<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118564</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 00:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2021 21:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ผี&quot;ฟอร์มเหี่ยวในบ้าน บุกเพลินเจอ&quot;ทอฟฟี่&quot;สวนเจ๊า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เล่นในบ้านทำได้แค่เสมอ เอฟเวอร์ตัน 1-1 เปิดหัวคู่แรกเมื่อคืนวันเสาร์ หลังจาก แอนดรอส ทาวน์เซนด์ ยิงตีเสมอให้ทีมเยือนได้หลังจากเจ้าบ้าน ขึ้นนำก่อนแล้วเติมเกมรุกเต็มสูบในครึ่งหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยูไนเต็ด ออกสตาร์ทเกมโดยให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ พอล ป็อกบา เป็นตัวสำรอง แต่ก็เป็นฝ่ายออกนำคู่แข่งได้ก่อนจบครึ่งแรก จาก อองโทนี่ มาร์กเซียล นาทีที่ 43
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครึ่งหลัง เล่นไปได้ 10 นาที โอเล กุนนาร์ โซลค์ชาร์ เปลี่ยนผู้เล่นตัวรุกลงมาเติม 2 คนรวด คือ โรนัลโด้ กับ เจดอน ซานโช แต่กลายเป็น เอฟเวอร์ตัน ที่โต้กลับแล้วได้ประตูตีเสมอ ในนาทีที่ 65 เป็นการประสานงานอย่างสุดสวยจาก เดมาราย เกรย์ ทางริมเส้น ป้ายมาให้ อับดูลาย ดูคูเร่ ส่งต่อไปที่ ทาวน์เซนด์ หลุดเดี่ยวยิงสวนตัว ดาวิด เด เคอา เข้าไปแบบไม่ต้องขยับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ป็อกบา ถูกส่งลงไปแทน เฟรด ในาทีที่ 70 แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นัก ท้ายเกม ทีมเยือนยังมีโอกาสพลิกได้ประตูชัยอีก หนึ่งในนั้น ส่งบอลเขาไปตุงตาข่ายได้แล้ว แต่ล้ำหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนผลคู่อื่นๆ (ทีมหน้าเจ้าบ้าน) - เชลซี ชนะ เซาแธมป์ตัน 3-1, วูล์ฟส ชนะ นิวคาสเซิล 2-1, เบิร์นลี่ย์ เสมอ นอริช 0-0, ลีดส์ ชนะ วัตฟอร์ด 1-0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118564</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอล, เอฟเวอร์ตัน, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211002/image_big_6158674ca8c8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92324</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2021 00:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2021 23:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ได้ไง&quot;โอเล&quot;! ผีสะดุดบอกไม่หวังแชมป์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอเล กุนนาร์ โซลค์ชาร์ อ้าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ได้คิดถึงตำแหน่งแชมป์ ในฤดูกาลนี้ หลังจากแต้มหลุดมืออีก โดน เอฟเวอร์ตัน ไล่ตีเสมอ 3-3 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา เจมี่ เร้ดแนปป์ ไม่เห็นด้วยกับทัศนคติของบอสปีศาจแดง ควรกระตุ้นสร้างความเชื่อมั่นให้นักเตะเชื่อว่าทำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีผลงานที่ดีขึ้นกว่าเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และเคยขึ้นรั้งตำแหน่งจ่าฝูงได้ด้วยเมื่อเร็วๆนี้ แต่ก็อยู่อันดับท็อปของลีกได้ไม่นานนัก ล่าสุดทีมปีศาจแดง พลาดโอกาสเก็บ 3 คะแนนเต็มอย่างน่าเสียดาย หลังโดนประตูตีเสมอในช่วงทดเวลาเจ็บ ที่ทดไปแล้วถึง 5 นาที จบเกมเสมอ กับ เอฟเวอร์ตัน ในรังโอลด์แทรฟฟอร์ดไป 3-3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังจากที่พลาดเก็บ 3 คะแนนในบ้าน โซลค์ชาร์ ให้สัมภาษณ์บอกว่า &amp;quot;เราไม่ได้มองถึงการคว้าแชมป์&amp;nbsp; ฤดูกาลนี้ถือว่าเรามาไกลแล้ว เราไม่ควรถูกมองว่าเป็นทีมลุ้นแชมป์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราเป็นทีมที่ดีขึ้นกว่าก่อน แล้วค่อยมาดูกันว่าเราจะสามารถจบฤดูกาลด้วยอันดับไหน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจมี่ เร้ดแนปป์ อดีตมิดฟิลด์หน้าหล่อของ ลิเวอร์พูล ตั้งคำถามถึงข้ออ้างของ โซลค์ชาร์ และยืนกรานว่าทีมที่รั้งอันดับสอง ควรต้องฝันถึงการคว้าแชมป์อยู่แล้วในฤดูกาลที่ทีมต่างๆได้รับผลกระทบจากโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกเขาควรตั้งเป้าถึงตำแหน่งแชมป์ นี่เป็นปีที่ไม่เหมือนปีไหน คุณไม่มีโอกาสดีไปกว่านี้อีกแล้ว ลิเวอร์พูล เสียผู้เล่นหลายคนด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยูไนเต็ดทีมนี้ ควรเชื่อมั่นว่าทำได้ นี่เป็นปีที่อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ พวกเขาไม่ใช่เด็กๆแล้ว พวกเขามีประสบการณ์เต็มเปี่ยม เขาควรบอกทีมนีให้เชื่อว่าคุณทำได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกมที่โอลด์แทรฟฟอร์ด เมื่อคืนวันเสาร์ที่่ผ่านมา ยูไนเต็ด นำก่อน 2 ประตู จาก เอดินสัน คาวานี่ น.24 บรูโน่ เฟร์นานดส น.45 แม้โดนตีเสมอ เอฟเวอร์ตัน ได้คืน 2 ลูกจาก อับดูลาย ดูคูเร่ น.49 ฮาเมส โรดริเกซ น.52 แต่ เจ้าบ้านก็ขึ้นนำได้อีก จากสกอตต์ แม็คทอมิเนย์ น.70 แต่ทดเจ็บเสียท่าให้กับ โดมินิค คัลเวิร์ท-ลูวิน น.90+5 เสมอกันไป 3-3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน อาร์เซนอล ที่ลงเตะเป็นคู่แรกของเมื่อคืนวันเสาร์ เสียฟอร์ม แพ้ แอสตัน วิลล่า 1-0 เจ้าถิ่นได้ประตูขึ้นนำเร็วตั้งแต่นาทีที่ 2 จาก โอลลี่ วัตกินส์ และเป็นประตูตัดสินแพ้ชนะ ทำให้ ทีมของ มิเกล อาร์เตต้า หยุดอยู่ที่ 10 ของตาราง ขณะที่ วิลล่า เตะน้อยกว่า 2 นัดแต่รั้งที 8
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผลคู่อื่นๆ เบิร์นลี่ย์ เสมอ ไบรท์ตัน 1-1, ฟูแล่ม เสมอ เวสต์แฮม 0-0, นิวคาสเซิล ชนะ เซาแธมป์ตัน 3-3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92324</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอล, เอฟเวอร์ตัน, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210208/image_big_6020231b1c874.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87936</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2020 01:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2020 23:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;โอเล&quot;ลั่นผีพร้อมเปิดศึกล้างตาซิตี้หลังอัดทอฟฟี่ลิ่ว 4 ทีมคาราบาวคัพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จับสลากเจอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นด่านสุดท้ายก่อนเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ หลังโชว์ฟอร์มบุกไปถล่ม เอฟเวอร์ตัน 2-0 ที่ กูดิสัน ปาร์ค ฟุตบอลคาราบาว คัพ รอบควอร์เตอร์ไฟนอล เมื่อคืนวันพุธที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยูไนเต็ด ผ่านเข้าสู่รอบเซมิไฟนอล ได้ถึง 3 รายการเมื่อฤดูกาลที่แล้ว กลับมาปีนี้เริ่มทำผลงานดีขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดตบเท้าเข้าสู่รอบ 4 ทีมได้ 2 รายการติด โดยเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ออกไปต้อนเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน ได้ที่ กูดิสัน ปาร์ค 2-0 โดยได้ประตูจาก เอดิสัน คาวานี่ นาทีที่ 88 และ อองโทนี่ มาร์กเซียล ทดเจ็บนาทีที่ 6
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้เกมนี้กว่าประตูตัดสินจะมา ก็ต้องรอถึงช่วยใกล้หมดเวลา แต่ ทีมของ โอเล กุนนาร์ โซลค์ชาร์ ทำได้ดีตั้งแต่ครึ่งแรก แต่ เอฟเวอร์ตัน ยังต้านอยู่ แต่ ผู้รักษาประตูทีมทอฟฟี่สีน้ำเงิน โรบิน โอลเซ่น ก็เกือบพลาดให้เห็นในช่วงต้นเกม ขณะที่ครึ่งหลังรูปเกมก็ยังไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิม โอกาสลุ้นประตูที่จะแจ้งยังค่อนข้างน้อย กระทั่ง บอสไวกิ้ง เปลี่ยนผู้เล่น&amp;nbsp; ซึ่งก็ทำให้เกมดีขึ้นมาอีก ก่อนที่ คาวานี่ จะได้ซัดด้วยเท้าซ้าย พุ่งผ่านมือ โอลเซ่น เข้าไปเป็นประตูขึ้นนำ นาทีที่ 88 เป็นประตูแรกของเขา ในนัดแรกของดาวยิงรุ่นเก๋าชาวอุรุกวัยในรายการนี้ ขณะที่ประตูที่ 2 ก็ตามมาติดๆ จาก มาร์กเซียล คนจ่ายบอลให้ คาวานี่ ปลดล็อคไม่กี่นาทีก่อนหน้า ซัดปิดท้ายในนาทีที่ 6 ของช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจคือ ยูไนเต็ด ยังไม่เสียประตูในรายการนี้ ฤดูกาลนี้ แต่ด่านต่อไปเป็นศึกหนักอย่างแท้จริงเมื่อต้องเจอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมคู่ปรับร่วมเมืองของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า แชมป์เก่า 3 สมัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซิตี้ เคยสอย ยูไนเต็ด ร่วงในรอบเดียวกันนี้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว และกำลังตามล่าแชมป์สมัยที่ 4 ติดต่อกัน ซึ่งจะเท่าสถิติเดิมของ ลิเวอร์พูล ที่ทำไว้ ระหว่างปี 1981-1984
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ทีมของ โซลค์ชาร์ ถือว่าฟอร์มกำลังมาดี เจอกันครั้งนี้มีโอกาสที่จะถอนแค้น และหากผ่านไปได้ ก็มีสิทธิที่จะเอาถ้วยแชมป์กลับไปฉลองที่โอลด์แทรฟฟอร์ด เพราะ 2 ทีมที่เหลือในอีกคู่ของรอบเซมิไฟนอล ก็มีแค่ ท็อตแน่ม กับ เบรนท์ฟอร์ด เท่านั้นแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราเคยเข้ารอบรองฯ 3 รายการเมื่อปีที่แล้ว และเราไม่ไกลจากจุดนั้นแล้ว&amp;quot; โซลค์ชาร์ กล่าว &amp;quot;ปีนี้อีกครั้ง เมื่ออย่างปีที่แล้ว เราเจอพวกเขาในรอบเซมิไฟนอล มาดูกันว่าคราวนี้จะออกมาอย่างไร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บอสทีมปีศาจแดง รู้สึกยินดีที่ คาวานี่ มีสกอร์ให้ทีมอีกแล้ว และไม่ลืมว่าประตูแรกที่ ดาวยิงชาวอุรุกวัยทำได้ในการย้ายมาเล่นในอังกฤษ คือเกมที่ กูดิสัน ปาร์ค เช่นกัน เมื่อเดือน ตุลาคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่คิดว่า เอดี จะปรับตัวได้ช้า ปัญหาคืออาการบาดเจ็บ ซึ่งใครก็สามารถเจ็บได้ ผมพอใจกับการเล่นของเขาที่ส่งผลต่อทีม และหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาทำได้เราได้ ทุกคนเห็นว่าเขาดูแลตัวเองดูแค่ไหน และเขาทำประตูสำคัญได้บ่อย ผมมั่นใจว่าเขาจะต้องโชว์ฟอร์มดีขึ้นดีขึ้นแน่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน ท็อตแน่ม โชคดีได้ เบรนท์ฟอร์ด ทีมจากแชมเปี้ยนชิพ เป็นคู่แข่งในรอบต่อไป หลังจากที่ถล่มใ สโต๊ค 3-1 เมื่อคืนวันพุธ ได้ประตูจาก แกเร็ธ เบล, เบน เดวี่ส์ และ แฮร์รี่ เคน แต่ โชเซ มูรินโญ่ ดูเหมือนจะยังไม่ค่อนพอใจนัก และบอกว่า ทีมยังต้องบริหารเกมให้ดีกว่านี้หากหวังจะได้เข้าไปสัมผัสถ้วยแชมป์รายการนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87936</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, คาราบาว คัพ, ฟุตบอล, เอฟเวอร์ตัน, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, โอเล กุนนาร์ โซลค์ชาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201225/image_big_5fe4d9d2d6c2c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83238</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/11/2020 00:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2020 23:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;โอเล่&quot;สะใจชนะเหนือคาด โวยผีเตะเสาร์เหมือนโดนแกล้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
โอเล กุนนาร์ โซลค์ชาร์ อัดยับคนที่จัดโปรแกรมแข่งให้ แมนเชสเตอร์ ยูนไเต็ด ต้องเตะเป็นคู่เที่ยงวันของวันเสาร์ หลังจจากเพิ่งเดินทางไกลกลับจากแชมเปี้ยนส์ลีก ที่ตุรกี ถึงอังกฤษ เช้าวันพฤหัสฯ เทียบกับ ลิเวอร์พูล กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ลุยศึกยุโรปเมื่อคืนวันอังคาร แต่ได้เตะกันวันอาทิตย์ สะใจตอกพวกหลังฉากหน้าหงาย ด้วยการบุกไปถล่ม เอฟเวอร์ตัน ราบคาบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยูไนเต็ด บุกไปถล่ม เอฟเวอร์ตัน ได้ถึง 3-1 ที่กูดิสัน ปาร์ค เมื่อคืนวันเสาร์ ช่วยลดแรงกดดันที่มีต่อ โอเล่ กุนนาร์ โซลค์ชาร์ บนตำแหน่งกุนซือขึ้นมาได้อย่างทันตา หลังจากที่ก่อนเกมมีการพูดกันว่าทางสโมสรกำลังต้องเร่งตัดสินใจเรื่องดึงตัว เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ เข้ามากอบกู้ผลงานแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม หลังเกมการแข่งขัน โซลค์ชาร์ เลือกที่จะโฟกัสไปที่ระยะเวลาในการเตรียมความพร้อมก่อนเกมการแข่งขันซึ่งน้อยกว่าทีมอื่นๆที่เตะบอลแชมเปี่้ยนส์ลีกมา เหมือนกับถูกกลั่นแกล้ลงให้ต้องทำผลงานแย่อีก ทั้บงที่่ทีมของตนเพิ่งกลับจากตุรกี เมื่อเช้าวันพฤหัสฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าเขารู้สึกพอใมมากน้อยแค่ไหนกับชัยชนะนัดนี้ บอสทีมปีศาจแดง กล่าวา &amp;quot;มันต้องน่าพอใจมากอยู่แล้ว เพราะการเตรียมความพร้อมก่อนเกมนี้ไม่เพียงพอ และใครก็คิดว่าเราจะต้องพลาดอีก ผมต้องการพูดถึงเรื่องเวลาคิกออฟ กำหนดมาเพื่อให้ทำเด็กๆของเราต้องพบกับความล้มเหลว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราเสีย ลุค ชอว์ ไปเพราะได้รับบาดเจ็บในวันนี้ เพราะเราเพิ่งบินไปเตะที่ตุรกีกลับมา เราผ่านศึกหนักมาเยอะแล้วในฤดูกาลนี้ เราไปเตะที่ตุรกีมาเมื่อคืนวันพุธ เข้าวันพฤหัสฯ ก็เพิ่งเดินทางกลับมาถึง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แล้วเรายังต้องมาเล่นเป็นคู่เที่ยงของวันเสาร์ มันสุดจะโกลาหล ให้กล่าวชมอย่างไรก็ไม่เพียงพอสำหรับความมุ่งมั่นตั้งใจของนักเตะที่แสดงออกมาให้เห็น นั่นคือสิ่งที่ผมต้องการจะพูดเกี่ยวกับเกมในวันนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เด็กๆเหล่านั้นสมควรได้รับการอะไรมากกว่าที่จะถูกบบีบให้ต้องลงสนามเพื่อแพ้ในวันนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โซลค์ชาร์ ยังถูกถามถึงนักเตะอย่าง บรูโน่ เฟร์นานเดซ กับ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ที่ตอบโต้เสียงวิจารณ์ด้วยฟอร์มที่ยอดเยี่ยม ที่กูดิสัน ปาร์ค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟร์นานเดซ ได้เป็นแมนออฟเดอะแมทช์ ขณะที่ แม็คไกวร์ ทำหน้าที่ได้อย่างแข็งแกร่งในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทุกอย่างเซตให้เราต้องล้มเหลวในนัดนี้ คือพวกเขากำหนดโปรแกรมให้เราลงเตะแบบนี้ได้อย่างไรหลังเกมแชมเปี้ยนส์ลีกคืนววันพุธที่ตุรกี แล้วต้องมาลงสนามเป็นคู่แรก คิกออฟเวลาเที่ยงครึ่งของวันเสาร์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คุณมีเกมระหว่าง ลิเวอร์พูล พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยุติธรรมดี พวกเขาเจอกันเองในสัปดาห์นี้ ทั้งคู่เตะแชมเปี้ยนส์ลีก มาเมื่อคืนวันอังคาร แล้วก็มาได้คิวลงสนามคืนวันอาทิตย์ ใครเป็นคนรับผิดชอบ ผมเริ่มทนไม่ไหวแล้วกับพวกที่หลบอยู่เบื้องหลังกำหนดสิ่งเหล่านี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกเขาต้องเข้าใจ ผู้เล่นเหล่านี้ ในช่วงเวลาอย่างนี้ของการแพร่ระบาด ทั้งสภาพร่างกายและสภาพจิตใจจะยิ่งบั่นทอนขนาดไหน แล้วยังมีวางโปรแกรมอย่างนี้อีก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าจะอย่างไร โซลค์ชาร์ กับ ยูไนเต็ด เช่นเดียวกับทุกทีม จะเข้าสู่ช่วงเบรกสำหรับทีมชาติหลังจากนัดนี้ และ 3 คะแนนเต็มที่ กุดิสัน ปาร์ค ก็ช่วยให้ทัพปีศาจแดงไต่ขึ้นที่ 13 ของพรีเมียร์ลีก แต่ก็คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลอีกเพราะยังมีอีกหลายทีมยังรอเตะในคืนวันอาทิตย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกมที่ กูดิสัน ปาร์ค เจ้าบ้านขึ้นนำกอนจาก --- แต่ ยูไนเต็ด ที่ไม่ชนะมา 3 เกมก่อนหน้านี้ มาได้ 3 ประตูรวดหลังจากนั้นจาก บรูโน่ เฟร์นานเดซ, มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ เอดิสัน คาวานี่ ข่าวร้ายคือ เจ็บไป 3 คน คือ แรชดฟอร์ด, ชวอร์ กับ วิคตอร์ ลินเดลอฟ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปผลบอลพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 7 พ.ย.2020 (ทีมหน้าเจ้าบ้าน) - เวสต์แฮม ชนะ ฟูแล่ม 1-0, เอฟเวอร์ตัน แพ้ แมนฯ ยูฯ 1-3, คริสตัล พาเลซ ชนะ ลีดส์ 4-1, เชลซี ชนะ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 4-1, ไบรท์ตัน เสมอ เบิร์นลีย์ 0-0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83238</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอล, เอฟเวอร์ตัน, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201109/image_big_5fa82f2f2ee06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80812</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2020 01:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2020 01:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;คล็อปป์&quot;หยอด&quot;ทอฟฟี่&quot;บอกรู้อยู่แล้วมีสิทธิลุ้นแชมป์อีกทีมหลังได้&quot;คาร์โล&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แชมป์เก่า ลิเวอร์พูล ของ เจอร์เกน คล็อปป์ จะเปิดศึก เมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ บุกถิ่น เอฟเวอร์ตัน ในเกมพรีเมียร์ลีก คืนวันเสาร์นี้ บอสชาวเยอรมัน รับ เคยคิดอยู่แล้วว่า ทีมคู่อริร่วมเมืองอาจขึ้นมาเป็นอุปสรรคต่อการลุ้นแชมป์ของทีมในฤดูกาลนี้หลังจากที่ไปคว้าตัวยอดกุนซืออย่าง คาร์โล อันเชล็อตติ มาเป็นนายใหม่ที่กูดิสันปาร์ค พร้อมกับเอ่ยปากชม ทีมคู่แข่ง มีการเสริมทัพนักเตะมาอย่างสุดยอดเมื่อตอนซัมเมอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทอฟฟี่สีน้ำเงิน&amp;quot; เอฟเวอร์ตัน กำลังทำผลงานได้อย่างสุดยอด รั้งตำแหน่งจ่าฝูงของตารงพรีเมียร์ลีก ก่อนหน้าศึกแห่งศักดิ์ศรี เปิดบ้านรับการไปเยือนของทีมคู่ปรับร่วมเมืองเดียวกัน คือ ลิเวอร์พูล ซึ่งจะเป็น บิ๊กแมทช์ เมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ ที่น่าติดตามที่สุดในรอบหลายปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คล็อปป์ บอกว่าเขาไม่ได้รู้สึกประหลาดใจกับความสำเร็จของ เอฟเวอร์ตัน จากผลงานในช่วงออกสตาร์ท ด้วยฝีมือการุมทีมของ อันเชล็อตติ ยิ่งเมื่อรวมกับการซื้อนักเตะเสริมทัพที่ทำได้อย่างสมบูรณ์แบบเมื่อช่วงซัมเมอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่ผมคิดถึงเกี่ยวกับ คาร์โล อันเชล็อตติ ไม่ได้เป็นความลับ ผมเคารพในความสามารถของเขาอย่างมาก เขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยมมากที่สุดคนหนึ่ง ตอนที่ผมได้ยินว่าเขาจะเซ็นสัญญาให้ เอฟเวอร์ตัน ตอนนั้นผมคิดว่าทีมที่มีจะสิทธิเบียดลุ้นแชมป์อย่างเต็มตัวทีมถัดไปมาแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกเขาทำการเสริมทัพได้อย่างสมบูรณ์แบบเมื่อตอนซัเมมอณ์ พวกเขาเจอนักเตะที่พวกเขาต้องการที่จะสามารถช่วยยกระดับทีมที่ดีอยู่แล้วขึ้นมาได้อีก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อพวกเขายิ่งคุ้นเคยกับสิ่งที่ คาร์โล ต้องการให้พวกเขาทำ ก็ยิ่งจะทำให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟอร์มอันสุดยอดของ โดมินิค คัลเวิร์ท-ลูวิน ที่ซัดไปแล้ว 9 ประตูให้ เอฟเวอร์ตัน ในฤดูกาล นี้ คือ องค์ประกอบสำคัญ ขณะที่ภาพรวมของทีมก็ยิ่งดูดีไปหมดที่กูดิสันปาร์ค&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คัลเวิร์ท-ลูวิน ผมคิดจริงๆว่าเขาจะต้องพัฒนาก้าวขึ้นมาเป็นหัวหอกระดับแนวหน้าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า และตอนนี้เขายังมีผู้เล่นระดับท็อปคลาส ช่วยเกมรุกจากทางปีกอย่างทั้ง ฮาเมส โรดริเกส กับ ริชาร์ลิสัน ส่วนมิดฟิลด์ก้ฒี อัลลัน กับใครอีกคนที่คิดว่าน่าจะเป็น ซิกูร์ดสัน พวกเขามีทีมที่ดีมากๆ แนวรับก็ดีขึ้น มันจะต้องเป็นเกมที่น่าสนใจมากๆแน่นอน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอฟเวอร์ตัน เคยคว้าชัยในศึกเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ ครั้งสุดท้าย เมื่อ 10 ปีที่แล้ว พอดีในวันเสาร์นี้ โดยเกิดขึ้นหลังสุดคือในปี 2010&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80812</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอล, ลิเวอร์พูล, เจอร์เกน คล็อปป์, เอฟเวอร์ตัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201017/image_big_5f89e87404d83.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70769</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2020 15:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2020 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มูฯดีใจเห็น&quot;ยอริส-ซอน&quot;ฉะกันจบครึ่งแรก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
โชเซ มูรินโญ่ อธิบายเหตุผลว่า ทำไมเขาถึงคิดว่า การมีปากเสียงกันเองระหว่าง ฮูโก ยอริส กับ ซอน ฮึง-มิน ตอนพักครึ่ง ในเกมระหว่าง ท็อตแน่ม กับ เอฟเวอร์ตัน เป็นความสวยงามอย่างหนึ่งของเกมการแข่งขัน หลังจากที่ทีมของเขาเป็นฝ่ายคว้าชัยได้อย่างหวุดหวิด เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮูโก ยอริส กับ ซอน ฮึง-มิน เข้ามามีปากเสียงกันขณะเดินออกจากสนามตอนพักครึ่ง จนเพื่อนๆต้องเข้ามาช่วยกันห้าม โดยผู้รักษาประตูทีมชาติฝรั่งเศส โกรธที่ กองหน้าเพื่อนร่วมทีมชาวเกาหลีใต้ เสียบอล เป็นผลให้ ริชาร์ลิสัน ได้ยิงเข้าหากรอบ ซึ่งพลาดไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นตอนพักครึ่ง ฮูโก เลยปรี่หา ซอน ที่กำลังเดินเข้าอุโมงค์ ทั้งคู่มีปากเสียงกันดุเดือด เพื่อนร่วมทีมพยายามช่วยกันห้าม หลายคนตกใจกับเหตุการณ์ แต่ มูรินโญ่ บอกว่า เขารู้สึกดีใจที่เห็นภาพแบบนี้ โดยบอกว่า &amp;quot;มันช่างสวยงาม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มันอาจเป็นผลมาจากการประชุมของเรา หากคุณต้องการจะโทษใครสักคนสำหรับเหตุการณ์นั้น ก็คงเป็นผมเอง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในความเห็นของผม ผมวิจารณ์เด็กๆในทีมเพราะพวกเขาไม่ค่อยวิจารณ์กันเองมากพอ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมขอให้พวกเขาตะโกนสั่งเรียกร้องจากเพื่อนร่วมทีมมากขึ้น ผมขอให้พวกเขากดดันเพื่อนๆเพื่อสปิริตของทีม ซึ่งคุณต้องทุ่มเทให้หมดทุกสิ่งเพื่อทุกๆคน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ท้ายครึ่งแรก เกิดเหตุการณ์ ซึ่ง เด็กมหัศจรรย์ที่ทุกคนรักอย่าง ซอนนี่ ซึ่งเป็นนักเตะที่ทำเพื่อทีมอยู่ตลอดเวลา ก็พลาดได้ แต่ในสถานการณ์นั้น กัปตันของเรา คิดว่า ในนาทีสุดท้ายของครึ่งแรก คุณต้องพยายามอีกเพื่อทีม คุณต้องทุ่มเทความพยายามมากขึ้นไปอีกกว่าที่ได้ทำไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อาจมีคำพูดแย่ๆคำสองคำออกมา แต่ผมไม่รู้ว่ามีการผลักกันหรือไม่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับทีมที่จะเติบโตขึ้น เพราะในฐานะทีม การจะโตขึ้นไปด้วยกันได้คุณต้องเรียกร้องความพยายามที่เพิ่มขึ้นอีกจากกันและกัน คุณจำเป็นต้องสร้างความเข็มแข็งให้กันและกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมพอใจมากจริงๆนะ ดังนั้นตอนพักครึ่งผมจึงบอกพวกเขาว่า คุณมีปฏิกริยาอย่างนี้ ผมไม่สงสัยเลยว่าในครึ่งหลังคุณจะช่วยกันและเป็นน้ำหนึ่งเดียวกันจนกระทั่งจบเกม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะหวิดฟาดปากกันเองตอนพักครึ่ง แต่ สเปอร์ส ก็เก็บชัยชนะได้ด้วยการเฉือน เอฟเวอร์ตัน ไป 1-0 ไมเคิล คีน ทำเข้าประตูตัวเองในครึ่งแรก ถือว่าเพียงพอที่จะตัดสินผู้ชนะในเกมที่ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม เมื่อคืนวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70769</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์, พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอล, เอฟเวอร์ตัน, โชเซ มูรินโญ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200707/image_big_5f04360a8cb95.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69406</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2020 17:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2020 17:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คล็อปป์รับหนึ่งแต้มสมควรแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลิเวอร์พูล ขยับเข้าใกล้ถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อีกนิด แม้จะทำได้แค่เสมอ เอฟเวอร์ตัน ที่กูดิสัน ปาร์ค เมื่อคืนวันอาทิตย์ เจอร์เกน คล็อปป์ ชี้นักเตะบู๊เต็มที่แล้วแม้บรรยากาศในสนามค่อนข้างเงียบเหงาแตกต่างจากศึกเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้ทุกครั้ง ช่วงท้ายเกือบโดน ยอมรับเก็บได้แค่แต้มเดียวก็ถือว่าสมควรแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมของ เจอร์เกน คล็อปป์ ยังสามารถฉลลองแชมป์ได้ทันทีในเกมนัดต่อไป คืนวันพุธ ด้วยการเอาชนะ คริสตัล พาเลซ หลังจากเพิ่งเสมอ เอฟเวอร์ตัน มา 0-0 แต่ ก็ต้องหวังพึ่งให้ เบิร์นลี่ย์ บุกไปคว่ำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้ได้ที่ เอติฮัด ในคืนวันจันทร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ ลิเวอร์พูล ก็เกือบต้องเลื่อนการฉลองแชมป์ไปนานกว่านัน้ หากไม่เพราะได้ อลิสซอน เบ็คเกอร์ โชว์ซุเปอร์เซฟป้องกันลูกตวัดหลังยิงของ โดมินิค คัลเวิร์ท-ลูวิน ได้ในนาทีที่ 79 จังหวะนั้น บอลปลิ้นไปทางขวา ทอม เดวี่ส์ ตามตวัดยิงผ่านมือนายวารแซมบ้าไปชนเสาไกล เอฟเวอร์ตัน เตรียมเฮกันแล้วทั้ง 2 จังหวะนี้ แต่สุดท้ายก็ชวดชัยดาร์บี้หนแรกในรอบ 10 ปีไปอย่างน่าเสียดาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาร์โล อันเชล็อตติ ผู้จัดการทีมเอฟเวอร์ตัน รู้สึกว่าทีมของตนโชคไม่ดีนิดหน่อย ขณะที่ คล็อปป์ โล่งออกมีแต้มกลับออกมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คล็อปป์ กล่าวว่า &amp;quot;เกมนี้เป็นเกมที่หนักจริงๆ ทั้งสองทีมต่างแสดงให้เห็นว่าพวกเขาเข้าใจว่านี่คือเกมดาร์บี้ แม้จะไม่มีกองเชียร์ในสนามก็ตาม ผู้เล่นทุกคนสู้เต็มที่ในเกมนี้ ผมชอบเกมรับองเรา เราไม่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้ครองบอลอย่างเราได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกเขามีโอกาสดีที่สุดในเกมนี้ ผมต้องยอมรับ เอฟเวอร์ตัน ป้องกันได้ดีมาก พวกเขาจัดการ ซาดิโอ มาเน่ กับ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ได้ดี เราไม่ฉลาดพอในหลายจังหวะ ด้วยเหตุผลนี้ การเสมอกลับออกมา เราจึงพอใจได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เกมดาร์บี้หลายครั้งหลังที่นี่ มักเป็นแบบนี้ 3 ครั้งแล้วที่เสมอ 0-0 ทุกครั้งเราสู้อย่างบ้าคลั่ง เรามีหลายจุดที่สามารถพัฒนาขึ้นได้สำหรับการมาเยือน กูดิสัน ปาร์ค ผมรู้ว่าเรายังทำอะไรได้กว่านี้ แต่หนึ่งแต้มในนัดนี้ก็ถือว่าสมควรแล้วสำหรับเรา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอฟเวอร์ตัน ปิดเกมนี้ด้วยฟอร์มที่น่ากลัวกว่า ยิ่งจังหวะที่ คัลเวิร์ท-ลูวิน เกือบได้เป็นฮีโร่ทอฟฟี่สีน้ำเงินด้วยการตอกลูกสั้นจากการเปิดจอง ริชาร์ลิสัน แต่ยังโดน อลิสซอน เซฟได้หวุดหวิดอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันเชล็อตติ เชื่อว่าผลงานการเล่นในนัดนี้ของทีมถือว่าดีและสู้ได้เลย ซึ่ง กองหน้าตัวทีเด็ดของทีม เห็นด้วยอย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คัลเวิร์ท-ลูวิน กล่าว &amp;quot;มันเป็นการยิงไปแบบสัญชาติญาณในช่วงท้ายนั่น เรามีโอกาสอยู่หลายครั้ง แต่มันก็ยังไม่ใช่วันของเรา บางครั้งลูกยิงแบบนั้นก็เข้าไปตุงตาข่ายได้ แต่บางครั้งก็ไม่เข้า เราพอใจกับหนึ่งแต้มในนัดนี้ เกมนี้มันช่างแปลกเพราะไม่มีบรรยากาศเหมือนเคย เงียบจนแปลกประหลาดทั้งที่ในสนามสู้กันขนาดนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันเชล็อตติ เสริม &amp;quot;ผมคิดว่าเรามีโอกาสหลายครั้ง เราทำเต็มที่ขอเราแล้ว คัลเวิร์ท-ลูวิน ทำดีที่สุดแล้ว ทอม เดวี่ส์ ทำดีที่สุดแล้ว เราาแค่โชคไม่ดีนิดหน่อยเท่านั้น ผลเสมอถือว่ายุติธรรม ลิเวอร์พูล มาพร้อมจัดหนัก เราต้องโฟกัสกับการเล่นอย่างดีที่สุด ผลที่ออกมาถือว่าดี และด้วยเหตุผลนี้เราจึงพอใจได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวร้ายเพิ่มเติมสำหรับ ลิเวอร์พูล จากเกมที่กูดิสัน ปาร์ค นัดนี้ เมื่อ เจมส์ มิลเนอร์ กับ โจเอล มาติ๊ป ได้รับบาดเจ็บ ระหว่างเกมและถูกเปลี่ยนตัวออก อาจฟิตไม่ทันสำหรับเกมต่อกับไป คริสตัล พาเลซ โดย มิลเนอร์ ที่ลงแทน แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ที่ตำแหน่งแบ็คซ้าย โดนเปลี่ยนตัวออกในครึ่งแรกเพราะอาการเจ็บกล้ามเนื้อแฮมตริง ได้ โจ โกเมซ ลงไปเล่นแทน ขณะที่ มาติ๊ป เจ็บนิ้วเท้า ในครึ่งหลัง เดยัน ลอฟเรน รับช่วงต่อ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69406</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอล, ลิเวอร์พูล, เจอร์เกน คล็อปป์, เอฟเวอร์ตัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200622/image_big_5ef089d14f267.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
