<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116250</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 10:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 10:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท. ลงนามเปิดทาง &#039;เอสอาร์ที&#039; เข้าบริหารทรัพย์สินรถไฟ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย. 2564 นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดเผยภายหลังตกลงการบริหารจัดการทรัพย์สินระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย กับ บริษัท เอสอาร์ที เเอสเสท จำกัด นี้ ถือเป็นการปฏิรูปด้านการบริหารจัดการทรัพย์สินครั้งสำคัญของการรถไฟฯและเป็นการดำเนินภารกิจตามมติของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2563 &amp;nbsp;ที่เห็นชอบให้รฟท.ดำเนินการจัดตั้งบริษัทลูกฯขึ้น เพื่อบริหารทรัพย์สินของการรถไฟแห่งประเทศไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยฟื้นฟู สร้างรายได้ให้แก่การรถไฟฯ ตามแผนฟื้นฟูกิจการฯ ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินทั้งหมดนั้น ยังคงเป็นของ รฟท.เช่นเดิม ในช่วงแรก รฟท.จะเริ่มทยอยโอนทรัพย์สินโครงการขนาดใหญ่ที่มีการทำสัญญาไว้แล้ว จำนวน 75 สัญญา มูลค่าทรัพย์สิน 1,645 ล้านบาท โดยใช้เวลาโอนเสร็จสิ้นภายในเวลา 2 เดือน ระหว่างเดือนกันยายน-ตุลาคม 2564 ซึ่งจะทำให้บริษัท เอสอาร์ที เเอสเสท จำกัด สามารถดำเนินการบริหารจัดการทรัพย์สินได้ทันที และหลังจากนั้นจะมีการทยอยโอนส่งมอบทรัพย์สินอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายดำเนินการโอนทรัพย์สินทั้งหมด 12,839 สัญญา มูลค่า 3,166 ล้านบาท แล้วเสร็จภายในปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิรุฒ กล่าวว่าต่อว่า บริษัท เอสอาร์ทีฯจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยบริหารจัดการและสร้างรายได้ให้กับ รฟท.ทั้งด้านการบริหารสัญญาเช่าที่ได้รับมอบจากการรถไฟแห่งประเทศไทย การจัดหาผู้ลงทุนและการเช่าพื้นที่เพื่อพัฒนาโครงการบนที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย รวมทั้งการพัฒนาด้วยตนเอง การซื้อหรือเช่าที่ดินจากบุคคลภายนอกเพื่อพัฒนาหรือร่วมทุน หวังสร้างการเติบโตในระยะยาวให้แก่ รฟท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามซึ่งจะส่งผลให้ รฟท.มีรายได้จากการบริหารทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้น มีระบบบริหารจัดการที่มีมาตรฐานสากล และมีทางเลือกในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอื่นๆ ตลอดจนยังส่งผลดีต่อภาพรวมในอีกหลายมิติ ทั้งมิติทางเศรษฐกิจในการช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ การจ้างงานการท่องเที่ยว &amp;nbsp;ด้านสังคมช่วยให้การบริหารพื้นที่ชุมชนที่บุกรุกสามารถดำเนินการให้มีประสิทธิภาพ ตลอดจนช่วยให้การบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คาดว่าภายหลังการส่งมอบการบริหารทรัพย์สินแล้ว บริษัท เอสอาร์ที เเอสเสท จำกัด ซึ่งถูกออกแบบมาให้เป็นอิสระและเป็นมืออาชีพด้านการจัดการอสังหาริมทรัพย์จะสามารถบริหารจัดการทรัพย์สินของการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อ รฟท.สามารถสร้างรายได้แก่องค์กร และเป็นฟันเฟืองสำคัญในการช่วยพลิกฟื้นการรถไฟฯ ให้กลับมาเป็นองค์กรที่มีความเข้มแข็ง สามารถดูแลและให้บริการแก่พี่น้องประชาชนตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนยุทธศาสตร์กระทรวงคมนาคมได้อย่างยั่งยืน&amp;quot;นายนิรุฒ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116250</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.), นิรุฒ มณีพันธ์, เอสอาร์ที เเอสเสท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c0b015e85a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
