<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14904</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2018 16:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2018 16:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>NCH เทงบเพิ่มกำลังผลิต หวังรับเอส-เคิร์ฟในอีอีซี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;เอ็นซีเอช&amp;rdquo; เตรียมงบลงทุน 3 ปี กว่า 640 ล้านบาท ขยายโรงงานเพิ่มกำลังผลิตรองรับลูกค้ากลุ่มเอส-เคิร์ฟในพื้นที่อีอีซีเป็น 100% พร้อมลุยตั้งไลน์ผลิตน้ำมันหล่อลื่นส่งไทยเป็นฮับใน 5 ปีส่งออกอาเซียน หวังรายได้โต 20% ต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ส.ค. 2561 - นายร้อด &amp;nbsp;เอเรลยาโน ผู้จัดการใหญ่ ประจำประเทศไทย บริษัท เอ็นซีเอช (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทที่การให้บริการ ด้านผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อการบำรุงรักษาเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมแบบครบวงจร เปิดเผยว่าบริษัทได้เตรียมงบลงทุนภายในช่วง 3 ปีข้างหน้าไว้กว่า 640 ล้านบาท เพื่อขยายสำนักงานและโรงงานในประเทศไทย โดยเป็นพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา และชลบุรีที่อยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) เพื่อตั้งเป้าที่จะขยายฐานลูกค้าใหม่ ในพื้นที่อีอีซีเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่มีอยู่ 70% และจะมีการให้บริการกลุ่มอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นในปี 2561 เป็น 85% และคาดว่าภายใน 3 ปีข้างหน้าจะเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 100% จากการขยายตัวของอุตสาหกรรมและบริการใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย(เอส-เคิร์ฟ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในปีนี้ บริษัทเตรียมเงินลงทุน 32 ล้านบาท เพื่อขยายโรงงานเพิ่มกำลังการผลิตผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นในประเทศไทย โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 2 ปีข้างหน้า ลดการนำเข้าจากเดิม 100% และภายใน 5 ปีข้างหน้าจะพัฒนาให้ไทยเป็นฮับและส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย อาทิ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ มาเลเซีย เป็นต้น โดยจากการเพิ่มกำลังการผลิตและดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องบริษัทตั้งเป้าจะเติบโตกว่า 20% ต่อปี จากเดิมที่ปีก่อนทำรายได้ในประเทศไทยได้ 200 ล้านบาท ซึ่งในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาของปีงบ 2562 (พ.ค.-ก.ค.2561) บริษัทมีรายได้เติบโตแล้ว 5% จากกลุ่มบริการบำรุงรักษา กลุ่มผลิตภัณฑ์หล่อลื่น กลุ่มดูแลระบบน้ำและบำบัดน้ำเสีย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14904</URL_LINK>
                <HASHTAG>อุตสาหกรรมเป้าหมาย, เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี), เอส-เคิร์ฟ, เอ็นซีเอช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180807/image_big_5b69680f199ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9439</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2018 09:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2018 09:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.อุตฯดึงเกาหลีใต้ตั้งคณะทำงานผลักดันอุตสาหกรรม 4.0 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก.อุตฯร่วมเกาหลี ตั้งคณะพัฒนาแผนความร่วมมือขับเคลื่อนอุตสาหกรรม 4.0 เน้นอัพเกรดเอส-เคิร์ฟ บุคลากรเอสเอ็มอี และสนับสนุนการลงทุนอีอีซี แบ่ง 3 ระยะความร่วมมือ จี้เสนอแผนภายใน 2 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังคณะรัฐมนตรีกระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และพลังงาน เข้าพบว่ารัฐบาลไทยและเกาหลีมีความเห็นร่วมกันที่จะส่งเสริมยุทธศาสตร์ระดับชาติร่วมกันโดยจะตั้งคณะทำงานร่วมยกร่างแผนความร่วมมือขับเคลื่อนอุตสาหกรรม 4.0 โดยมอบหมายให้นายณัฐพล รังสิตพล รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เป็นตัวแทนในฝ่ายไทย ร่วมกับกรมความร่วมมือด้านการค้า กระทรวงการค้า อุตสาหกรรมและพลังงาน สาธารณรัฐเกาหลีใต้ โดยกำหนดให้เห็นร่างแผนภายใน 2 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยความร่วมมือจะแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ 1.การร่วมมือพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย(เอส-เคิร์ฟ) ทั้งยานยนต์ ที่จะปรับเป็นรถยนต์ไฟฟ้า(อีวี) หุ่นยนต์ ไบโอคีโคโนมี อิเล็กทรอนิกส์ ดิจิทัล 2.การร่วมกันพัฒนาบุคลากร โดยเฉพาะในกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และ3.การส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่อีอีซี และพัฒนาพื้นที่เป็นสมาร์ทซิตี้ โดยแบ่งเป็นแผนระยะสั้นกรอบเวลาความร่วมมือ 1 เดือน ระยะกลางกรอบเวลา 6 เดือน และระยะยาวกรอบเวลา 1 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุตตม กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังปฏิรูปสู่ อุตสาหกรรม 4.0 เป็นการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ไม่ใช่ขับเคลื่อนด้วยอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (จีดีพี) เพียงอย่างเดียว แต่ทำให้โครงสร้างเศรษฐกิจมีความสมดุล โดยให้ความสำคัญเรื่องการสร้างความเข้มแข็งภายในประเทศให้ครอบคลุมอย่างทั่วถึงและยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การพัฒนาประเทศไทย 4.0 จะทำให้เกิดการสร้างฐานการลงทุนใหม่ เกิดอุตสาหกรรม 4.0 ที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงและนวัตกรรมมาใช้สร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้น นำเศรษฐกิจไทยไปสู่ยุคดิจิตอล เชื่อมโยงประเทศในกลุ่มอาเซียน และซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เมียนมาและเวียดนาม) รวมถึงตลาดประเทศใหม่ในเวทีโลก&amp;rdquo;นายอุตตม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. ... มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว เชื่อว่าจะช่วยสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนว่าประเทศไทยพร้อมเดินหน้าพัฒนาการลงทุนโครงการต่างๆ อย่างจริงจัง โดยเฉพาะการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เพิ่มขีดความสามารถในเอส-เคิร์ฟอย่างเป็นรูปธรรมครอบคลุมอุตสาหกรรมเดิมที่เป็นอุตสาหกรรมหลัก เพื่อเป็นกลไกสำคัญผลักดันให้ไทยเป็นฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนัติ ช่วยยกระดับไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9439</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงอุตสาหกรรม, นวัตกรรม, นายอุตตม สาวนายน, สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม, อีอีซี, อุตสาหกรรม 4.0, เกาหลี, เทคโนโลยี, เอส-เคิร์ฟ, เอสเอ็มอี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180226/image_big_5a93ce3378ce0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6755</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2018 16:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2018 16:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมอ.ลุยทำมาตรฐานเอส-เคิร์ฟ กำหนด 117 เรื่องภายใน ก.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมอ.ลุยทำมาตรฐานเอส-เคิร์ฟ 117 เรื่องให้เสร็จภายใน ก.ย.นี้ พร้อมเดินหน้าทำ มอก.เอส หนุนเอสเอ็มอีมีมาตรฐานปีนี้อีก 20 รายการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;09 เม.ย. 61 -นายณัฐพล &amp;nbsp;รังสิตพล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) เปิดเผยว่า สมอ.อยู่ระหว่างการดำเนินงานเพื่อก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 โดยเฉพาะการกำหนดมาตรฐานตามกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย (เอส-เคิร์ฟ) เพื่อให้สอดรับกับการส่งเสริมอุตสาหกรรมของรัฐบาล โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2561 ได้กำหนดมาตรฐานสินค้าอุตสาหกรรมตามกลุ่มเอม-เคิร์ฟแล้ว 45 เรื่อง คิดเป็นความคืบหน้า 38.46% แบ่งเป็นอุตสาหกรรมเดิม 22 เรื่อง และกลุ่มอุตสาหกรรมอนาคต 23 เรื่อง จากเป้าหมายทั้งหมด 117 เรื่องโดยตั้งเป้าจะกำหนดมาตรฐานให้ครบทั้งหมดก่อนสิ้นปีงบประมาณ คือเดือน ก.ย.2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สมอ.ได้ดำเนินการส่งเสริมเอสเอ็มอีตามนโยบายรัฐบาลด้วย โดยได้จัดทำมาตรฐานอุตสาหกรรมเอส (มอก.เอส) เพื่อยกระดับขีดความสามารถเอสเอ็มอี โดยการสร้างระบบการมาตรฐานเฉพาะ และได้ประกาศใช้แล้ว จำนวน 20 มาตรฐาน และในปีนี้ สมอ.มีแผนกำหนดมาตรฐานเพิ่มเติมอีก 20 มาตรฐาน ได้แก่ กลุ่มมาตรฐานผลิตภัณฑ์ เช่น น้ำมันกฤษณา ลูกหมากรถยนต์ และกลุ่มมาตรฐานการให้บริการ เช่น การบริการล้างรถ การบริการซักอบรีดการบริการร้านกาแฟ เป็นต้น เพื่อให้มาตรฐานมีความหลากหลาย และสามารถเข้าถึงผู้ประกอบการได้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สมอ. เตรียมประกาศมาตรฐานยางล้อเป็นมาตรฐานบังคับ โดยอยู่ระหว่างการตราพระราชกฤษฎีกา และจะประกาศใช้ภายในปี 2561 เพื่อรองรับศูนย์ทดสอบทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ &amp;nbsp;จำนวน 4 เรื่อง ได้แก่ 1. มอก.2718-2560 มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ยางล้อสูบลม : ข้อกำหนดด้านเสียงจากยางล้อสัมผัสผิวถนน การยึดเกาะบนถนนพื้นเปียก และความต้านทานการหมุน 2. มอก.2719-2560 มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ยางล้อสูบลม สำหรับรถยนต์และส่วนพ่วง 3. มอก.2720-2560 มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ยางล้อสูบลมสำหรับรถยนต์เชิงพาณิชย์และส่วนพ่วง และ 4. มอก.2721-2560 มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมยางล้อแบบสูบลม สำหรับรถจักรยานยนต์และโมเปด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6755</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาตรฐาน, มาตรฐานผลิตภัณฑ์, สมอ., เอส-เคิร์ฟ, เอสเอ็มอี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acb37b517cc3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
