<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>44077</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2019 21:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2019 21:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิหร่านอวดโฉมระบบป้องกันมิสไซล์สร้างเอง หวังเทียบชั้นแพทริออต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อิหร่านเปิดตัวระบบป้องกันมิสไซล์ที่ผลิตเองในประเทศ หวังเทียบชั้นระบบเอส-400 ของรัสเซียและแพทริออตของสหรัฐ ในช่วงยามที่ความสัมพันธ์กับสหรัฐกำลังตึงเครียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากสำนักงานประธานาธิบดีอิหร่าน เผยโฉมหน้าของระบบป้องกันมิสไซล์ บาวาร์ 373 เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562 กล่าวว่า รัฐบาลอิหร่านเปิดตัวระบบป้องกันมิสไซล์พิสัยไกลวันเดียวกันนี้ ซึ่งตรงกับวันอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศแห่งชาติของอิหร่าน ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่อิหร่านเคยเรียกระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ผลิตเองครั้งแรกในประเทศรุ่นนี้ด้วยชื่อ บาวาร์-373&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิหร่านเริ่มสร้างระบบบาวาร์ ซึ่งมีความหมายว่า &amp;quot;ความเชื่อ&amp;quot; ภายหลังการซื้อระบบเอส-300 ของรัสเซีย ถูกระงับเมื่อปี 2553 เนื่องจากการคว่ำบาตรของนานาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวไออาร์เอ็นเอของทางการอิหร่านรายงานว่า ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี มีคำสั่งระหว่างร่วมพิธีเปิดตัวระบบป้องกันมิสไซล์เคลื่อนที่ชนิดยิงจากภาคพื้นดินสู่อากาศ ให้กองทัพอิหร่านนำระบบนี้เสริมเข้าไปในเครือข่ายการป้องกันมิสไซล์ของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ระบบมิสไซล์พิสัยไกล บาวาร์-373 เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศของอิหร่าน ด้วยพิสัยไกลกว่า 200 กิโลเมตร และแข่งขันกับระบบของรัสเซียและอเมริกา เช่น เอส-300 และแพทริออตได้&amp;quot; ไออาร์เอ็นเอกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำกล่าวที่ถ่ายทอดผ่านโทรทัศน์หลังพิธีที่กรุงเตหะราน ประธานาธิบดีโรฮานีคุยด้วยว่า ระบบของอิหร่านนั้น &amp;quot;ดีกว่าเอส-300 และใกล้เคียงกับเอส-400&amp;quot; สำนักงานของเขายังได้เผยแพร่ภาพถ่ายหลายภาพของระบบอาวุธนี้ที่ติดตั้งบนรถบรรทุกทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านอามีร์ ฮาตามี รัฐมนตรีกลาโหมอิหร่าน กล่าวกับโทรทัศน์ของอิหร่านว่า ด้วยระบบป้องกันภัยทางอากาศพิสัยไกลนี้ อิหร่านสามารถตรวจจับเป้าหมายหรือเครื่องบินในระยะไกลกว่า 300 กิโลเมตร และล็อกเป้าหมายที่ระยะประมาณ 250 กิโลเมตร และทำลายเป้าหมายได้ในระยะ 200 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนมิถุนายน ระบบมิสไซล์ชนิดยิงจากภาคพื้นดินสู่อากาศของอิหร่านเคยยิงโดรนสอดแนมโกลบอลฮอว์กของสหรัฐตกในอ่าวเปอร์เซีย อิหร่านอ้างว่าโดรนของสหรัฐรุกล้ำน่านฟ้าอิหร่าน แต่สหรัฐยืนกรานว่าโดรนลำนี้บินอยู่ในน่านฟ้าสากล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44077</URL_LINK>
                <HASHTAG>บาวาร์ 737, ผลิตเองในประเทศ, ระบบป้องกันมิสไซล์, อิหร่าน, เอส-300, เอส-400, แพทริออต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190822/image_big_5d5e9f3eea081.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36252</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2019 22:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2019 22:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้นำตุรกีแบะท่าร่วมผลิตระบบอาวุธ &#039;เอส-500&#039; กับรัสเซีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน เผย ตุรกีและรัสเซียจะร่วมกันผลิตระบบป้องกันภัยทางอากาศเอส-500 หลังตุรกีซื้อระบบป้องกันขีปนาวุธเอส-400 จากรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน กล่าวสุนทรพจน์เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม / TURKISH PRESIDENTIAL PRESS SERVICE / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเดินหน้าซื้อระบบป้องกันขีปนาวุธเอส-400 จากรัสเซียของตุรกี ยิ่งเพิ่มความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดกับสหรัฐ หลังจาสหรัฐออกมาเตือนหลายครั้งว่า การซื้อเอส-400 ของตุรกีทำให้ตุรกีเสี่ยงโดนสหรัฐคว่ำบาตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกีกล่าวที่นครอิสตันบูลเมื่อวันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม ระหว่างตอบคำถามเยาวชนกลุ่มหนึ่ง ว่าตุรกีจะไม่ถอยหลังเรื่องการซื้อระบบป้องกันขีปนาวุธเอส-400 อย่างแน่นอน เพราะเป็นข้อตกลงที่ลงนามกันไปแล้ว หลังจากซื้อเอส-400 แล้ว ตุรกีและรัสเซียยังจะร่วมกันผลิตระบบป้องกันภัยทางอากาศเอส-500 อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความสัมพันธ์ระหว่างตุรกีกับสหรัฐมีความตึงเครียดกันในหลายเรื่อง รวมถึงกรณีที่สหรัฐให้การสนับสนุนกองกำลังชาวเคิร์ดในซีเรีย ซึ่งตุรกีมองว่าเป็นกลุ่มก่อการร้าย และกรณีที่สหรัฐไม่ส่งตัวโมฮัมเหม็ด เฟตุลเลาะห์ กูเลน นักการศาสนาที่ขณะนี้ลี้ภัยอยู่ในสหรัฐ เป็นผู้ร้ายข้ามแดนให้ตุรกี โดยตุรกีกล่าวหาว่าเขาอยู่เบื้องหลังความพยายามก่อรัฐประหารในปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐระบุว่า ข้อตกลงซื้อเอส-400 ของตุรกีเป็นการคุกคามระบบป้องกันทางอากาศของชาติตะวันตก และเมื่อเดือนเมษายน สหรัฐได้ระงับการส่งมอบเครื่องบินขับไล่สเตลธ์ เอฟ-35 ให้ตุรกี แม้ขณะนี้นักบินตุรกีกำลังรับการอบรมการบินเครื่องเอฟ-35 ในสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอร์โดอันเผยว่า สหรัฐกังวลเรื่องการเข้ากันได้ของเอส-400 กับเครื่องบินเอฟ-35 แต่พบว่าไม่ใช่ปัญหา และยืนยันว่า ตุรกีจะได้รับเครื่องบินเอฟ-35 ไม่ช้าก็เร็ว ส่วนระบบป้องกันขีปนาวุธเอส-400 คาดว่าจะส่งมอบในเดือนกรกฎาคมนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36252</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตุรกี, ระบบป้องกันขีปนาวุธ, รัสเซีย, เรเจป ทายยิป แอร์โดอัน, เอส-400, เอส-500</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190519/image_big_5ce174f8897ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32834</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2019 21:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2019 21:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉุนซื้ออาวุธรัสเซีย สหรัฐระงับส่งมอบเครื่องบินเอฟ-35 ให้ตุรกี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐดัดหลังตุรกีที่เดินหน้าซื้อระบบต่อต้านมิสไซล์เอส-400 ของรัสเซีย ตัดสินใจระงับการส่งมอบเอฟ-35 และพักความร่วมมือในการผลิตชิ้นส่วนประกอบของเครื่องบินขับไล่รุ่นนี้ จนกว่าตุรกีจะล้มเลิกสัญญาซื้ออาวุธจากรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เครื่องบินเอฟ-35 ไลต์นิงทู ของกองทัพอากาศอิสราเอล บินโชว์เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2560 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 2 เมษายน 2562 อ้างคำแถลงของชาร์ลส์ อี. ซัมเมอร์ส จูเนียร์ หัวหน้าโฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐเมื่อวันจันทร์ว่า สหรัฐได้ตัดสินใจระงับการส่งมอบและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับขีดความสามารถเชิงยุทธการของเครื่องบินเอฟ-35 ที่กระทำร่วมกับตุรกี จนกว่าตุรกีจะยอมละทิ้งการรับมอบระบบป้องกันมิสไซล์เอส-400 ของรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่แล้ว เซอร์เกย์ ลัฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซีย เดินทางมาตุรกี และรัฐมนตรีต่างประเทศเมฟเลิต ชาวูโชลู ของตุรกี ยืนยันว่า ข้อตกลงซื้อระบบอาวุธเอส-400 ของรัสเซียจะเดินหน้าต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐเคยเตือนตุรกีในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาว่า การตัดสินใจซื้อระบบป้องกันมิสไซล์ของรัสเซียนี้ไม่อาจเข้ากันได้กับโครงการเครื่องบินรบของสหรัฐ เจ้าหน้าที่สหรัฐวิตกว่า หากตุรกีใช้อาวุธทั้งของสหรัฐและรัสเซีย จะทำให้รัสเซียได้ข้อมูลของเอฟ-35 ที่สามารถนำไปปรับปรุงความแม่นยำของเอส-400 เพื่อใช้จัดการกับเครื่องบินรบของชาติตะวันตกได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงกลาโหมสหรัฐกล่าวด้วยว่า สหรัฐได้เริ่มมองหาแหล่งผลิตใหม่สำหรับผลิตชิ้นส่วนของเอฟ-35 ที่เคยพัฒนาในตุรกี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า ตุรกีมีแผนจะซื้อเครื่องบินขับไล่ เอฟ-35 เอ 100 ลำ โดยได้ส่งนักบินหลายนายไปฝึกบินในสหรัฐแล้ว บริษัทผู้ผลิตเครื่องบิน ล็อกฮีดมาร์ติน คาดว่า สัญญาที่ทำกับบริษัทหลายแห่งของตุรกีเพื่อผลิตชิ้นส่วนของเอฟ-35 มีมูลค่าราว 12,000 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล็อกฮีดมาร์ตินเผยว่า มีบริษัทตุรกี 8 แห่งที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ รายหนึ่งคือบริษัท อายซัส ผลิตจอแสดงผลแบบพาโนรามาในห้องนักบินเอฟ-35 และอีกบริษัทคือ ฟอกเกอร์เอลโม ที่ผลิตสายไฟและระบบเชื่อมต่อ 40% ของเครื่องบินรุ่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำสั่งซื้อระบบอาวุธของรัสเซียโดยชาติสมาชิกขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) เป็นเรื่องที่ไม่ปรกติอย่างยิ่ง คำประกาศระงับความร่วมมือโครงการเอฟ-35 มีออกมา 2 วันล่วงหน้าการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ 29 ชาติสมาชิกนาโตที่กรุงวอชิงตัน ในโอกาสครบรอบ 70 ปีกลุ่มพันธมิตรตะวันตกที่ตั้งขึ้นเพื่อตอบโต้สหภาพโซเวียตในอดีต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32834</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตุรกี, ระงับส่งมอบ, รัสเซีย, สหรัฐ, เอฟ-35, เอส-400</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190402/image_big_5ca36e0be495a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32535</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2019 22:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2019 21:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตุรกีไม่พรั่นคำขู่สหรัฐ รอรับมอบระบบโล่มิสไซล์ เอส-400 จากรัสเซีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลตุรกีไม่เกรงกลัวแรงกดดันจากสหรัฐที่ต้องการให้ยกเลิกคำสั่งซื้อมิสไซล์ของรัสเซีย โดยยืนกรานเมื่อวันศุกร์ว่าตุรกีกับรัสเซียเริ่มหารือกันเรื่องการส่งมอบระบบป้องกันมิสไซล์ เอส-400 ของรัสเซียแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมฟลุต คาวูโซลู รัฐมนตรีต่างประเทศของตุรกี (ขวา) และเซอร์เกย์ ลัฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซีย ลงนามข้อตกลง เมื่อวันที่ 29 มี.ค. 2562 / AFP PHOTO / TURKISH FOREIGN MINISTERY PRESS OFFICE&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 29 มีนาคม 2562 กล่าวว่า ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกี ทำให้ชาติพันธมิตรร่วมกลุ่มนาโต โดยเฉพาะสหรัฐ ขุ่นเคืองจากการตัดสินใจซื้อระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซีย และกระชับความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐหลายคนเคยกล่าวเตือนตุรกีว่าอาจจะเผชิญการคว่ำบาตร และอาจไม่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการเครื่องบินขับไล่เอฟ-35 ของสหรัฐ หากยังทำข้อตกลงซื้ออาวุธจากรัสเซีย แต่เมื่อวันศุกร์ เมฟลุต คาวูโซลู รัฐมนตรีต่างประเทศของตุรกี ยืนกรานระหว่างการแถลงข่าวร่วมกับรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ที่เมืองอันตัลยาว่า ตุรกีได้ลงนามข้อตกลงกับรัสเซียแล้ว และขณะนี้ทั้งสองฝ่ายกำลังหารือกระบวนการส่งมอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาวูโซลูกล่าวว่า ตุรกีและรัสเซียทำสัญญากันแล้ว และมีผลผูกมัด การกดดันของประเทศอื่นๆ นั้นขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีโครงการเครื่องบินเอฟ-35 ที่ผลิตโดยบริษัท ล็อกฮีดมาร์ติน ของสหรัฐนั้น เขากล่าวว่า ตุรกีก็ปฏิบัติตามพันธะผูกพันในฐานะหุ้นส่วนของโครงการนี้ บางชิ้นส่วนของเครื่องบินรุ่นนี้ผลิตในตุรกี และตุรกีก็ปฏิบัติในส่วนที่ตนรับผิดชอบอย่างสมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานคาดว่า เอส-400 หน่วยแรกจะส่งมอบให้ตุรกีภายในเดือนกรกฎาคมปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาขัดแย้งนี้เป็นหนึ่งในข้อพิพาทหลายเรื่องระหว่างรัฐบาลสหรัฐกับรัฐบาลตุรกี ที่ไม่ลงรอยกันในเรื่องซีเรียและกรณีที่สหรัฐปฏิเสธจะเนรเทศครูสอนศาสนาอิสลามชาวตุรกี ที่ทางการตุรกีกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังความพยายามก่อรัฐประหารที่ล้มเหลวเมื่อปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา สหรัฐพยายามกดดันตุรกีอีกครั้งเกี่ยวกับการซื้อระบบอาวุธรัสเซียที่ว่านี้ โดย ส.ว. 4 คนเสนอกฎหมายฉบับหนึ่งที่จะห้ามหารส่งมอบเครื่องบินรบ เอฟ-35 แก่ตุรกี จนกว่ารัฐบาลตุรกีจะยกเลิกข้อตกลงซื้อมิสไซล์จากตุรกี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าวกันว่า พวกเขาวิตกเกี่ยวกับเทคโนโลยีจากระบบเอส-400 ที่อนุญาตให้รัสเซียเก็บข้อมูลจากเครื่องบินรบของนาโต และยังกังวลที่ระบบของรัสเซียจะถูกนำมาใช้อย่างไรในปฏิบัติการของนาโต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32535</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตุรกี, ระบบป้องกันมิสไซล์, รัสเซีย, สหรัฐ, เอส-400</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190329/image_big_5c9e2ecb4a9c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19194</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2018 21:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2018 21:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปูติน&#039; เยือนอินเดีย ขายระบบมิสไซล์เอส-400 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียเยือนอินเดียเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางค้า, อวกาศ และความมั่นคง พ่วงด้วยการขายระบบป้องกันขีปนาวุธ เอส-400 อันน่าเกรงขาม มูลค่ากว่า 5,000 ล้านดอลลาร์ ที่อินเดียต้องการไว้ต่อกรกับจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ นเรนทรา โมดี ของอินเดีย (ขวา) โอบกอดประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน อย่างสนิทชิดเชื้อ ก่อนหน้าการหารือที่ทำเนียบไฮเดอราบาดในกรุงนิวเดลี เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า การตัดสินใจของรัสเซียเพื่อซื้อระบบป้องกันขีปนาวุธชนิดยิงจากพื้นสู่อากาศ เอส-400 ของรัสเซีย มีขึ้นถึงแม้ว่ารัสเซียจะเผชิญกับความเสี่ยงที่จะโดนสหรัฐคว่ำบาตรเช่นเดียวกับที่จีนโดนเมื่อเดือนที่แล้ว เหตุจากซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จากรัสเซียที่ติดบัญชีดำคว่ำบาตรของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศซื้อระบบอาวุธอันน่าเกรงขามของรัสเซียที่แหล่งข่าวระบุว่ามีมูลค่าราว 5,200 ล้านดอลลาร์นี้มีขึ้นในช่วงเวลาที่ประธานาธิบดีปูตินเยือนกรุงนิวเดลี และได้พบปะกับนายกฯ นเรนทรา โมดี ของอินเดีย เมื่อวันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม 2561 นอกจากข้อตกลงซื้ออาวุธนี้แล้ว ทั้งสองประเทศยังประกาศความร่วมมือด้านรางรถไฟ, ปุ๋ย และด้านอวกาศที่รัสเซียจะช่วยฝึกนักบินอวกาศของอินเดียสำหรับภารกิจในอวกาศครั้งแรกภายในปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ระบบป้องกันขีปนาวุธ เอส-400 ไทรอัมพ์ ของรัสเซีย ร่วมในพิธีสวนสนามที่กรุงมอสโก เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความร่วมมือที่แนบแน่นขึ้นระหว่างอินเดียกับรัสเซียนั้น เกิดในช่วงยามที่ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับสหรัฐและชาติตะวันตกเลวร้ายที่สุดนับแต่สงครามเย็น และยิ่งดำดิ่งลงในสัปดาห์นี้เมื่อฝ่ายตะวันตกกล่าวหารัสเซียว่าโจมตีไซเบอร์ทั่วโลกอย่างอุกอาจหลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในขณะเดียวกัน จุดยืนที่สหรัฐมีต่ออินเดียก็เกิดจากความคาดหวังผลประโยชน์ว่ายักษ์ใหญ่ของเอเชียชาตินี้จะต่อกรกับความถือดีมากขึ้นของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปีที่แล้ว กองทัพของจีนและอินเดียเคยคุมเชิงกันบนที่ราบหิมาลัยที่จีนและภูฏาน ชาติพันธมิตรของอินเดีย ต่างอ้างสิทธิ์ จีนยังทำให้อินเดียไม่สบายใจด้วยการปล่อยเงินกู้แก่หลายชาติในมหาสมุทรอินเดียที่อินเดียเคยมีอิทธิพลอยู่ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาโนช โจชี จากหน่วยงานคลังสมอง มูลนิธินักสังเกตการณ์วิจัย ในกรุงนิวเดลี กล่าวว่า สำคัญที่อินเดียต้องรักษามิตรภาพกับรัสเซียไว้ เพื่อไม่ให้รัสเซียเอียงเข้าข้างจีน ขณะที่สหรัฐนั้น ไม่มีผลประโยชน์ในภูมิภาคนี้ที่ทับซ้อนกับนโยบายระดับภูมิภาคของอินเดียในแบบเดียวกับที่รัสเซียมี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19194</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายอาวุธ, นเรนทรา โมดี, ปูติน, รัสเซีย, วลาดิมีร์ ปูติน, อินเดีย, เอส-400</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181005/image_big_5bb7775f54b0d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18142</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2018 21:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2018 21:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนสหรัฐ &#039;เล่นกับไฟ&#039; ลงดาบจีนโทษฐานซื้ออาวุธรัสเซีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยั่วโทสะจีนและรัสเซียในคราวเดียวกัน ประกาศคว่ำบาตรหน่วยงานในกระทรวงกลาโหมและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีน โทษฐานซื้อเครื่องบินขับไล่ซูคอยและระบบมิสไซล์เอส-400 ของรัสเซีย ละเมิดกฎหมายคว่ำบาตรของสหรัฐ ด้านรัฐบาลจีนกริ้วจี้ให้ยกเลิกไม่งั้นเจอดี รัสเซียเตือนสหรัฐกำลังเล่นกับไฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ รัสเซียนำระบบมิสไซล์ป้องกันภัยทางอากาศ เอส-400 ไทรอัมพ์ มาอวดโฉมในพิธีสวนสนามที่จัตุรัสแดง ในวันแห่งชัยชนะ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประกาศคว่ำบาตรกรมการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ (อีดีดี) สังกัดกระทรวงกลาโหมของจีน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน 2561 ที่ผ่านมา เป็นครั้งแรกที่รัฐบาลสหรัฐใช้กฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียในการลงโทษประเทศที่ 3 และยังเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สหรัฐและจีนกำลังมีความตึงเครียดกันเพราะสงครามการค้า ที่สองฝ่ายประกาศใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้กันไปมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ การพุ่งเป้าเล่นงานจีนในครั้งนี้เกิดในช่วงเวลาที่กองทัพของจีนและรัสเซียกระชับความร่วมมือกันมากขึ้น และช่วงต้นเดือนนี้กองทัพรัสเซียจัดการซ้อมรบครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยจีนได้เข้าร่วมการซ้อมรบยาวนาน 1 สัปดาห์นี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามคำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐนั้น สหรัฐจะคว่ำบาตรทางการเงินต่ออีดีดี และหลี่ ซางฝู อธิบดีของอีดีดี หลังจากหน่วยงานของจีนแห่งนี้ซื้อเครื่องบินขับไล่ซูคอย ซู-35 ของรัสเซีย และระบบมิสไซล์ชนิดยิงจากพื้นสู่อากาศ เอส-400 ของรัสเซีย ซึ่งได้รับส่งมอบในปีที่ผ่านมา โดยเป็นการซื้อจากโรโซโบรอนเอกซ์พอร์ต ผู้ส่งออกอาวุธรายใหญ่ของรัสเซียที่สหรัฐขึ้นบัญชีดำคว่ำบาตรเพราะให้การสนับสนุนรัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด ของซีเรีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายตอบโต้ศัตรูของอเมริกาผ่านการคว่ำบาตร (ซีเอเอทีเอสเอ) ฉบับนี้ผ่านมาบังคับใช้เมื่อปี 2560 โดยเครื่องมืออีกช่องทางหนึ่งสำหรับรัฐบาลของประธานาธิบดีเพื่อใช้เล่นงานรัสเซีย, อิหร่าน และเกาหลีเหนือ ผ่านการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ทหารและยุทโธปกรณ์ของกองทัพจีนและมองโกเลียเข้าร่วมพิธีสวนสนามกับรัสเซีย เพื่อปิดฉากการซ้อมรบวอสต็อก-2018 เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยืนยันว่า การคว่ำบาตรจีนในครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่สหรัฐใช้กฎหมายฉบับนี้ลงโทษประเทศที่ 3 และว่า สหรัฐอาจพิจารณาใช้มาตรการคว่ำบาตรกับประเทศอื่นๆ ที่ซื้อเครื่องบินรบและมิสไซล์ของรัสเซียด้วย รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า หนึ่งในประเทศที่ว่านี้คือตุรกี ซึ่งอยู่ระหว่างเจรจาซื้อระบบมิสไซล์เอส-400 ของรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอ้างว่า การใช้ซีเอเอทีเอสเอนั้นเป็นผลมาจากพฤติการณ์รุกรานของรัสเซียในยูเครน, การผนวกแคว้นไครเมียของยูเครน, การโจมตีและบุกรุกทางไซเบอร์, การแทรกแซงการเลือกตั้งของสหรัฐเมื่อปี 2559 และพฤติการณ์ร้ายกาจอื่นๆ ของรัสเซีย กฎหมายฉบับนี้เปิดช่องให้รัฐบาลสหรัฐดำเนินการกับบริษัทและบุคคลที่ติดบัญชีดำการคว่ำบาตรของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ระบบมิสไซล์ป้องกันภัยทางอากาศ เอส-400 ไทรอัมพ์ ในพิธีสวนสนามที่จัตุรัสแดงเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของกระทรวงยังประกาศขึ้นบัญชีดำบุคคลและองค์กร 33 ราย ที่เกี่ยวโยงกับหน่วยข่าวกรองและกองทัพรัสเซีย เพิ่มเติมตามกฎหมายฉบับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกระทรวงการต่างประเทศของจีนแถลงที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันศุกร์ เรียกร้องให้สหรัฐเพิกถอนการคว่ำบาตรนี้ มิเช่นนั้นสหรัฐก็จะต้องแบกรับผลที่ตามมา และจีนได้ยื่นประท้วงอย่างเป็นทางการต่อสหรัฐแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เก็งซวง โฆษกกระทรวงระบุว่า การดำเนินการของสหรัฐละเมิดอย่างร้ายแรงต่อหลักการพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐ และระหว่างกองทัพของสองประเทศด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนเซอร์เกย์ เรียบคอฟ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซีย กล่าวเตือนว่า สหรัฐ &amp;quot;กำลังเล่นกับไฟ&amp;quot; และว่า สหรัฐกำลังสร้างความปั่นป่วนต่อเสถียรภาพของโลก ดูเหมือนว่าการคว่ำบาตรรัสเซียได้กลายเป็น &amp;quot;งานอดิเรก&amp;quot; ที่สหรัฐโปรดปราน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การส่งออกอาวุธเป็นรายได้หลักของรัสเซีย โดยปีที่แล้วรัสเซียขายอาวุธได้มากกว่า 14,000 ล้านดอลลาร์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18142</URL_LINK>
                <HASHTAG>คว่ำบาตร, จีน, ซื้ออาวุธ, ซู-35, ซูคอย, รัสเซีย, สหรัฐ, เอส-400</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180921/image_big_5ba4fdee3c3c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
