<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>36215</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2019 15:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2019 15:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่มีเหตุผลต้องหยุดอยู่กับที่! &quot;เป๊ป&quot;โวซิตี้จะแกร่งขึ้นอีกในฤดูกาลหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยืนยัน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะต้องดีขึ้นอีก หลังปิดฉากฤดูกาลอย่างยิ่งใหญ่ด้วยชัยชนะถล่มทลายในศึกเอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศ สร้างปรากฎการณ์ทำเทรบเบิ้ลแชมป์บอลผู้ดี พร้อมทำสถิติยิงประตูได้มากสุดร่วมในศึกชิงดำรายการนี้ เมื่อคืนวันเสาร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรือใบสีฟ้า&amp;quot;แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ประสบความสำเร็จในการกวาด 3 แชมป์ฟุตบอลภายในประเทศของอังกฤษ โดยส่งท้ายด้วยการไล่ถล่ม วัตฟอร์ด ไปถึง 6-0 ในเกมนัดชิงชนะเลิศ ศึกลูกหนังเอฟเอ คัพ เป็นการปิดฉากฤดูกาลด้วยการบวกอีกหนึ่งแชมป์ให้กับ พรีเมียร์ลีก และ คาราบาว คัพ ยังไม่รวมกับ คอมมูนิตี้ ชิลด์ ฟุตบอลประเพณีก่อนเปิดฤดูกาล พวกเขายังทำสถิติยิงคู่แข่งได้มากสุดในนัดชิงชนะเลิศ เทียบเท่ากับสถิติเดิมที่เคยทีมอื่นทำไว้เมื่อกว่าร้อยปีมาแล้วได้อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มันเป็นนัดชิงชนะเลิศที่เหลือเชื่อสำหรับเรา และเรายังสามารถปิดฉากปีอย่างยิ่งใหญ่ ผมต้องแสดงความยินดีอย่างมากกับทุกคนที่สโมสร โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เล่นของเราแต่ละคน เพราะพวกเขาคือเหตุผลว่าทำไมเราถึคว้าแชมป์ทั้งหมดนี้ได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่งในเหตุการณ์ที่พลิกเกมคือการเซฟของ เอแดร์ซอน ช่วงต้นของแมทช์ และ กวาร์ดิโอล่า ต้องการที่จะย้ำกว่ามันมีความสำคํญเท่ากๆกับการได้ประตูของทีม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในนัดชิงชนะเลิศ เหตุการณ์เหล่านี้แหละที่สร้างความแตกต่าง เอแดร์ซอน เซฟได้ในช่วงเวลาสำคัญของตอนต้นที่อาจเปลี่ยนโฉมหน้าของเกมหลังจากนั้นได้ เพราะถ้าสกอร์กลายเป็นเราตาม 1-0 เกมก็จะยากขึ้นสำหรับเรา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อถูกถามต่อว่า ทีมนี้ที่สร้างสถิติอันยอดเยี่ยมขึ้นมาได้แล้ว ยังจะสามารถพัฒนาให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นกว่านี้ได้หรือไม่ กวาร์ดิโอล่า ตอบอย่างมั่นใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราต้องพัฒนาขึ้นอีก ทุกคนพัฒนาขึ้นได้เสมอ ไม่มีเหตุผลที่เราต้องหยุดอยู่กับที่นี่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน แว็งซ็องต์ ก็องปานี ปราการหลังตัวเก๋า กัปตันทีมเรือใบสีฟ้า ยอมรับว่า ช่วงเวลาที่อยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นช่วงเวลาที่เหลือเชื่อ ตอนที่ย้ายมา ไม่ได้มีความคิดอยู่ในหัวเลยว่าจะได้แชมป์กับทีม พร้อมกับชี้ว่า การล้ม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ในศึกเอฟเอ คัพ เมื่อปี 2011 เป็นสิ่งที่จุดประกายให้ทีมขึ้นผงาดเป็นเบอร์หนึ่งของลีกได้ในปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนที่ผมย้ายมาร่วมทีม ผมไม่ได้คิดฝันว่าจะสามารถเป็นแชมป์กับทีมได้สักรายการ ตอนที่เอาชนะทีมของ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ในรอบเซมิไฟนอล ได้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำให้เราเริ่มมีความเชื่อว่าทีมของเราก็ต้องเป็นแชมป์ได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราได้ถ้วยแชมป์มา 12 ใบแล้วนับจากนั้นซึ่งน่าจะราว 7-8 ปีมาแล้ว มันสุดยอดมาก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับ ซิตี้ ในปี 2008 ก็องปานี ได้แชมป์กับทีมไปแล้วมากมาย มี พรีเมียร์ลีก 4 ครั้ง เอฟเอ คัพ 2 ครั้ง ลีกคัพ 4 ครั้ง และ คอมมูนิตี้ ชิลด์ 2 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36215</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ฟุตบอล, วัตฟอร์ด, เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, เอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศ, แมนเชสเตอร์ ซิตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190519/image_big_5ce10d7665f6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36197</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2019 15:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2019 01:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซิตี้คว้าเทรบเบิ้ลประวัติศาสตร์พร้อมสถิติรัว 6 ลูกนัดชิงฯเอฟเอคัพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรือใบสีฟ้า&amp;quot;แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ประสบความสำเร็จในการกวาด 3 แชมป์ฟุตบอลภายในประเทศของอังกฤษ ส่งท้ายด้วยการไล่ถล่ม วัตฟอร์ด ไปถึง 6-0 ในนัดชิงชนะเลิศ ศึกลูกหนังเอฟเอ คัพ เมื่อคืนวันเสาร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า บวกถ้วยแชมป์ใบสุดท้ายของทีมในฤดูกาลนี้ได้สำเร็จ ต่อจาก พรีเมียร์ลีก และ คาราบาว คัพ หลังจากคว้าชัยท่วมท้นที่เวมบลี่ย์ 6-0 เดวิด ซิลบา, ราฮีม สเตอร์ลิง, เควิน เดอ บรูย์น และ กาเบรียล เฮซุส ต่างมีชื่อเป็นผู้ทำประตูกันถ้วนหน้า ส่วน แซร์โจ อเกวโร่ พลิกโผนัดนี้ไม่มีชื่อใน 11 คนแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจาก ซิตี้ จะคว้า 3 แชมป์ฟุตบอลรายการใหญ่ในอังกฤษได้ภายในฤดูกาลเดียวอย่างที่ไม่เคยมีทีมใดทำได้มาก่อน พวกเขายังทำสถิติยิงคู่แข่งได้มากสุดในนัดชิงชนะเลิศ เทียบเท่ากับสถิติเดิมที่เคยทีมอื่นทำไว้เมื่อกว่าร้อยปีมาแล้วได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36197</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ฟุตบอล, วัตฟอร์ด, เอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศ, แมนเชสเตอร์ ซิตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190519/image_big_5ce04cac1c4ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9597</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2018 23:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2018 22:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มูฯแสดงความยินดีสิงห์เล่นไม่ดีแต่ชนะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
โชเซ มูรินโญ่ ขอแสดงความยินดีต่อทีมเก่า เชลซี หลังได้แชมป์ เอฟเอ คัพ ไปครอง เมื่อคืนวันเสาร์ แต่ชี้ไม่ได้เล่นดีที่จะคู่ควรเป็นฝ่ายชนะ พร้อมประชดนักข่าวอยากรู้ว่าถ้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เล่นแบบ เชลซี จะชมหรือด่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มูรินโญ่ กล่าวหลังอกหักจากเกมนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ที่แพ้ต่อ เชลซี 0-1 เมื่อคืนวันเสาร์ &amp;quot;ผมขอแสดงความยินดีกับพวกเขาด้วย เพราะพวกเขาได้แชมป์ แต่ผมไม่คิดว่าพวกเขาสมควรที่จะเป็นฝ่ายชนะ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ใช่เพราะพวกเขาเป็นทีมเก่าของผม แต่ผมพูดในฐานะที่พวกเขาเป็นคู่แข่งของเราในวันนี้ แต่ผมคิดว่าเราสมควรชนะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมล่ะอยากรู้จริงๆ ว่าทุกคนจะพูดอย่างไรหรือนักข่าวจะเขียนออกมาอย่างไร ถ้าทีมของผมเล่นเหมือนเชลซีเล่นในวันนี้ ผมสงสัยจริงๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้เราเล่นกันลำบากหน่อยเพราะไม่มี ลูกากู ในการเจอกับทีมที่เล่นรับกันถึง 9 คนร คุณจำเป็นต้องมีเขาอยู่ในสนาม ความพ่ายแพ้ทุกนัดย่อมเจ็บปวด แต่ผมกลับบ้านด้วยควาารู้สึกว่าเราทำทุกอย่างแล้ว ผมไม่ได้รู้สึกเสียใจ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เชลซี ไม่ได้โง่ พวกเขารู้ว่าทีมของเราขาด ลูกากู หรือ เฟลลายนี่ เลยวางผู้เล่นตั้งรับอยู่หน้ากรอบเขตโทษ 8 หรือ 9 คน เพราะรู้ว่าพวกเขาทำได้ดีในการเล่นบอลไดเรกต์ เราพยายามทุกอย่างแล้ว แต่พวกเขาวางผู้เล่นไว้แน่นมาก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ภาพของเกมนี้ คือ ดาวิด เด เคอา แทบไม่ได้สัมผัสบอล เขาได้แค่จับบอลจากก้นตาข่าย&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9597</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ฟุตบอล, เชลซี, เอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศ, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, โชเซ มูรินโญ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180520/image_big_5b019b463b850.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9513</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2018 23:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2018 23:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สิงห์-ผี&quot;ตัดสินแชมป์เอฟเอคัพช่อง7สดเสาร์นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
เชลซี กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีโอกาสที่จะมีแชมป์เป็นการส่งท้ายฤดูกาลนี้ ในคืนวันเสาร์ แต่จะมีทีมเดียวที่จะทำสำเร็จได้ ในการเผชิญหน้ากันในเกมนัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอล เอฟเอ คัพ ช่อง 7 ช่อง 7 ถ่ายทอดสด ตรงจากอังกฤษ เวลา 23.10 น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศึกเอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศ ครั้งที่ 137 จะเป็นศึกล้างตาจากศึกตัดสินแชมป์เมื่อปี 2007 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่จัดที่สนามแห่งนี้ ทั้งสองทีมต่างรู้ดีว่าเกมนี้จะเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะมีหนึ่งทีมรอดจากการจบฤดูกาลมือเปล่า โดย ความเคลื่อนไหวก่อนเกม ยูไนเต็ด ยังต้องเช็คความฟิตของ โรเมลู ลูกากู ทีเพิ่งกลับมาซ้อมได้เมื่อวันอังคาร ส่วน เชลซี ทาง อันโตนิโอ คอนเต้ มีแนวโน้มว่าจะเลือก โอลิวิเยร์ ชิรูด์ เป็นตัวเป้า หลังโชว์ฟอร์มได้เหนือกว่า อัลวาโร่ โมราต้า นับตั้งแต่ย้ายมาเมื่อเดือน ม.ค. &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกนั้นคือเรื่องของแผนการเล่น ว่าจะเลือกหน้า 3 คนหรือเน้นกลางมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชลซี กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะพบกันเป็นครั้งที่ 8 ที่ เวมบลี่ย์ เรียกได้ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจอ เชลซี มากกว่าทีมไหนๆ แต่ก็เป็นครั้งแรกที่ทั้งสองทีมพบกันที่สนามกีฬาแห่งขาตินับตั้งแต่ศึกคอมมูนิตี้ ชิลด์ ปี 2010 ซึ่งครั้งนั้น เชลซี เป็นฝ่ายแพ้ไป 3-1&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยูไนเต็ด พบ เชลซี ครั้งสุดท้ายในเอฟเอ คัพ เกิดขึ้นในเกมรอบควอร์เตอร์ไฟนอล ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อปีที่แล้ว ซึ่ง ทีมสิงห์บลูส์ เป็นฝ่ายชนะไปหวุดหวิด 1-0 จากการทำประตูของ เอ็นโกโล ก็องเต้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9513</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ฟุตบอล, ศึกเอฟเอ คัพ, เชลซี, เอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศ, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180518/image_big_5aff0411d3c0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
