<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70521</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.ชม‘บิ๊กตู่’คือความหวัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ยืนยันเป็น กมธ.งบประมาณ อ้างเพราะบริบทของปีที่แล้วถูกตัดสิทธิ์ จึงขอลาออก &amp;quot;สมเจตน์&amp;quot; มึน ถามก้าวไกลหานักการเมืองดีๆ มาทำงานการเมืองไม่ได้แล้ว ต้องไปขุดเอาคนที่มีมลทิน ถูกตัดสิทธิ์มาทำงาน มาแปลก! ส.ส.เชียงรายพรรคเพื่อไทยชม &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ไม่ขาดปาก กล้าขอโทษในสภาแสดงความเป็นสุภาพบุรุษ ถือเป็นความหวังของประเทศ ซูเปอร์โพลเผยผลสำรวจ ประชาชนพร้อมทำบุญสวดมนต์ให้กำลังใจบิ๊กตู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีมีรายชื่อเป็นกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2564 ว่า ยืนยันว่าการเข้าไปเป็นกรรมาธิการงบประมาณ จะทำงานให้เต็มที่สมกับที่ได้รับการแต่งตั้งจากสภาเข้าไปตรวจสอบการใช้งบประมาณของฝ่ายบริหาร เสนอแนะแนวทางการใช้งบประมาณให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนให้ดีที่สุด เพื่อตรวจสอบการทำงานและเสนอแนะการใช้งบประมาณให้มีประโยชน์สูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้ที่เคยลาออกจากการทำหน้าที่เป็นกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 และตัดพ้อตอนนั้นว่าพวกเขาไม่อยากให้ทำงานในสภา ประธานคณะก้าวหน้าอ้างว่าเป็นบริบทของปีที่แล้วระหว่างการทำหน้าที่ มีการตัดสิทธิ์ตน จึงลาออกจากกรรมาธิการตอนนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่มีการโจมตีว่าถูกตัดสิทธิ์การเมือง แต่ยังทำงานการเมืองท้องถิ่นและเป็นกรรมาธิการงบฯ นายธนาธรกล่าวว่า เวลาเราพูดถึงตัดสิทธิ์ทางการเมือง กรรมการบริหารพรรคเราถูกตัดสิทธิ์ ลงสมัครรับเลือกตั้งไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าสิทธิความเป็นพลเมืองของเราจะถูกตัดออกไป ดังนั้นการเป็นกรรมาธิการงบประมาณและการทำงานการเมืองท้องถิ่นเป็นสิทธิ&amp;nbsp; ไม่มีกฎหมายข้อใดห้าม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงกรณีพรรคก้าวไกลเสนอชื่อนายธนาธรว่า การเมืองไทยสิ้นไร้นักการเมืองดีๆ แล้วหรือ ไม่น่าเชื่อว่าพรรคก้าวไกลที่ชอบอ้างว่าเป็นพรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่ มีแนวความคิดใหม่ๆ แต่ไร้ซึ่งจริยธรรม ไม่มีความละอาย ไปเสนอชื่อคนที่มีมลทินทางการเมือง เข้ามาทำงานการเมือง ทำเสมือนการเมืองไทยสิ้นไร้ไม้ตอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หานักการเมืองดีๆ มาทำงานการเมืองไม่ได้แล้ว ต้องไปขุดเอาคนที่มีมลทิน ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองมาทำงานการเมือง ไม่ละอายทั้งคนที่เสนอชื่อ และคนที่ถูกเสนอ แล้วเช่นนี้จะมาสร้างการเมืองใหม่ได้อย่างไร&amp;quot; สมาชิกวุฒิสภาผู้นี้กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ลุกขึ้นชี้แจง น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่อภิปรายว่านายกรัฐมนตรีมองคนเห็นต่างเป็นศัตรู และมีบางช่วงบางตอนที่นายกฯ ระบุว่า &amp;ldquo;ขอให้ระวังตัว&amp;rdquo; จนทำให้ ส.ส.พรรคก้าวไกลออกมาระบุเป็นการข่มขู่นั้นว่า เจตนาของนายกฯ ที่พูดไปแบบนั้น นายกฯ ก็ได้ชี้แจงไปแล้วว่าคือต้องระวังตัวที่จะทำผิดกฎหมายเอง ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องที่ประชาชนคนไทยทุกคนจะต้องระมัดระวังตัวไม่ให้ทำผิดกฎหมายอยู่แล้วไม่ใช่หรือ
การเมืองเก่าไม่สร้างสรรค์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์กล่าวว่า ส.ส.พรรคก้าวไกลย่อมรู้ดีในเจตนาคำพูดของนายกฯ อยู่แล้ว แต่ทำเป็นแกล้งไม่เข้าใจ เพราะอาจอยากจะทำลายบรรยากาศการประชุมสภาที่มีการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 64 ที่เป็นไปได้ด้วยดี หรืออาจรวมถึงบรรยากาศของบ้านเมืองในขณะนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่คนไทยทั้งประเทศมีความร่วมมือกับรัฐบาลฝ่าฟันวิกฤติโควิด-19 ตามแนวทาง&amp;quot;รวมใจ สร้างชาติ&amp;quot; พร้อมกันนี้มั่นใจว่านายกฯ ไม่ติดใจกับคำพูดต่างๆ ของ ส.ส.พรรคก้าวไกล เพราะขณะนี้นายกฯ และรัฐบาลมุ่งเน้นแต่จะเอาเวลามาทำงานแก้ไขปัญหาเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติให้ดีที่สุด ไม่มีเวลามาเล่นการเมืองหรือโต้ตอบทางการเมืองกับใครทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พรรคก้าวไกลได้ขึ้นชื่อว่าเป็นพรรคการเมืองที่มี ส.ส.มาจากคนรุ่นใหม่ไฟแรง เป็นพรรคการเมืองน้องใหม่ แต่กลับยังเล่นการเมืองแบบเก่า ที่ไม่สร้างสรรค์ มุ่งเน้นโจมตีฝ่ายตรงข้าม ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ นอกจากจะไม่ก้าวไกลแล้ว ตนมองว่าเป็นการเดินถอยหลังมากกว่า เพราะยังเป็นการเมืองแบบเก่า ใช้วาทกรรม เสียดสี ถากถาง เหน็บแนม สไตล์การเมืองน้ำเน่าไม่มีการพัฒนาขึ้นเลยสักนิด เสียดายที่ประกาศเป็นพรรคการเมืองคนรุ่นใหม่ แต่กลับทำตัวยิ่งกว่าการเมืองยุคเก่าๆ&amp;quot; นายสุภรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์กล่าวต่อว่า ตลอดระยะเวลาการทำงานของนายกฯและรัฐบาล ได้รับฟังข้อเสนอแนะจากทุกฝ่ายทุกพรรคการเมือง และเรียกร้องหาความร่วมมือในการทำงานเพื่อประชาชนเพื่อประเทศชาติ เห็นได้จากการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 64 ที่รัฐบาลเน้นการวางรากฐานในการพัฒนาและแก้ปัญหาทุกด้านให้ประชาชนทุกกลุ่ม มุ่งเน้นการส่งเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศ มีการกระจายผลประโยชน์ต่อประชาชนโดยตรงทั่วถึงเป็นธรรม จึงขอให้เชื่อมั่นว่าทุกโครงการที่ใช้จ่ายงบประมาณ เป้าหมายเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนสูงสุดอย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี กล่าวถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ว่าในส่วนของ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐมีการทำหน้าที่นำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพื่อความกินดีอยู่ดีของพี่น้องประชาชน เป็นตัวแทนสะท้อนเสียงของประชาชน เพราะเราตระหนักดีว่าเราเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลที่มีจำนวน ส.ส.กว่า 119 คน และขอขอบคุณประชาชนที่ส่งเสียงคำแนะนำคำติชมมายังพรรคพลังประชารัฐ และมั่นใจว่า ส.ส.พรรคพลังประชารัฐจะทำหน้าที่ใน กมธ.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 64 โดยศึกษาและเสนอข้อมูลต่างๆ ที่เป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างแน่นอน
อภิปรายอย่างสร้างสรรค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอกล่าวว่า การอภิปรายในครั้งนี้ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐได้อภิปรายอย่างสร้างสรรค์ รอบด้าน และสมกับที่ทำการบ้านกันมาอย่างหนัก และได้อภิปรายงบประมาณเพิ่มเติมประเด็นจากการลงพื้นที่ฟังข้อทุกข์ร้อนของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเรื่องการศึกษาตั้งแต่ปฐมวัยถึงอุดมศึกษา การเกษตรทั้งกสิกรรมและปศุสัตว์ การพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและอุทกภัย การท่องเที่ยว การปรับปรุงและเพิ่มเติมโครงสร้างพื้นฐานให้ทันสมัย การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ผู้ประกอบการรายย่อย และประชาชนในตลาดแรงงาน การสร้างชุมชนท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็ง การจัดการและการทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการบูรณาการกับหน่วยงานของรัฐ จนไปถึงการจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับบริบทโลกเพื่อเป้าหมายแห่งการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นแนวทางการสร้างให้ประชาชนอยู่ดีกินดีอย่างยั่งยืนในระยะยาว สอดคล้องครอบคลุมกับการดำเนินภารกิจเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ และนโยบายของรัฐบาลให้ประสบผลสำเร็จและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นการลดความเหลื่อมล้ำ การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขั้นตอนต่อไปคือการตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2564 จำนวน 72 คน โดยพรรคพลังประชารัฐจะมีตัวแทนจำนวน 13 คน เพื่อรวบรวมข้อมูลความคิดเห็นจากประชาชน โดย ส.ส.ทั้งหมดของพรรคพลังประชารัฐจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในการร่วมพิจารณาเพื่อให้งบประมาณประจำปี 2564 มีการจัดสรรงบอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนและประเทศชาติอย่างแท้จริง ประชาชนจะได้รับประโยชน์จากการจัดสรรงบประมาณปี 64 อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ทิพานันกล่าวว่า หลังจากนี้ในส่วนของ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในสภาอย่างเรียบร้อยลุล่วงแล้ว ส.ส. พรรคพลังประชารัฐจะทำการลงพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อดำเนินตามนโยบายของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่ให้ ส.ส.ทุกคนร่วมมือกัน รับฟังปัญหาทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชน มานำเสนอกับทางพรรค เพื่อท่านจะได้ทราบและเดินหน้าทำนโบายเพื่อประชาชนอย่างตรงจุด และเพื่อช่วยเหลือความทุกข์ร้อนที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าและแก้ปัญหาในระยะสั้นโดยเฉพาะผลกระทบจากวิกฤติการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 อย่างเข้าถึงและทั่วถึงต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานีพรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการวิสามันพิจารณาร่าง พ.ร.บ.รายจ่ายประจำปี 2564 ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมร่าง พ.ร.บ.งบประมาณว่า งบปีนี้ไม่แตกต่างจากงบปี 2563 ที่ได้รับการจัดทำโดยระบบราชการซึ่งไปผูกมัดกับยุทธศาสตร์ชาติตามรัฐธรรมนูญ ทำให้ยากต่อการตอบสนองความต้องการของประชาชนโดยรวม และร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ก็จัดทำก่อนการแพร่ระบาดของโควิด ไม่ได้แก้ไขให้เข้ากับสถานการณ์ เพราะฉะนั้นในฐานะกรรมาธิการ ก็จะไปดูรายละเอียด ตรงไหนสามารถแก้ไขให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้
ส.ส.เพื่อไทยชม&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยจะเสนอต่อคณะกรรมาธิการ เช่นงบกลางที่มีอยู่ถึงกว่า 4 หมื่นล้าน ก็ควรไปอยู่ที่กระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้เขานำมาแก้ปัญหาโรคระบาดได้ตรงจุด งบกระทรวงกลาโหมก็เช่นเดียวกันที่มีสูงเกินความจำเป็น บางโครงการผูกพันงบประมาณถึง 6 ปี โดยไม่ตอบสนองต่อการพัฒนาเศรษฐกิจเลย นอกจากนี้ยังไม่มีงบประมาณของอีกหลายหน่วยงานที่ต้องแก้ไขและปรับลด ซึ่งในการพิจารณาวาระ 1 ส.ส.ฝ่ายค้านก็แสดงความคิดเห็นมามาก จะนำไปสะท้อนในชั้นกรรมาธิการให้ครบถ้วน หวังว่าในคณะกรรมาธิการจะรับฟังเสียงของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมคิดยังกล่าวว่า บางประโยคนายกฯ ไม่พูดออกมาก็ได้ เพราะสร้างความไม่สบายใจให้แก่ผู้รับฟัง เช่น &amp;ldquo;ระวังตัวกันบ้างก็แล้วกัน&amp;rdquo; คำพูดเช่นนี้จะเป็นความเข้าใจผิดให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน พอนายกฯ สั่งให้ระวังตัวก็แล้วกัน เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานจะไปจับจ้องกลุ่มคนที่คิดต่างจากรัฐบาล ซึ่งนายกฯ ควรระมัดระวังคำพูดให้มากกว่านี้ เพราะไม่มีใครสามารถเข้าใจเจตนาที่แท้จริงของนายกฯ ได้ และประชาชนจะไม่สบายใจต่อคำพูดที่หลุดจากปากนายกฯ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ตอนแรกที่นายกฯ พูดเป็นการพูดด้วยอารมณ์จากก้นบึ้ง แต่พอได้สตินึกขึ้นได้ก็ออกมาขอโทษ ซึ่งการขอโทษของนายกฯ ไม่ใช่การขอโทษ ส.ส. แต่เป็นการขอโทษคนทั้งประเทศที่รับฟังการอภิปราย ถือเป็นเรื่องดีที่กล้าขอโทษแสดงความเป็นสุภาพบุรุษออกมา จากเดิมท่านและพี่น้องกลุ่ม 3 ป. เป็นทหารมาตลอด เคยชินแต่กับการออกคำสั่ง แต่เมื่อรู้ตัวไม่อยู่ในระบบเผด็จการก็ต้องเคารพกติกา ถือเป็นชีวิตวิถีใหม่ของนายกฯ ที่ปรับตัวเข้ากับระบบประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การยอมรับกติกาเช่นนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีที่ผู้นำยอมรับฟังมากยิ่งขึ้น เป็นความหวังของประเทศ ยกตัวอย่างเช่นเรื่องแก้ปัญหาโควิด พล.อ.ประยุทธ์จะล้อมรอบไปด้วยแพทย์ ที่กลัวการแพร่ระบาดมากกว่าเรื่องปากท้อง ไม่ค่อยได้รับฟังมุมมองของ ส.ส. ที่เป็นตัวแทนประชาชน ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลก็ไม่กล้าพูด มาในสภา ส.ส.ฝ่ายค้านได้สะท้อนข้อเท็จจริงที่ได้รับจากประชาชนมา หาก พล.อ.ประยุทธ์รับฟังโดยไม่มีอคติ ก็เป็นความหวังว่าจะแก้ปัญหาปากท้องให้ดีขึ้นได้ ปัญหาเศรษฐกิจอาจจะไม่ถึงกับดีขึ้นทันตา แต่ก็พอมีความหวังให้ประคับประคองประเทศออกจากไอซียูได้ ซึ่งเรื่องนี้เมื่อผมพูดไป ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลก็มาให้กำลังใจ เพราะเขาต่างรู้ดีว่าไม่มีใครกล้าพูดกับนายกฯ เหมือน ส.ส.ฝ่ายค้าน&amp;quot; ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ทำบุญสวดมนต์ให้กำลังใจบิ๊กตู่ กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินการเก็บข้อมูลแบบผสมผสาน (Mixed Method) ทั้งการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ การลงพื้นที่และการเก็บข้อมูลในโลกโซเชียล ทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,332 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่&amp;nbsp; 1-4 ก.ค.ที่ผ่านมา
สวดมนต์ให้กำลังใจบิ๊กตู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงเหตุปัจจัยของวิกฤติเศรษฐกิจประเทศและเงินในกระเป๋าของประชาชนที่ไม่พอใช้ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 82.4 ระบุโรคโควิด-19 เกิดทั่วโลก ในขณะที่ร้อยละ 17.6 ระบุปัจจัยอื่นๆ เช่น นักการเมืองมัวแต่ทะเลาะกัน การแก้ปัญหาของรัฐบาลและประชาชนทำตัวเอง เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ผลประเมินภาพรวมการแก้ปัญหาผลกระทบของโควิด-19 โดยรัฐบาล พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 54.5 ระบุรัฐบาลแก้ปัญหาได้ดีค่อนข้างมากถึงดีเยี่ยม ในขณะที่ร้อยละ 45.5 ระบุค่อนข้างน้อยถึงไม่ดีเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 57.1 ตั้งใจจะทำบุญสวดมนต์ให้กำลังใจบิ๊กตู่ในวันอาสาฬหบูชานี้ให้สามารถแก้ปัญหาวิกฤตต่างๆ ของประเทศผ่านพ้นไปได้อย่างดี ในขณะที่ร้อยละ 42.9 ระบุไม่ทำ อย่างไรก็ตาม เสียงของประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 73.9 ระบุนายกรัฐมนตรีควรรักษาคนดีไว้ข้างกายทำงานต่อเนื่อง ในขณะที่ร้อยละ 26.1 ระบุปล่อยให้มันเป็นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าพิจารณาคือ เสียงของประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 92.9 เห็นด้วยถึงเห็นด้วยอย่างยิ่งที่นายกรัฐมนตรีควรใช้โอกาสนี้ขจัดนักการเมืองที่จ่ายเงินซื้อเสียงเข้ามาหมดเนื้อหมดตัวไปเลย อย่าให้โอกาสพวกเขาถอนทุนคืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าวว่า ข้อมูลกระแสเสียงของประชาชนกำลังเริ่มดีขึ้นต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลโดยรวมเมื่อประชาชนเห็นชัดเจนว่า ความสามารถของ 3 ป. ผู้ทรงอิทธิพลในการจัดการความวุ่นวายภายในพรรคพลังประชารัฐได้ลงตัว และแยกส่วนการปรับ ครม.เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรี ที่มีโควตาของนายกรัฐมนตรีในทีมรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจและกระทรวงหลักสำคัญ &amp;ldquo;ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า&amp;rdquo; สมบัติชาติที่ภาคประชาสังคมต้องช่วยกันเฝ้ารักษาอย่าให้ใครเข้ามากอบโกยเอาไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าวต่อว่า ในห้วงเวลานี้ นายกรัฐมนตรีต้องอาศัยพลังบุญและคุณธรรมอย่างแรงของทุกฝ่ายทั้งประเทศช่วยกัน &amp;ldquo;ทำบุญสวดมนต์ให้กำลังใจบิ๊กตู่&amp;rdquo; ผู้นำของประเทศให้สามารถแก้วิกฤติเศรษฐกิจและความวุ่นวายทางการเมืองทุกมิติได้สำเร็จ เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายในการทำงาน &amp;ldquo;การเมืองใหม่&amp;rdquo; ที่ต้องผ่านการเล่นเกมที่แยบยลแนบเนียน เหมือนจะยอมแต่ไม่ยอมไปกับ &amp;ldquo;ภาวะตัณหา&amp;rdquo; ความอยากมี อยากเป็น และอยากเปลี่ยนให้ทันใจของทุกฝ่ายเพื่อตนเองและพวกพ้องของพวกเขา แต่ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับพลังหนุนของภาคประชาชนว่า ประชาชนทั้งประเทศมองเห็นเหมือนกับที่นายกรัฐมนตรีเห็นหรือไม่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70521</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.งบประมาณ, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พรรคก้าวไกล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอาคนที่มีมลทิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200704/image_big_5effc16e4e586.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
