<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105474</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2021 22:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2021 22:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้นำเอลซัลวาดอร์เล็งดัน‘บิตคอยน์’ถูกกฎหมายชาติแรกของโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีนายิบ บูเคเล ของเอลซัลวาดอร์หวังยกสถานะเงินตราดิจิทัลสกุล &amp;quot;บิตคอยน์&amp;quot; เป็นเงินตราถูกกฎหมาย เตรียมเสนอร่างกฎหมายต่อรัฐสภาให้บิตคอยน์เป็นเงินตราที่ใช้ชำระหนี้ได้ ชี้จะช่วยเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจของประเทศที่พึ่งพาเงินตราที่ส่งกลับมาจากต่างแดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าร่างกฎหมายนี้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา จะทำให้เอลซัลวาดอร์เป็นประเทศแรกในโลกที่ยอมรับอย่างเป็นทางการให้ระบบเงินตราที่ผ่านการเข้ารหัส หรือคริปโตเคอร์เรนซี สกุลเงิน &amp;ldquo;บิตคอยน์&amp;rdquo; เป็นเงินที่ใช้ชำระหนี้ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีบูเคเลกล่าวว่า การทำให้บิตคอยน์ถูกกฎหมายจะช่วยให้ชาวซัลวาดอร์ที่ใช้ชีวิตอยู่ในต่างแดนส่งเงินกลับมาบ้านได้ง่ายขึ้น ช่วยจะสร้างงานและทำให้ผู้ที่อยู่นอกระบบเศรษฐกิจหลายพันคนสามารถมีส่วนร่วมในการทำธุรกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บูเคเลประกาศเรื่องนี้ทางวิดีโอระหว่างการประชุม &amp;ldquo;บิตคอยน์ 2021&amp;rdquo; ที่เมืองไมอามี รัฐฟลอริดา สหรัฐ เมื่อวันเสาร์ที่ 5 มิถุนายนว่า ในสัปดาห์หน้า ตัวเขาจะเสนอร่างกฎหมายต่อรัฐสภาให้บิตคอยน์เป็นเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย กฎหมายนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างงานในประเทศที่ประชากร 70% ไม่มีสมุดบัญชีธนาคารและทำงานในเศรษฐกิจนอกระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลเอลซัลวาดอร์ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของร่างกฎหมายนี้ ที่จะต้องผ่านการเห็นชอบจากรัฐสภาที่ส่วนใหญ่เป็นพันธมิตรกับบูเคเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เงินที่ชาวซัลวาดอร์ที่ทำงานในต่างแดนส่งกลับประเทศถือเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจเอลซัลวาดอร์ หรือเท่ากับราว 22% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) รายงานของทางการระบุว่า ในปี 2563 &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีเงินส่งกลับมาเอลซัลวาดอร์รวม 5,900 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บูเคเลระบุว่า เงินบิตคอยน์เป็นวิธีการโอนเงินที่เติบโตเร็วที่สุด ที่ชาวซัลวาดอร์จะใช้ในการส่งเงินกลับประเทศและยังป้องกันการสูญเสียเงินหลายล้านไปกับตัวกลางทางการเงินด้วย &amp;quot;ต้องขอบคุณการใช้บิตคอยน์ ครอบครัวรายได้ต่ำมากกว่า 1 ล้านครอบครัวได้เงินเพิ่มขึ้นหลายพันล้านดอลลาร์มาทุกปี&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจากคอยน์มาร์เก็ตแคปเผยว่า ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีเติบโตเป็นมากกว่า 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2563 ด้วยแรงหนุนส่งจากความสนใจเพิ่มมากขึ้นในกลุ่มนักลงทุนที่จริงจัง ตั้งแต่วอลล์สตรีทจนถึงซิลิคอนวัลเลย์ แต่ความผันผวนของบิตคอยน์ ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่า 1 บิตคอยน์เท่ากับ 36,127 ดอลลาร์ และสถานะทางกฎหมายที่มืดมน ก่อคำถามว่าเงินดิจิทัลสกุลนี้จะสามารถแทนที่เงินกระดาษที่ใช้ทำธุรกรรมในกิจวัตรประจำวันได้หรือ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105474</URL_LINK>
                <HASHTAG>คริปโตเคอร์เรนซี, ดันบิตคอยน์ถูกกฎหมาย, บิตคอยน์, ประธานาธิบดีนายิบ บูเคเล, เงินดิจิทัล, เงินตราถูกกฎหมาย, เอลซัลวาดอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210606/image_big_60bce5c8d6d1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56826</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2020 20:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2020 20:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทหาร-ตำรวจเอลซัลวาดอร์ตบเท้าบุกสภา บีบอนุมัติกู้ซื้ออาวุธ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สมาชิกสภาเอลซัลวาดอร์แตกตื่น ทหารและตำรวจพร้อมอาวุธตบเท้าเข้าสภาเมื่อวันอาทิตย์ หนุนหลังประธานาธิบดีนายิบ บูเกเล กดดัน ส.ส.อนุมัติการกู้ยืมงบประมาณ 109 ล้านดอลลาร์เพื่อใช้ซื้อยุทธภัณฑ์สนับสนุนการต่อสู้ปราบปรามแก๊งอาชญากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทหารเอลซัลวาดอร์พร้อมอาวุธยืนเรียงแถวในสภานิติบัญญัติเมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีนายิบ บูเกเล ผู้นำหนุ่มวัย 38 ปีของเอลซัลวาดอร์เพิ่งชนะการเลือกตั้งเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ด้วยคำมั่นสัญญาว่าจะปราบปรามความรุนแรงโดยพวกแก๊งอาชญากร เขาตั้งใจจะใช้เงินกู้ยืมประมาณ 3,409 ล้านบาทนี้ มาปรับปรุงอาวุธยุทธภัณฑ์ของตำรวจและกองทัพ ในการต่อสู้กับอาชญากรรมรุนแรงในเอลซัลวาดอร์ ซึ่งมีอัตราฆาตกรรมสูงที่สุดชาติหนึ่งในโลก โดยจะใช้สำหรับซื้อยานพาหนะของตำรวจ, เครื่องแบบ, อุปกรณ์ตรวจการณ์และเฮลิคอปเตอร์ 1 ลำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ว่า บูเกเลเรียกร้องให้สภาเปิดการประชุมวาระพิเศษช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่ออภิปรายเรื่องนี้ แต่ถูก ส.ส.ส่วนใหญ่ปฏิเสธ และก่อนที่เขาจะเข้าห้องประชุมสภาเมื่อวันอาทิตย์ ตำรวจและทหารพร้อมอาวุธปืนไรเฟิลกลุ่มใหญ่เดินตบเท้าเข้ามาภายในห้องประชุม ซึ่งเป็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นนับแต่สิ้นสุดสงครามกลางเมืองในประเทศนี้เมื่อปี 2535&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บูเกเลกล่าวปราศรัยต่อผู้สนับสนุนเขาด้านนอกสภาก่อนหน้านั้นว่า หากพวกเปล่าประโยชน์ (ส.ส.) เหล่านี้ไม่อนุมัติแผนควบคุมอาณาเขตฉบับนี้ภายในสัปดาห์นี้ เราจะเรียกร้องให้พวกเขาจัดการประชุมอีกครั้งในวันอาทิตย์หน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อพวกเจ้าหน้าที่ขัดต่อระบอบรัฐธรรมนูญ ประชาชนชาวซัลวาดอร์ก็มีสิทธิที่จะก่อการกบฏเพื่อกำจัดเจ้าหน้าที่พวกนี้&amp;quot; บูเกเลประกาศต่อผู้สนับสนุนด้านนอกสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักการเมืองฝ่ายค้านแสดงความไม่พอใจที่ทหารตำรวจพร้อมอาวุธครบมือบุกเข้าสภา โดยพวกเขากล่าวว่าเป็นพฤติการณ์ข่มขู่คุกคามที่ไม่เคยมีมาก่อน ส่วนภายนอกประเทศก็แสดงความกังวลเช่นกัน องค์กรแอมเนสตีอินเตอร์เนชันแนลออกแถลงการณ์ทางทวิตเตอร์ว่า การออกมาของทหารอาจเป็นจุดเริ่มต้นของหนทางอันตรายต่อสถาบันและต่อสิทธิมนุษยชนในประเทศนี้ ส่วนสหภาพยุโรปแสดงความ &amp;quot;ห่วงกังวลอย่างยิ่ง&amp;quot; ต่อการเผชิญหน้าระหว่างสถาบัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56826</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้ซื้ออาวุธ, ทหาร-ตำรวจเอลซัลวาดอร์, บุกสภา, ประธานาธิบดีนายิบ บูเกเล, เอลซัลวาดอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200210/image_big_5e415cba9fca5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43895</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2019 21:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2019 21:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาวเอลซัลวาดอร์เหยื่อข่มขืนพ้นผิดคดี &#039;แท้งลูก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์เอลซัลวาดอร์กลับคำพิพากษาคดีที่หญิงสาวเหยื่อข่มขืนจนตั้งครรภ์ ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฆ่าคนตาย ระบุไม่มีหลักฐานมัดว่าหญิงวัย 21 ปีคนนี้ฆ่าลูกของเธอหลังคลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอเวลีน เอร์นันเดซ (กลาง) ฉลองอิสรภาพภายหลังศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษาเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ทำให้เธอพ้นโทษจำคุก 30 ปีคดีฆ่าลูกที่เกิดจากการถูกข่มขืน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลอุทธรณ์เอลซัลวาดอร์ในกรุงซันซัลวาดอร์มีคำพิพากษาเมื่อวันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม กลับคำตัดสินของศาลชั้นต้นที่พิพากษาจำคุกเอเวลีน เอร์นันเดซ เป็นเวลา 30 ปี จากความผิดฆ่าลูกของเธอหลังคลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบร์ตา มาเรีย เดโลออน ทนายความของเอร์นันเดซเขียนทางทวิตเตอร์ว่า ศาลตัดสินให้ลูกความของตนพ้นโทษ ความยุติธรรมมีอยู่จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเขาผยกับผู้สื่อข่าวว่า ผู้พิพากษาโฆเซ โฆราโด มาร์ติเนซ ให้เหตุผลที่ตัดสินให้เอร์นันเดซพ้นโทษว่า เนื่องจากไม่มีทางพิสูจน์ว่าคดีนี้เป็นคดีอาชญากรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอร์นันเดซ ซึ่งรับโทษจำคุกไปแล้ว 33 เดือน คลอดลูกชายในห้องน้ำที่บ้านของเธอในจังหวัดกุตกัตลัง ภาคกลางของเอลซัลวาดอร์ เมื่อเดือนเมษายน 2559 ขณะนั้นเธออายุ 18 ปีโดยมีอายุครรภ์ 8 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอบอกว่า ลูกของเธอตายตั้งแต่แรกคลอด และตอนนั้นเธอเป็นลมและแม่พาเธอไปโรงพยาบาล แต่ศาลเมืองโคทเตเปเกตัดสินว่า เธอมีความผิดข้อหาฆาตกรรม โดยอัยการกล่าวโทษว่า เธอน่าตำหนิที่ไม่ยอมฝากครรภ์ แต่เอร์นันเดซแย้งว่า เธอไม่ทราบว่าตั้งครรภ์และไปเข้าห้องน้ำเพราะปวดท้อง ลูกในท้องเกิดจากถูกสมาชิกแก๊งอาชญากรรมข่มขืน แต่ไม่ได้ไปแจ้งความ เนื่องจากครอบครัวถูกข่มขู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเอลซัลวาดอร์ยังมีหญิงที่โดนโทษจำคุกหลายปีในคดีแบบเดียวกันนี้อีกราว 20 คน หลายคนแท้งบุตรเองหรือเกิดจากภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43895</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลับคำพิพากษา, ฆ่าลูก, เหยื่อข่มขืน, เอลซัลวาดอร์, แท้งลูก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190820/image_big_5d5bf572644df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32657</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2019 20:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2019 20:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; ตัดเงินช่วยเหลือ 3 ชาติอเมริกากลาง - ขู่ปิดพรมแดนเม็กซิโก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐประกาศตัดความช่วยเหลือเอลซัลวาดอร์, กัวเตมาลา และฮอนดูรัส ตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ตำหนิประเทศอเมริกากลางเหล่านี้ว่าไม่ดำเนินการสกัดกั้นคาราวานผู้อพยพลี้ภัย และยังขู่จะปิดพรมแดนสหรัฐ-เม็กซิโกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดผ่านแดนสหรัฐ-เม็กซิโก ที่เมืองเอลปาโซ รัฐเทกซัส เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันที่ 31 มีนาคม กล่าวว่า ช่วงหลายวันมานี้มีผู้อพยพลี้ภัยจาก 3 ประเทศในภูมิภาคอเมริกากลางพยายามเดินทางเข้าสหรัฐผ่านชายแดนเม็กซิโกจำนวนเพิ่มมากขึ้น และเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวโทษรัฐบาลเอลซัลวาดอร์, กัวเตมาลา และฮอนดูรัส ว่า &amp;quot;จัดตั้ง&amp;quot; คาราวานผู้อพยพขึ้นแล้วส่งขึ้นเหนือมายังสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ยังกล่าวหาเม็กซิโกด้วยว่า ล้มเหลวในการควบคุมการหลั่งไหลของผู้อพยพที่เข้าสหรัฐอย่างผิดกฎหมาย และขู่จะปิดชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโก &amp;quot;สัปดาห์หน้า&amp;quot; ถ้าเม็กซิโกยังยังดำเนินการใดๆ ทั้งนี้ หากสหรัฐปิดชายแดนจริง จะกระทบต่อผู้ที่จำเป็นต้องเดินทางข้ามชายแดนเป็นกิจวัตร โดยเฉพาะแรงงานและนักศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐแถลงเมื่อวันเสาร์ว่า กระทรวงได้ปฏิบัติตามคำสั่งของประธานาธิบดีด้วยการยุติโครงการให้ความช่วยเหลือแก่ 3 ประเทศอเมริกากลาง ที่เรียกว่ากลุ่มสามเหลี่ยมตอนเหนือ และกระทรวงจะทำงานร่วมกับสภาคองเกรสเพื่อเดินหน้ากระบวนการดังกล่าว ซึ่งบอกเป็นนัยว่า รัฐบาลยังต้องขอการอนุมัติจากคองเกรส หากต้องการยุติความช่วยเหลือ ที่ประเมินว่ามีมูลค่าราว 700 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรัฐบาลเอลซัลวาดอร์กล่าวว่า เอลซัลวาดอร์พยายามยับยั้งขบวนของผู้อพยพแล้ว ส่วนกระทรวงการต่างประเทศของฮอนดูรัสกล่าวตอบโต้เมื่อวันเสาร์ว่า นโยบายของสหรัฐนั้นขัดแย้งกันเอง แต่ยืนยันว่าความสัมพันธ์ระหว่างฮอนดูรัสกับสหรัฐนั้นแข็งแกร่ง, ใกล้ชิด และเป็นในเชิงบวก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างการปราศรัยหาเสียงที่เมืองเอลปาโซ รัฐเทกซัสเมื่อวันเสาร์ เบโต โอรอร์ค ผู้เสนอตัวชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในนามตัวแทนพรรคเดโมแครต วิจารณ์นโยบายคนเข้าเมืองของทรัมป์ว่า เป็นการเมืองของการสร้างความหวาดกลัวและความแตกแยก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ส.ว.บ็อบ เมเนนเดซ กรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์จากเดโมแครต กล่าวว่า คำสั่งของทรัมป์เป็นคำประกาศที่มุทะลุ และเรียกร้องให้สมาชิกคองเกรสทั้งเดโมแครตและรีพับลิกันคัดค้าน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32657</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัวเตมาลา, ตัดความช่วยเหลือ, ปิดพรมแดน, สหรัฐ, อเมริกากลาง, ฮอนดูรัส, เม็กซิโก, เอลซัลวาดอร์, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190331/image_big_5ca0c07a38bae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16103</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2018 21:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2018 21:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐชวนจีนวิวาท กรณีเอลซัลวาดอร์ตัดสัมพันธ์ไต้หวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐชวนรัฐบาลจีนทะเลาะด้วยเรื่องทางการทูตเพิ่มอีก ทำเนียบขาวกล่าวหาจีนบ่อนทำลายความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบ หลังจากเอลซัลวาดอร์ตัดสัมพันธ์ไต้หวันแล้วหันไปคบจีนแทน ขณะรัฐบาลปักกิ่งโต้กลับสหรัฐกล่าวหาอย่าง &amp;quot;ไม่รับผิดชอบ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปิดประตูรั้วสถานทูตไต้หวันในกรุงซันซัลวาดอร์ ของเอลซัลวาดอร์ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม 2561 ว่าทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐออกแถลงการณ์ที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันพฤหัสบดี กล่าวเตือนรัฐบาลเอลซัลวาดอร์ว่า การตัดสินใจของประเทศลาตินอเมริกาแห่งนี้ดำเนินการอย่างไม่โปร่งใส และจะส่งผลต่อความแข็งแรงและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอเมริกาทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจีนและไต้หวันทำศึกชักเย่อทางการทูตกันมานานหลายปี ด้วยการยื้อแย่งประเทศกำลังพัฒนาให้หันมาสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับฝ่ายตน ด้วยการเสนอให้การสนับสนุนทางเศรษฐกิจและการช่วยเหลือด้านอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของทำเนียบขาวกล่าวว่า สหรัฐจะยังคงคัดค้านการบั่นทอนเสถียรภาพของความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบและการแทรกแซงทางการเมืองในซีกโลกตะวันตกของจีน การยอมรับของรัฐบาลเอลซัลวาดอร์ต่อความพยายามของจีนที่แทรกแซงการเมืองในประเทศของประเทศในซีกโลกตะวันตกเป็นเรื่องที่สหรัฐวิตกกังวลอย่างยิ่ง และจะส่งผลให้สหรัฐต้องประเมินความสัมพันธ์กับเอลซัลวาดอร์เสียใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนถือว่าไต้หวันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของตน ที่จีนพร้อมใจใช้กำลังผนวกดินแดนหากไต้หวันประกาศเอกราช ความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบไต้หวันเลวร้ายลงนับแต่ไช่อิงเหวิน ชนะเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีไต้หวันเมื่อปี 2559 รัฐบาลของเธอปฏิเสธจะยอมรับว่าเกาะไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของ &amp;quot;จีนเดียว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงหลายปีมานี้ รัฐบาลจีนสามารถแย่งชิงประเทศที่ให้การยอมรับไต้หวันให้เปลี่ยนมาสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับจีนแทน โดยเอลซัลวาดอร์เป็นชาติที่ 5 ที่ยกเลิกสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันในยุครัฐบาลของไช่ และเป็นชาติที่ 3 ในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลู่กัง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า การตัดสินใจของเอลซัลวาดอร์ที่เชื่อมั่นต่อ &amp;quot;หลักนโยบายจีนเดียว&amp;quot; นั้น เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเหมาะสมและเปิดเผยตรงไปตรงมา มีบางประเทศกล่าวถึงเรื่องนี้ด้วยถ้อยคำที่ไม่รับผิดชอบ เรื่องนี้ไม่ใช่การแทรกแซงกิจการภายในของเอลซัลวาดอร์ หรือการก้าวก่ายทางการเมืองในภูมิภาคนั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16103</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ตัดสัมพันธ์, สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต, สหรัฐ, เอลซัลวาดอร์, ไต้หวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180824/image_big_5b800ab3d35b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15891</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2018 21:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2018 21:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไต้หวันประกาศตัดสัมพันธ์ &#039;เอลซัลวาดอร์&#039; ก่อนโดนทิ้งซบจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลไต้หวันประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับเอลซัลวาดอร์เมื่อวันอังคาร ก่อนที่ประเทศลาตินอเมริกาแห่งนี้จะสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนแผ่นดินใหญ่ในวันเดียวกัน รัฐมนตรีต่างประเทศไต้หวันลั่นไม่เอาด้วยกับ &amp;quot;การทูตดอลลาร์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจเซฟ อู๋ รัฐมนตรีต่างประเทศไต้หวัน (กลาง) แถลงข่าวที่กรุงไทเปเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจเซฟ อู๋ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไต้หวัน แถลงเมื่อวันอังคารที่ 20 สิงหาคม 2561 ประณาม &amp;quot;การกระทำหยาบคายของจีน&amp;quot; พร้อมกับประกาศว่า ไต้หวันจะไม่เข้าไปมีส่วนร่วมในการดำเนินการทูตดอลลาร์กับจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาอ้างด้วยว่า เอลซัลวาดอร์ได้ร้องขอ &amp;quot;เงินทุนก้อนมโหฬาร&amp;quot; สำหรับโครงการพัฒนาท่าเรือ ซึ่งไต้หวันไม่เต็มใจจะมอบให้ เพราะจะสร้างหนี้ทั้งต่อไต้หวันและเอลซัลวาดอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเดียวกันนี้เอง จีนและเอลซัลวาดอร์ก็ได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ โดยหวังอี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศของจีน กับการ์ลอส กาสตาเนดา รัฐมนตรีต่างประเทศเอลซัลวาดอร์ ได้ลงนามความตกลงกันที่เรือนรับรองเตียวหยูไถ่ในกรุงปักกิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การ์ลอส กาสตาเนดา รัฐมนตรีต่างประเทศเอลซัลวาดอร์ (ซ้าย) และหวังอี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ระหว่างพิธีลงนามสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังพิธี หวังกล่าวยกย่องการตัดสินใจของเอลซัลวาดอร์ที่ &amp;quot;ยอมรับว่าโลกนี้มีเพียงจีนเดียว&amp;quot; และแสดงให้เห็นว่านโยบายจีนเดียวนั้นสอดคล้องกับบรรทัดฐานระหว่างประเทศ ส่วนคาสตาเนดากล่าวว่า ประเทศของเขาตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ในวิถีทางที่ถูกต้องและเพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเดียวกัน ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ของไต้หวัน แถลงที่กรุงไทเป ระบุว่า ไต้หวันจะไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันจากจีน การตัดสินใจตัดความสัมพันธ์กับไต้หวันของเอลซัลวาดอร์เป็นหลักฐานอีกชิ้นที่จีนพยายามบีบคั้นไต้หวัน แต่จะทำให้ไต้หวันกลายเป็นประเทศที่ประชาชนยึดมั่นคุณค่าเดียวกัน ในการต่อสู้ร่วมกัน เพื่อต่อต้านพฤติกรรมระหว่างประเทศที่ควบคุมไม่ได้ที่เพิ่มขึ้นของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ของไต้หวัน (ซ้าย) ขณะไปเยือนเอลซัลวาดอร์ โดยมีประธานาธิบดีซานเชซ เซเรน ให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2560 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันไต้หวันมีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับเพียง 17 ชาติ ส่วนใหญ่เป็นชาติเล็กๆ ในอเมริกากลางและประเทศหมู่เกาะในแปซิฟิก และนับแต่ประธานาธิบดีไช่เข้ารับตำแหน่งในปี 2559 มี 5 ชาติที่ตัดความสัมพันธ์กับไต้หวัน ได้แก่ บูร์กินาฟาโซ, สาธารณรัฐโดมินิกัน, เซาตูเมและปรินซิปี, ปานามา และล่าสุด เอลซัลวาดอร์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15891</URL_LINK>
                <HASHTAG>การทูตดอลลาร์, จีน, ตัดสัมพันธ์, สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต, เอลซัลวาดอร์, ไต้หวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180821/image_big_5b7c1dfcaf820.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
