราเอลรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 10 คน เป็นเด็ก 2 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติมีกำหนดประชุมกันในวันอาทิตย์ตามเวลานครนิวยอร์ก เพื่อหารือความรุนแรงครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบหลายปีระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ก่อนถึงวันประชุม อันโตนีโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการยูเอ็น ออกแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ ย้ำเตือนทุกฝ่ายว่า การโจมตีเป้าหมายที่เป็นพลเรือนและที่ตั้งของสื่อมวลชนโดยไม่แยกแยะ เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและต้องหลีกเลี่ยงอย่างถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งอิสราเอล และกลุ่มฮามาส ที่ปกครองฉนวนกาซา ยืนกรานจะยิงตอบโต้ข้ามแดนกันต่อไป หลังจากเมื่อวันเสาร์อิสราเอลโจมตีทางอากาศทำลายอาคารอัลจาลา สูง 12 ชั้น ในกาซาซิตี ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานของสำนักข่าวเอพีจากสหรัฐและอัลจาซีราจากกาตาร์ กองทัพอิสราเอลอ้างว่าอาคารหลังนี้เป็นเป้าหมายทางทหารที่ถูกต้องตามกฎหมาย และได้เตือนพลเรือนล่วงหน้าให้ออกจากอาคารนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอพีประณามการโจมตีและขอให้อิสราเอลแสดงหลักฐาน แถลงการณ์กล่าวว่า เอพีไม่มีสิ่งบ่งชี้ว่าฮามาสอยู่ในตึกหลังนี้ หรือปฏิบัติการในตึกนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มอิสลามิสต์ฮามาสยิงจรวด 120 ลูกเมื่อคืนวันเสาร์ ที่พวกเขาอ้างว่าเพื่อตอบโต้การทำลายอาคารอัลจาลา กองทัพอิสราเอลกล่าวว่า จรวดจำนวนมากโดนยิงสกัดไว้ได้ และราว 12 ลูกยิงมาไม่ถึงและตกในกาซา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรุงเทลอาวีฟและเมืองเบียร์เชบาทางใต้ของอิสราเอล เสียงไซเรนร้องเตือนจรวดที่พุ่งเข้ามา ประชาชนวิ่งหนีเข้าที่หลบภัย หน่วยแพทย์บอกว่า มีราว 10 คนบาดเจ็บขณะวิ่งหาที่หลบภัย กองทัพอิสราเอลกล่าวว่า นับแต่วันจันทร์ กลุ่มฮามาส, ญิฮาดอิสลาม และนักรบกลุ่มอื่นๆ ยิงจรวดจากกาซาแล้วมากกว่า 3,000 ลูก ส่วนอิสราเอลโจมตีทางอากาศและยิงปืนใหญ่ถล่มเป้าหมายมากกว่า 1,000 จุดในฉนวนกาซา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช้าวันอาทิตย์ กองทัพอิสราเอลเผยว่า ได้โจมตีบ้านของยะห์ยา อัลซินวาร์ ผู้นำกลุ่มฮามาส ที่เมืองข่านยูนิส ทางใต้ของกาซาซิตี ซินวาร์ซึ่งได้รับการปล่อยตัวจากคุกอิสราเอลเมื่อปี 2554 เป็นผู้นำปีกการเมืองและทหารของฮามาสในกาซา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงของอิสราเอลมีกำหนดประชุมในวันอาทิตย์ แต่นายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู แถลงทางโทรทัศน์เมื่อคืนวันเสาร์ว่า อิสราเอลยังคงอยู่ช่วงกลางๆ ของยุทธการ ซึ่งยังไม่จบ และยุทธการครั้งนี้จะดำเนินต่อไปตราบเท่าที่จำเป็น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103111</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาซา, ถล่มอาคาร, ปาเลสไตน์, ยิงจรวด, อัลจาลา, อิสราเอล, ฮามาส, เอพี, โจมตีทางอากาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210516/image_big_60a0fcf2a4c1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24195</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2018 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2018 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอพี คาดตลาดอสังหาฯปี62 แข่งขันดุเดือด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอพี เล็งตลาดอสังหาฯปี 62 เชื่อการแข่งขันยังคงสูง แนะผู้ประกอบการยุคใหม่ วางแผนธุรกิจให้รอบคอบพัฒนสินค้าให้ตรงต่อความต้องการลูกค้า พร้อมปลื้มผลงานโกยยอดขายรวมกว่า 41,460 ล้านบาท และรายได้รวม ณ ไตรมาส 3 อยู่ที่ 27,113 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) (AP) เปิดเผยถึงแนวโน้มภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2562 โดยเชื่อว่าภาพรวมการแข่งขันในตลาดกว่า 70% ยังคงเกิดจากผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีความพร้อมทางด้านการเงิน และทรัพยากรบุคคล ซึ่งความท้าทายของภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นอกเหนือปัจจัยภายนอกอย่างเช่น เศรษฐกิจโลกแล้ว เศรษฐกิจภายในประเทศ และภาคการเมืองก็ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาดูอย่างต่อเนื่อง อสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ ซึ่งผู้ประกอบการต้องวางแผนดำเนินธุรกิจในระยะยาวให้เป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเปิดตัวโครงการแล้วประกาศขายหมดภายในไม่กี่ชั่วโมงคงเห็นได้น้อยลงในปีหน้า โจทย์ของดีเวลลอปเปอร์ในอนาคตคือ การกำหนดสินค้าและแพคเกจราคาขายที่สอดรับกับความสามารถในการซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ได้จริงของลูกค้า ซึ่งสิ่งนี้คือคีย์สำคัญที่ทำให้เอพีประสบความสำเร็จแบบก้าวกระโดดในครั้งนี้ และจะนำความสำเร็จมาเป็นแรงขับเคลื่อน เป็นพลังในการทำงาน เพื่อพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ด้วยนวัตกรรมรูปแบบใหม่ๆ ที่จะสร้างความแตกต่าง เพื่อก้าวสู่เป้าหมายสูงสุด นั่นคือการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ให้กับคนไทยต่อไป&amp;rdquo; นายอนุพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในปี 2561 นี้บริษัทได้มีการปรับปรุงระบบการบริหารงานภายใน โดยการพัฒนาและสร้างผู้นำรุ่นใหม่ ให้สามารถก้าวขึ้นมาบริหารและรับผิดชอบโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีเป้าหมายในการสร้างนวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้เน้นที่การผสมผสานประสบการณ์ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เข้ากับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อส่งมอบคุณภาพชีวิตสมบูรณ์แบบในทุกมิติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้บริษัทยังได้นำแนวคิด STANFORD DESIGN THINKING เข้ามาใช้ในการพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการ ผ่านการทำความเข้าใจลูกค้า ซึ่งต้องอาศัยการสังเกตพฤติกรรมของผู้บริโภค และบริการที่ตรงใจลูกค้าในแต่ละกลุ่มที่แตกต่างกัน โดยสะท้อนจากยอดขาย และยอดรับรู้รายได้ที่เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามในปีนี้บริษัทได้มีการเปิดตัวโครงการใหม่มูลค่ารวม 45,190 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายรวมที่กว่า 41,460 ล้านบาท และรายได้รวม ณ ไตรมาส 3 จากสินค้าแนวราบ กลุ่มคอนโดมิเนียม (100%JV) และธุรกิจอื่นๆ อยู่ที่ 27,113 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24195</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาดอสังหาฯปี 62, อนุพงษ์ อัศวโภคิน, เอพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180816/image_big_5b751f7808ab2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17853</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2018 12:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2018 12:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>AP ลุยเปิดตัวโครงการร่วมทุน”ไลฟ์ อโศก ไฮป์”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอพี เล็งทำเลเชื่อมต่อคมนาคม&amp;rdquo;อโศก-เพชรบุรี-พระราม 9&amp;rdquo;บูม สบช่องผุดโครงการร่วมทุน&amp;rdquo;ไลฟ์ อโศก ไฮป์&amp;rdquo;มูลค่ากว่า 5,700 ล้านบาท คาดก่อสร้างแล้วเสร็จไตรมาส 2 ปี 64

18 ก.ย. 61 นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กร และการสร้างสรรค์ บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) (AP) เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมในทำเลอโศก-เพชรบุรี-พระราม 9 ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาว่า มีการพัฒนาโครงการรวมกว่า 19 โครงการ แบ่งเป็นโครงการที่เปิดตัวตามแนวถนนเส้นหลักตั้งแต่แยกอโศกจนถึงแยกอโศก-เพชรบุรี จำนวน 9 โครงการ ราคาขายเฉลี่ย 240,000 บาทต่อตร.ม.มียอดขายรวม 82% ที่เหลืออยู่ในทำเลแยกอโศกเพชรบุรี-สถานีศูนย์วัฒนธรรม จำนวน 10 โครงการ ราคาขายเฉลี่ย 175,000 บาทต่อตร.ม.มียอดขายรวม 83%

&amp;ldquo;ทำเลอโศก-เพชรบุรี-พระราม 9 ยังเป็นทำเลที่มีการพัฒนาโครงการออฟฟิตเกรดเอ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีจำนวนพนักงานในบริษัทของคนไทยและกลุ่มทุนต่างชาติรวมกว่า 78,000 คนในปี 2563 โดยเป็นผลมาจากการที่ภาครัฐมีแผนพัฒนาโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ซึ่งในปัจจุบันมีจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ประมาณ 270,000 คน หรือเพิ่มขึ้น 5.23% ต่อปี ขณะที่โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มซึ่งเป็นโครงการในอนาคตนั้นจะทำให้การเดินทางของผู้บริโภคมีความสะดวกและเดินทางเข้ามาในกลางใจเมืองได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย&amp;rdquo;นายวิทการ กล่าว

ล่าสุดบริษัทได้พัฒนาโครงการ ไลฟ์ อโศก ไฮป์ ซึ่งเป็นโครงการร่วมทุนระหว่าง เอพี และ มิตซูบิชิ จิโช เรสซิเดนซ์ บริษัทในเครือ มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป เป็นคอนโดมิเนียมระดับลักชัวร์รี่ สูง 40 ชั้น บนพื้นที่กว่า 5 ไร่ รวม 1,253 ยูนิต มูลค่า 5,700 ล้านบาท ราคาขายเฉลี่ย 135,000 บาทต่อตร.ม. หรือเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท โดยคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2 ปี 2564 อย่างไรก็ตามบริษัทเตรียมเปิดขายโดยจะเปิดให้จองผ่านระบบ AP iBooking ในวันที่ 2 ต.ค. และจะเปิดพรีเซลล์ในวันที่ 6-7 ต.ค. นี้ คาดมียอดขาย 60%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17853</URL_LINK>
                <HASHTAG>AP, วิทการ จันทวิมล, เอพี, ไลฟ์ อโศก ไฮป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180918/image_big_5ba0906ece3c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15534</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2018 13:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2018 13:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>AP โชว์แผนจ่อเปิด 30 โครงการใหม่ ดันยอดขายแตะ 33,500 ล้านบาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
เอพี ชี้ตลาดอสังหาฯขยายตัวดีต่อเนื่อง เล็งครึ่งหลังปี 61 จ่อเปิดโครงการใหม่เพิ่ม 30 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 49,210 ล้านบาท พร้อมโชว์ผลงาน 7 เดือนแรก กวาดยอดขายรวมกว่า 25,030 ล้านบาท และมีรายได้รวมครึ่งปีแรกที่ 17,910 ล้านบาท โต 48%

16 ส.ค. 61 นายอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) (AP) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันมีแนวโน้มการเติบโตดีขึ้น โดยมีปัจจัยบวกจากกำลังซื้อในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังมีอยู่มากโดยเฉพาะตลาดระดับกลางบนถึงไฮเอนด์ ซึ่งยอดขายและยอดโอนกรรมสิทธิ์ทั้งสินค้าแนวราบและคอนโดมิเนียม ถือเป็นตัวชี้วัดให้เห็นถึงกำลังซื้อที่ยังคงมีอยู่ของสินค้าระดับกลางบนได้อย่างชัดเจน ขณะที่อายุของผู้ซื้อที่ลดน้อยลงเรื่อยๆ รวมถึงต้นทุนในการสรรหาที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการที่ถือเป็นตัวกรองสำคัญที่ทำให้ผู้เล่นในตลาดเหลือน้อยลง

อย่างไรก็ตามในปี 2561 นี้ บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งสิ้น 38 โครงการมูลค่า 59,580 ล้านบาท โดยเปิดตัวในครึ่งปีหลังจำนวน 30 โครงการ มูลค่า 49,210 ล้านบาท แบ่งเป็นเปิดตัวในไตรมาส 3 จำนวน 12 โครงการ มูลค่า 17,980 ล้านบาท และในไตรมาส 4 จำนวน 18 โครงการ มูลค่า 31,230 ล้านบาท ปัจจุบันบริษัทมีสินค้ารอรับรู้รายได้ มูลค่ามากถึง 49,580 ล้านบาท เป็นโครงการแนวราบมูลค่าราว 6,595 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะรับรู้ทั้งหมดภายในปีนี้ และคอนโดมิเนียมมูลค่า 42,985 ล้านบาท (รวมโครงการร่วมทุน) โดยจะทยอยรับรู้ไปจนถึงปี 2566

สำหรับผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา บริษัทสามารถสร้างรายได้รวมอยู่ที่ 17,910 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าที่มีรายได้รวมเท่ากับ 12,125 ล้านบาท แบ่งเป็น จากโครงการแนวราบ 8,677 ล้านบาท เติบโต 53% และ โครงการคอนโดมิเนียม 8,740 ล้านบาท เติบโต 43% ส่วนยอดขายรวมในช่วง 7 เดือนแรกที่ผ่านมา บริษัทสามารถทำได้แล้วประมาณ 25,030 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถสร้างยอดขายได้แล้วกว่า 75% ของเป้ายอดขายในปี 2561 นี้ที่ตั้งเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 33,500 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15534</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอนโดนิเนียม, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, บ้านเดี่ยว, เปิดโครงการใหม่, เอพี, โครงการแนวราบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180816/image_big_5b751f7808ab2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15357</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2018 12:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2018 12:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอพี ขยายพอร์ตลุยลงทุนจ่อเปิด”คอนโดเพื่อผู้สูงวัย”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอพี ผนึกพันธมิตร&amp;rdquo;มิตซูบิชิ จิโช เรสซิเดนซ์&amp;rdquo;ขยายพอร์ตการลงทุน จ่อเปิดตัว&amp;rdquo;คอนโดเพื่อผู้สูงวัย&amp;rdquo;เจาะลูกค้าผู้สูงวัยรุ่นใหม่&amp;rdquo;หวังเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสังคมผู้สูงวัยใน 3 ปีข้างหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค. 61 นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กร และการสร้างสรรค์ บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) เปิดเผยว่า &amp;ldquo;เอพีเ&amp;rdquo;มีแผนกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ โดยป็นผู้นำในการพัฒนาคอนโดมิเนียมในเมืองติดแนวรถไฟฟ้าโดยมีพันธกิจสำคัญ คือการส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีในการอยู่อาศัยที่ครอบคลุม บริษัทจึงเดินหน้าคิดค้น และพัฒนานวัตกรรมที่ส่งเสริม และยกระดับรูปแบบการดำเนินชีวิตอย่างครบถ้วนด้วยคุณภาพ ความสะดวกสบาย และความปลอดภัย รวมทั้งเข้าถึงความหมายของคำว่าคุณภาพชีวิตที่ลูกค้าต้องการอย่างแท้จริงและยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน ที่มีแนวโน้มรับกับกระแสเทรนด์ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย บริษัทจึงได้นำองค์ความรู้จากบริษัท มิตซูบิชิ จิโช เรสซิเดนซ์ (บริษัทในเครือ มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป) พันธมิตรทางธุรกิจ มาต่อยอดสู่การขยายพอร์ตสินค้าคอนโดมิเนียมไปยังตลาด &amp;ldquo;กลุ่มลูกค้าผู้สูงวัย รุ่นใหม่&amp;rdquo; ที่มีความพร้อมทางด้านการเงิน ด้วยการพัฒนาคอนโดมิเนียมในเมืองสำหรับผู้สูงวัยรุ่นใหม่ โดยปี 2563 นี้ บริษัทจะเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายแรกในธุรกิจที่เริ่มพัฒนาคอนโดมิเนียมในเมืองเพื่อผู้สูงวัยรุ่นใหม่กลุ่มนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
สำหรับองค์ความรู้จาก บริษัท มิตซูบิชิ จิโช เรสซิเดนซ์ ในการส่งต่อองค์ความรู้ในด้านธุรกิจเพื่อรองรับกลุ่มคนสูงวัยซึ่งบริษัทมั่นใจว่าคอนโดมิเนียมแนวคิดใหม่นี้ นอกจากการออกแบบให้ที่อยู่อาศัยมีฟังก์ชั่นการใช้งานสอดคล้องกับกิจวัตรประจำวัน ที่ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยทุกเจนเนอเรชั่น โดยเฉพาะผู้สูงวัยรุ่นใหม่ดำเนินชีวิตประจำวันได้สะดวก ช่วยเหลือตนเองได้ ลดอุบัติเหตุและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในการทำกิจกรรมต่างๆ แล้ว ยังแตกต่างด้วยทำเลที่ตั้งที่อยู่ในแนวรถไฟฟ้า เชื่อมต่อได้ง่ายกับการใช้ชีวิตของคนเมือง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15357</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอนโดเพื่อผู้สูงวัย, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, มิตซูบิชิ จิโช เรสซิเดนซ์, วิทการ จันทวิมล, เอพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180814/image_big_5b7265ce9519f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13490</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2018 11:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2018 11:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอพี ผนึก”มิตซูบิชิ เอสเตท”ลุยเปิดตัวโครงการร่วมทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอพี ผนึก&amp;rdquo;มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป&amp;rdquo;เดินหน้าเปิดตัวโครงการร่วมทุน 3 โครงการ มูลค่ากว่า 20,400 ล้านบาท ล่าสุดผุด 2 โครงการภายใต้แบรนด์&amp;rdquo;ไลฟ์&amp;rdquo;มูลค่ารวมกว่า 12,100 ล้านบาท พร้อมโชว์ผลงานครึ่งปีแรก กวาดยอดขายรวม 17,300 ล้านบาท มั่นใจสิ้นปีตามเป้า 33,500 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค. 61 นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) (AP) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมในทำเลติดแนวรถไฟฟ้า มีความต้องการในตลาดคอนโดมิเนียมระดับกลางถึงระดับไฮเอนด์ซึ่งมีมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในย่านใจกลางธุรกิจ เช่นลาดพร้าวและอโศก-พระราม 9 สำหรับภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมระดับกลาง-บน ในทำเลใจกลางเมืองที่เป็นจุดเชื่อมต่อ เช่น พหลโยธิน-อารีย์-ลาดพร้าว และย่านเชื่อมต่ออโศก-พระราม 9-รัชดาภิเษก พบความต้องการในที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนแผนการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 3 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 20,400 ล้านบาท โดยเป็นโครงการภายใต้การร่วมทุนระหว่าง บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) และ มิตซูบิชิ จิโช เรสซิเดนซ์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือมิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป ได้แก่โครงการ ไลฟ์ ลาดพร้าว วัลเล่ย์ บนพื้นที่กว่า 5 ไร่ สูง 44 ชั้น จำนวน 1,140 ยูนิต มูลค่า 6,400 ล้านบาท ราคาขายเริ่มต้นที่ 3.49 ล้านบาท โดยจะเปิดพรีเซลล์อย่างเป็นทางการในวันที่ 4-5 ส.ค.นี้ โครงการ ไลฟ์ อโศก ไฮป์ เป็นคอนโดมิเนียม สูง 40 ชั้น จำนวน 1,253 ยูนิต มูลค่า 5,700 ล้านบาท และ โครงการ ดิ แอดเดรส สยาม-ราชเทวี มูลค่า 8,300 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปี 2561 ที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายรวม 17,300 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายจากคอนโดมิเนียม 7,370 ล้านบาท และ แนวราบ 9,930 ล้านบาท หรือคิดเป็น 52% ของเป้าหมายยอดขายรวมในปีนี้ที่ตั้งเป้าจะมียอดขายรวมอยู่ที่ 33,500 ล้านบาท อย่างไรก็ตามในปัจจุบันบริษัทมียอดแบล๊กล๊อคโดยมีมูลค่ารวมกว่า 52,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 9,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะรับรู้ในปีนี้ทั้งหมด และ คอนโดมิเนียม มูลค่า 43,000 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้ภายในปีนี้มูลค่าประมาณ 10,300 ล้านบาท และที่เหลือจะทยอยรับรู้ไปถึงปี 2565&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13490</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอนโดนิเนียม, คอนโดแนวรถไฟฟ้า, มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป, เอพี, ไลฟ์ ลาดพร้าว วัลเล่ย์, ไลฟ์ อโศก ไฮป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180716/image_big_5b4c24d4d4895.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12687</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทั่วโลกร่วมยินดีไทยกู้ชีพทีมหมูป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สื่อทั่วโลกร่วมรายงานเกาะติดปฏิบัติการกู้ชีพทีมหมูป่าภายหลังได้รับข่าวดีเมื่อคืนวันจันทร์ พร้อมระบุยังมีงานยากลำบากในการพาเด็กออกจากถ้ำ บีบีซีเผยประวัติ 2 นักดำถ้ำชาวอังกฤษที่พบทีมหมูป่าเป็นชุดแรกเคยช่วยเหลือคนติดถ้ำมาอย่างโชกโชน ขณะรัฐมนตรีต่างประเทศอิตาลีและสถานทูตของหลายประเทศร่วมยินดี กต.ไทยเตรียมทำหนังสือขอบคุณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวการพบเจอเด็กนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมี และผู้ช่วยโค้ชรวม 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวงฯ จังหวัดเชียงรายมาตั้งแต่วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน 2561 ได้รับความสนใจจากสำนักข่าวชั้นนำทั่วโลก ที่พากันรายงานข่าวด่วนตั้งแต่วินาทีที่นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ประกาศข่าวเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น.ของวันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม หรือในวันที่ 9 ของการค้นหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวบีบีซี, รอยเตอร์, เอเอฟพี, เอพี, ซีเอ็นเอ็น, ซินหัว, อัลจาซีราห์ และสำนักข่าวชั้นนำอื่นๆ ต่างรายงานบรรยากาศของความยินดีและความโล่งใจของครอบครัวเด็กๆ รวมถึงคนไทยทั้งประเทศและทีมกู้ภัยทุกภาคส่วนทั้งชาวไทยและต่างชาติจากหลายประเทศ นอกจากนี้ สื่อสำนักต่างๆ ยังเผยแพร่วิดีโอคลิปจากเฟซบุ๊กของ Thai Navy Seal ที่เผยให้เห็นวินาทีที่นักดำน้ำในถ้ำผู้เชี่ยวชาญ 2 คนไปพบเจอทีมหมูป่าบนเชิงถ้ำเหนือน้ำลึก ห่างจากพัทยาบีชขึ้นไปราว 400 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวต่างประเทศในวันอังคารที่ 3 กรกฎาคม ยังคงเกาะติดความคืบหน้าการช่วยเหลือ โดยเฉพาะการพาตัวทีมหมูป่าออกมาจากถ้ำที่โดนน้ำท่วมปิดทางออกไว้ รายงานเอเอฟพีอ้างคำกล่าวของนายภาสกร บุญญรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ว่าทีมกู้ภัยของกองทัพได้เร่งติดตั้งสายโทรศัพท์เพื่อให้เด็กๆ ได้พูดคุยกับครอบครัวเป็นครั้งแรก และทีมซีลของกองทัพเรือไทย ซึ่งรวมถึงแพทย์ ได้เข้าไปอยู่กับเด็กๆ ในระหว่างที่ทีมกู้ภัยเตรียมแผนการอพยพพวกเขาออกจากถ้ำ โดยได้นำอาหารและยา รวมถึงเอเนอร์จีเจลที่ให้พลังงานสูงและยาพาราเซตามอลไปให้เด็กๆ แต่เขาปฏิเสธการคาดเดาว่าเด็กจะต้องติดอยู่ในถ้ำอีกนานเท่าใด โดยอธิบายว่าถึงแม้จะมีอาหารเพียงพอสำหรับอยู่ได้ 4 เดือน แต่ใครที่แข็งแรงและสามารถออกจากถ้ำได้ก็จะถูกอพยพออกมาโดยเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ ผ่านทางโถง 3&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานยังชี้ถึงอุปสรรคจากธรรมชาติที่จะทำให้การอพยพทำได้ยากขึ้น นั่นคือฝนที่ตกอย่างต่อเนื่องในหน้าฝนของพื้นที่นี้ จุดที่พบทีมหมูป่านั้นอยู่ลึกเข้าไปหลายกิโลเมตร ซึ่งนักดำน้ำของหน่วยซีลที่มีประสบการณ์ยังต้องใช้เวลาไปกลับ 6 ชั่วโมง และผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการดำน้ำออกมามีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดความตื่นตระหนก จมน้ำ และอุบัติเหตุ ขณะเดียวกัน หากการดำน้ำกระทำไม่ได้ ทีมกู้ภัยอาจต้องใช้ทางเลือกเจาะโพรงจากภายนอกเข้าสู่ถ้ำเพื่ออพยพ หรือพวกเขาอาจต้องรอให้น้ำลด ซึ่งจะเป็นวิธีที่ใช้เวลานานที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน สื่อของออสเตรเลียรายงานคำกล่าวของโธมัส เฮสเตอร์ จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติออสเตรเลีย ที่ส่งทีมตำรวจ 6 นายที่มาร่วมในปฏิบัติการกู้ภัยครั้งนี้ว่า สภาพภายในถ้ำทำให้การดำน้ำพาเด็กออกมาเป็นเรื่องที่ยากถึงขีดสุด โดยเฉพาะเมื่อต้องดำน้ำพร้อมกับอุปกรณ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อต่างประเทศยังพากันรายงานบรรยากาศในวิดีโอคลิปที่ทีมกู้ภัยชุดแรกไปพบเจอแล้วถ่ายภาพเด็กๆ ไว้ได้ ซึ่งเด็กบางคนพยายามพูดคุยเป็นภาษาอังกฤษ โดยได้กล่าวขอบคุณผู้ที่มาพบเจอพวกเขา ซึ่งก็คือริชาร์ด สแตนตัน และจอห์น โวลันเธน สองอาสาสมัครที่มีความเชี่ยวชาญด้านการดำถ้ำชาวอังกฤษ ที่รัฐบาลไทยร้องขอให้มาช่วยเหลือปฏิบัติการครั้งนี้พร้อมกับโรเบิร์ต ฮาร์เปอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการดำถ้ำชาวอังกฤษอีก 1 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของบีบีซีและเอเอฟพีเปิดเผยประวัติของฮีโร่ 2 คนนี้ว่า ทั้งคู่ดำถ้ำเป็นงานอดิเรก โดยสแตนตันนั้นมีอาชีพเป็นนักดับเพลิง ส่วนโวลันเธนเป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์ ข่าวอ้างคำกล่าวของบิล ไวต์เฮาส์ จากสภาช่วยเหลือผู้ติดถ้ำแห่งอังกฤษ ซึ่งเป็นกลุ่มที่รวบรวมนักกู้ชีพจากทั่วเกาะอังกฤษไว้อย่างไม่เป็นทางการว่า ทั้งสองเป็นหัวหอกของคณะค้นหาชุดนำหน้า พวกเขาสามารถดำน้ำเข้าไปในพื้นที่ส่วนสุดท้ายและผ่านเข้าไปยังโถงที่พบเด็กกลุ่มนี้บนเชิงหินเหนือน้ำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไวต์เฮาส์เผยด้วยว่า เขาได้พูดคุยสั้นๆ กับทีมนี้ ซึ่งรวมถึงฮาร์เปอร์ และผู้เชี่ยวชาญชาวไทยและชาติอื่นๆ ที่บรรยายถึงความยากลำบากของปฏิบัติการค้นหา ซึ่งพวกเขาต้องดำน้ำทวนกระแสน้ำหรือไม่ก็ต้องเกาะไปตามผนังถ้ำ &amp;quot;ผมเก็บความได้ว่าส่วนที่ต้องดำน้ำจริงๆ มีระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร และระยะทางราวครึ่งหนึ่งนั้นมีน้ำท่วมมิด&amp;quot; ไวต์เฮาส์กล่าวกับบีบีซีโดยเผยว่าต้องใช้เวลาในการดำน้ำประมาณ 3 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บีบีซีกล่าวว่า โวลันเธนจากเมืองบริสตอล และสแตนตันจากเมืองโคเวนทรี ของอังกฤษ ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับปฏิบัติการดำน้ำที่ยากลำบากภายในถ้ำ สแตนตันในวัย 50 กลางๆ เคยเผยกับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นเมื่อปี 2555 ว่าความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาคือการช่วยเหลือทหารอังกฤษ 6 นายที่ติดถ้ำในเม็กซิโก ตัวเขาและโวลันเธนยังมีส่วนช่วยปฏิบัติการค้นหาร่างของนักสำรวจถ้ำชาวฝรั่งเศสเมื่อปี 2553 ที่ติดอยู่ใต้ดินและสูญหายนาน 8 วันจึงพบศพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สแตนตันได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้น MBE จากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในปี 2555 เขายังคงยกให้การกู้ภัยที่ฝรั่งเศสเป็นงานที่ท้าทายที่สุด แต่ขณะเดียวกันก็ยังยืนยันว่าการดำถ้ำเป็นเพียง &amp;quot;งานอดิเรก&amp;quot; เท่านั้น เขาเริ่มหัดดำถ้ำเมื่ออายุ 18 หลังจากได้ดูสารคดีเกี่ยวกับกีฬาชนิดนี้ทางโทรทัศน์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนโวลันเธนนั้น มีอายุราว 40 ปี เขาเคยให้สัมภาษณ์กับซันเดย์ไทมส์เมื่อปี 2556 ว่าการดำน้ำต้องใช้ความใจเย็น และการตื่นตระหนกอะดรีนาลีนพลุ่งพล่านนั้นไม่ใช่สิ่งที่ดีสำหรับการดำถ้ำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่มาถึงเมืองไทย คณะของพวกเขาหลีกเลี่ยงการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยโวลันเธนบอกกับนักข่าวเมื่อมาถึงในวันที่ 3 นับแต่ทีมหมูป่าหายไปในถ้ำหลวงว่า พวกเขามีงานต้องทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการพบตัวเยาวชนและโค้ชทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี รวม 13 คนที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง จ.เชียงราย ว่า ถือเป็นผลจากความร่วมมือระหว่างฝ่ายไทยกับนานาประเทศที่ต่างร่วมแรงร่วมใจในการค้นหาทั้ง 13 คน ทั้งนี้ ตนได้รับข้อความจาก รมว.ต่างประเทศอิตาลี เมื่อคืนวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยเป็นการร่วมแสดงความยินดีอย่างยิ่งกับเรื่องดังกล่าวเช่นเดียวกับคนไทยทุกคน อีกทั้งยังมีสถานเอกอัครราชทูตของหลายประเทศที่ได้ร่วมแสดงความยินดีกับฝ่ายไทยด้วยเช่นกัน ขณะที่สำนักนโยบายและแผน กระทรวงการต่างประเทศ ได้รวบรวมรายชื่อประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วมปฏิบัติการครั้งนี้ ซึ่งเราเตรียมทำหนังสือขอบคุณไปยังองค์กรและหน่วยงานจากประเทศเหล่านั้นด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้แสดงความขอบคุณทีมจากประเทศต่างๆ ที่มาปฏิบัติงานในไทยด้วยเช่นกัน หลังจากนี้เป็นการนำทั้ง 13 คนนี้ออกมาให้ได้อย่างปลอดภัย ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะจะต้องดำน้ำออกมาหลายช่วง และระยะทางค่อนข้างยาวเกือบ 7 กิโลเมตร แต่ยังเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายยังมีความพยายามในการนำบุคคลทั้งหมดออกมาให้ได้อย่างปลอดภัย และเมื่อนำบุคคลเหล่านี้ออกมาได้แล้ว คงทำให้ทุกคนที่ติดตามเหตุการณ์นี้จะยิ่งมีความสุขมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมพูดไม่ออก เป็นเรื่องที่น่าดีใจ หากเราได้เห็นคลิปวิดีโอที่นักดำน้ำเข้าไปช่วยเหลือ ผมเชื่อว่าทุกคนคงกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว ใครจะไปคิด เพราะผลสำเร็จเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ และในหลายประเทศก็อาจทำไม่ได้อย่างที่เราทำ เพราะต้องมีบุคลากรที่มีความพร้อม ทั้งร่างกาย จิตใจ มีความตั้งใจ และทีมสนับสนุนด้วย การเข้าไปช่วยก็เจออุปสรรคมากมาย&amp;rdquo; นายดอนกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12687</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thai Navy Seal, ซินหัว, ซีเอ็นเอ็น, ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร, บีบีซี, ประเทศอิตาลี, รอยเตอร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัลจาซีราห์, เอพี, เอเอฟพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180703/image_big_5b3b8bb625a16.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
