<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>24879</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2018 18:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2018 08:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทช.ลุยสร้างถนน เชื่อมอีอีซีหนุนพัฒนาชาติ (สถานีอีอีซี) </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ทช.ลุยสร้างถนน&amp;nbsp;เชื่อมอีอีซีหนุนพัฒนาชาติ (สถานีอีอีซี)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลได้มีนโยบายในการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจฝั่งตะวันออกหรือโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) เพื่อเตรียมความพร้อมในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ โครงสร้างพื้นฐานด้านกฎหมาย กฎระเบียบ และสิทธิประโยชน์ที่ให้แก่นักลงทุนในเขตพื้นที่ 3 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ หนึ่งความสำคัญที่จะเชื่อมพื้นที่ในอีอีซีคงหนีไม่พ้นการก่อสร้างถนน &amp;nbsp;กรมทางหลวงชนบท ซึ่งมีนายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน เป็นอธิบดี &amp;nbsp;คือหนึ่งในหน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบดูแลในเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท(ทช.) กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2561 กรมทางหลวงชนบทจึงได้ดำเนินการก่อสร้างถนนเพื่อสนับสนุน EEC จำนวน 7 เส้นทางด้วยกัน ดังนี้ 1.โครงการก่อสร้างขยายถนนทางหลวงชนบทสาย รย.3013 แยกทางหลวงหมายเลข 331 - ทางหลวงหมายเลข 3191 อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ระยะทาง 17.324 กิโลเมตร ปัจจุบันผู้รับจ้างได้เริ่มเข้าพื้นที่ดำเนินงานเมื่อเดือนมีนาคม 2561 ที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจแนวการก่อสร้างและแนวเวนคืน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
2.โครงการก่อสร้างถนนทางหลวงชนบทสาย รย.4058 แยกทางหลวงหมายเลข 3138 - ทางหลวงหมายเลข 344 อำเภอบ้านค่าย, วังจันทร์ จังหวัดระยอง ระยะทาง 32.807 กิโลเมตร ขณะนี้อยู่ระหว่างก่อสร้างชั้นรองพื้นทางลูกรัง ได้ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร, 3 โครงการก่อสร้างขยายถนนสาย รย.5050 แยกตายนิคมสร้างตนเอง สาย 15-บ.ห้วยโป่ง อ.นิคมพัฒนาจังหวัดระยอง ระยะทาง 10.198 กิโลเมตร งบประมาณ 204 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 สายแยก ทล.7-ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ฉะเชิงเทรา ระยะทาง 10 กิโลเมตร งบประมาณ 1,499 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้างปี 63, 5.สะพานข้ามแยกถนนสาย ทช.ชบ.3027 เชื่อม &amp;nbsp;ทล.3138 อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี งบประมาณ 285 ล้านบาท แล้วเสร็จปี 63, 6.สาย รย.2015 แยก ทล.331 อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ระยะทาง 11.465 กิโลเมตร คาดแล้วเสร็จปี 64 และ 7 สาย ฉช.3001 แยก ทล.314-ลาดกระบัง จ.ฉะเชิงเทรา, สมุทรปราการ ระยะทาง 20.328 กิโลเมตร งบประมาณ 3,801 ล้านบาท แล้วเสร็จปี 63&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในปี 2562 มีโครงการพัฒนาทางหลวงชนบทเพื่อขับเคลื่อน EEC ได้แก่ ถนนสาย รย.2015 แยก ทล.36-ทล.311 &amp;nbsp;อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ระยะทาง 11.465 กิโลเมตร งบประมาณก่อสร้าง 715 ล้านบาท, โครงการแก้ไขปัญหาจราจรในปริมณฑลและภูมิภาค ได้แก่ ถนนสาย สป. 1011 แยก ทล.3-เทพารักษ์ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ระยะทาง 3.875 กิโลเมตร งบก่อสร้าง 990 ล้านบาท, โครงการถนนสายแยก ทล.3097-ศูนย์ราชการจังหวัดนครปฐม จังหวัดนครปฐม ระยะทาง 3.217 กิโลเมตร งบก่อสร้าง 584 ล้านบาท ทั้งสามโครงการใช้งบผูกพัน 3 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
นอกจากนี้ ยังมีโครงการพัฒนาโครงข่ายสะพาน ได้แก่ โครงการข้ามคลองมะลัง อ.เมือง จ.สตูล ความยาวสะพาน 801 เมตร งบประมาณในการก่อสร้าง 510 ล้านบาท และโครงการสะพานข้ามคลองดู อ.ละงู จ.สตูล ความยาวสะพาน 1,320 เมตร งบประมาณในการก่อสร้าง 300 ล้านบาท ทั้งสองโครงการใช้งบผูกพันสามปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมศึกษารองรับการลงทุนอีอีซี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายพิศักดิ์ กล่าวว่า กรมมีแผนเข้าไปพัฒนาถนนในอีอีซี เพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสม ว่าเส้นทางไหนบ้างที่จะสามารถนำเข้ามาบรรจุในแผนการพัฒนาอีอีซี ปัจจุบันทางรัฐบาลมีแนวคิดที่จะขยายพื้นที่อีอีซีไปทางจังหวัดสระแก้วและปราจีน ซึ่งตอนนี้กำลังปรับปรุงแผน และศึกษาเพิ่มเติมเพื่อให้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
อย่างไรก็ตาม ในปี 62 ทางกรมทางหลวงชนบทจะทำการสำรวจว่ามีเส้นทางใดบ้างที่จะสามารถนำเข้าไปบรรจุในแผนของอีอีซี เช่น บางพื้นที่ผ่านนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ กรมทางหลวชนบทจะเอาเข้ามาพัฒนาและดูรายละเอียดของรถบรรทุกที่วิ่งในเส้นทางของกรม หากมีจำนวนรถบรรทุกวิ่งเป็นจำนวนมากก็อาจจะมีแนวโน้มการขยายช่องจราจรเป็นสี่ช่องจราจร &amp;nbsp;ปัจจุบันกรมมีแผนดำเนินเพิ่มเติมอีก 11 เส้นทาง โดยจะเริ่มดำเนินการในปี 64 มีสามรายการที่จะนำเข้าสู่แผนการก่อสร้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;คำว่า &amp;quot;อีอีซี&amp;quot; มีศักยภาพอยู่ในตัว โดยเฉพาะที่ จ.ระยองเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม มีโครงสร้างพื้นฐานรองรับ การที่กรมทางหลวงชนบทเข้าไปพัฒนาพื้นที่นั้น เป็นโอกาสที่จะเข้าไปเพิ่มศักยภาพในแหล่งอุตสาหกรรมที่ให้ต่างชาติลงทุน ที่ให้ประเทศไทยสามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ ตามนโยบายรัฐบาลมองว่ามีโอกาสที่จะทำให้รัฐบาลและประเทศมีรายได้จากการลงทุนจากต่างประเทศ ดังนั้นในแง่ของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เข้าไป เฉพาะในส่วนของกรมทางหลวงชนบทอาจจะมีไม่มาก ซึ่งในพื้นที่อีอีซีเองมีงบประมาณเข้าไปลงทุน 750 ล้านบาท&amp;quot; นายพิศักดิ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายพิศักดิ์กล่าวว่า ในปี 2564 กรมมีแผนที่จะดำเนินการก่อสร้าง 11 สายทาง ขณะนี้ได้มีการเตรียมการเรื่องของออกพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินเวนคืน (พ.ร.ฎ.) เรื่องการเวนคืนที่ดินแล้ว และมีแนวโน้มว่าในปี 63 ตั้งงบประมาณได้ก็จะมีสัก 2-3 เส้นทางที่มีความพร้อมเริ่มก่อสร้างได้ อย่างไรก็ตาม ต้องดูในส่วนของการเวนคืนมีปัญหามากน้อยแค่ไหน หากไม่มีปัญหาก็สามารถดำเนินการในปี 64&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;ถือเป็นความโชคดีของกรมทางหลวงชนบทที่ได้มีการศึกษาเจ็ดเส้นทางโลจิสติกส์ไว้แล้ว เมื่อรัฐบาลประกาศพื้นที่อีอีซี ก็นำทั้งเจ็ดเส้นทางบรรจุไว้ในแผนเพื่อให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้น เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ของอีซีซีจึงสามารถดำเนินการได้เลย แต่ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากต้องใช้เวลา เพราะต้องมาดูว่าถนนที่มีสองช่องจราจรจำเป็นต้องขยายเป็นสี่ช่องจราจรหรือไม่&amp;quot; นายพิศักดิ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เร่งเวนคืนพัฒนาถนนกระจายความเจริญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายพิศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับภาพรวมของงบประมาณปี 2562 กรมได้รับการจัดสรรงบ 46,700 ล้านบาท นอกจากเป็นงบผูกพันแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นค่าเวนคืน อาทิ โครงการเชื่อมต่อการขนส่งที่ จ.สมุทรปราการ โดยได้มีการเวนคืนที่สาย สป.4002 แยกทางหลวงสาย 3344 ถึงบ้านบางพลีใหญ่ ระยะทาง 8 กิโลเมตร ค่าเวนคืน 450 ล้านบาท, สายแยก ทล.3452ไปสี่แยกบ้านสร้าง อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ระยะทาง 25 กิโลเมตร ค่าเวนคืน 500 ล้านบาท ทั้งสองโครงการจะดำเนินการภายในปี 62
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่างบประมาณในปี 2562 ส่วนใหญ่จะใช้ค่าเวนคืนค่อนข้างเยอะ เนื่องจากกรมได้เตรียมพร้อมเพื่อรองรับการขยายตัวของอีอีซี ซึ่งโดยรวมแล้วการก่อสร้างถนน 1 &amp;nbsp;เส้นทางจะใช้เวลาประมาณ 4-5 ปี เพราะต้องมีการสำรวจว่าจะใช้พื้นที่เท่าไรสำรวจเสร็จ ต้องออกกฤษฎีกาการเวนคืนอย่างน้อยใช้เวลาหนึ่งปี หลังจากนั้นถึงจะสำรวจพื้นที่ได้ ส่วนรายละเอียดเรื่องการจ่ายชดเชยก็ใช้เวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี จึงจะทำการออกแบบก่อสร้างได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;โครงการในปี 62 จะเป็นการเวนคืนโดยส่วนใหญ่ ตรงไหนเวนคืนน้อยก็จะตั้งงบปี 63 ส่วนโครงการไหนเวนคืนมากก็ตั้งงบปี 64 ทำให้ปี 63 กรมจะไม่มีโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องการบำรุงรักษาถนนในชนบท และอำนวยความปลอดภัยมากกว่า&amp;quot; นายพิศักดิ์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายพิศักดิ์ กล่าวว่า นโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจราจร ไม่ต้องการให้เป็นการขยายถนนบนถนนเดิมซึ่งมีชุมชนหนาแน่นอยู่แล้ว หรือไปตัดผ่านชุมชนหนาแน่น เพราะทำให้ประชาชนเดือดร้อน และพื้นที่แพงทำให้ค่าก่อสร้างสูง ทำไมเราไปตัดพื้นที่ที่ประชาชนน้อยค่าเวนคืนถูก สิ่งที่ตามมาจะมีการพัฒนาพื้นที่ เกิดการขยายเมืองออกไป จึงถือเป็นการกระจายการจราจรไปอีกด้านหนึ่ง แนวทางนี้ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากกว่า ดังนั้นสิ่งนี้ที่กำลังดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลก็จะเป็นส่วนหนึ่งในการสอดรับในส่วนการแก้ไขปัญหาจราจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนุนท่องเที่ยวรองรับเอสอีซี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายพิศักดิ์ กล่าวว่า จากนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองของรัฐบาล กรมจึงได้เร่งศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งทะเลตะวันตกของอ่าวไทย ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องจากโครงการไทยแลนด์ริเวียร่า &amp;nbsp;โดยจะดำเนินโครงการถนนเรียบชายฝั่งทะเลตะวันตก (The Royal Coast) จากจังหวัดเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร และระนอง 515 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
นอกจากนี้ ยังได้รับการร้องขอจากกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยให้ดำเนินการต่อขยายถนนเลียบชายฝั่งทะเล เริ่มจากอำเภอละแม จังหวัดชุมพร ไปจนถึงอำเภอเทพา จังหวัดสงขลา &amp;nbsp;เพื่อเสริมศักยภาพการท่องเที่ยวตามแนวชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกให้มีความสมบูรณ์และใช้ประโยชน์ได้สูงสุด อีกทั้งสามารถเป็นเส้นทางสำรองของถนนสายหลักในกรณีฉุกเฉิน &amp;nbsp;แต่เนื่องจากเส้นทางช่วงดังกล่าวส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่อนุรักษ์และมีความอ่อนไหวต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างเช่นป่าชายเลน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น กรมทางหลวงชนบทได้ใช้งบประมาณเหลือจ่ายปี 2561 จำนวน 9.5 ล้านบาท เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งตะวันตกของอ่าวไทย &amp;nbsp;(ช่วงส่วนต่อขยาย) ครอบคลุมพื้นที่สี่จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชุมพร จ.สุราษฎร์ธานี จ.นครศรีธรรมราช และ จ.สงขลา ระยะทางทั้งสิ้น 578 กิโลเมตร โดยมีจุดเริ่มต้นที่ ต.ละแม อ.ละแม จ.ชุมพร และสิ้นสุดที่ ต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา ระยะเวลาดำเนินงาน 210 วัน เริ่มต้นสัญญาวันที่ 18 มิถุนายน 2561 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 13 มกราคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ทางกรมยังอยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อเชื่อมกับเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (เอสอีซี) กับชุมชน แต่ต้องรอแนวคิดจากรัฐบาลก่อนว่ามีแนวคิดในเชิงภาคใต้อย่างไร แต่จากนโยบายที่ได้รับทราบมาจะนำโครงการไทยแลนด์ริเวียร่าเข้ามาในแผนดังกล่าว ในส่วนของกรมจะนำกรอบการท่องเที่ยวมาไว้ตรงนี้ และมองว่าหากนำมาไว้ในแผนการสนับสนุนงบประมาณจะมีมากกว่า แต่อย่างไรก็ตาม ต้องรอดูกรอบนโยบายจากรัฐบาลก่อน เนื่องจากยังไม่ได้กำหนดพื้นที่ที่ชัดเจน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กัลยา ยืนยง รายงาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24879</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวงชนบท, ชุมชน, ทช., พิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน, สิทธิประโยชน์, อีอีซี, เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้, เอสอีซี, โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก, โครงสร้างพื้นฐาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181223/image_big_5c1f6b3a34da8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2018 20:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2018 20:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อีลอน มัสก์&#039; ยอมทิ้งเก้าอี้ประธานเทสลา จ่ายค่าปรับให้ตลาดหุ้นสหรัฐอีก 20 ล้าน$</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ก.ล.ต.สหรัฐทำความตกลงกับ อีลอน มัสก์ และบริษัทเทสลาสั่งมัสก์และเทสลาจ่ายค่าปรับรายละ&amp;nbsp; 20 ล้านดอลลาร์ ส่วนมัสก์ยอมลาออกจากตำแหน่งประธานบริษัท ให้คนนอกทำหน้าที่แทนนาน 3 ปี แต่ยังรั้งเก้าอี้ซีอีโอไว้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ อีลอน มัสก์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ (เอสอีซี) ออกแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ที่ 29 กันยายน 2561 ว่าเอสอีซีได้ทำความตกลงกับบริษัทเทสลา และอีลอน มัสก์ ประธานและหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของบริษัทเทสลา เพื่อปรับปรุงบรรษัทภิบาลและปฏิรูปด้านอื่นๆ ซึ่งรวมถึงการให้มัสก์พ้นจากตำแหน่งประธานบริษัท และมัสก์กับบริษัทเทสลาต้องจ่ายค่าปรับรายละ 20 ล้านดอลลาร์ (647 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประนีประนอมเกิดขึ้นภายหลังเอสอีซีฟ้องร้องมัสก์เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว ว่าเขาชักนำให้นักลงทุนเข้าใจผิดๆ ผ่านการโพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ของเขาซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่า 22 ล้านราย เมื่อวันที่&amp;nbsp; 7 สิงหาคม ว่าเขากำลังพิจารณาจะนำบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแห่งนี้ออกจากตลาดหลักทรัพย์ และสามารถหาทุนดำเนินการได้มากพอที่จะซื้อหุ้นเทสลาคืนในราคาหุ้นละ 420 ดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอสอีซีกล่าวหาว่า ทวีตของมัสก์เป็นเท็จและไม่ได้อยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง เขาไม่เคยปรึกษาเจ้าหน้าที่หรือผู้ถือหุ้นของบริษัท อันส่งผลให้เกิดความโกลาหลวุ่นวายในตลาดที่กระทบกระเทือนนักลงทุนระยะสั้น เงินค่าปรับ 40 ล้านดอลลาร์ที่ได้นี้เอสอีซีจะนำไปชดเชยให้แก่นักลงทุนที่ได้รับผลกระทบ โดยต้องผ่านกระบวนการอนุมัติจากศาลก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำฟ้องของเอสอีซียังต้องการให้มัสก์พ้นจากตำแหน่งเจ้าหน้าที่หรือผู้บริหารของบริษัทแห่งนี้ แต่ภายหลังการเจรจาประนีประนอม เอสอีซียินยอมให้มัสก์ดำรงตำแหน่งซีอีโอของเทสลาต่อไป แต่กำหนดให้เขาลาออกจากตำแหน่งประธานบริษัทภายใน 45 วัน และไม่สามารถรับเลือกกลับเข้ารับตำแหน่งนี้เป็นเวลา 3 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญด้านบรรษัทภิบาลกล่าวกันว่า ข้อตกลงเกลี่ยไกล่นี้เป็นผลดีต่อเทสลา ซึ่งต้องผจญกับพฤติกรรมโลดโผนหลายอย่างของมัสก์ในระยะหลัง เช่น การสูบกัญชา กวัดแกว่งมีดดาบขณะไลฟ์ทางอินเทอร์เน็ต หรือการทวีตโจมตีฮีโร่นักดำน้ำชาวอังกฤษในภารกิจถ้ำหลวงว่าเป็นคนที่ชอบร่วมเพศกับเด็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อตกลงนี้ระบุว่า เทสลาต้องแต่งตั้งประธานอิสระมาทำหน้าที่แทนมัสก์ และต้องมีกรรมการอิสระอีก 2 คน และคณะกรรมการบริหารชุดหนึ่งมาควบคุมดูแลการสื่อสารของมัสก์ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18748</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ล.ต.สหรัฐ, ซีอีโอ, ประธานบริษัท, อีลอน มัสก์, เทสลา, เอสอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180930/image_big_5bb0d52f8f061.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18650</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2018 21:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2018 21:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.ล.ต.สหรัฐฟ้อง &#039;อีลอน มัสก์&#039; ฉ้อโกง เรียกร้อง &#039;เทสลา&#039; ปลด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ก.ล.ต.สหรัฐยื่นฟ้อง &amp;quot;อีลอน มัสก์&amp;quot; ซีอีโอของบริษัทเทสลา ฐานฉ้อโกง จากการทวีตชี้นำให้นักลงทุนไขว้เขวเกี่ยวกับแผนนำเทสลาออกจากตลาดหุ้นเมื่อเดือนที่แล้ว เรียกร้องบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าแห่งนี้ปลดมัสก์พ้นตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ อีลอน มัสก์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ (เอสอีซี) ระบุในคำฟ้องต่อศาลในนครแมนฮัตตัน รัฐนิวยอร์ก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน 2561 ว่ามัสก์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท เทสลา วัย 47 ปี สร้างความประหลาดใจแก่คณะทำงานของเขาเองและนักลงทุนไปพร้อมกัน เมื่อเขาทวีตข้อความต่อผู้ติดตามมากกว่า 22 ล้านคนของเขาเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม เปิดเผยเกี่ยวกับความคิดของเขาที่จะนำบริษัทนี้ออกจากตลาดหลักทรัพย์ โดยอ้างว่าเขามีเงินทุนพร้อมที่จะซื้อหุ้นคืนที่ราคาหุ้นละ 420 ดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราคาหุ้นของเทสลาปิดตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 11% ในวันที่มัสก์ทวีตเรื่องนี้ ซึ่งทำให้แนสแด็กต้องระงับการซื้อขายเป็นเวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง แต่ภายหลังเอสอีซีประกาศยื่นฟ้องมัสก์เมื่อวันพฤหัสบดี หุ้นของเทสลาก็ดิ่งลงราว 10% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ โดยตกมาอยู่ที่ 227.50 ดอลลาร์ เป็นมูลค่าลดลง 25% นับแต่วันที่มัสก์ทวีตเรื่องการนำบริษัทออกจากตลาดหุ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอสอีซีระบุว่า คำกล่าวของมัสก์ผ่านทวิตเตอร์นั้น &amp;quot;เป็นเท็จและชักนำให้เข้าใจผิด&amp;quot; และมัสก์รู้ดีว่าถ้อยคำของเขาไม่อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง เขาจึงไม่เคยหารือแผนนี้ รวมถึงราคาหุ้น กับเจ้าหน้าที่ของบริษัทหรือพวกที่อาจเป็นนายทุนเลย นอกจากนี้ เอสอีซีเชื่อว่ามัสก์คำนวณราคาหุ้น 420 ดอลลาร์ หรือเท่ากับ 20% ของส่วนเกินมูลค่าหุ้นตามราคาที่ปิดตลาดในวันนั้น และเพราะตัวเลขนี้ยังเป็นศัพท์สแลง &amp;quot;โฟร์ทเวนตี้&amp;quot; ที่หมายถึงกัญชาด้วย คำฟ้องต้องการให้เทสลาห้ามมัสก์ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเจ้าหน้าที่หรือผู้บริหารของบริษัทซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านมัสก์ปฏิเสธคำกล่าวหาของเอสอีซีทันควัน อ้างว่าเป็นคำกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริงและเขาพร้อมจะปกป้องตนเอง &amp;quot;การดำเนินการที่ไม่ยุติธรรมของเอสอีซีทำให้ผมรู้สึกผิดหวังและเศร้าใจอย่างยิ่ง&amp;quot; มัสก์กล่าวในแถลงการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทเทสลา ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่มีมูลค่าตลาดมากกว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์ ยังคงสนับสนุนมัสก์ โดยกล่าวว่า บริษัทและคณะกรรมการบริหารมีความเชื่อมั่นในตัวมัสก์อย่างเต็มที่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18650</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ล.ต.สหรัฐ, ฉ้อโกง, ออกจากตลาดหุ้น, อีลอน มัสก์, เทสลา, เอสอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180928/image_big_5bae3440d8ad3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16464</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2018 08:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2018 08:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &quot;สมคิด&quot;ปักธงดึงนักลงทุนต่างชาติเข้าไทย ชูอีอีซี-เอสอีซี เป็นแม่เหล็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;สมคิด&amp;quot;ถือธงประกาศเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติ ชูไทยเป็นจุดศูนย์กลางภูมิภาค ด้าน&amp;quot;กอบศักดิ์&amp;quot;เดินหน้าดัน SEC เข้าครม.ภายใน3เดือน &amp;quot;อุตตม&amp;quot;โชว์แผนลงทุนอีอีซี ปลุกใจนักลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษในงาน Thailand Focus 2018 เรื่อง &amp;ldquo;โอกาสการลงทุน ...ไม่ต้องรออนาคต&amp;rdquo; ในหัวข้อแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปประเทศไทย ว่า สำหรับปัจจัยสำคัญที่เป็นโอกาสสำคัญของไทยในการก้าวไปสู่ศูนย์กลางของประเทศเพื่อนบ้าน คือ การเป็นที่ตั้งศูนย์กลางของกลุ่มประเทศ &amp;nbsp;ACMEC อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ซึ่งได้ประกาศยุทธศาสตร์ร่วมกันในการเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ การเชื่อมโยงยุทธศาสตร์การค้าการลงทุน &amp;nbsp;การท่องเที่ยว ประชากรรวมกัน &amp;nbsp;200 ล้านคน ขนาดเศรษฐกิจขยายตัวเฉลี่ย 6-8% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา &amp;nbsp;ไทยจึงเป็นสะพานเชื่อมนโยบาย ACMEC กับยุทธศาสตร์แม่โขง ล้านช้างของจีน &amp;nbsp;เพื่อส่งสินค้าผ่านไทยไปยังตลาดโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยในงาน Thailand Focus 2018 ในหัวข้อ EEC in Action เดินหน้าไปกับโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ว่า ได้นำเสนอความคืบหน้าการลงทุนของโครงการอีอีซีให้กับนักลงทุนผู้ที่สนใจได้รับทราบซึ่งขณะนี้ลงทุนมีความชัดเจนเป็นรูปธรรมจากช่วงปีที่ผ่านมา เช่นโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม3สนามบิน (สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง-อู่ตะเภา)ที่จะเปิดรับข้อเสนอของนักลงทุนที่สนใจในปลายปีนี้เพื่อให้เริ่มการก่อสร้างได้ภายในปีหน้า ใช้ระยะเวลาก่อสร้างภายใน5ปี &amp;nbsp;โครงการท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง มาบตาพุด กำลังเดินหน้าตามแผนงาน โดยคาดดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน5ปีเช่นกัน อีกโครงการคือ ศูนย์ซ่อมบำรุงอู่ตะเภา หรือ MRO ที่อยู่ในกระบวนการคัดสรรผู้ลงทุน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ให้ความสำคัญการพัฒนาบุคลากรและงานวิจัยเพื่อสนับสนุนการเติบโตของเมือง อุตสาหกรรม ที่มีแผนการพัฒนากรอบการดำเนินงานชัดเจนและทางรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณเรียบร้อยแล้ว ซึ่งขณะนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่ระหว่างการเจรจากับนักลงทุนต่างประเทศที่สนใจ &amp;nbsp;อย่าง ฮ่องกงไซเบอร์พอร์ต ที่จะมาร่วมสร้างแพลตฟอร์ม ในการสร้างStat up หรือผู้ประกอบการใหม่ &amp;nbsp;ทั้งนี้ทางรัฐบาลได้สร้างความให้กับนักลงทุน เช่นออกกฎหมายรองรับการลงทุนในโครงการ อีอีซี ชัดเจน มีการนำการลงทุนแบบ พีพีพี เข้ามาซึ่งเป็นกระบวนการที่เหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่วนโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้เชื่อมอ่าวไทย-อันดามัน 4จังหวัด จ.ชุมพร จ.ระนอง จ.สุราษฎร์ธานี จ.นครศรีธรรมราชขณะนี้คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบในหลักการและมอบหมายให้ทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติศึกษาก่อนวางกรอบงบประมาณ เสนอขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุตตม กล่าวว่าในปีนี้ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเน้นการพัฒนาการลงทุนอย่างจริงจังทั้งในส่วนของโครงการสำคัญ ต่างๆและด้านโครงการสร้างพื้นฐาน &amp;nbsp;โดยจะต้องทำงานเชิงรุก &amp;nbsp;ขณะเดียวกันในจากการหารือกับบริษัทเอกชนของสำนักงานส่งเสริมการลงทุนหรือบีโอไอมียอดการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่อีอีซีในอุตสากรรมเป้าหมายกว่า70%ถือว่าประสบผลสำเร็จและ ยอดใน6เดือนแรก(มกราคม-มิถุนายน) ของปี 2561 หลังจากพ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 เป็นต้นมา ส่งผลให้มีคำขอที่ยื่นขอรับการส่งเสริม จำนวน 142 โครงการ เงินลงทุน 183,230 ล้านบาทมากกว่าปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่อง &amp;ldquo;กลยุทธ์การเชื่อมโยงประเทศสู่ One Belt One Rode &amp;rdquo; ว่า เพื่อรองรับนโยบาย One Belt One Road เชื่อมโยงการขนส่งสินค้าจากจีนลงมายังไทย ผ่านความร่วมมือรถไฟไทย-จีน ไทยยังเดินหน้าเชื่อมโยงแหล่งอุตสาหกรรม เมื่อได้พัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ให้เป็นที่ตั้งอุตสาหกรรมกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้มีทางออกไปยังฝั่งทะเลอันดามัน จึงเชื่อมเส้นทางจาก EEC ผ่านอ่าวไทยมาขึ้นฝั่งที่ จ.ชุมพร จากนั้นส่งสินค้าผ่านรถไฟทางคู่ต่อไปยัง จ.ระนอง และต่อไปยังกลุ่มประเทศ BIMSTEC อินเดีย บังกลาเทศ ศรีลังกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามจากนั้นจึงต้องการผลักดันเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) ด้วยการดึงศักยภาพทั้งยางพารา ปาล์มน้ำมัน พัฒนาด้วยอุตสาหกรรมไบโอชีวภาพให้มีคุณภาพสูงขึ้นบวกกับการท่องเที่ยว เพื่อเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคใต้ หวังให้ไทยมีเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญกระจายทุกภาค เตรียมผลักดันระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือ (NEC) ที่มีจุดเด่นด้านการท่องเที่ยวและบริการ เส้นทางการค้า การลงทุน และยังเตรียมผลักดันการตั้งเขตเศรษฐกิจภาตตะวันออกเฉียงเหนือ (NEEC) เพื่อดึงศักยภาพทั้งการขนส่ง เป็นแหล่งพัฒนาไบโอชีวภาพ อ้อย น้ำตาล มันสำปะหลัง ข้าว เป็นแหล่งพัฒนาอุตสาหกรรมชิ้นส่วน อุปกรณ์ระบบอาณัติสัญญาณรถไฟฟ้า &amp;nbsp;เพื่อให้ทุกภาคเป็นส่วนขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศอย่างสมดุลหากภาคใดมีปัญหาจะได้เสริมจีดีพีของประเทศได้ และจากปัจจัยบวกหลายด้านดีขึ้นต่อเนื่อง คาดว่าจีดีพีปีนี้ขยายตัว4.5-5%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในการผลักดันเขตเศรษฐกิจทุกภาค หลังจากเขต EEC มีกฎหมายรองรับ ในส่วนภาคอื่นจะพิจารณาดูแลต้องจัดตั้งสำนักงาน หรือแก้ไขให้มีกฎหมายรองรับการผลักดันอย่างไรบ้าง &amp;nbsp;รวมทั้งการออกมาตรการสร้างแรงจูงใจการลงทุนลักษณะใดให้สอดคล้องตามภูมิภาค &amp;nbsp;คาดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะหารือ เพื่อสรุปแนวทางเสนอ ครม.พิจารณาได้ในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16464</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, ศูนย์กลางการลงทุน, ศูนย์กลางอาเซียน, อีอีซี, เอสอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180503/image_big_5aeb2205c6454.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
