<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55752</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2020 00:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2020 00:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาร์เตต้ารับปืนชนะไม่ประทับใจ ลิ่วหืดจับเจอพอร์ทสมัธรอบห้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

มิเกล อาร์เตต้า เผยว่าเขาไม่ค่อยจะชอบใจนักกับการเล่นของอาร์เซนอล หลังจากขึ้นนำได้แล้ว 2 ลูก ก่อนจะโดน บอร์นมัธ ตีไข่แตก และทำให้ชนะได้แค่หวุดหวิด 2-1 ในศึก เอฟเอ คัพ รอบสี่ ที่ ไวทาลิตี้ สเตเดี้ยม เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประตูจาก บูกาโย ซากา กับ เอ็ดดี้ เอ็นเคย์ต้า ช่วยให้ อาร์เซนอล นำห่างสบายๆ 2 ลูกตั้งแต่ 26 นาทีแรก จากสถานการณ์แล้วก็น่าจะปิดเกมนี้ได้สบายๆ แต่หลังจากนั้น ทีมปืนใหญ่ ก็หาทางบวกสกอร์เพิ่มอีกไม่ได้&amp;nbsp; แซม เซอร์ริดจ์ ลุกจากม้านั่งสำรอง ลงมายิงตีไข่แตกให้ บอร์นมัธ ได้ในนาทีที่ 94 เล่นเอาสาวกกันเนอร์ลุ้นเครียดในช่วงใกล้จะหมดเวลา แต่สุดท้าย ทีมยักษ์ใหญ่จากกรุงลอนดอน ก็พาตัวเองเข้าสู่รอบห้าต่อไปได้สำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเกม อาร์เตต้า ยอมรับว่า แม้เขาจะดีใจกับเกมในช่วงออกสตาร์ทของลูกทีม แต่หลังจากนำห่างได้แล้วเขาไม่ประทับใจนักกับสิ่งที่เห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บอสชาวสเปน กล่าว &amp;quot;ผมคิดว่าการเล่นของเราในช่วงออกสตาร์ท รวมถึงการเล่นหลังจากได้ประตูแรก คือสิ่งที่เราต้องการจะเห็น พวกเขาสร้างพื้นที่และโจมตีคู่แข่งอย่างหนักได้อย่างที่เราต้องการ และนั่นช่วยให้เราได้ประตูที่เยี่ยมยอด 2 ลูกนั้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังจากนั้นเรากลับเล่นกันหละหลวม ส่งบอลก็ทำได้แย่ จังหงวะการเล่นก็ช้าลงไปมากเกินไป และผมไม่ชอบแบบนั้นมากๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในครึ่งหลัง เรารู้ว่าพวกเขาจะต้องเร่งเกมเพื่อทวงประตูคืนแน่ พวกเขาจะต้องเติมผู้เล่นในแนวรุกเพื่อตอบโต้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกเขาเป็นทีมที่ดี และเราก็ดันปล่อยให้พวกเขาครอสบอลเข้ามาได้หลายครั้งในเขตโทษ ทำให้เราเจองานหนักนิดหน่อย กระทั่งมาโดนตีไข่แตกในช่วงท้าย ทำให้ตัวเองเจองานยากน่ากดดัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากได้เห็นนักเตะดาวรุ่ง 2 คน สามารถสร้างความแตกต่างได้ในเกมนี้ อาร์เตต้า กล่าวชม ซาก้า กับกองหน้าบบราซิเลี่ยน กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ หลังจากทั้งคู่โชว์ฟอร์มอย่างโดดเด่นและช่วยทีมได้อย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราจำเป็นต้องหาหนทางที่แตกต่างเพื่อสร้างสถานการณ์ที่ดีสำหรับเรา และพวกเขาก็เริ่มเข้าใจในสิ่งที่ผมมองหาจากพวกเขา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมอยากให้เรามีความยึดหยุ่นสักนิดในหลายๆอย่างที่เราทำได้ แต่ในตอนนี้ ด้วยจำนวนผู้เล่นบาดเจ็บที่เรามี มันไม่ง่าย แต่โดยรวมๆแล้วสำหรับนักเตะดาวรุ่งของทีม ผมพอใจมากๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาร์เซนอล ในรอบต่อไปจะต้องออกนอกบ้านไปเยือน พอร์ทสมัธ ทีมในลีก วัน เป็นเกมที่จะเตะระหว่างวันที่ 2 และ 5 มีนาคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผลการประกบคู่ในรอบห้า เอฟเอ คัพ ทั้งหมดมีดังนี้ : เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เร้ดดิ้ง หรือ คาร์ดิฟฟ์ พบ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด, เชลซี พบ โชรว์สเบอรี่ หรือ ลิเวอร์พูล, เวสต์บรอม พบ นิวคาสเซิล หรือ อ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด, เลสเตอร์ ซิตี้ พบ โคเวนทรี่ หรือ เบอร์มิงแฮม, นอร์แธมป์ตัน หรือ ดาร์บี้ พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เซาแธมป์ตัน หรือ ท็อตแน่ม พบ นอริช, พอร์ทสมัธ พบ อาร์เซนอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55752</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, บอร์นมัธ, ฟุตบอล, มิเกล อาร์เตต้า, อาร์เซนอล, เอฟเอ คัพ รอบสี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200129/image_big_5e3071a053779.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55647</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2020 22:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2020 22:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;คล็อปป์&quot;ยันพักทีมชุดใหญ่ให้เด็กรีเพลย์แทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
เจอร์เกน คล็อปป์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ยืนยันว่าเขาจะไม่คุมทีมลงทำศึกนัดรีเพลย์ เอฟเอ คัพ กับ โชรส์เบอรี&amp;nbsp; แน่นอน เตรียมส่งทีมชุดเล็กไปเตะบอลถ้วยแทนอีก อ้างช่วงนั้นเป็นวินเทอร์เบรกของพรีเมียร์ลีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สองประตูจาก เจสัน คัมมิงส์ ช่วย ชรูว์บิวรี่ คืนชีพกลับมาเสมอจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 2-2 ได้อย่างเหลือเชื่อ คว้าโอกาสไปเตะนัดรีเพลย์ รอบสี่ ศึก เอฟเอ คัพ ที่ แอนฟิลด์ ซึ่งกำหนดเตะจะไปลงวันที่ 5 หรือไม่ก็ 6 กุมภาพันธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่โปรแกรมที่ไปลงกลางสัปดาห์นั้น จะไปแทรกเอาในช่วงวินเทอร์เบรก 2 สัปดาห์ ซึ่ง คล็อปป์ กับ นักเตะทีมชุดใหญ่ของ ลิเวอร์พูล เตรียมแพลนที่จะพักไว้เรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจบเกมเสมอกับทีมในลีกวัน คล็อปป์ บอกแล้วว่า เกมที่แอนฟิลด์ จะให้ นีล คริทช์ลีย์ โค้ชทีมยู-23 แสดงฝีมืออีก อย่างที่เคยทำในเกมลีกคัพ รอบควอร์เตอร์ไฟนอล กับ แอสตัน วิลล่า เมื่อเดือน ธันวาคม ที่ตอนนั้นทีมชุดใหญ่มีคิวเตรียมจะต้องไปทำศึก คลับ เวิลด์ คัพ ที่ กาตาร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราได้รับจดหมายในเดือน เมษายน จากทางพรีเมียร์ลีก ว่าเราควรเคารพช่วงเบรกฤดูหนาวสำหรับผู้เล่น&amp;quot; คล็อปป์ กล่าว &amp;quot;ช่วงนั้นไม่อนุญาติให้จัดแมทช์การแข่งขันใดๆ รวมถึงแมทช์กระชับมิตรทีมชาติ และเราจะเคารพในคำแนะนำนั้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมบอกกับเด็กๆเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนว่าพวกเขาจะได้พักเบรกหนีหนาวแน่ คุณให้สัญญาใครชุ่ยๆไม่ได้ ผมทำแบบนั้นไม่ได้ ดังนั้นี่จะเป็นทางออกของเรา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราจะไม่อยู่ลงสนามในวันนั้น แต่มันจะเป็นหน้าที่ของเด็กๆที่จะได้เล่นเกมนั้นแทน ผมรู้ว่าไอเดียนี้บางคนอาจไม่เห็นด้วย แต่ผมเห็นว่าทางออกควรเป็นแบบนั้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คล็อปป์ จะต้องหวังให้ดาวรุ่งของทีม และ คริทช์ลี่ย์ ทำได้ดีกว่าครั้งที่แล้ว ที่บุกไปแพ้ วิลล่า เมื่อช่วงปลายปี ซึ่งแม้เกมนั้น ทีมชุดเล็กของ ลิเวอร์พูล จะโชว์ฟอร์มได้น่าประทั้บใจ แต่ ทีมของ ดีน สมิธ เป็นฝ่ายยิงสลุตไปถึง 5-0 และได้เข้าไปเปิดศึก กับ เลสเตอร์ ซิตี้ ในศึกลีกคัพ รอบรองชนะเลิศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านแชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผ่านเข้าสู่รอบห้าต่อไปได้แบบสบายเท้า ถล่ม ฟูแล่ม ไป 4-0 แต่ก็อาจเพราะทีมคู่แข่งเหลือ 10 คนตั้งแต่นาทีที่ 6 หลัง ทิม รีม โดนใบแดง ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รีดฟอร์มเรียกศรัทธา บุกไปยำใหญ่ ทรานเมียร์ 6-0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55647</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ฟุตบอล, ลิเวอร์พูล, เจอร์เกน คล็อปป์, เอฟเอ คัพ รอบสี่, โชรส์เบอรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200127/image_big_5e2efdc765259.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2020 17:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2020 17:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉุนสิงห์แผ่วอีกเจอฮัลล์ยังลิ่วแบบหืดจับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

แฟรงค์ แลมพาร์ด บอสทีม&amp;quot;สิงโตน้ำเงินคราม&amp;quot;เชลซี แสดงความรู้สึกผิดหวัง หลัง ลูกทีมไม่สามารถถล่มคู่แข่งและปิดเกมแบบสบายๆได้ หลังบุกไปเฉือนชนะทีมในลีกแชมเปี้ยนชิพ ฮัลล์ ซิตี้ ได้แค่หวุดหวิด 2-1 ในศึกเอฟเอ คัพ รอบสี่ เมื่อคืนวันเสาร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชลซี ผ่านเข้าสู่รอบห้า ฟุตบอล เอฟเอ คัพ ได้แบบมีลุ้นเสียวในช่วงท้าย หลังโดนตีไข่แตกและชนะได้แค่ 2-1 แสดงให้เห็นปัญหาของทีมที่มักแผ่วปลาย ตามที่เกิดขึ้นในหลายนัดในช่วงหลัง ทำให้ สาวกสิงห์บลูส์ ยังวางใจไม่ค่อยได้ถ้าสกอร์ห่างอยู่แค่หนึ่งลูก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประตูจาก มิชี บัทชูอายี นาทีที่ 6 กับ ฟิกาโย โทโมรี นาทีที่ 64 ถือว่ายังเพียงพอที่จะช่วยให้ เชลซี เบียดเข้าสู่รอบต่อไปได้ เจ้าบ้าน ฮัลล์ ซิตี้ จะได้ประตูตีเสมอในช่วงท้ายจาก คามิล โกรซิคกี นาทีที่ 78
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเกม แฟรงค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม กล่าวถึงชัยชนะนัดนี้ ซึ่งทำให้ทีมผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้สำเร็จในศึกเอฟเอ คัพ แต่พูดถึงฟอร์มการเล่นของทีมแล้ว บอสหนุ่มของทีมรับยังมีงานหนักต้องแก้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ข่าวดีคือเราได้เข้าไปลุ้นประกบคู่ในรอบต่อไป แต่ข่าวร้ายคือ นี่คือตัวอย่างเล็กๆของความเป็นทีมเราในฤดูกาลนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เกมนี้อยู่ในมือเราแล้ว และเราเล่นได้แพทเทิร์นที่ดีที่จะต้อนชนะพวกเขาได้ แต่คุณจำเป็นต้องพยายามต่อ ตอนที่เราเล่นดีเรากก็เป็นทีมที่ดี แต่เราปิดเกมนี้แบบหายห่วงไม่ได้ เราสร้างปัญหาให้กับตัวเราเอง นี่เป็นเกมที่ยากอีกนัด แต่ก็ต้องยอมรับว่าเราพยายามอย่างหนักแล้วหน้าปากประตู&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรามีเปอร์เซนต์การครองบอลที่เหนืกว่า รวมถึงจำนวนครั้งที่เราได้ยิง แต่นั่นไม่ได้เอามานับในการตัดสินผลแพ้ชนะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีเพียงประตูเท่านั้นที่เราต้องได้และได้เพิ่มอีกเพื่อคอนโทรลเกม คุณจะมาโอดว่าไม่มีโชคไม่ได้ อย่างลูกแฉลบที่เป็นประตูของฮัลล์ มันน่าผิดหวัง เราพลาดเองหลายครั้ง และปล่อยให้พวกเขาขึ้นมาได้ลุ้นประตูเพิ่มในช่วงไม่กี่นาทีสุดท้าย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่คือเรา เรามีผู้เล่นบางคนที่ยังต้องพัก หรือได้รับบาดเจ็บรอการกลับมา แต่ยังไงซะนี่คือสิ่งที่ผมยังต้องพูดซ้ำซาก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากเรารับไม่ได้กับตัวอย่างที่เห็นในวันนี้ เกมที่เจอกับ นิวคาสเซิล ก็เป็นเหมือนกัน เกมกับ อาร์เซนอล ก็ด้วย ผมว่าชัดเจนมาก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่สำหรับ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ อีกหนึ่งทีมใหญ่ในกรุงลอนดอน ยังต้องรอลุ้นต่อไปว่าจะได้ผ่านเข้าสู่รอบห้าต่อไปหรือไม่ หลังจากบุกไปทำได้แค่เสมอ เซาแธมป์ตัน ที่ เซนต์ แมรี่ส์ 1-1 ซอน เฮือง มิน ยิงให้ทีมไก่เดือยทองบุกไปขึ้นนำช่วงต้นครึ่งหลัง นาทีที่ 58 แต่ทีมเดอะเซนต์ส ยังได้ต่อลมหายใจไปลุ้นต่อในนัดรีเพลย์หลังได้ประตูตีเสมอจาก ตัวสำรอง โซฟิอาน บูฟาย ก่อนหมดเวลา 3 นาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ เวสต์แฮม จอดเพียงแค่รอบสี่ หลังแพ้ เวสต์ บรอม คาบ้าน 0-1 เสียประตูเร็วตั้งแต่ต้นเกมจาก คอนเนอร์ ทาวน์เซนด์ น.9 และแม้ทีมเยือนจะเหลือผู้เล่น 10 หลัง เซมิ อาจายี โดนใบแดงในนาทีที่ 72 เจ้าบ้านก็ยังไม่สามารถกลับมาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดวิด มอยส์ ที่ถูกดึงเข้ามากอบกู้ทีมขุนค้อน แสดงความผิดหวังกับฟอร์มการเล่นที่เลวร้ายของทีมในนัดนี้ ทั้งที่จัดชุดที่แข็งแกร่งมากลงสนามแล้ว หวังเอาใจแฟนบอลเจ้าบ้าน แต่กลับลงเอยด้วยความพ่ายแพ้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราสตาร์ทเกมได้ไม่ดี เราเปิดโอกาสให้คู่แข่งหลายครั้งในช่วงต้นเกม และพวกเขาทำได้ดีกว่าเราอย่างชัดเจนในช่วงเปิดเกม และมาได้ประตูในช่วงนั้น เรายังโชคดีที่ไม่เสียประตูเพิ่ม พักครึ่งผมต้องทำการเปลี่ยนแปลงบางจุด ผมเห็นการส่งบอลแย่ๆหลายครั้ง และหลายครั้งเราทำได้แค่เตะบอลทิ้งออกข้างสนาม เราพยายามแล้วอย่างน้อยก็ควรเสมอ แต่เราไม่มีความสามารถที่จะทำได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55542</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ฟุตบอล, ฮัลล์ ซิตี้, เชลซี, เอฟเอ คัพ รอบสี่, แฟรงค์ แลมพาร์ด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200126/image_big_5e2d6fbbe2bad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1902</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2018 19:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2018 19:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คล็อปป์จวกแนวรับหงส์ ในบ้านยังเละร่วงเอฟเอคัพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
เจอร์เกน คล็อปป์ ไม่ขอแก้ตัว หลัง ลิเวอร์พูล โดนถีบตกรอบ เอฟเอ คัพ ในการเจอกับ เวสต์ บรอม ในถิ่นแอนฟิลด์ของตัวเอง เมื่อคืนวันเสาร์ ยก เวสต์บรอม เล่นดีกว่าสมควรชนะ จวกทีมของตัวเอง หลังบ้านยังแย่ซ้ำซาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บอสชาวเยอรมัน ปฏิเสธที่จะใช้เรื่องของการใช้วิดีโอข่วยการตัดสิน มาเป็นข้อแก้ตัว หลังล้มเหลวเป็นครั้งที่ 3 กับเกมรอบสี่ เอฟเอ คัพ ซึ่ง 2 ครั้งก่อนหน้านี้ เสียท่าให้กับ เวสต์แฮม กับ วูล์ฟส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แน่นอน มันจะต้องเปลี่้ยนแปลงอะไรหลายอย่าง มันก็ดีนะ เวสต์บรอม ดีใจที่ยิงเข้าไปได้ แล้วมีบางคนบอกพวกเขาว่าไม่ได้ประตู แต่ผมคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่ทุกต้องการ&amp;quot; คล็อปป์ กล่าว &amp;quot;หากประตูนั้นสมควรถูกยกเลิก มันก็โอเค&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คล็อปป์ รู้สึกหงุดหงิดใจมากกว่ากับการแพ้ในรูปแบบนี้ หลังจากที่ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ยิงให้ทีมขึ้นนำได้ก่อน แต่มาโดนตีเสมออย่างรวดเร็วแค่ 71 วินาทีหลังจากนั้น โดย ทีมเยือน ได้ เจย์ โรดริเกซ ยิงคืน 2 ลูกรวดทันที และสถานการณ์เลวร้ายลงอีก เมื่อ โจเอล มาติ๊ป ทำเข้าประตูตัวเอง จากที่ขึ้นนำเร็ว กลายเป็นตามหลัง 1-3 ตั้งแต่ครึ่งแรก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และแม้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จะทำประตูที่ 25 ของฤดูกาลได้ แต่ก็ไม่สามารถสปาร์คช่วยให้ทีมมีฮึดตีเสมอเพื่อเตะนัดรีเพลย์ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกเขาสมควรเป็นฝ่ายชนะแล้ว พูดตามตรง ผมไม่อยากจะพูดเลย แต่มันคือความจริง เวสต์บรอม สมควรชนะ ต้องขอชื่นชม อลัน พาร์ดิว กับทีมของเขา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่จริงเราตั้งเป้าหมายไว้สูงในถ้วยนี้ เราต้องการที่จะแสดงให้เห็นว่าอย่างน้อยเราก็ต้องการที่จะลุ้นต่อในการแข่งขันรายการนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปัญหาคือเรามีเกมรับที่แย่มาก ต้นเหตุคือตรงนี้ ตัดสินใจกันผิดพลาด&amp;quot; คล็อปป์ กล่าว &amp;quot;เราทำประตูอย่างสุดสวยแล้ว เราขึ้นนำ 1-0 มันสมบูรณ์แบบ แต่แค่ไม่กี่วินาทีต่อมา เราก็โดนยิงตีเสมอแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประตูที่สองเราปล่อย โรดริเกซ ยืนคนเดียวไม่มีใครประกบอยู่ในเขตโทษ ซึ่งแบบนี้มันเกิดขึ้นไม่ได้ และประตูที่สามที่เราโดนก็ช่างเหลือเชื่อจริงๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การรับมือกับจังหวะนั้นมันง่ายมาก คุณก็แค่ดันขึ้นไปทั้งแผง ดอว์สัน ก็ล้ำหน้าแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกเขาตั้งรับได้ดี และพวกเขาสมควรแล้วที่ขนะ ผมไม่อยากจะพูดแต่มันคือความจริง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกมที่แอนฟิลด์เมื่อคืนวันเสาร์ถือว่ามีความวุ่นวายเกิดขึ้นมากพอสมควร แต่แม้การตัดสินจะทำให้ เวสต์ บรอม เสียประโยชน์อย่างน้อยสองครั้ง แต่ ลิเวอร์พูล ภายใต้การนำของ คล็อปป์ ก็ยังล้างอาถรรพ์ในรอบสี่ของรายการนี้ไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และที่ตั้งใจว่าจะเอาถ้วยนี้เป็นประเดิมแชมป์แรกของ คล็อปป์ ในการคุมทีม ลิเวอร์พูล ก็เป็นอันต้องพับแผนไปในฤดูกาลนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากดราม่า หงส์ ขึ้นนำก่อนแล้วแพ้ เพราะโดนรัวคืน 3 ลูก และแม้ยิงคืนได้ แต่ก็ไล่ไม่ทัน ยังมีเรื่องของ ผู้ตัดสิน เคร็ก พอว์สัน ที่ใช้ VAR หรือวิดีโอช่วยผู้ตัดสิน ถึง 8 ครั้งในเกมนี้ มี 2 ครั้งที่ทำให้เกมล่าช้าออกไปนานทีเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้งแรก เขาเป่าปฏิเสธประตูของ เคร็ก ดอว์สัน หลังรับฟังคำแนะนำจากหูฟ้ง จากนั้นช่วงกลางครึ่งแรก เกมชะงักไปถึง 3 นาที 54 วินาที จากจังหวะที่ โม ซาลาห์ โดน เจค ลิเวอร์มอร์ ทำฟาวล์ ก่อนที่ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ จะทำหน้าที่สังหารจุดโทษ ซึ่ง พอว์สัน ปรึกษากับ อังเดร มาร์รีเนอร์ แล้วออกไปที่ริมเส้นเพื่อเช็คการตัดสินของตัวเองทางมอนิเตอร์ ส่วน ฟีร์มิโน่ ได้ทำหน้าที่ยิงจุดโทษแต่ก็ไปกระแทกคานออกมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างน้อยที่สุด การใช้วิดีโอช่วยตัดสิน ก็เป็นประโยชน์ตรงที่ทำให้การตัดสินออกมาถูกต้อง อย่างน้อยก็ 2 ครั้งในเกมนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ก็ทำให้เกมต้องหยุดชะงักขาดความลื่นไหลอย่างที่ควรจะเป็น ขณะที่แฟนบอลในสนามแอนฟิลด์ก็ไม่มีโอกาสได้ดูรีเพลย์เท่ากับว่าแต่ละคนใช้เวลานั่งรอเกมกลับมาเตะใหม่อยู่นานและบ่อยครั้ง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1902</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลิเวอร์พูล, เจอร์เกน คล็อปป์, เวสต์ บรอมวิช, เอฟเอ คัพ รอบสี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180128/image_big_5a6dc08abad38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1866</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2018 18:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2018 18:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โชเซ่ มูรินโญ่ยก&quot;อเล็กซิส ซานเชซ&quot; ประเดิมพาผีถล่มแหลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โชเซ มูรินโญ่ ยอมรับรู้สึกทึ่งกับการมา อเล็กซิส ซานเชซ ทำให้เกมรุกของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คึกคักขึ้นทันตาเห็น ยกสปิริตตวามใจสู้ของปีกซ้ายชาวชิลี หลัง สตาร์ตัวใหม่ของทีมปีศาจแดง มอบของขวัญเบิร์ธเดย์ที่สมบูรณ์แบบ ด้วยการพาทีม บุกไปถล่มเอาชนะ เยโอวิล ในลีกทู ศึกฟุตบอล เอฟเอ คัพ รอบสี่ ได้ 4-0 เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แค่ไม่กี่วันหลังจากการแถลงข่าวประกาศการเซ็นสัญญาเป็นผู้เล่นคนใหม่ของ ยูไนเต็ด ซานเชซ&amp;nbsp; ทำแอสซิสต์ 2 ประตูแรกในเกมที่ ฮวิช ปาร์ค สำหรับ มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ อันแดร์ เอร์เรร่า จากนั้น ตัวสำรอง เจสซี่ ลิงการ์ด กับ โรเมลู ลูกากู&amp;nbsp; มาบวกเพิ่มอีกคนละประตูในนาทีสุดท้ายและช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ขณะที่ ซานเชซ คว้าแมนออฟเดอะแมทช์ในเกมแรกกับ ยูไนเต็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มูรินโญ่ ที่มีอายุครบ 55 เมื่อวันศุกร์ กล่าว &amp;quot;ผมมีความสุขมากกับ อเล็กซิส ไม่มีใครประหลาดใจกับฟอร์มการเล่นของเขา เขาเล่นอยู่ในพรีเมียร์ลีกมา 3 ปีครึ่ง ไม่มีคำถามข้อสงสัยใดๆเกี่ยวกับความสามารถของเขาในฟุตบอลอังกฤษ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เขาอยู่กับเรามาแค่ 3 วัน แต่เขาคือนักเตะใหม่ที่น่าทึ่งอย่างมาก เขาจำเป็นต้องได้ลงเล่น แต่เขาไม่พร้อมที่จะอยู่ในสนามทั้ง 90 นาที ซึ่งผมคิดว่า 60 หรือ 65 นาที คงได้ เขาจะค่อยๆดีขึ้นกว่านี้อีกเมื่อเขาเข้าใจการเล่นของเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ และคนอื่นๆเข้าใจการเล่นของเขา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยูไนเต็ด แมทช์นี้ชนะได้อย่างง่ายดายก็จริงที่ ฮวิช ปาร์ค แต่ครึ่งแรกพวกเขานำทีมลีกทูได้แค่ลูกเดียวจากลูกยิงของ แรชฟอร์ด ซึ่ง มูรินโญ่ ชี้ว่า ผู้เล่นบางคนของตน โดนทาง เยโอวิล ตามเข้าบอลหนักอย่างน่าเกลียดหลายครั้ง อย่างเช่น นาธาน สมิธ กองหลังทีมเจ้าบ้าน ที่สกัด ซานเชซ คว่ำในครึ่งแรก แต่ผู้ตัดสินกลับไม่ให้แม้แต่ใบเหลือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราชอบ เอฟเอ คัพ และเราชอบที่จะมาเยือนสนามอย่างนี้ แต่บางครั้งผู้เล่นก็ควรได้รับการปกป้องด้วย&amp;quot; มูรินโญ่ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเข้าใจได้ว่า ที่ไม่ให้ใบแดง เพราะวันนี้เป็นวันที่สำคัญสำหรับทีมเจ้าบ้าน และหากจะเหลือ 10 ต่อ 11 ก็คงไปกันใหญ่ อเล็กซิส เป็นคนที่แข็งแกร่ง การมาของเขาช่วยยกระดับให้กับทีมขึ้นไปอีก และทำให้ทีมเล่นด้วยความรับผิดชอบมากขึ้น ผมมีความสุขมากกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยูไนเต็ด พักผู้เล่นตัวหลักไปหลายคน เตรียมพร้อมสำหรับเกมกับ ท็อตแน่ม คืนวันพุธนี้&amp;nbsp; ซึ่งการโรเตชั่นถือว่าได้ผลดีไม่มีอะไรผิดพลาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มันเป็นฟอร์มการเล่นของมืออาชีพอย่างแท้จริง ทีมเคยมีประสบการณ์ของการมาเล่นที่นี่เมื่อ 2-3 ปีก่อน และพวกเขารู้ว่าเกมนี้ต้องไม่ง่ายกระทั่งเราได้ประตูแรก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เกมครึ่งแรกค่อนข้างยาก และ เยโอวิล ก็เล่นกันอย่างเป็นระดับดีมาก ทัศนคิตเราถูกต้อง และในครึ่งเวลาหลังเราคอนโทรลเกมไว้ได้ และถล่มคู่แข่งจนไม่มีทางกลับมาได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซานเชซ คือหัวใจของทุกสิ่งทุกอย่างที่ดีๆสำหรับ แมนสเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกมนี้ ทั้งที่เพิ่งลงเล่นเกมแรกร่วมกัน ในขณะที่ผู้เล่นอีกหลายคนก็พากันรีดฟอร์มมีผลงานเป็นที่จับต้องได้ โดยเฉพาะในแนวรุก ที่ทั้ง แรชฟอร์ด, เอร์เรร่า, ลิงการ์ด กับ ลูกากู พากันมีสกอร์กันได้หมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าเป็นห่วงอยู่คือ มาร์กอส โรโอ ที่เล่นได้ไม่ค่อยแน่นอนนักเมื่อต้องมาเล่นในตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟ และโดนผู้เล่นของทาง เยโอวิล กดดันได้หลายครั้ง และรอดจากการโดนใบเหลืองไปได้หวุดหวิดในครึ่งเวลาแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1866</URL_LINK>
                <HASHTAG>อเล็กซิส ซานเชซ, เยโอวิล, เอฟเอ คัพ รอบสี่, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, โชเซ มูรินโญ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180127/image_big_5a6c5eff888a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
