<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105710</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2021 20:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2021 20:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานาธิบดีฝรั่งเศสโดนตบหน้าขณะแวะทักทายประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสโดนชายคนหนึ่งตบหน้าอย่างจัง ภายหลังเดินเข้าไปจับมือทักทายระหว่างการเดินทางเยือนจังหวัดโดรมในภาคตะวันออกเฉียงใต้เมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารกล่าวว่า วิดีโอภาพเหตุการณ์ที่เผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียและสถานีข่าว BFM เผยให้เห็นว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะผู้นำฝรั่งเศสวัย 43 ปี เดินเข้าไปทักทายประชาชนที่อยู่หลังแผงเหล็ก ระหว่างการเดินทางเยือนหมู่บ้าน Tain-l&amp;#39;Hermitage ในจังหวัดโดรม แต่ชายที่มาครงเข้าไปจับมือด้วยกลับสะบัดมือตบหน้าเขาเต็มแรง เจ้าหน้าที่และหน่วยอารักขาปรี่เข้าไปรุมชายคนนั้น ส่วนมาครงรีบเดินหนีไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานบีบีซีกล่าวด้วยว่า ขณะที่ชายคนดังกล่าวตบหน้ามาครงนั้น มีเสียงร้องตะโกนว่า &amp;quot;ลัทธิมาครงจงพินาศ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีอ้างคำกล่าวเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นว่า มีคน 2 คนโดนจับกุมหลังจากนั้น &amp;quot;ชายคนที่พยายามตบหน้าประธานาธิบดีและบุคคลอีกคนกำลังโดนตำรวจสอบปากคำ&amp;quot; แถลงการณ์ของจังหวัดโดรมกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ที่หมู่บ้านนี้เป็นการละเมิดการรักษาความปลอดภัยอย่างร้ายแรง และบดบังการเริ่มต้นเดินสายของมาครง ที่เขาบอกว่ามีเป้าหมายเพื่อจับชีพจรของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


&lt;p dir=&quot;ltr&quot; lang=&quot;fr&quot;&gt;Emmanuel Macron gifl&amp;eacute; par un homme dans la Dr&amp;ocirc;me pic.twitter.com/VnpZ5ELvl5&lt;/p&gt;
&amp;mdash; BFMTV (@BFMTV) June 8, 2021


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แถลงการณ์ของจังหวัดโดรมกล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. ประธานาธิบดีได้กลับขึ้นรถหลังจากมาเยี่ยมโรงเรียนมัธยมปลาย แต่เขาลงจากรถเพราะมีกลุ่มคนที่มายืนรอร้องตะโกนเรียก ประธานาธิบดีจึงไปพบคนเหล่านี้ แล้วก็เกิดเหตุการณ์ขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดกันโดยทั่วไปว่า ผู้นำที่ยึดแนวคิดสายกลางรายนี้จะลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีอีกสมัยในปีหน้า โดยผลสำรวจชี้ว่าเขามีคะแนนนำมารีน เลอ เพน ผู้นำขวาจัด เพียงเล็กน้อย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105710</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดโดรม, ตบหน้าประธานาธิบดี, ประธานาธิบดีฝรั่งเศส, เอมมานูเอล มาครง, โดนตบหน้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210608/image_big_60bf75a224461.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104434</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 22:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 22:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มาครง&#039;วอนรวันดาให้อภัยฝรั่งเศสในเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ปี37</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ประกาศระหว่างเยือนรวันดาเมื่อวันพฤหัสบดี ยอมรับว่าฝรั่งเศสมีบทบาทและความรับผิดชอบทางการเมืองกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดาเมื่อปี 2537 และวิงวอนขอชาวรวันดายอมให้อภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศของผู้นำฝรั่งเศสระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ที่อนุสรณ์สถานการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์คิกาลี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 พฤษภาคม ยอมรับบทบาทและความรับผิดชอบของฝรั่งเศส ตั้งแต่การสนับสนุนรัฐบาลที่ก่อเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ จนถึงการเพิกเฉยต่อคำเตือนว่าการสังหารหมู่กำลังจะเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุนทรพจน์ของมาครงไม่ได้เอ่ยคำขอโทษอย่างเป็นทางการ แต่ท่าทีเขายังไปไกลกว่าอดีตประธานาธิบดีฝรั่งเศสคนก่อนๆ ด้วยการขออภัยต่อชาวรวันดา โดยบอกว่า มีเพียงผู้ที่รอดชีวิตจากความน่าสะพรึงกลัวครั้งนั้นที่สามารถให้อภัยฝรั่งเศสได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาครงกล่าวว่า วันนี้เขามายืนอยู่ ณ ที่นี้ ด้วยความนอบน้อมและเคารพ และได้ตระหนักถึงความรับผิดชอบของฝรั่งเศส แม้เขาจะยืนกรานว่าฝรั่งเศสไม่ได้สมรู้ร่วมคิดกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แต่ฝรั่งเศสมีบทบาท, มีเรื่องราว และมีความรับผิดชอบทางการเมืองต่อรวันดา มีหน้าที่ต้องเผชิญหน้าและยอมรับถึงความทุกข์ทรมานที่ได้ก่อไว้กับชาวรวันดา ด้วยการให้ความสำคัญกับการนิ่งเงียบต่อการตรวจสอบความจริงมายาวนานเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เมื่อปี 2537 โดยรัฐบาลที่ชาวฮูตูกุมอำนาจส่วนใหญ่ ทำให้มีคนเสียชีวิตมากกว่า 800,000 คน ส่วนใหญ่เป็นคนเชื้อสายทุตซีและชาวฮูตูสายกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีพอล คากาเม กล่าวกับผู้สื่อข่าวภายหลังการพบปะกับมาครง โดยยกย่องสุนทรพจน์ของผู้นำฝรั่งเศสว่า มีค่ามากกว่าคำขอโทษ เพราะเป็นการกล่าวความจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาครงเป็นผู้นำฝรั่งเศสคนแรกนับแต่ปี 2553 ที่มาเยือนประเทศแอฟริกาตะวันออกแห่งนี้ ซึ่งกล่าวโทษฝรั่งเศสมาช้านานว่าสมรู้ร่วมคิดกับการสังหารหมู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกิเด เอ็นคูรังกา ประธานสมาคมผู้รอดชีวิต อิบูกา กล่าวกับเอเอฟพีว่า เขาผิดหวังที่มาครงไม่ได้กล่าวคำขอโทษอย่างชัดแจ้งในนามของประเทศฝรั่งเศส หรือร้องขอการให้อภัย แต่เขายอมรับว่า มาครงพยายามอธิบายการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และความรับผิดชอบของฝรั่งเศสจริงๆ ซึ่งสำคัญมากเพราะแสดงให้เห็นว่าเขาเข้าใจพวกเรา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104434</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าล้างเผ่าพันธุ๋รวันดา, ทุตซี, ประธานาธิบดีฝรั่งเศส, รวันดา, ฮูตู, เอมมานูเอล มาครง, ให้อภัยฝรั่งเศส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60afb9a76dce0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82320</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าจุดชนวนแห่งวิปโยค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;...ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ทุกคนค่ะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอให้ประสบความสุขความสำเร็จในชีวิตค่ะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่งผ่านความภาคภูมิใจไปถึงบัณฑิตทุกคนและครอบครัวนะคะ...&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อความจาก รองศาสตราจารย์ เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนื่องในวัน พิธีพระราชทานปริญญาบัตร ๓๐-๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๓&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เกิดความกังวลไปถึงระดับรัฐบาลว่า อาจเกิดอันตรายกับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ภายในรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะการละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อทุกสิ่งเดินมาถึงจุดแห่งความไม่ไว้วางใจกัน อนาคตข้างหน้าแทบมองไม่เห็นอย่างอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากความขัดแย้งรุนแรง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนเจน Y และเจน Z ที่เติบโตมากับความทันสมัย โดยเฉพาะเจน Z อาจมองข้ามบางสิ่งไป และสิ่งที่มองข้ามนั้น กลายเป็นเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับสังคมมนุษย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความไม่เข้าใจในรากเหง้า &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และดูหมิ่นในศรัทธาของ &amp;quot;ผู้อื่น&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะก่อสงครามที่ไม่จำเป็นขึ้นมาได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อ &amp;quot;ศรัทธา&amp;quot; มาจากความเชื่อ และความไว้วางใจ การลบหลู่จึงนำไปสู่ความขัดแย้งได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยกตัวอย่างสดๆ ร้อนๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มหาเธร์ โมฮัมหมัด&amp;quot; เสือเฒ่า อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซียวัย ๙๕ ปี ทวีตข้อความว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ชาวมุสลิมมีสิทธิ์ที่จะโกรธและสังหารชาวฝรั่งเศสหลายล้านคนได้ เช่นเดียวกับที่ชาวฝรั่งเศสเคยสังหารหมู่ในอดีต&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อความนี้สร้างความตกตะลึงไปทั้งโลก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่โลกมุสลิมจำนวนไม่น้อย สนับสนุน &amp;quot;มหาเธร์&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้เราสามารถตัดสินได้ทันทีว่า &amp;quot;มหาเธร์&amp;quot; ไม่ควรทวีตข้อความยุยงส่งเสริมให้มนุษย์ฆ่ากัน ที่สำคัญให้ฆ่ากันเป็นล้านคน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ใช่ว่าจู่ๆ &amp;quot;มหาเธร์&amp;quot; ลุกขึ้นมาบอก....เชิญฆ่ากันตามสบาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โลกรู้อยู่แล้วว่ามีสงคราม ที่มาจากความต่างด้านศาสนา และศรัทธา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีมานับพันๆ ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดำเนินเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน และไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นเพราะมีการจุดชนวนครั้งแล้วครั้งเล่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิกิริยาของ &amp;quot;มหาเธร์&amp;quot; สืบเนื่องจาก &amp;quot;เอมมานูเอล มาครง&amp;quot; ผู้นำฝรั่งเศส ระบุว่าศาสนาอิสลามเป็นศาสนาที่ &amp;quot;อันตราย&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มาครง&amp;quot; วางแผนการปราบปรามกลุ่มหัวรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง หลังมีการสังหารครูที่เสนอภาพการ์ตูนล้อเลียนศาสดามูฮัมหมัดในชั้นเรียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มหาเธร์&amp;quot; จึงตอบโต้ผ่านทวิตเตอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;...คุณกล่าวโทษชาวมุสลิมทุกคนและศาสนาของพวกเขาสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นจากบุคคลที่รู้สึกโกรธแค้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวมุสลิมจึงมีสิทธิ์ลงโทษชาวฝรั่งเศส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การคว่ำบาตรไม่สามารถชดเชยความผิดที่ฝรั่งเศสกระทำไว้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา...&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คงตอบตรงนี้ไม่ได้ว่าใครถูกใครผิด เพราะอย่างที่รู้กัน มีความขัดแย้งมานานนับพันปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ที่พูดได้เต็มปากคือ....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่คือการปลุกเร้าที่อันตราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สามารถนำไปสู่สงครามได้ หากการท้าทายระหว่างกันยังดำเนินไปเรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลับมาที่ประเทศไทย...&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่เห็นอยู่ในวันนี้คือ คนรุ่นใหม่ไม่เชื่อในศรัทธาของคนรุ่นเก่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าหยุดอยู่แค่นี้ ปัญหาคงไม่เกิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ศรัทธาไม่พอ ยังดูหมิ่นเหยียดหยาม ทำลายเกียรติยศ ทำให้ด้อยค่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิกิริยาต่อต้านจึงเกิดขึ้น อย่างที่เราเห็นคนเสื้อเหลืองลุกขึ้นมา แม้คนรุ่นใหม่จะมองว่าเป็นการจัดฉากเกณฑ์คน แต่เบื้องลึกของความรู้สึก คือสิ่งที่คนรุ่นใหม่เข้าไม่ถึง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และไม่เข้าใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อม็อบคณะราษฎร ๖๓ สนุกสนานกับการล้อเลียนสถาบันพระมหากษัตริย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกพระองค์ในราชวงศ์ ล้วนถูกคนรุ่นใหม่กลุ่มนี้กระทำการมิบังควร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และคงจะไม่จบอยู่แค่นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้นจึงอยากจะเตือน...การใช้สิทธิ เสรีภาพ ในการพูด และการแสดงออกนั้น ย่อมต้องมีความรับผิดชอบตามมาด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใช่ว่าดูหมิ่นผู้อื่นแล้วบอกว่าเป็นเสรีภาพในการแสดงความเห็น ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผิดถนัด!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขนาดดูหมิ่นบุคคล ยังถูกฟ้องหมิ่นประมาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วนี่...ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครก็ตามที่คิดว่าตัวเองยืนอยู่ข้างกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา แล้วบอกว่าเด็กคิดทุกอย่างถูกแล้ว &amp;nbsp;ควรทำตามที่เด็กเรียกร้อง อยากให้กลับไปพินิจพิจารณาให้ถี่ถ้วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใช้ความคิดให้เยอะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แยกแยะประเด็นให้ออก สนับสนุนเด็กๆ ให้ถูกทาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ข้อเสนอปฏิรูปสถาบัน ไม่ชัดเจน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑๐ ข้อที่เคยปรากฏก่อนนี้ ไม่ใช่ข้อเสนอ แต่เป็นความเห็นที่เป็นปฏิปักษ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำถามคือ ทำไมไม่มีคำอธิบายว่าปฏิรูปสถาบันในเชิงข้อเสนอแนะคืออะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บอกจะปรับโครงสร้าง คือโครงสร้างอะไร ปัจจุบันโครงสร้างที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญไม่ชัดเจนอย่างไร ซึ่งเรื่องพวกนี้นักวิชาการช่วยได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่...น่าเสียดาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การล้อเลียนสถาบันพระมหากษัตริย์คือสิ่งที่คนรุ่นใหม่กลุ่มนี้ผลิตขึ้นมาเป็นกระแสหลัก และผู้หลักผู้ใหญ่ที่สนับสนุนเด็กๆ หรี่ตา...
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำเป็นมองไม่เห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การล้อเลียนพระราชกรณียกิจ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเหยียดหยาม สร้างความเข้าใจผิดในโครงการพระราชดำริ นานเข้านี่จะเป็นตัวจุดชนวนให้เกิดความขัดแย้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ บาดแผลในอดีต จะถูกปลุกขึ้นมาโดยใครก็ตาม แต่ไม่ควรมีเหตุการณ์ลักษณะนี้ย้อนกลับมาเกิดขึ้นอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพละครแขวนคอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายหนึ่งบอกว่า นักศึกษาจงใจดูหมิ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกฝ่ายยืนกรานเป็นการจัดฉาก แต่งเรื่องเพื่อปราบปรามนักศึกษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าใครจะอ้างอย่างไร แต่ผลคือ....&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกิดเหตุการณ์วิปโยค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้จะย้อนกลับสู่รอยเดิมหรือไม่?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือคำถามไปยังทุกฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร ๖๓ แทบทุกครั้ง มีเจตนาดูหมิ่น เหยียดหยาม อาฆาตมาดร้าย สถาบันเบื้องสูง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดที่ถนนสีลม ปรากฏภาพ ล้อเลียน ที่คนไทยจำนวนมากไม่อยากเห็น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระวัง! จะกลายเป็นชนวน กลับไปเหมือน ๖ ตุลา ๑๙&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนจะเกิดเหตุไม่พึงประสงค์ ถึงเวลาต้องหยุดคิด และไตร่ตรอง อย่าอ้างสิทธิเสรีภาพ ตามระบอบประชาธิปไตย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อความสะใจ!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะเมื่อเกิดความสูญเสียแล้ว ไม่สามารถย้อนกลับมาคิด มาทำใหม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และไม่มีประโยชน์อะไรเลย หากปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปถึงจุดที่ทุกฝ่ายทำได้แค่โทษว่าอีกฝ่ายเป็นคนทำ อีกฝ่ายสร้างสถานการณ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น ไม่เร็วก็ช้า หากยังจาบจ้วงกันอยู่ ประเทศไทยจะเดินเข้าสู่หายนะอีกครั้ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะสิ่งหนึ่งที่จะไม่เปลี่ยนแปลงคือ ศรัทธาในสถาบันพระมหากษัตริย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายหนึ่งตั้งหน้าตั้งตาทำลายศรัทธาอีกฝ่ายหนึ่ง ไม่ต้องบอกว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีตัวอย่างให้เห็นมาแล้วทั่วโลก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล้วนเกิดหายนะทั้งสิ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วานนี้ (๓๐ ตุลาคม) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาท แก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ณ หอประชุม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ความว่า &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;...ข้าพเจ้าและพระราชินีมีความยินดีที่ได้มามอบปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปีนี้ ขอแสดงความชื่นชมกับผู้ทรงคุณวุฒิและบัณฑิตทุกคนที่ได้รับเกียรติและความสำเร็จ ทั้งขอขอบใจมหาวิทยาลัยเป็นอย่างมาก ที่มอบปริญญาพัฒนาชุมชน ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ แก่ข้าพเจ้า และมอบปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬาและการออกกำลังกาย แก่พระราชินี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปริญญาบัตรที่บัณฑิตได้รับในวันนี้ เป็นสิ่งที่มีความหมายและมีความสำคัญมาก เพราะเป็นเครื่องรับรองวิทยฐานะของแต่ละคน ว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในวิชาการ สาขาต่างๆ ตามที่ได้อุตสาหะศึกษาเล่าเรียนมา บัณฑิตทุกคนจึงมีหน้าที่และความรับผิดชอบ ที่จะต้องนำความรู้ความสามารถที่มีอยู่ ไปใช้สร้างสรรค์ความสำเร็จแก่ตนเองให้สมบูรณ์ ทั้งในด้านอาชีพการงาน ในด้านเกียรติคุณความดี และในด้านการทำประโยชน์เกื้อกูล แก่ส่วนรวมและประเทศชาติ ถ้าทุกคนจะได้ตระหนักในหน้าที่และความรับผิดชอบดังนี้ แล้วมุ่งมั่นทำให้จริง ให้สำเร็จครบถ้วนตามที่กล่าว แต่ละคนก็จะได้รับการยอมรับยกย่อง ว่าเป็นผู้ประพฤติตนปฏิบัติงานสมกับวิทยฐานะอย่างแท้จริง...&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ที่ไม่เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร เป็นสิทธิส่วนบุคคล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่การดูหมิ่นงานพระราชทานปริญญาบัตร ทำลายความภาคภูมิใจของผู้อื่น ไม่ใช่สิทธิส่วนบุคคล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และการขาดความรับผิดชอบ ไม่มีทางปฏิบัติงานสมกับวิทยฐานะอย่างแท้จริงได้.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผักกาดหอม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82320</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผักกาดหอม, มหาเธร์ โมฮัมหมัด, เอมมานูเอล มาครง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08b9fab0d52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82003</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2020 22:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2020 22:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝรั่งเศสเตือนพลเมืองระวังตัว โลกมุสลิมแค้นการ์ตูนล้อศาสดา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการฝรั่งเศสมีคำเตือนพลเมืองของตนที่พักอาศัยหรือเดินทางในประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่นับถืออิสลาม ขอให้เพิ่มความระมัดระวังความปลอดภัยเป็นพิเศษ เนื่องจากชาวมุสลิมกำลังโกรธแค้นกรณีการ์ตูนล้อศาสดามุฮัมมัดที่เป็นเหตุให้ครูโดนฆ่าตัดคอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวมุสลิมบังกลาเทศชุมนุมประท้วงประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง และเรียกร้องให้บอยคอตฝรั่งเศส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซามูแอล ปาตี ครูโรงเรียนมัธยมศึกษาชาวฝรั่งเศส โดนวัยรุ่นชาวเชเชนฆ่าตัดศีรษะเมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา หลังจากเขานำภาพการ์ตูนล้อศาสดามุฮัมมัดมาให้นักเรียนดูในชั้นเรียนเรื่องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ชาวมุสลิมถือว่าภาพล้อเลียนศาสดาเป็นการหมิ่นศาสนา ภาพการ์ตูนที่ครูผู้นี้นำมาแสดงเป็นส่วนหนึ่งของชนวนเหตุคดีสังหารหมู่ 12 ศพที่สำนักงานนิตยสารชาร์ลีเอ็บโดในกรุงปารีสเมื่อปี 2558&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการสังหารโหดครูปาตี ภาพการ์ตูนเหล่านี้ถูกจัดแสดงในฝรั่งเศสด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ทำให้ชาวมุสลิมโกรธ นอกจากนั้น ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ปกป้องว่าการวาดการ์ตูนล้อเลียนทางศาสนาเป็นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และเป็นวิถีชีวิตของฆราวาสฝรั่งเศส รัฐบาลจะไม่สั่งห้ามวาดการ์ตูนชนิดนี้ โดยระบุว่าเป็นสิทธิ์ของชาวฝรั่งเศสที่จะล้อเลียนศาสนาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำกล่าวของมาครงยิ่งสุมไฟโกรธแค้นแก่ชาวมุสลิมทั่วโลก ในซีเรียมีคนนำภาพของผู้นำฝรั่งเศสมาเผา, มีการเผาธงชาติฝรั่งเศสในกรุงตริโปลีของลิเบีย, ซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งในกาตาร์, คูเวตและชาติอาหรับอีกหลายชาตินำสินค้าฝรั่งเศสออกจากชั้นวางเพื่อประท้วงมาครง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร ชาวบังกลาเทศออกมาชุมนุมต่อต้านฝรั่งเศสครั้งใหญ่ในกรุงธากา ตำรวจประเมินว่ามีผู้ชุมนุมราว 40,000 คน ผู้ชุมนุมถือป้ายเรียกร้องให้คว่ำบาตรฝรั่งเศสและเผาภาพของมาครง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศสออกคำแนะนำด้านความปลอดภัยแก่พลเมืองฝรั่งเศสในอินโดนีเซีย, บังกลาเทศ, อิรัก และมอริเตเนีย ขอให้เพิ่มความระมัดระวังตัว และควรหลีกเลี่ยงสถานที่ชุมนุมประท้วงการ์ตูนล้อศาสดาและการรวมตัวของคนหมู่มาก นอกจากนี้สถานทูตฝรั่งเศสประจำตุรกีก็มีคำเตือนคล้ายกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกี เป็นหนึ่งในผู้ที่วิจารณ์รัฐบาลฝรั่งเศสรุนแรงที่สุด กำลังนำการรณรงค์บอยคอตสินค้าฝรั่งเศส เขายังเปรียบเทียบชาวมุสลิมในยุโรปว่าได้รับปฏิบัติไม่ต่างจากชาวยิวก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 และประณามมาครงว่ามีแนวคิดฟาสซิสต์และนาซี พร้อมกับแนะให้ผู้นำฝรั่งเศสรายนี้ไปตรวจว่าเป็นโรคทางจิตหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านเรียกอุปทูตฝรั่งเศสในกรุงเตหะรานเข้าพบเมื่อวันอังคาร เพื่อประท้วงคำพูดของมาครง ในขณะที่กระทรวงต่างประเทศซาอุดีอาระเบียโพสต์ทางทวิตเตอร์ประณามว่า การ์ตูนล้อศาสดามุฮัมมัดเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ แต่ไม่ได้เข้าร่วมการรณรงค์บอยคอตด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82003</URL_LINK>
                <HASHTAG>การ์ตูนล้อศาสดา, ฝรั่งเศส, เอมมานูเอล มาครง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201027/image_big_5f984301950ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44259</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2019 21:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2019 21:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟป่าแอมะซอนยังลุกลาม จี 7 ตกลงช่วยประเทศรับผลกระทบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ระบุว่าผู้นำกลุ่มจี 7 เห็นพ้องว่าจะช่วยเหลือประเทศต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าแอมะซอนโดยเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ ขณะกองทัพบราซิลส่งบินลำเลียงเฮอร์คิวลิสช่วยดับไฟที่ลามเพิ่มขึ้นอีกกว่า 1,000 จุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มควันลอยขึ้นจากไฟป่ารอบเมืองโบคาดูอาเกร รัฐอามาโซนัส เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาครงเป็นตัวตั้งตัวตีที่ผลักดันวาระไฟป่าแอมะซอนเข้าหารือในที่ประชุมจี 7 ซึ่งประกอบด้วยผู้นำสหรัฐ, อังกฤษ, แคนาดา, เยอรมนี, อิตาลี, ญี่ปุ่น และฝรั่งเศส ที่เมืองบีอาร์ริตซ์ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศสครั้งนี้ โดยระบุว่าไฟป่าที่กำลังเผาผลาญป่าดิบชื้นขนาดใหญ่ที่สุดของโลกแห่งนี้เป็นปัญหาเร่งด่วน และควรจะมีมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อรับมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการประชุมเมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม มาครงเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ผู้นำกลุ่มประเทศจี 7 ทั้งหมดเห็นพ้องกันว่า จะให้ความช่วยเหลือประเทศทั้งหลายที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าโดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ว่าพื้นที่ราว 60% ของป่าแอมะซอนจะอยู่ในบราซิล แต่ป่าผืนนี้ยังครอบคลุมดินแดนของอีก 8 ประเทศ ได้แก่ โบลิเวีย, โคลอมเบีย, เอกวาดอร์, เฟรนช์เกียนา, กายอานา, เปรู, ซูรินาเม และเวเนซุเอลา มาครงกล่าวว่า เช้าวันนี้ โคลอมเบียเรียกร้องความช่วยเหลือจากประชาคมนานาชาติ ฉะนั้นพวกเราก็ต้องช่วย คณะทำงานของเรากำลังติดต่อไปยังประเทศแอมะซอนทั้งหมด เพื่อลงความเห็นว่าจะสามารถดำเนินการใดที่เป็นรูปธรรม เกี่ยวกับการให้เงินช่วยเหลือและทรัพยากรทางเทคนิค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การผลักดันปัญหาไฟป่าแอมะซอนเข้าที่ประชุมจี 7 สร้างความไม่พอใจแก่ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ของบราซิล ที่มองว่าเป็นการแทรกแซงจากภายนอก และกล่าวหามาครงว่ามีความคิดแบบพวกนักล่าอาณานิคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงแสดงความเป็นห่วงป่าดิบชื้นผืนมโหฬารแห่งนี้ ซึ่งพระองค์ตรัสว่าเป็นปอดที่สำคัญต่อดาวเคราะห์โลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพบราซิลส่งเครื่องบินลำเลียงซี-130 เฮอร์คิวลิส 2 ลำ มาช่วยดับไฟป่าแอมะซอนด้วย โดยมีอย่างน้อย 7 รัฐร้องขอความช่วยเหลือจากกองทัพ ซึ่งได้เตรียมกำลังพลมากกว่า 43,000 นายไว้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวเลขอย่างเป็นทางการล่าสุดของบราซิลระบุว่า ปีนี้เกิดไฟป่าแล้ว 79,513 จุด มากที่สุดนับแต่ปี 2556 สถาบันวิจัยอวกาศแห่งชาติ (ไอเอ็นพีอี) ของบราซิลกล่าวว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของไฟป่าเกิดภายในแอ่งแอมะซอน ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่มากกว่า 20 ล้านคน และเฉพาะวันศุกร์และเสาร์ที่ผ่านมา เกิดไฟป่าเพิ่มขึ้นอีกราว 1,130 จุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44259</URL_LINK>
                <HASHTAG>จี 7, บราซิล, เอมมานูเอล มาครง, ไฟป่าแอมะซอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190825/image_big_5d6295a7c5047.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40967</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2019 22:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2019 21:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝรั่งเศสสวนสนามวันชาติ &#039;มาครง&#039; ชูความร่วมมือกองทัพพันธมิตรยุโรป </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง พร้อมผู้นำหลายชาติยุโรป ร่วมชมพิธีสวนสนามเนื่องในวันชาติฝรั่งเศส 14 กรกฎาคม แสดงให้เห็นความร่วมมือทางทหารของยุโรป หลังจากผู้นำฝรั่งเศสผลักดันความริเริ่มกองทัพยุโรป 10 ชาติเมื่อปีที่แล้ว วันก่อนหน้านั้นมาครงยังประกาศตั้งกองกำลังอวกาศภายในเดือนกันยายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากซ้าย ฌอง-โคลด ยุงเคอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป, มาร์ค รุทเทอ นายกฯ เนเธอร์แลนด์, นางอังเกลา แมร์เคิล นายกฯ เยอรมนี, มาร์เซโล เรเบโล เด ซูซา ประธานาธิบดีโปรตุเกส, เอมมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส และนางบริจิตต์ ภริยา และเอดัวร์ ฟิลิป นายกฯ ฝรั่งเศส / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม 2562 ว่าพิธีสวนสนามฉลองวันชาติฝรั่งเศสกลางกรุงปารีสวันนี้ แม้จะปราศจากเงาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ที่กำลังมีสัมพันธ์ที่ตึงเครียดมากขึ้นกับชาติยุโรป แต่ก็มีผู้นำของหลายประเทศในยุโรปเข้าร่วมพิธีด้วย ทั้งนายกฯ อังเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนี, นายกฯ มาร์ค รุทเทอ ของเนเธอร์แลนด์ และประธานาธิบดีมาร์เซโล เรเบโร เด ซูซา ของโปรตุเกส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิธีสวนสนามและแสดงแสนยานุภาพรวมถึงนวัตกรรมทางทหารของฝรั่งเศสในปีนี้ นอกจากการจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์หลักๆ และการบินผ่านของอากาศยานฝรั่งเศสแล้ว เยอรมนีได้ส่งเครื่องบินลำเลียง เอ 400 เอ็ม ลำหนึ่ง, สเปนส่งเครื่องบินลำเลียง ซี 130 ลำหนึ่งและอังกฤษส่งเฮลิคอปเตอร์ชินุก 2 ลำ บินผ่านเหนือถนนฌ็องเซลีเซด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดาวเด่นในพิธียังรวมถึงโดรน, รถขับเคลื่อนอัตโนมัติคันจิ๋ว, ทหารพร้อมอาวุธปืนต่อต้านโดรน และ &amp;quot;ทหารบิน&amp;quot; บนฟลายบอร์ด ซึ่งเป็นนวัตกรรมของแฟรงกี ซาปาตา นักประดิษฐ์และนักลงทุนชาวฝรั่งเศส ซาปาตาแสดงประดิษฐกรรมของเขาเรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมรวมถึงบรรดาผู้นำและแขกในพิธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสวนสนามครั้งนี้มีทหารเข้าร่วมประมาณ 4,300 นาย ซึ่งรวมถึงทหารจากประเทศพันธมิตรของฝรั่งเศส, ยานพาหนะประมาณ 200 คัน และอากาศยานมากกว่า 100 ลำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันชาติฝรั่งเศส หรือวันบัสตีย์ เป็นวันรำลึกการทลายคุกบัสตีย์เมื่อ 14 กรกฎาคม 2332 อันนำไปสู่การปฏิวัติเปลี่ยนแปลงเป็นระบอบสาธารณรัฐ มาครงกล่าวกับชาวฝรั่งเศสก่อนพิธีว่า เขาต้องการขับเน้นความทุ่มเทอย่างไม่เปลี่ยนแปลงของฝรั่งเศสเพื่อหลอมรวมฝรั่งเศสและยุโรปให้เป็นหนึ่งเดียวกันด้านความมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีที่แล้วมาครงเสนอความริเริ่มการแทรกแซงแห่งยุโรป (E2I) ซึ่งเป็นการจัดตั้งกองกำลังผสมยุโรป 10 ประเทศ ที่พร้อมตอบสนองต่อสถานการณ์วิกฤติ ประเทศในกลุ่มนี้รวมถึงเยอรมนี, เบลเยียม, อังกฤษ, เดนมาร์ก, เอสโตเนีย, เนเธอร์แลนด์, สเปน และโปรตุเกส &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพยุโรปนี้จะปฏิบัติภารกิจนอกเหนือจากโครงสร้างที่มีอยู่เดิมของนาโต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในแถลงการณ์ของผู้นำฝรั่งเศสเนื่องในวันชาติ เขาบอกด้วยว่า ไม่เคยมีช่วงเวลาใดนับแต่สิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ยุโรปจะมีความสำคัญมากเท่านี้มาก่อน การจัดตั้ง E2I มีเป้าหมายที่การดำเนินการร่วมกันและเสริมสร้างขีดความสามารถของกองทัพในกลุ่มพันธมิตรนี้ในการดำเนินการร่วมกัน ทหารของอีก 9 ประเทศมาร่วมสวนสนามในวันนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ มาครงยังได้ประกาศข่าวการจัดตั้งกองทัพอวกาศแห่งชาติขึ้นใหม่ ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพอากาศ กองทัพอวกาศที่ว่านี้มีความคล้ายคลึงกับแนวคิดที่ประธานาธิบดีทรัมป์พยายามผลักดันจัดตั้งในสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาครงบอกต่อบรรดานายนทหารในพิธีต้อนรับก่อนถึงวันบัสตีย์ว่า เพื่อสร้างความมั่นใจในการพัฒนาและการเสริมสร้างขีดความสามารถของฝรั่งเศสในอวกาศ กองบัญชาการอวกาศจะจัดตั้งขึ้นในเดือนกันยายนนี้ โดยเขาย้ำว่า การเน้นความสำคัญด้านอวกาศนั้นเป็น &amp;quot;ประเด็นความมั่นคงแห่งชาติที่แท้จริง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิธีสวนสนามในวันนี้แม้จะราบรื่นเป็นส่วนใหญ่ แต่ระหว่างพิธี กลุ่มผู้ประท้วงเสื้อกั๊กเหลืองสามารถเล็ดรอดเข้ามาชมการสวนสนาม และคอยโห่และเป่าปากก่อกวนมาครงขณะตรวจแถวทหาร นอกจากนั้น ภายหลังพิธีเสร็จสิ้น ผู้ประท้วงยังปะทะกับตำรวจที่ยิงแก๊สน้ำตาขับไล่พวกเขาออกจากถนนฌ็องเซลีเซ ผู้ประท้วงบางส่วนทำลายรั้วกั้นของเจ้าหน้าที่ และจุดไฟเผาถังขยะและห้องสุขาเคลื่อนที่ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40967</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพยุโรป, ฝรั่งเศส, วันชาติฝรั่งเศส, วันบัสตีย์, สวนสนาม, เอมมานูเอล มาครง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190714/image_big_5d2b470d45b16.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33870</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2019 22:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2019 21:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝรั่งเศสเชิญทั่วโลกออกแบบยอดแหลมนอเทรอดาม &#039;มาครง&#039; ลั่นสร้างใหม่ใน5ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ให้คำมั่นว่าจะสร้างมหาวิหารนอเทรอดามใหม่ให้สวยงามกว่าของเดิมภายในเวลา 5 ปี ขณะรัฐบาลฝรั่งเศสเตรียมเชิญสถาปนิกทั่วโลกยื่นแบบยอดแหลมของอาสนวิหารแบบใหม่แทนที่แบบเก่า ส่วนยอดลงขันจากนักธุรกิจฝรั่งเศสและต่างชาติเพิ่มเป็นเกือบพันล้านยูโรแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2562 เผยสภาพมหาวิหารนอเทรอดามกลางกรุงปารีสภายหลังเพลิงไหม้ทำลายหลังคาและยอดแหลมของวิหาร / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัคคีที่ลุกไหม้อาสนวิหารมรดกโลกอายุ 850 ปีเมื่อเย็นวันจันทร์ที่ 15 เมษายน 2562 และใช้เวลากว่า 15 ชั่วโมงเพลิงจึงสงบ เพลิงเผาทำลายยอดแหลมและหลังคาของอาสนวิหารแบบศิลปะกอทิกที่เป็นสัญลักษณ์ของฝรั่งเศสแห่งนี้ สร้างความตกตะลึงและเศร้าสลดแก่ชาวฝรั่งเศสและผู้คนทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันที่ 17 เมษายน กล่าวว่า แม้ยอดแหลมของมหาวิหารแห่งนี้จะมอดไหม้และพังทลายลงแล้ว แต่ส่วนที่เป็นกำแพง, หอระฆัง 2 หอ และช่องหน้าต่างทรงกลมประดับกระจกสีอันโด่งดังนอเทรอดามยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ อย่างไรก็ดี ศิลปะวัตถุและภาพวาดที่ยังไม่ทราบจำนวนสูญหายไปด้วย ส่วนออร์แกนขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยท่อเกือบ 8,000 ท่อนั้น ได้รับความเสียหายเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีข่าวดีจากโฆษกกระทรวงวัฒนธรรมว่า รูปหล่อไก่ทองแดงที่ประดับยอดแหลมนั้น ถูกพบอยู่กลางซากปรักหักพังของหลังคาที่พังถล่มลงมาเมื่อวันจันทร์ แม้รูปปั้นนี้จะมีร่องรอยเสียหายบ้างแต่ก็น่าจะบูรณะได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงที่เพลิงเริ่มลุกโหมนั้น พนักงานดับเพลิงและเจ้าหน้าที่ได้เรียงแถวเป็นโล่มนุษย์ช่วยกันขนย้ายศิลปะวัตถุออกมาให้ได้มากที่สุด สมบัติที่ประเมินค่ามิได้ทั้งมงกุฎหนามศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อว่าพระเยซูคริสต์สวมขณะโดนตรึงกางเขน และเสื้อคลุมสมัยศตวรรษที่ 13 ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 9 ถูกเคลื่อนย้ายออกมาได้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพวันที่ 16 เมษายน 2562 ซากปรักหักพังกองอยู่ใกล้กับแท่นบูชาและไม้กางเขนสีทองภายในมหาวิหารนอเทรอดาม / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีมาครงแถลงจากทำเนียบประธานาธิบดีเมื่อวันพุธ กล่าวถึงเหตุการณ์น่าเศร้าครั้งนี้ว่า หายนภัยครั้งนี้แสดงให้เห็นศักยภาพของฝรั่งเศสที่จะระดมกำลังและเป็นเอกภาพ เขาให้คำมั่นด้วยว่า ฝรั่งเศสจะสร้างมหาวิหารแห่งนี้ขึ้นใหม่ให้สวยงามกว่าเก่า และเขาต้องการให้การบูรณะนี้เสร็จภายในเวลา 5 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรอบเวลานี้บ่งบอกว่า ผู้นำฝรั่งเศสต้องการให้การบูรณะเสร็จก่อนที่ฝรั่งเศสจะเป็นเจ้าภาพจัดกีฬาโอลิมปิกปี 2567&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกฯ เอดัวร์ ฟิลิป แถลงวันเดียวกันว่า ฝรั่งเศสจะเชิดสถาปนิกจากทั่วโลกเสนอแบบยอดแหลมของมหาวิหารแห่งนี้ เป้าหมายคือการสร้างยอดแหลมหลังใหม่ของนอเทรอดามที่ถูกปรับให้สอดคล้องกับเทคนิคและความท้าทายในยุคสมัยของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันพุธ เวลา 18.50 น.ของฝรั่งเศส (23.50 น.ของไทย) ซึ่งครบ 48 ชั่วโมงที่ไฟเริ่มลุกไหม้ โบสถ์ทุกแห่งในฝรั่งเศสจะตีระฆังพร้อมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พนักงานสอบสวนที่กำลังพยายามระบุสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้ จะสอบถามคนงานของบริษัทต่างๆ ที่รับผิดชอบการบูรณะซ่อมแซมมหาวิหารก่อนเกิดเพลิงไหม้เมื่อวันจันทร์ ก่อนหน้านี้ตำรวจได้สอบถามลูกจ้างของบริษัทก่อสร้าง 5 แห่งไปแล้วราว 30 คน แต่อัยการระบุว่า การสอบสวนจะมีความซับซ้อนและใช้เวลานาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การร้องขอระดมเงินทุนสำหรับการสร้างมหาวิหารส่วนที่เสียหายขึ้นใหม่ ได้รับการตอบรับอย่างดีจากครอบครัวมหาเศรษฐีและบริษัทหลายแห่งของฝรั่งเศส ซึ่งรับปากจะสมทบทุนรวมแล้วเกือบ 1,000 ล้านยูโร นำโดยแบร์นาร์ อาร์โนลต์ อภิมหาเศรษฐีแห่งแอลวีเอ็มเอช ที่เป็นเจ้าของแบรนด์หรูอย่างหลุยส์วิตตอง ที่ประกาศจะให้เงิน 200 ล้านยูโร ส่วนเคริงกรุ๊ปเจ้าของกุชชี, บริษัทน้ำมันโททาล และลอรีอัล ประกาศจะให้เงิน 100 ล้านยูโรเป็นอย่างน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนอกฝรั่งเศสก็มีเช่น ทิม คุก ผู้บริหารแอปเปิล ประกาศว่าบริษัทยักษ์ใหญ่จากสหรัฐแห่งนี้จะสมทบทุนด้วย แต่ไม่ระบุจำนวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีรัฐบาลของหลายประเทศ รวมถึงเยอรมนี, อิตาลี และรัสเซีย ที่เสนอจะส่งผู้เชี่ยวชาญมาช่วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33870</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปารีส, ฝรั่งเศส, มหาวิหารนอเทรอดาม, ยอดแหลม, เอมมานูเอล มาครง, ไฟไหม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190417/image_big_5cb73c89b5c74.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
