<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77568</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2020 21:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2020 21:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิสราเอลว่าไง &#039;ทรัมป์&#039;พร้อมขายเอฟ-35 ให้ยูเออี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หางโผล่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า เขา &amp;quot;ไม่มีปัญหา&amp;quot; กับการขายเครื่องบินรบเอฟ-35 ให้แก่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นักวิเคราะห์ชี้ชาติอาหรับใช้ดีลนี้เป็นเบี้ยต่อรองในการสถาปนาความสัมพันธ์กับอิสราเอล ซึ่งเป็นชาติเดียวในภูมิภาคที่มีเครื่องบินล่องหนรุ่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เครื่องบินสเตลธ์ เอฟ-35 มาถึงฐานทัพอากาศเนวาทิมของอิสราเอล เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยกับสถานีข่าวฟ็อกซ์นิวส์เมื่อวันอังคารที่ 15 กันยายน ก่อนหน้าพิธีลงนามความตกลงสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลกับยูเออีและบาห์เรน ว่าเขาเต็มใจจะขายระบบอาวุธยุทโธปกรณ์ของสหรัฐแบบเดียวกับที่อิสราเอลมี ให้แก่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพราะประเทศเหล่านี้ส่วนใหญ่ร่ำรวยมาก การขายอาวุธจะเป็นผลดีต่อสหรัฐและช่วยสร้างงานด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กล่าวว่า ยูเออี ซึ่งเพิ่งตกลงสถาปนาความสัมพันธ์กับอิสราเอลเมื่อเดือนที่แล้ว ต้องการซื้อเครื่องบินรบของสหรัฐ และโดยส่วนตัวแล้วเขาไม่มีปัญหากับการขายเครื่องบินขับไล่เอฟ-35 ให้แก่ยูเออี เพราะดีลนี้จะเท่ากับการสร้างงานมากมายในสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยูเออีหมายตาเครื่องบินรบล่องหนรุ่นนี้ โดยเป็นส่วนประกอบของแผนอันทะเยอทะยานที่จะทำให้ประเทศขนาดเล็กแต่ร่ำรวยชาตินี้เป็นมหาอำนาจทางทหารในภูมิภาค แต่อิสราเอลซึ่งเป็นชาติเดียวในภูมิภาคนี้ที่มีเครื่องบินเอฟ-35 คัดค้าน โดยยืนกรานว่าต้องการคงความได้เปรียบทางเทคนิคเหนือชาติอาหรับไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิเคราะห์หลายรายกล่าวว่า ยูเออีตั้งเงื่อนไขเรื่องการซื้อเอฟ-35 เป็นข้อต่อรองในการลงนามความตกลงสันติภาพกับอิสราเอลที่ทรัมป์เป็นคนกลางไกล่เกลี่ย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่แล้ว จาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์ซึ่งทำหน้าที่ที่ปรึกษาอาวุโสให้พ่อตา กล่าวว่า ทรัมป์เข้าใจเรื่องความมั่นคงของอิสราเอล บางทีอาจมากกว่าประธานาธิบดีอเมริกันทุกคนในรอบหลายสิบปี &amp;quot;แต่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นกองทัพที่ยิ่งใหญ่ เป็นหุ้นส่วนของอเมริกา เราทำงานร่วมกันมากมายหลายเรื่อง พวกเขามีพรมแดนติดอิหร่านและเผชิญภัยคุกคามของจริง และผมคิดว่า มีโอกาสมากมายที่จะได้จากการทำเรื่องนี้&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77568</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายเครื่องบินรบ, ยูเออี, อิสราเอล, เอฟ-35, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200915/image_big_5f60d23f620ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54279</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2020 00:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2020 22:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐอนุมัติขายเอฟ-35 ให้สิงคโปร์ 12 ลำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอนุมัติการขายเครื่องบินขับไล่เอฟ-35 จำนวน 12 ลำ พร้อมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง มูลค่ารวม 2,750 ล้านดอลลาร์ แก่สิงคโปร์แล้ว รอแค่คองเกรสเห็นชอบตามระเบียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เอฟ-35บี&amp;nbsp; ของกองทัพอากาศอังกฤษ ขณะลงจอดที่ฐานทัพอากาศแอโครเทียรีของอังกฤษในไซปรัส เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2562 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานเพื่อความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคงของสหรัฐ (ดีเอสซีเอ) เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ 10 มกราคม 2563 ว่ากระทรวงการต่างประเทศได้อนุมัติการขายอาวุธแก่กองทัพต่างชาติโดยจะเป็นการขายเครื่องบินขับไลเอฟ-35บี 12 ลำ พร้อมยุทธภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง มูลค่ารวมประมาณ 2,750 ล้านดอลลาร์ (83,136 ล้านบาท) ให้แก่สิงคโปร์ และได้แจ้งให้สภาคองเกรสทราบถึงความเป็นไปได้ของการขายครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิงคโปร์เป็นมิตรทางยุทธศาสตร์และเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือด้านความมั่นคงที่สำคัญ และเป็นกำลังสำคัญด้านความมั่นคงทางการเมืองและความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก&amp;quot; ดีเอสซีเอกล่าว พร้อมเสริมว่า ดีลอาวุธนี้จะไม่ส่งผลเปลี่ยนแปลงสมดุลทางทหารพื้นฐานในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศเกาะขนาดเล็กแห่งนี้เคยกล่าวไว้เมื่อปีกลายว่ามีแผนจะซื้อเครื่องบินเอฟ-35 จากล็อกฮีดมาร์ตินจำนวน 4 ลำ พร้อมทางเลือกซื้อเพิ่มอีก 8 ลำ เพื่อนำมาแทนที่ฝูงบินเอฟ-16 ที่เก่าแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครื่องบินซูเปอร์โซนิก เอฟ-35 บี มีคุณสมบัติสามารถเทกออฟโดยใช้ระยะทางสั้นและลงจอดในแนวดิ่งได้ ซึ่งเหมาะสมสำหรับประเทศที่มีพื้นที่น้อยอย่างสิงคโปร์ กระทรวงกลาโหมสิงคโปร์กล่าวไว้ว่า ทีมจัดซื้ออย่างเป็นทางการจะไปเจรจากับสหรัฐภายหลังคองเกรสอนุมัติดีลนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว เพนตากอนประกาศราคาเอฟ-35 สำหรับ 3 ปีข้างหน้า โดยลดราคาลง 13% เพื่อเย้ายวนประเทศอื่นๆ ซื้อเครื่องบินรุ่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิงคโปร์เป็นประเทศที่จัดสรรงบประมาณด้านกลาโหมมากที่สุดในเอเชียและเป็นลูกค้ารายสำคัญของบริษัทอาวุธทั่วโลก ปี 2562 ที่ผ่านมาสิงคโปร์จัดงบด้านกลาโหม, ความมั่นคงและการทูตเป็นสัดส่วนราว 30% ของงบทั้งหมด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54279</URL_LINK>
                <HASHTAG>ล็อกฮีดมาร์ติน, สหรัฐ, สำนักงานเพื่อความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคงของสหรัฐ, สิงคโปร์, เอฟ-35</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200111/image_big_5e18b5d22a77e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47073</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2019 21:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2019 21:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกาหลีใต้อวด F-35 วันกองทัพ โอ่เขี้ยวเล็บบินตรวจเกาะพิพาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีมุน แจอิน ร่วมพิธีสวนสนามวันสถาปนากองทัพ อวดโฉมเครื่องบินขับไล่ล่องหน เอฟ-35 พร้อมประกาศว่ากองทัพอากาศเพิ่งส่งเครื่องบินเอฟ-15 ออกลาดตระเวนเหนือเกาะต็อกโตที่เป็นข้อพิพาทกับญี่ปุ่น ขณะรัฐบาลญี่ปุ่นประท้วงตามระเบียบ อีกด้านเกาหลีเหนือนัดเจรจาระดับเจ้าหน้าที่กับสหรัฐวันเสาร์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีมุน แจอิน ขึ้นรถตรวจแถวทหาร เนื่องในวันกองทัพเกาหลีใต้ ที่ฐานทัพอากาศในเมืองแดกู วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้ประกาศในพิธีสวนสนามเนื่องในวันกองทัพเกาหลีใต้ เมื่อวันอังคารที่ 1 ตุลาคม 2562 ว่าเครื่องบินเอฟ-15 เค ซึ่งเป็นเครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิดที่ทรงอานุภาพที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพิ่งกลับจากภารกิจบินลาดตระเวนเหนือเกาะต็อกโต ดินแดนของเกาหลีใต้ โดยปราศจากปัญหาเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า เครื่องบินขับไล่ 2 ใน 4 ลำปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนเหนือหมู่เกาะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกาะต็อกโตหรือที่ญี่ปุ่นเรียกว่าทาเกชิมา เป็นข้อพิพาทระหว่างเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นมาช้านาน ทางการเกาหลีใต้ควบคุมเกาะนี้อยู่ แต่ญี่ปุ่นก็อ้างกรรมสิทธิ์ การส่งเครื่องบินรบลาดตระเวนที่นั่นน่าจะกระพือความขัดแย้งระหว่างเพื่อนบ้าน 2 ชาตินี้ที่ร้อนระอุอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเกียวโดเมื่อวันอังคารอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นว่า รัฐบาลญี่ปุ่นประท้วงเกาหลีใต้ทันควัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การส่งเครื่องบินรบบินเหนือหมู่เกาะพิพาทนี้เกิดขึ้นให้หลังรัฐบาลเกาหลีใต้ประท้วงญี่ปุ่นเมื่อวันศุกร์ สืบเนื่องจากเอกสารทบทวนนโยบายด้านการป้องกันประเทศประจำปีของญี่ปุ่นกล่าวถึงหมู่เกาะต็อกโต/ทาเกชิมาว่าเป็นดินแดนของญี่ปุ่น กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้เรียกเจ้าหน้าที่ทหารประจำสถานทูตญี่ปุ่นในกรุงโซลเข้าพบ เพื่อกดดันให้ญี่ปุ่นถอนคำกล่าวอ้างนี้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนกรกฎาคมปีนี้ เคยเกิดเหตุการณ์ที่เครื่องบินทหารของรัสเซียรุกล้ำน่านฟ้าเหนือหมู่เกาะต็อกโต/ทาเกชิมา และทำให้เครื่องบินรบเกาหลีใต้ยิงเตือนหลายร้อยนัด รัสเซียอ้างว่าเครื่องบินของตนกำลังการลาดตระเวนทางอากาศระยะไกลร่วมกับกองทัพจีน เหตุการณ์นั้นทำให้ญี่ปุ่นส่งเครื่องบินรบขึ้นบินด้วย พร้อมกับประท้วงทั้งรัสเซียและเกาหลีใต้ว่ารุกล้ำน่านฟ้าของดินแดนตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในพิธีที่ฐานทัพอากาศแดกู กองทัพเกาหลีใต้ได้นำเครื่องบินขับไล่ล่องหน เอฟ-35 เอ ของบริษัทล็อกฮีดมาร์ติน จำนวน 4 ลำ จาก 8 ลำที่ได้รับมอบในปีนี้มาแสดงด้วย ตามกำหนดนั้นเกาหลีใต้จะได้รับมอบเอฟ-35 เอ 40 ลำภายในปี 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีมุน ซึ่งต้องพยายามบรรเทาความวิตกว่านโยบายเกี่ยวพันกับเกาหลีเหนือจะทำให้การป้องกันประเทศอ่อนแอลง ได้ย้ำต่อทหารว่า เกาหลีใต้จะต้องเผชิญความท้าทายที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากความท้าทายที่มีในอดีต เช่นเหตุการณ์โดรนโจมตีในตะวันออกกลาง แต่เขาไม่ได้เอ่ยถึงเกาหลีเหนือหรือญี่ปุ่นโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมาเกาหลีเหนือมักวิจารณ์การจัดซื้ออาวุธและการฝึกทหารร่วมระหว่างสหรัฐกับเกาหลีใต้ว่าเป็นการเตรียมการเพื่อทำสงคราม ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้เกาหลีเหนือต้องพัฒนามิสไซล์พิสัยใกล้รุ่นใหม่&amp;nbsp; นักวิเคราะห์กล่าวกันว่า เอฟ-35 ของเกาหลีใต้จะทำให้ระบบต่อต้านอากาศยานและต่อต้านมิสไซล์ของเกาหลีเหนืออยู่ในภาวะเสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีมุนสนับสนุนให้สหรัฐและรัฐบาลเปียงยางเจรจากัน เพื่อยุติโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ โดยรบเร้าให้ทั้งสองฝ่ายรื้อฟื้นการเจรจาระดับคณะทำงานโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานของเอเอฟพีวันเดียวกัน อ้างแถลงการณ์จากโช ซอนฮุย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีเหนือ ที่เผยแพร่ผ่านสำนักข่าวกลางแห่งเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) ว่าเกาหลีเหนือและสหรัฐจะติดต่อกันเบื้องต้นในวันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม และจะจัดเจรจาระดับคณะทำงานในวันถัดไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47073</URL_LINK>
                <HASHTAG>มุน แจอิน, วันกองทัพ, เกาหลีใต้, เกาะต็อกโต, เกาะทาเกชิมา, เกาะพิพาท, เอฟ-35</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191001/image_big_5d935f9bab77b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36056</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2019 20:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2019 20:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครื่องบินล่องหน F-35 สหรัฐ &#039;ชนนก&#039; เสียหาย 63 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เครื่องบินรบสเตลธ์รุ่นก้าวหน้าและแพงที่สุดในโลก เอฟ-35 ของกองกำลังนาวิกโยธินสหรัฐในญี่ปุ่น ได้รับความเสียหายหนัก เนื่องจากชนนกตัวหนึ่งขณะทะยานขึ้นจากฐานทัพอากาศอิวะคุนิเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประเมินค่าซ่อมมากกว่า 63 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เครื่องบินเอฟ-35 ไลต์นิงทู ของกองกำลังนาวิกโยธินสหรัฐ บินขึ้นจากฐานทัพอากาศทินดอลล์รัฐฟลอริดา เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2559 / AFP / US AIR FORCE&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีอ้างแถลงการณ์ของกองกำลังนาวิกโยธินสหรัฐที่เผยแพร่เมื่อวันพุธที่ 15 พฤษภาคม 2562 ยืนยันว่าเกิดเหตุการณ์เครื่องบินเอฟ-35 บี ของกลุ่มอากาศยานนาวิกโยธิน 12 สังกัดกองบินนาวิกโยธินที่ 1 ต้องยกเลิกการบินขึ้นจากสนามบินอิวาคุนิของหน่วยนาวิกโยธินในญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 เนื่องจากเครื่องบินชนกับนกตัวหนึ่ง เครื่องบินสามารถขับเคลื่อนออกจากทางวิ่งได้ และนักบินไม่ได้รับบาดเจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพถ่ายที่แพร่หลายทางโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นภาพความเสียหายที่ส่วนท้องของเครื่องบินที่ดูเหมือนโดนนกเหยี่ยวชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานประเมินความเสียหายยังจัดทำไม่เสร็จ แต่หน่วยนาวิกโยธินจัดจำแนกความเสียหายจากเหตุการณ์นี้อยู่ในประเภท &amp;quot;เอ&amp;quot; ซึ่งหมายความว่ามีมูลค่าความเสียหายมากกว่า 2 ล้านดอลลาร์ (มากกว่า 63 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐเริ่มโครงการเอฟ-35 ในทศวรรษ 1990 โดยใช้เงินลงทุนเกือบ 400,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้เครื่องบินรบรุ่นนี้เป็นระบบอาวุธราคาแพงที่สุดที่พัฒนาโดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพนตากอนมีแผนจะสร้างเครื่องบินรุ่นนี้ราว 2,500 ลำ ในช่วงหลายสิบปีต่อจากนี้ เอฟ-35 บีที่เกิดเหตุเป็นรุ่นที่พัฒนาโดยหน่วยนาวิกโยธินให้เป็นรุ่นที่ใช้ทางวิ่งสั้นในการบินขึ้นและลง ใช้งบประมาณสร้างลำละ 115 ล้านดอลลาร์ หรือราว 3,632 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปีที่แล้ว หนังสือพิมพ์ยูเอสเอทูเดย์กล่าวว่า มีรายงานเครื่องบินพลเรือนในสหรัฐโดนนกชนมากกว่า 14,661 กรณี หรือเฉลี่ยเกิดวันละเกือบ 40 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ที่นักบินเครื่องบินยูเอสแอร์เวย์ต้องนำเครื่องลงจอดกลางแม่น้ำฮัดสันในรัฐนิวยอร์กเมื่อปี 2552 ก็มีรายงานว่า สาเหตุเกิดจากฝูงห่านบินชนเครื่องยนต์ทำให้เครื่องยนต์ใช้การไม่ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36056</URL_LINK>
                <HASHTAG>นาวิกโยธินสหรัฐ, บินชนนก, เครื่องบินสเตลธ์, เอฟ-35</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190516/image_big_5cdd60e265b24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32834</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2019 21:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2019 21:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉุนซื้ออาวุธรัสเซีย สหรัฐระงับส่งมอบเครื่องบินเอฟ-35 ให้ตุรกี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐดัดหลังตุรกีที่เดินหน้าซื้อระบบต่อต้านมิสไซล์เอส-400 ของรัสเซีย ตัดสินใจระงับการส่งมอบเอฟ-35 และพักความร่วมมือในการผลิตชิ้นส่วนประกอบของเครื่องบินขับไล่รุ่นนี้ จนกว่าตุรกีจะล้มเลิกสัญญาซื้ออาวุธจากรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เครื่องบินเอฟ-35 ไลต์นิงทู ของกองทัพอากาศอิสราเอล บินโชว์เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2560 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 2 เมษายน 2562 อ้างคำแถลงของชาร์ลส์ อี. ซัมเมอร์ส จูเนียร์ หัวหน้าโฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐเมื่อวันจันทร์ว่า สหรัฐได้ตัดสินใจระงับการส่งมอบและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับขีดความสามารถเชิงยุทธการของเครื่องบินเอฟ-35 ที่กระทำร่วมกับตุรกี จนกว่าตุรกีจะยอมละทิ้งการรับมอบระบบป้องกันมิสไซล์เอส-400 ของรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่แล้ว เซอร์เกย์ ลัฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซีย เดินทางมาตุรกี และรัฐมนตรีต่างประเทศเมฟเลิต ชาวูโชลู ของตุรกี ยืนยันว่า ข้อตกลงซื้อระบบอาวุธเอส-400 ของรัสเซียจะเดินหน้าต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐเคยเตือนตุรกีในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาว่า การตัดสินใจซื้อระบบป้องกันมิสไซล์ของรัสเซียนี้ไม่อาจเข้ากันได้กับโครงการเครื่องบินรบของสหรัฐ เจ้าหน้าที่สหรัฐวิตกว่า หากตุรกีใช้อาวุธทั้งของสหรัฐและรัสเซีย จะทำให้รัสเซียได้ข้อมูลของเอฟ-35 ที่สามารถนำไปปรับปรุงความแม่นยำของเอส-400 เพื่อใช้จัดการกับเครื่องบินรบของชาติตะวันตกได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงกลาโหมสหรัฐกล่าวด้วยว่า สหรัฐได้เริ่มมองหาแหล่งผลิตใหม่สำหรับผลิตชิ้นส่วนของเอฟ-35 ที่เคยพัฒนาในตุรกี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า ตุรกีมีแผนจะซื้อเครื่องบินขับไล่ เอฟ-35 เอ 100 ลำ โดยได้ส่งนักบินหลายนายไปฝึกบินในสหรัฐแล้ว บริษัทผู้ผลิตเครื่องบิน ล็อกฮีดมาร์ติน คาดว่า สัญญาที่ทำกับบริษัทหลายแห่งของตุรกีเพื่อผลิตชิ้นส่วนของเอฟ-35 มีมูลค่าราว 12,000 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล็อกฮีดมาร์ตินเผยว่า มีบริษัทตุรกี 8 แห่งที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ รายหนึ่งคือบริษัท อายซัส ผลิตจอแสดงผลแบบพาโนรามาในห้องนักบินเอฟ-35 และอีกบริษัทคือ ฟอกเกอร์เอลโม ที่ผลิตสายไฟและระบบเชื่อมต่อ 40% ของเครื่องบินรุ่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำสั่งซื้อระบบอาวุธของรัสเซียโดยชาติสมาชิกขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) เป็นเรื่องที่ไม่ปรกติอย่างยิ่ง คำประกาศระงับความร่วมมือโครงการเอฟ-35 มีออกมา 2 วันล่วงหน้าการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ 29 ชาติสมาชิกนาโตที่กรุงวอชิงตัน ในโอกาสครบรอบ 70 ปีกลุ่มพันธมิตรตะวันตกที่ตั้งขึ้นเพื่อตอบโต้สหภาพโซเวียตในอดีต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32834</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตุรกี, ระงับส่งมอบ, รัสเซีย, สหรัฐ, เอฟ-35, เอส-400</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190402/image_big_5ca36e0be495a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24569</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2018 22:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2018 22:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ญี่ปุ่นอนุมัติเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำ พร้อมเอฟ-35 ฝูงใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นอนุมัติแผนการป้องกันประเทศฉบับใหม่ระยะ 5 ปี ซึ่งจะทำให้ญี่ปุ่นมีเรือบรรทุกเครื่องบินเป็นครั้งแรกนับแต่สิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยจะปรับปรุงจากเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ และเตรียมซื้อเครื่องบินขับไล่ฝูงใหญ่จากสหรัฐ รวมถึงเอฟ-35 รุ่นที่สามารถขึ้นลงในแนวดิ่งได้ด้วย แต่โฆษกรัฐบาลยันไม่ผิดรัฐธรรมนูญฉบับรักสันติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เครื่องบินขับไล่ เอฟ-35 ไลต์นิงทู ของกองทัพอากาศอิสราเอล แสดงการบินที่อิสราเอล เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2560 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2561 กล่าวว่า แผนกลาโหมฉบับใหม่นี้เป็นการดำเนินการล่าสุดของรัฐบาลของนายกฯ ชินโซ อาเบะ เพื่อเสริมสร้างกองทัพของญี่ปุ่น ซึ่งอาเบะอ้างว่าจำเป็นสำหรับการรับมือปัญหาท้าทายในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากความวิตกกังวลอย่างหนักเกี่ยวกับการขยายเขตอิทธิพลทางทหารของจีน และความตึงเครียดกับเกาหลีเหนือ แต่แนวทางนี้ของอาเบะก็ถูกวิจารณ์เช่นกันว่ากำลังนำพาญี่ปุ่นถอยห่างจากพันธะผูกพันตามรัฐธรรมนูญรักสันติที่ใช้มาตั้งแต่สิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งจำกัดบทบาทของกองทัพญี่ปุ่นไว้เพียงการป้องกันประเทศเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โยชิฮิเดะ ซูกะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี แถลงข่าวเมื่อวันอังคารว่า ญี่ปุ่นจะต้องมีขีดความสามารถในการป้องกันประเทศทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ ซึ่งจำเป็นต่อการรับมือกับสภาพการณ์ด้านความมั่นคงที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และรัฐบาลเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้ยังอยู่ภายใต้ขอบเขตของรัฐธรรมนูญฉบับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีกลาโหม ทาเกชิ อิวายะ ก็ยืนยันเช่นกันว่า เรือพิฆาตชั้นอิซูโม 2 ลำนี้จะยังคงทำหน้าที่เป็นเรือพิฆาตอเนกประสงค์ต่อไป ซึ่งยังคงอยู่ในขอบเขตของนโยบายเชิงป้องกันประเทศที่จำเพาะเจาะจงของญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แผนป้องกันประเทศระยะ 5 ปีที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติในวันเดียวกันนี้ได้จัดสรรงบประมาณด้านกลาโหมไว้สูงเป็นสถิติถึง 27.47 ล้านล้านเยน (ราว 8 ล้านล้านบาท) ไปจนถึงเดือนมีนาคม 2567&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามแผนนี้ กระทรวงกลาโหมจะปรับปรุงเรือพิฆาตชั้นอิซูโมแบบดาดฟ้าเรียบ 2 ลำ ให้สามารถเป็นฐานขึ้น-ลงสำหรับเครื่องบินขับไล่ที่ใช้ระยะเทกออฟสั้น หรือสามารถขึ้น-ลงในแนวดิ่งได้ เช่น เครื่องบินขับไล่สเตลธ์ เอฟ-35 บี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ อีกแผนหนึ่งที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติในวันเดียวกันด้วย คือการจัดซื้อเครื่องบินเอฟ-35 จำนวน 42 ลำภายใน 10 ปีข้างหน้า โดยคาดเดาว่าเอฟ-35 บี เป็นตัวเลือกที่น่าจะเป็นไปได้ที่สุด ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น ญี่ปุ่นยังมีแผนจะซื้อเครื่องบินขับไล่เอฟ-35 เอ อีก 105 ลำ แต่เครื่องบินล้ำสมัยรุ่นนี้ขึ้น-ลงแบบปรกติและไม่สามารถใช้กับเรือพิฆาตที่เตรียมดัดแปลง สื่อของญี่ปุ่นกล่าวกันว่าแผนการซื้อเครื่องบินเหล่านี้จะใช้งบประมาณมากกว่า 1 ล้านล้านเยน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านหัว ชุนอิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวว่า ความวิตกกังวลของญี่ปุ่นเกี่ยวกับกองทัพจีนนั้นไม่ช่วยต่อการพัฒนาและปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับญี่ปุ่นเลย และจีนเคยคัดค้านและแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงมาแล้ว พร้อมกับเรียกร้องให้ญี่ปุ่นยึดมั่นต่อนโยบายเชิงป้องกันประเทศอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เมื่อเดือนเมษายน 2561 เครื่องบินขับไล่ เจ15 ของจีนจอดบนดาดฟ้าของเรือบรรทุกเครื่องบินเหลียวหนิง / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนเพิ่งเปิดตัวเรือบรรทุกเครื่องบินที่จีนสร้างขึ้นเองลำแรกเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่จีนดึงดันอ้างสิทธิ์เหนือทะเลจีนใต้เกือบทั้งหมด แต่เรือลำนี้ไม่ใช่เรือบรรทุกเครื่องบินลำแรกของจีน โดยลำแรกคือเรือเหลียวหนิง ที่จีนปรับปรุงจากเรือที่สร้างสมัยสหภาพโซเวียตเมื่อเกือบ 30 ปีก่อน และส่งเข้าประจำการเมื่อปี 2555&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แผนการจัดซื้อและปรับปรุงกองทัพของญี่ปุ่นนี้สอดคล้องกับคำมั่นสัญญาที่ว่าญี่ปุ่นจะซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จากสหรัฐมากขึ้น ตามแรงกดดันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ที่พร่ำบ่นบ่อยครั้งเรื่องการขาดดุลการค้ามหาศาลต่อญี่ปุ่น และรบเร้าให้อาเบะเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันตนเองของญี่ปุ่น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24569</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญี่ปุ่น, เรือบรรทุกเครื่องบิน, เรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์, เรือพิฆาตชั้นอิซูโม, เอฟ-35, แผนกลาโหม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181218/image_big_5c190b2422fe3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19792</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2018 21:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2018 21:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐระงับบินเอฟ-35 ทั่วโลก ตรวจแก้สาเหตุเครื่องตก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงกลาโหมสหรัฐสั่งให้ระงับการใช้งานกองบินเครื่องบินล่องหน เอฟ-35 ทั่วโลกเมื่อวันพฤหัสบดี เพื่อรอให้วิศวกรตรวจสอบอย่างเร่งด่วนเพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุเครื่องบินราคาแพงสุดในโลกรุ่นนี้ตกลำแรกเมื่อเดือนที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2560 เครื่องบินเอฟ-35 ไลต์นิงทู ของกองทัพอากาศอิสราเอล บินโชว์ในพิธีจบการศึกษาของนักบินกองทัพอากาศ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ในกระทรวงกลาโหมสหรัฐกล่าวกันว่า ข้อมูลเบื้องต้นจากเครื่องบินขับไล่ล่องหน เอฟ-35 บี ของกองกำลังนาวิกโยธิน ซึ่งตกแล้วระเบิดไม่เหลือชิ้นดีที่เซาท์แคโรไลนาเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม เผยให้เห็นว่าอาจมีปัญหากับท่อเชื้อเพลิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจ เดลลาเวโดวา โฆษกของโครงการเอฟ-35 ของเพนตากอนแถลงที่กรุงวอชิงตัน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม ว่าหน่วยงานของสหรัฐและหุ้นส่วนความร่วมมือในต่างแดนได้ระงับปฏิบัติการบินของเอฟ-35 ชั่วคราว ระหว่างรอการตรวจสอบท่อเชื้อเพลิงภายในเครื่องยนต์ของเอฟ-35 ทุกลำทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกผู้นี้กล่าวเสริมว่า ท่อเชื้อเพลิงที่ว่านี้จะถูกถอดออกแล้วเปลี่ยนใหม่ เมื่อเปลี่ยนใส่ท่อใหม่เสร็จสิ้นแล้ว เครื่องบินทั้งหมดก็จะกลับมาอยู่ในสถานะพร้อมปฏิบัติการได้ทันที คาดว่าการตรวจสอบจะเสร็จสิ้นภายใน 24-48 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลของเพนตากอนระบุว่า มีเครื่องบินเอฟ-35 ถูกส่งมอบทั่วโลกแล้ว 320 ลำ ส่วนใหญ่อยู่ในสหรัฐ ประเทศอื่นที่ซื้อเครื่องบินล้ำสมัยราคาแพงรุ่นนี้ด้วยยังรวมถึงอังกฤษและอิสราเอล กับประเทศพันธมิตรของสหรัฐหลายประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อังกฤษกล่าวว่า มาตรการของเพนตากอนไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเครื่องบินเอฟ-35 ทุกลำของอังกฤษ และภารกิจการบินบางภารกิจได้ถูก &amp;quot;หยุดพัก&amp;quot; ไว้แล้วก่อนหน้านี้ แต่ไม่ใช่การห้ามขึ้นทำการบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกองทัพอิสราเอลกล่าวว่า อิสราเอลกำลังดำเนินมาตรการป้องกันเพิ่มเติม และกำลังทดสอบเครื่องบินเอฟ-35 เวอร์ชั่นอิสราเอล หรือที่เรียกว่า เอฟ-35 ไอ แต่หากจำเป็นต้องออกปฏิบัติการ เอฟ-35 ไอ ของอิสราเอลก็เตรียมพร้อมอยู่แล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19792</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงกลาโหมสหรัฐ, กองทัพสหรัฐ, ระงับการบิน, อุบัติเหตุเครื่องบินตก, เครื่องบินขับไล่ล่องหน, เอฟ-35</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181012/image_big_5bc0ac62ec614.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
