<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26838</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2019 17:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2019 17:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หารือกัญชาล้มไม่เป็นท่า ภาคปชช.ลั่นฟ้องกรมทรัพย์สินฯที่ไม่ยกเลิก7คำขอสิทธิบัตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17ม.ค.62- มูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI), มหาวิทยาลัยรังสิต, สภาการแพทย์แผนไทย และ กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (FTA Watch) ได้ออกแถลงการณ์หลังหารือกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา ในวันที่ 17ม.ค.โดยระบุว่า 1. การหารือในวันนี้เกิดขึ้นจากการประชุมร่วมเมื่อวันศุกร์ที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ขอให้ภาควิชาการและภาคประชาสังคมช่วยหาทางออกกับปัญหาสิทธิบัตรกัญชาที่กระทรวงพาณิชย์กำลังเผชิญอยู่ แต่ปรากฏว่า การประชุมในวันนี้ ไม่มีฝ่ายนโยบายในระดับรัฐมนตรี หรือผู้มีอำนาจตัดสินใจในระดับกรม เช่น อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือรองอธิบดีเข้าร่วมประชุม แต่อย่างใด มีเพียง ผอ.สำนักกฎหมายและ ผอ.กองสิทธิบัตร เข้าร่วมประชุม โดยอ้างว่า อธิบดีติดภารกิจต่างจังหวัด ซึ่งสะท้อนให้เห็นเจตนาที่ไม่มีความจริงใจในการแก้ปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ผลการหารือเพื่อแก้ปัญหาสิทธิบัตรกัญชาระหว่างภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และกรมทรัพย์สินทางปัญญา ชัดเจนว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์มีเจตนาไม่ต้องการยกเลิกสิทธิบ้ตรคำขอสิทธิบัตร ที่ขัดมาตรา 9 ที่ว่าด้วยสิ่งประดิษฐ์ที่ไม่ได้รับความคุ้มครอง หรือขอสิทธิบัตรไม่ได้ โดยเฉพาะมาตรา 9(5) ที่ว่าด้วยการประดิษฐ์ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีอนามัย หรือสวัสดิภาพของประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยทางกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ยกแนวปฏิบัติของประเทศที่อนุญาตให้จดสิทธิบัตรกัญชา โดยไม่ยกตัวอย่างอีกหลายประเทศที่สาระกฎหมายสิทธิบัตรตาม ม.9(5) ของไทย แต่ปฎิเสธคำขอโดยใช้ประเด็นขัดต่อความสงบเรียบร้อย ด้วยเหตุที่กัญชายังเป็นยาเสพติด เช่น บราซิล และบางประเทศในสหภาพยุโรป เป็นต้น อีกทั้งไม่ได้รายงานเงื่อนเวลาว่า ประเทศที่ให้จดสิทธิบัตร เกิดขึ้นหลังการปลดล็อคการใช้กัญชาทางการแพทย์แล้วหรือไม่ &amp;nbsp;แสดงให้เห็นเจตนาในการเลือกใช้ข้อมูลเพื่อสร้างความชอบธรรมในการไม่ยกคำขอสิทธิบัตรกัญชาที่ค้างคาอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3. ผู้อำนวยการกองกฎหมาย กรมทรัพย์สินทางปัญญา แจ้งผู้เข้าร่วมประชุมเพียงว่า จะรับความคิดเห็นของภาควิชาการและภาคประชาสังคมเท่านั้น เจ้าหน้าที่จะไปพิจารณาดำเนินการต่อ โดยไม่ได้รับปากจะดำเนินการใดๆเพื่อการยกเลิกคำขอแต่ประการใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4. แม้ว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ทำหนังสือแจ้งปฏิเสธคำขอรับสิทธิบัตรกัญชา 3 คำขอไปยังผู้ขอแล้วดังนี้ คือ 0501005232, 0601002456 และ 0301001207 ตาม มาตรา 27 โดยให้เวลาอุทธรณ์ 90 วัน และอีก 3 คำขอ ผู้ยื่นขอละทิ้งเอง &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม คำขอสิทธิบัตร เลขที่ 1101003758 ของบริษัท GW Pharma และ Otsuka ซึ่งนายสนธิรัตน์ &amp;nbsp;รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงข่าวเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน &amp;nbsp;2561 ว่าได้เพิกถอนไปแล้วนั้น ไม่เป็นความจริง กรมฯยังไม่ได้ดำเนินการเพิกถอน เช่นเดียวกับคำขอของบริษัท GW Pharma และ Otsuka อีก &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6 คำขอที่ยังอยู่ในระบบคำขอสิทธิบัตร โดยเป็นคำขอที่เกี่ยวเนื่องกับสิทธิบัตรกัญชาเพื่อรักษาโรคลมบ้าหมู ต่อต้านเนื้องอกรักษาโรคลมชัก ยาต้านโรคจิต รักษามะเร็ง บำบัดประสาท เป็นต้น &amp;nbsp;การที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาปล่อยให้คำขอเหล่านี้ยังคาอยู่ในระบบ เป็นเหตุผลหลักที่รัฐบาลยังไม่ทูลเกล้า ร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติด แม้จะผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อปลดล็อคการใช้กัญชาทางการแพทย์ เพื่อลงพระปรมาภิไธย ทำให้ผู้ป่วยในประเทศไทยเข้าไม่ถึงการใช้กัญชาและพืชกระท่อมทางการแพทย์ในการรักษาโรคและยังขัดขวางการทำวิจัยและเสียโอกาสในพัฒนาผลิตภัณฑ์กัญชาและพืชกระท่อมทางการแพทย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ย้ำอีกครั้งว่า 7 คำขอสิทธิบัตรกัญชาที่เป็นปัญหาขณะนี้ ล้วนแต่เป็นคำขอของบริษัท GW Pharma และ Otsuka ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกับที่ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์รองนายก ไปเยือนทั้งในไทยและญี่ปุ่น อีกทั้งคำขอทั้ง 7 ประกาศโฆษณาและยื่นตรวจสอบในรัฐบาล คสช.ทั้งสิ้น ดังนั้น ตัวแทนภาควิชาการและภาคประชาสังคม เห็นร่วมกันว่าไม่มีประโยชน์ใดๆที่จะเข้าร่วมประชุมเพื่อหาทางออกเรื่องนี้กับกรมทรัพย์สินทางปัญญาและกระทรวงพาณิชย์อีกต่อไป จากความไม่จริงใจจะแก้ปัญหาเพื่อยกเลิกสิทธิบัตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามคำแถลงก่อนหน้านี้ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ภาคประชาสังคมกัญชาเพื่อการแพทย์ จึงขอประกาศว่า จะดำเนินการโดยการฟ้องร้องต่อศาล พร้อมกับการหารือกับประชาชนทุกภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ และผู้มีอำนาจ เพื่อเคลื่อนไหวทั้งทางสังคมและการเมืองให้มีการยกเลิกคำขอสิทธิบัตรดังกล่าวโดยเร็ว&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26838</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพย์สินทางปัญญา, ม.รังสิต, สภาการแพทย์แผนไทย, สิทธิบัตรกัญฃา, หารือภาคประชาชนกับกระทรวงพาณิชย์ เรื่องกัญชา, เอฟทีเอวอช, ไบโอไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190117/image_big_5c405e0d0485a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22916</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2018 17:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2018 17:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอฟทีเอ ว็อช  ออกแถลงการณ์คัดค้านใช้ม.44แก้ปัญหาสิทธิบัตรกัญชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27พ.ย.61- กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (เอฟทีเอ ว็อช) ออกแถลงการณ์คัดค้านการกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุว่ามีแนวคิดจะออกคำสั่งตามมาตรา&amp;nbsp;44&amp;nbsp;เพื่อแก้ปัญหาสิทธิบัตรกัญชา ดังนี้&amp;nbsp;1.มาตรา&amp;nbsp;44&amp;nbsp;เป็นคำสั่งพิเศษของคณะรัฐประหารที่ใช้ได้เฉพาะในประเทศไทย แต่ขัดกับหลักสากลในทางระหว่างประเทศ การใช้อำนาจเช่นนี้จึงเสี่ยงที่จะถูกผู้ขอสิทธิบัตรชาวต่างชาติฟ้องร้องต่ออนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ตามกลไกระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐและเอกชน เพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย หรือค่าโง่ และรัฐบาลไทยก็มีโอกาสจะแพ้คดีเนื่องจากความไม่ชอบธรรมของอำนาจที่ใช้ออกคำสั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;2.การออกมาตรา&amp;nbsp;44&amp;nbsp;เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ไม่ได้แก้ที่ต้นตอของปัญหาคือ การที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎหมายของตัวเองอย่างเคร่งครัด อาทิ ไม่ใช้มาตรา&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ที่ระบุห้ามจดสิทธิบัตรสารสกัดตามธรรมชาติ จุลชีพ การใช้เพื่อการบำบัดรักษา และสิ่งที่ฝ่าฝืนต่อศีลธรรมอันดี และมาตรา&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ที่ระบุว่าคุณสมบัติของสิ่งประดิษฐ์ที่สามารถจดสิทธิบัตรได้ต้องมีความใหม่และมีนวัตกรรมที่สูงขึ้น แต่กรมทรัพย์สินฯ กลับไม่ยกคำขอเหล่านี้ทิ้งไป ปล่อยให้อยู่ในระบบจนเป็นการขัดขวางนวัตกรรมและการพัฒนาพืชกัญชาทางการแพทย์อยู่ขณะนี้ นอกจากนี้กรมทรัพย์สินฯ ยังออกคู่มือตรวจสอบสิทธิบัตรในการอธิบายมาตรา&amp;nbsp;9&amp;nbsp;พ.ร.บ.สิทธิบัตร ที่เกินไปกว่ากฎหมาย เท่ากับเป็นการเปิดทางให้จดสิทธิบัตรสารสกัดที่ถูกทำให้บริสุทธิ์ทั้งที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสารธรรมชาติซึ่งเกินกว่ากฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ข้อเสนอเพื่อการแก้ปัญหานี้ที่ถูกต้อง คือรัฐบาล คสช. ต้องกำกับดูแลให้กรมทรัพย์สินฯ กระทรวงพาณิชย์ ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เร่งตรวจสอบสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ทางเคมี ชีววัตถุอย่างเข้มงวด รอบคอบ และรายงานต่อสาธารณชนเป็นระยะถึงการยกคำขอสิทธิบัตรเหล่านั้น และให้ถือปฏิบัติเช่นเดียวกับยาอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ตนยังไม่ได้รับสัญญานดังกล่าวจากนายกฯ ในการประชุม ครม.ก็ยังจับถ้อยคำไม่ชัดเจนในเรื่องนี้ คงต้องมีการติดตามกันต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งทุกอย่างที่ทำก็เพื่อประโยชน์ของประชาชนไทย ถ้าทุกอย่างที่ทำแล้วประชาชนได้รับประโยชน์ก็เป็นสิ่งที่ดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22916</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม.44, สิทธิบัตรกัญชา, เอฟทีเอวอช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181127/image_mid_5bfd210665411.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21891</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2018 16:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2018 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ไบโอไทย&quot;ติงกรมทรัพย์สินฯต้องคิดให้ดี ถ้าให้สิทธิบัตรต่างชาติกระเทือน ทั้งวิจัย ใช้&quot;กัญชา&quot;เป็นยา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13พ.ย.61-ไบโอไทย ร่วม เอฟทีเอ วอช ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา(กพย.)&amp;nbsp; จะประชุมหารือเรื่องสิทธิบัตรกัญชา พร้อมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในวันที่ 14 พฤศจิกายน เวลา 10.00 น.ที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี กล่าวว่า จากคำแถลงของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ไม่สามารถยืนยันได้เลยว่า สรุปแล้วการที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา รับยื่นคำขอสิทธิบัตรจากต่างชาติ ทั้งๆที่มีการขอสารที่เป็นต้องห้ามตามกฎหมาย คือ ม.9(1) เนื่องจากพบว่า มีสารจากธรรมชาติ ซึ่งไม่ควรรับแต่แรก และเมื่อรับแล้วก็ไม่เพิกถอน กลับเข้าสู่กระบวนการ และมีการประกาศโฆษณาสิทธิบัตรไปแล้ว อย่างน้อย 8 คำขอสิทธิบัตร โดยเฉพาะ&amp;nbsp; คำขอสิทธิบัตร &amp;quot;ไฟโตแคนนาบินอยด์ในการรักษามะเร็ง&amp;quot; ของบริษัทแห่งหนึ่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นระบบที่ประเทศสมาชิกมีข้อตกลงด้านสิทธิบัตร ทั้งนี้ ได้มีการประกาศโฆษณาเมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2557 นั้น ขัดต่อกฎหมายอย่างชัดเจน เนื่องจากเป็นการขอรับสิทธิบัตร &amp;quot;สารสกัดต้นแคนนาบิส (cannabis plant extract)&amp;quot; ซึ่งเป็นสารสกัดจากพืช อันเป็นข้อห้ามตามมาตรา 9(1)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิฑูรย์ กล่าวว่า ประเด็นคือ คำขอตัวนี้ ระบุว่า ต้องยื่นตรวจสอบการประดิษฐ์ภายในวันที่ 9 ต.ค. 2562&amp;nbsp; และยังระบุกรณีเมื่อสิทธิบัตรได้แล้ว&amp;nbsp; จะหมดอายุวันที่ 29 มิถุนายน 2573 แสดงว่าระหว่างนี้ อภ.ก็ไม่สามารถผลิตสารสกัดจากกัญชาได้เลย รวมทั้งนักวิจัยอื่นๆก็ทำอะไรไม่ได้&amp;nbsp; ซึ่งจริงๆผิดตั้งแต่ต้น เพราะเป็นสารสกัดจากพืช&amp;nbsp; ซึ่งใน พ.ร.บ.สิทธิบัตร มาตรา 28(1)เขียนอย่างชัดเจนว่า &amp;quot;ถ้าอธิบดีพิจารณาเห็นว่าคำขอรับสิทธิบัตรไม่ถูกต้องตามมาตรา 17 หรือการประดิษฐ์นั้นไม่ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 9 ให้อธิบดีสั่งยกคำขอรับสิทธิบัตรนั้น และให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีหนังสือแจ้งคำสั่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังผู้ขอรับสิทธิบัตรหรือโดยวิธีการอื่นที่อธิบดีกำหนดภายใน 15 วันนับแต่วันที่อธิบดีมีคำสั่ง&amp;rdquo; แสดงว่ากฎหมายกำหนดอยู่ แต่อธิบดีกลับไม่ทำ เพราะสาเหตุอะไรนี่คือคำถามที่สังคมสงสัยว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิฑูรย์ กล่าวอีกว่า ดังนั้น จากความไม่ชัดเจน และความเสี่ยงที่ประเทศไทยจะเสียประโยชน์ ผู้ป่วยต่างๆเสียโอกาสในการใช้ประโยชน์จากสารสกัดจากกัญชา ทางไบโอไทย และเอฟทีเอ วอช รวมทั้งศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา(กพย.)&amp;nbsp; จะประชุมหารือในเรื่องนี้ พร้อมทั้งจะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในวันที่ 14 พฤศจิกายน เวลา 10.00 น.ที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค โดยจะเปิดขั้นตอนการรับสิทธิบัตรของกรมทรัพย์สินทางปัญญาว่าเป็นอย่างไร และจะส่งผลกระทบอย่างไร หากไม่มีการปฏิรูป ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลควรเข้ามาดำเนินการและหาทางออกได้แล้ว เพราะนี่เป็นเรื่องของทั้งประเทศ ทีมเศรษฐกิจควรเข้ามาดำเนินการเรื่องนี้ .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21891</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพย์สินทางปัญญา, วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ, ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.), สิทธิบัตรกัญชา, เอฟทีเอวอช, ไบโอไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180918/image_big_5ba0d2bccac42.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
