<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>35521</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2019 17:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2019 17:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อากาศร้อนหนุนความต้องการวัสดุประหยัดพลังงานโต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาร์ทคอนกรีต เล็งอานิสงส์สภาพอากาศร้อนดันความต้องการใช้วัสดุลดความร้อนและประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้น ปลื้มผลงานไตรมาสแรกโกย กำไรสุทธิ 2.717 ล้านบาท รายได้รวม 107.198 ล้านบาท พร้อมคาดสิ้นปีรายได้เป็นไปตามเป้า 400 ล้านบาท เติบโตอ 10%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายรังสี ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บมจ.สมาร์ทคอนกรีต (SMART) เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจในช่วงไตรมาส 2 ปี 2562 บริษัทคาดว่าจะสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากสภาพอากาศร้อน ส่งผลให้ปริมาณวัสดุลดความร้อนและประหยัดพลังงานมีความต้องการเพิ่มขึ้น อีกทั้งโครงการอสังหาริมทรัพย์ของภาคเอกชน ทั้งแนวราบและแนวสูง ทยอยเปิดโครงการต่อเนื่อง ในส่วนของงานภาครัฐ บริษัทยังคงได้รับงานขนาดกลางที่มีการลงทุน และบริษัทได้ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายในประเทศทุกช่องทาง เพื่อกระจายสินค้าเข้าสู่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนตลาดต่างประเทศในกลุ่ม เออีซี ปัจจุบันบริษัทได้รับคำสั่งซื้อจากดีลเลอร์ในประเทศกัมพูชาและลาวต่อเนื่อง โดยนำสินค้าเข้าไปใช้กับงานโครงการต่างๆ และนำสินค้าเข้าไปวางจำหน่ายในร้านขายวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างขนาดใหญ่ โดยในปี 2562 นี้บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ที่ 400 ล้านบาท เติบโตอย่างน้อย 10% และคาดว่าจะเริ่มกลับมามีกำไรสุทธิและล้างขาดทุนสะสมภายในปี 2562 &amp;nbsp;สัดส่วนรายได้จะมาจากงานภาครัฐ &amp;nbsp;28 % ภาคเอกชน 70 % และต่างประเทศ 2 %.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลประกอบการในช่วงไตรมาส 1 ปี 2562 ที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้รวม 107.198 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 88.447 &amp;nbsp;ล้านบาท จำนวน 18.751 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;21.20 % และมีกำไรสุทธิ 2.717 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีขาดทุนสุทธิ 8.058 ล้านบาท โดยผลประกอบการของบริษัทมีการปรับตัวดีขึ้นและสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ เนื่องจากปริมาณความต้องการวัสดุอิฐมวลเบาของโครงการภาครัฐและเอกชน และราคาจำหน่ายอิฐมวลเบามีการปรับตัวเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35521</URL_LINK>
                <HASHTAG>รังสี ทีปกรสุขเกษม, วัสุดลดความร้อน, สมาร์ทคอนกรีต, อสังหาริมทรัพย์, เออีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190510/image_big_5cd555cb6ae73.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13130</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2018 14:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2018 14:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทางหลวงชนบทสร้างถนนเชื่อมเออีซี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทช.ดำเนินโครงการก่อสร้างถนนทางหลวงชนบทสาย นพ.2044 แยกทางหลวงหมายเลข 22 &amp;ndash; บ้านโพนสวรรค์ อำเภอเมือง,โพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม แล้วเสร็จสมบูรณ์พร้อมรับ เออีซี ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค.61-นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่าเนื่องจากปัจจุบันจังหวัดนครพนมมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจ อีกทั้งเป็นเมืองที่มีพรมแดนติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ และสินค้าเกษตรกรรมภายในประเทศเข้าสู่โรงงานอุตสาหกรรม กรมทางหลวงชนบท จึงได้ดำเนินการก่อสร้างและปรับปรุงก่อสร้างถนนทางหลวงชนบทสาย นพ.2044 แยกทางหลวงหมายเลข 22 &amp;ndash; บ้านโพนสวรรค์ อำเภอเมือง,โพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม เพื่อพัฒนาโครงข่ายทางหลวงชนบทเชื่อมระหว่างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 22 และหมายเลข 2028 เป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างอำเภอเมืองนครพนม อำเภอโพนสวรรค์ อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับถนนสายดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นโครงการจากกิโลเมตรที่ 0+000 ถึง กิโลเมตรที่ 19+950 รวมระยะทาง 19.950 กิโลเมตร ก่อสร้างเป็นผิวจราจรแบบแอสฟัลติกคอนกรีต กว้างข้างละ 3 เมตร ขนาด 2 ช่องจราจร พร้อมไหล่ทางกว้างข้างละ 0.00 &amp;ndash; 1.00 เมตร โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้น 105.680 ล้านบาท ปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์และเปิดให้ประชาชนได้ใช้สัญจรเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยให้เดินทางได้สะดวกรวดเร็วปลอดภัย ลดระยะเวลาการเดินทางและลดปริมาณการจราจรในเส้นทางหลัก สามารถส่งผลผลิตทางเกษตรกรรมสู่โรงงานได้สะดวกรวดเร็ว ลดต้นทุนในการขนส่งสินค้า ตลอดจนเป็นการขยายระบบการขนส่งคมนาคมรองรับเศรษฐกิจ AEC ในอนาคตอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13130</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวงชนบท, ทช., นครพนม, บ้านโพนสวรรค์, สร้างถนน, เออีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180710/image_big_5b44660b2e09c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
