<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 23:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 23:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอฟดีเอสหรัฐอนุมัติวัคซีน&#039;ไฟเซอร์&#039;เต็มรูปแบบเป็นชนิดแรก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เอฟดีเอสหรัฐอนุมัติวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของไฟเซอร์-ไบออนเทคอย่างเต็มรูปแบบเป็นชนิดแรกเมื่อวันจันทร์ กองทัพสหรัฐและนครนิวยอร์กประกาศทันควันจะบังคับทหารและลูกจ้างทุกคนฉีดวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐ (เอฟดีเอ) ออกแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ที่ 23 สิงหาคมว่า เอฟดีเออนุมัติการใช้อย่างเต็มรูปแบบของวัคซีน &amp;quot;โคเมอร์เนตี&amp;quot; (Comirnaty) ซึ่งเป็นชื่อทางการค้าของวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของบริษัท ไฟเซอร์ พัฒนาร่วมกับบริษัท ไบออนเทค จากเยอรมนี โดยวัคซีนชนิดนี้เป็นชนิดแรกที่ได้รับการอนุมัติอย่างเต็มรูปแบบ จากเดิมที่มี 3 ชนิดที่ได้รับการอนุมัติใช้งานแบบฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจเน็ต วูดค็อก ผู้อำนวยการเอฟดีเอ กล่าวในแถลงการณ์ว่า การอนุมัติของเอฟดีเอเป็นหมุดหมายสำคัญในช่วงยามที่สหรัฐยังคงต้องต่อสู้กับการระบาดของโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดน ทวีตว่า ในขณะที่วัคซีนทั้ง 3 ชนิดผ่านมาตรฐานที่เข้มงวดของเอฟดีเอสำหรับการใช้แบบฉุกเฉิน การอนุมัติของเอฟดีเอในครั้งนี้น่าจะเพิ่มความเชื่อมั่นว่า วัคซีนปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ หากคุณยังไม่ได้ฉีดวัคซีน ตอนนี้ถึงเวลาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่ทางการสหรัฐอนุมัติการใช้วัคซีนแบบฉุกเฉินครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2563 ถึงขณะนี้มีวัคซีนถูกฉีดไปแล้วมากกว่า 200 ล้านโดสในสหรัฐ และมีผู้คนราวร้อยละ 52 ในสหรัฐที่ฉีดวัคซีนครบแล้ว แต่เวลานี้หน่วยงานด้านสาธารณสุขกำลังเจอทางตันกับกลุ่มคนที่ลังเล ที่เป็นอุปสรรคขวางความคืบหน้าของโครงการฉีดวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอฟดีเออนุมัติการใช้วัคซีนโคเมอร์เนตีกับผู้ที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป โดยอ้างอิงจากข้อมูลปรับปรุงล่าสุดที่ได้จากการทดลองทางคลินิก ซึ่งพบว่าวัคซีนชนิดนี้มีประสิทธิภาพในการป้องกันโควิดมากกว่า 90% คำแถลงกล่าวมีผู้ได้รับวัคซีนราว 12,000 คนที่ถูกติดตามผลเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานผลข้างเคียงทั่วไปส่วนใหญ่ที่เกิดจากการฉีดวัคซีนนี้ มีอาทิ อาการปวด, มีรอยแดง และบวมบริเวณที่ฉีด, อ่อนเพลีย, ปวดศีรษะ, ปวดกล้ามเนื้อหรือข้อต่อ, หนาวสั่นและมีไข้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน เอฟดีเอก็กำลังดำเนินการตรวจสอบข้อมูลความปลอดภัยเกี่ยวกับอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ โดยเฉพาะในเวลา 7 วันหลังการฉีดโดสที่ 2 โดยข้อมูลที่ได้ถึงขณะนี้เผยให้เห็นว่า ผู้ชายที่อายุต่ำกว่า 40 ปีมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับผู้หญิงและผู้ชายที่อายุมากกว่า กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดพบในเด็กผู้ชายอายุ 12-17 ปี แต่ข้อมูลที่ได้บ่งชี้ว่าเกือบทั้งหมดหายได้ มีบางรายที่ต้องเข้าไอซียู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่นานหลังจากไฟเซอร์ได้รับการอนุมัติแบบเต็มรูปแบบ กระทรวงกลาโหมสหรัฐประกาศว่า จะออกคำสั่งบังคับทหารประจำการและทหารกองหนุนทุกนายต้องฉีดวัคซีนโควิด-19 รัฐบาลนิวยอร์กซิตีก็กล่าวเช่นกันว่าจะบังคับลูกจ้างทุกคนในแผนกด้านการศึกษาฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 โดสภายในวันที่ 27 กันยายน คาดด้วยว่าจะมีธุรกิจเอกชนและมหาวิทยาลัยอีกหลายแห่งดำเนินตามรอยนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114312</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีนไฟเซอร์, อนุมัติอย่างเต็มรูปแบบ, เอฟดีเอสหรัฐ, โควิด-19, โคเมอร์เนตี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210823/image_big_6123cdadf3459.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102583</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2021 22:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2021 22:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐอนุมัติฉีดวัคซีนไฟเซอร์กับเด็ก12-15ปี ยุโรปจ่อเอาด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มีวัคซีนเหลือๆ เอฟดีเอของสหรัฐอนุมัติให้ใช้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของไฟเซอร์กับเด็กที่อายุระหว่าง 12-15 ปีแล้วเมื่อวันจันทร์ ขณะองค์การยาแห่งยุโรปคาดจะอนุมัติให้ใช้วัคซีนไฟเซอร์กับเด็กช่วงวัยเดียวกันได้ภายในเดือนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นักศึกษาแพทย์มหาวิทยาลัยดาร์ตมัธใช้หลอดฉีดยาดูดวัคซีนไฟเซอร์จากขวดเพื่อนำไปฉีดให้แก่กลุ่มเยาวชนอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป ในวันแรกที่เริ่มโครงการนี้กับเยาวชนในสหรัฐเมื่อ 15 เมษายน 2564 (Allen J. Schaben / Los Angeles Times via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐอเมริกามีผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบถ้วนแล้วมากกว่า 115 คน และทางการของหลายรัฐกำลังเริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมบังคับเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด โดยหวังจะพลิกฟื้นเศรษฐกิจ การตัดสินใจของคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐ (เอฟดีเอ) เมื่อวันจันทร์ ที่อนุมัติให้ฉีดวัคซีนของไฟเซอร์-ไบออนเทคกับเด็กอายุระหว่าง 12-15 ปีได้ เป็นอีกหนึ่งความพยายามที่สนับสนุนพัฒนาการนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เอฟดีเอเคยอนุมัติให้ใช้วัคซีนของไฟเซอร์-ไบออนเทคในกรณีฉุกเฉินกับกลุ่มประชากรอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีเตอร์ มาร์คส์ ผู้อำนวยการศูนย์ประเมินชีววิทยาและวิจัยของเอฟดีเอ กล่าวว่า การอนุมัติให้ใช้วัคซีนกับประชากรที่อายุน้อยเป็นขั้นตอนสำคัญในการช่วยบรรเทาภาระทางสาธารณสุขที่เกิดขึ้นจากการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอฟดีเอเผยว่า จากรายงานที่แจ้งมาที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งสหรัฐระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2563 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2564 ประชากรอายุระหว่าง 11-17 ปีในสหรัฐติดเชื้อโควิด-19 ราว 1.5 ล้านคน เยาวชนที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาส่วนใหญ่มีอาการของโรคที่ไม่รุนแรง แต่ทำให้ผู้ที่มีอายุมากกว่าหรือผู้ใหญ่ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ติดเชื้อไวรัสนี้จากพวกเขาได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไฟเซอร์-ไบออนเทคเผยเมื่อเดือนมีนาคมว่า จากการทดลองฉีดวัคซีน 2 โดสให้กับเยาวชนอายุ 12-15 ปี 2,260 ราย พบว่าวัคซีนนี้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี การตัดสินใจฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเด็กเรียกเสียงวิจารณ์จากผู้เชี่ยวชาญด้านสาธาณสุขบางคน ที่กล่าวว่าวัคซีนเหล่านี้ควรส่งไปใช้ในประเทศอื่นๆ ที่ผู้คนในกลุ่มเสี่ยงสูงกำลังรอคอยวัคซีน แทนที่จะนำมาฉีดให้แก่กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำในสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ไม่ใช่แค่สหรัฐ เมื่อวันจันทร์ เอเมอร์ คุก ผู้อำนวยการองค์การยาแห่งยุโรป (อีเอ็มเอ) กล่าวว่า สหภาพยุโรป (อียู) ก็เตรียมจะอนุมัติให้ฉีดวัคซีนไฟเซอร์-ไบออนเทคกับกลุ่มคนอายุระหว่าง 12-15 ปีด้วยเช่นกัน เป้าหมายที่วางไว้คือการอนุมัติในเดือนมิถุนายน แต่อีเอ็มเอกำลังพยายามเร่งให้อียูอนุมัติภายในสิ้นเดือนนี้ ในช่วงยามที่หลายประเทศตั้งเป้าจะฟื้นฟูเศรษฐกิจของตนโดยเร็ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102583</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนให้เด็ก, วัคซีนไฟเซอร์, สหรัฐ, องค์การยาแห่งยุโรป, อายุ 12-15 ปี, เอฟดีเอสหรัฐ, โควิด-19, ไฟเซอร์-ไบออนเทค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210511/image_big_609a9a7cbb1df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
