<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117305</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2021 18:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2021 18:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสว. ผนึก 4 มหาวิทยาลัย ประกาศความสำเร็จ SME “ปั้นดาว” ขายออนไลน์บน Lazada สู้โควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระพงศ์&amp;nbsp; มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ในปีนี้โครงการยกระดับผู้ประกอบการวิสาหกิจรายย่อยให้ประกอบธุรกิจอย่างมืออาชีพ&amp;nbsp; กิจกรรมปั้นดาว ปีงบประมาณ 2564 ซึ่งมีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นหน่วยร่วมดำเนินการ ได้ร่วมกันพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการให้เป็นต้นแบบในการยกระดับและพัฒนาต่อยอดวิสาหกิจทุกสถานะและทุกระดับ โดยได้ปรับรูปแบบกิจกรรมให้สอดคล้องกับสถานการณ์เพื่อส่งเสริมการสร้างรายได้ในช่วงวิกฤติโควิด-19 นำผู้ประกอบการเปิดร้านค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Lazada ภายใต้แคมเปญพิเศษ &amp;ldquo;ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด&amp;rdquo; ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ อีกทั้งยังได้ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการได้มีประสบการณ์และเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ตลาดออนไลน์ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมและจะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการก้าวสู่อนาคตอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถึงแม้ปีนี้เป็นปีที่ยากลำบากอย่างยิ่งของเอสเอ็มอีทั่วประเทศ แต่ สสว. และทุกหน่วยร่วมดำเนินการของ สสว. ได้พยายามอย่างเต็มที่เพื่อจะให้กิจกรรมด้านการตลาดซึ่งจะเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการเกิดขึ้น โดยปรับรูปแบบกิจกรรมและเชิญชวนให้ผู้ประกอบการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เป็นช่องทางในการจำหน่ายสินค้า ผู้ประกอบการกลุ่ม &amp;ldquo;ปั้นดาว&amp;rdquo; ได้จำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มที่มีศักยภาพอย่าง Lazada และมี 4 มหาวิทยาลัย คอยช่วยสนับสนุนในทุกมิติ ทำให้แคมเปญพิเศษ &amp;ldquo;ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด&amp;rdquo; ประสบความสำเร็จอย่างน่าพอใจ จึงขอขอบคุณทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วม โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ให้ความร่วมมือเรียนรู้สู้ไม่ถอย รวมทั้งประชาชนที่ร่วมสนับสนุนซื้อสินค้าของผู้ประกอบการจากแคมเปญนี้ด้วย ภาพความร่วมมือที่เกิดขึ้น เชื่อมั่นว่าจะทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีความเข้มแข็งและมีศักยภาพจะต่อยอดได้อย่างยั่งยืนต่อไป&amp;rdquo; ผอ.สสว. กล่าวยืนยัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายวีระพงศ์ โก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นบริษัทอีคอมเมิร์ซระดับโลกที่ขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานด้วยเทคโนโลยีระดับโลกกล่าวว่า การร่วมมือกับ สสว. จัดทำแคมเปญพิเศษ &amp;ldquo;ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด&amp;rdquo; ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการช่วยยกระดับเอสเอ็มอีไทยสู่การเป็นผู้ประกอบการดิจิทัล แต่ยังเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคไทยได้เข้าถึงสินค้าคุณภาพหลากรายการในราคาพิเศษถึงแม้ว่าจะต้องเก็บตัวอยู่บ้านในช่วงนี้ก็ตาม โดย Lazada ได้นำศักยภาพแพลตฟอร์มและเครือข่ายโลจิสติกส์มาใช้ในการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยและผู้บริโภค เพื่อให้ก้าวผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายนี้และเติบโตอย่างไปด้วยกันอย่างเข้มแข็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ แคมเปญ&amp;nbsp; &amp;ldquo;ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด&amp;rdquo; บนแพลตฟอร์ม Lazada จัดขึ้นระหว่าง 21 สิงหาคม &amp;ndash; 20 กันยายน 2564 มีสินค้าคุณภาพดีที่ได้คัดสรรจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกลุ่ม &amp;ldquo;ปั้นดาว&amp;rdquo; จากทั่วประเทศจัดจำหน่าย ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และแพลตฟอร์ม Lazada ผ่านไมโครไซต์พิเศษ lazada.co.th/sme2021&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยได้มีการจัดการเสวนาสรุปโครงการยกระดับผู้ประกอบการวิสาหกิจรายย่อยให้ประกอบธุรกิจอย่างมืออาชีพกิจกรรมปั้นดาว ปีงบประมาณ 2564 &amp;ldquo;ปั้นดาว SME ไทย ไฟต์โควิด&amp;rdquo; ผ่านระบบออนไลน์ และเผยแพร่ผ่าน Facebook สสวconnext-ตลาดออนไลน์ ผู้สนใจสามารถรับชมได้ที่ https://www.facebook.com/smeconnextonlinemarket/videos/1554249208300958&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117305</URL_LINK>
                <HASHTAG>Lazada, กิจกรรมปั้นดาว, ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด, นายวีระพงศ์ โก, นายวีระพงศ์  มาลัย, บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย), ปั้นดาว, ปั้นดาว SME ไทย ไฟต์โควิด, ผู้ประกอบการดิจิทัล, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, สสว., สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, เปิดร้านค้าออนไลน์, เอสเอ็มอีไทย, โครงการยกระดับผู้ประกอบการวิสาหกิจรายย่อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210920/image_big_61486e752a5ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21648</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/11/2018 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/11/2018 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธ.ไทยพาณิชย์ ผนึก สสว. ดัน SME จดทะเบียนใน MAI  30 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธ.ไทยพาณิชย์ ผนึก สสว. ยกระดับศักยภาพเอสเอ็มอีไทย ร่วมลงนามความร่วมมือหวังส่งเสริมสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการ คาดในปีแรกมีผู้ประกอบการเข้าร่วมแตะ 100,000 ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางพิกุล ศรีมหันต์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ผู้บริหารสูงสุด SME Segment ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) หรือ SCB เปิดเผยว่า ธนาคารมีแผนให้การสนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีที่บางส่วนยังมีความแข็งแกร่งไม่เพียงพอที่จะรับความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจ ดังนั้นธนาคารจึงได้เล็งเห็นถึงปัญหาของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและมุ่งมั่นในการช่วยแก้ไขปัญหาให้กับเอสเอ็มอี เพื่อให้ประกอบธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดธนาคารได้ร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)ร่วมลงนามความร่วมมือในการส่งเสริมสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพื่อเป็นการยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการ มุ่งกระจายการเจริญเติบโตสู่ฐานราก สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการจัดกิจกรรมมเพื่อสนับสนุนและพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในการเสริมสร้างโอกาส การเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นสมาชิกของ สสว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากจากนี้ยังเป็นการพัฒนาขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการโดยจัดให้มีที่ปรึกษาธุรกิจให้คำแนะนำให้แก่ผู้ประกอบการรวมทั้งส่งเสริมให้เอสเอ็มอีได้รับองค์ความรู้ในการทำธุรกิจ มีระบบการบริหารการจัดการและใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการทำธุรกิจให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งจะครอบคลุมไปถึงการพัฒนาวิสาหกิจฐานรากให้เข้มแข็งและส่งเสริมผู้ประกอบการระดับชุมชน หรือรายย่อย อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของสมาชิก สสว. ปัจจุบันมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 3 ล้านราย แบ่งเป็น ผู้ประกอบการรายย่อยประมาณ 2.2-2.3 ล้านราย และ บริษัทจดทะเบียนประมาณ 7-8 แสนราย โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ตั้งเป้าใน 3 เดือนแรกมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าร่วมประมาณ 50,000 ราย และภายในปีแรกคาดว่าจะมีผู้ประกอบการเข้าร่วมประมาณ 100,000 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ธนาคารได้ร่วมมือกับ สสว.มีแผนในการสนับสนุนให้เอสเอ็มอีไทยเข้าระดมทุนตลาดหลักทรัพย์ mai โดยตั้งเป้าดันเอสเอ็มอีในเครือข่ายสสว.เข้าตลาด mai จำนวน 30 ราย ซึ่งสสว. มีการนำผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลสุดยอด SME แห่งชาติที่มีความสนใจ และ มีความพร้อมจำนวน 19 กิจการ เช่น ธุรกิจเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ธุรกิจไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ธุรกิจซอฟต์แวร์และแอพพลิเคชั่น ธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21648</URL_LINK>
                <HASHTAG>MAI, จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์, ธ.ไทยพาณิชย์, พิกุล ศรีมหันต์, สสว., เอสเอ็มอีไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181109/image_big_5be4f116deed3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15993</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2018 09:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2018 09:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุตจ่อรับนักลงทุนจีน 500 รายร่วม MOU 17 ฉบับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก.อุตเตรียมตัวรับนักลงทุนจีน 500 รายบุกไทย เสนอโครงการความร่วมมือพร้อมเอ็มโอยูร่วม 17 ฉบับ ยันเอกชนจีนจะไม่เบียดเบียนเอสเอ็มอีไทยแน่นอน ด้าน &amp;rdquo;สมชาย&amp;rdquo; เผยซีไอวี 20 ชุมชน เดินหน้าต่อยอดไอเดียสำเร็จพร้อมขยายผล ดึงเอสซีจีเป็นบิ๊กบาร์เธอร์ ปั้นหมู่บ้านเกิดใหม่ &amp;nbsp;3 ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ในวันที่ 24 ส.ค. นี้ที่คณะนายหวัง หย่ง มนตรีแห่งรัฐ สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากหน่วยงานราชการของจีน พร้อมด้วยคณะนักลงทุน 500 รายจะมาเยือนประเทศไทยเพื่อเข้าประชุมและดูลู่ทางการลงทุน โดยเบื้องต้นจะดูถึงความร่วมมือเกี่ยวกับแนวทางพัฒนาบุคลากรที่จะเป็นผู้บ่มเพาะนวัตกรรมสร้างสรรค์ และสตาร์ตอัพ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายให้ไทยเป็นฐานเอสเอ็มอี พร้อมสร้างความเชื่อมโยงด้านระบบขนส่งคมนาคมกับจีนให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงทั้งไทยและจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยโอกาสนี้จะมีการลงนามความร่วมมือ(เอ็มโอยู) ระหว่างภาครัฐบาลไทยกับเอกชนจีน และการเอ็มโอยูระหว่างรัฐบาลกับรัฐ รัฐบาลจีนกับไทยในนามกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงอีอีซีรวม 17 ฉบับ อาทิความร่วมมือระหว่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กับสภาธุรกิจไทยจีน เพื่อเชื่อมโยงการลงทุนระหว่างกัน , ระหว่างสกพอ.กับ Joylong &amp;nbsp;เพื่อพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า , ระหว่างสกพอ.กับ Anhui Ankai ของจีน ในการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งทั้ง 2 รายมีความเชี่ยวชาญรถบรรทุกอีวีและรถบัสอีวีและทั้ง 2 รายก็สนใจเข้ามาลงทุนในไทยด้วย &amp;nbsp;และระหว่างศูนย์วิจัยจุฬาภรณ์ BGI -Snenzhen กับสกพอ.ในการพัฒนาเมดดิคอลฮับ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามกรณีที่มองว่าความร่วมมือดังกล่าวจะเอื้อให้จีนมีการแผ่อิทธิพลในภูมิภาคนี้มากขึ้นนั้นยืนยันว่าการกำหนดนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และการพัฒนาอีอีซีมีเป้าหมายชัดเจนทั้งด้านอุตสาหกรรมเป้าหมาย พื้นที่ลงทุน มีการคำนึงถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับคนไทยและประเทศไทยเป็นหลักดังนั้นจึงมีกรอบที่จะเจรจาความร่วมมือภายใต้นโยบายที่วางไว้อย่างชัดเจน ดังนั้นอิทธิพลจะเกิดขึ้นมากน้อยอยู่ที่ตัวเราจะให้ถูกครอบงำหรือไม่ ตรงกันข้ามถ้ารัฐบาลไม่ได้วางนโยบายชัดเจนไว้การเจรจาย่อมไม่มีทิศทางและอาจเป็นผลเสียมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการเข้าไปพัฒนาชุมชนให้เป็นหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (ซีไอวี) ว่าขณะนี้มีชุมชนที่สามารถพัฒนาและต่อยอดได้ด้วยตนเอง และเป็นไปตามเป้าหมายของรัฐบาล กว่า 20 ชุมชน จาก 163 ชุมชนทั่วประเทศ โดยชี้วัดความสำเร็จได้จากแนวทางการพัฒนาของชุมชนที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการแสดงออกถึงความเป็นเจ้าของความคิด และความร่วมมือการพัฒนาเพื่อต่อยอดเพิ่มคุณค่าของผลิตภัณฑ์และการบริการด้านการท่องเที่ยว สามารถเปิดช่องทางการตลาดใหม่ๆ จนทำให้ชุมชนมีฐานรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันได้มีการลงนามความร่วมมือการส่งเสริมและพัฒนาตามมาตรการยกระดับเศรษฐกิจฐานชุมชน กับ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ลำปาง) จำกัด หรือ เอสซีจี เพื่อขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 โดยวางเป้าหมายในการเข้าไปพัฒนาชุมชนจังหวัดลำปาง จำนวน 3 ชุมชน ประกอบด้วย 1.ชุมชนบ้านแป้นใต้ ต.บ้านเสา อ.แจ้ห่ม 2.ชุมชนบ้านแม่แจ๋ม ต.แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน 3.ชุมชนหมู่บ้านเมาะหลวง ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะจ.ลำปาง ซึ่งแต่ละชุมชนมีความพร้อมทั้งทางด้านทรัพยากรทางธรรมชาติ ด้านการท่องเที่ยว วิถีชุมชน ซึ่งจะนำไปเป็นต้นแบบความร่วมมือระหว่างเอกชนและรัฐ เพื่อขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15993</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักลงทุนจีน, รมว.อุตสาหกรรม, อุตตม สาวนายน, เซ็น MOU 17 ฉบับ, เอสเอ็มอีไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180226/image_big_5a93ce3378ce0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
