<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112865</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจ้งจับผู้กักตัวดื่มเหล้าในรพ.สนาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนท.ศูนย์ EOC บุรีรัมย์ขึ้นโรงพักแจ้งความเอาผิดผู้ป่วยโควิด 8 ราย แอบจับกลุ่มมั่วสุมดื่มสุราใน รพ.สนาม รับสารภาพ 4 คน ที่เหลือยังปากแข็ง ตำรวจรอพ้นกักตัวเรียกสอบปากคำเพิ่ม จ่อดำเนินคดีฝ่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน-พ.ร.บ.คุมน้ำเมา น่าห่วงบุรีรัมย์ติดเชื้อรายใหม่นิวไฮ วันเดียวทะลุ 495 ราย กระจายใน 20 อำเภอ&amp;nbsp;
วันที่ 10 ส.ค.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองบุรีรัมย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ นายประเสริฐ สาวีรัมย์ สาธารณสุขอำเภอเมืองบุรีรัมย์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน EOC อำเภอเมืองบุรีรัมย์, สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์, ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองบุรีรัมย์ เดินทางเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.ไชยา สระโสม พนักงานสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ เพื่อให้สอบสวนว่า ผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 8 คน ที่จับกลุ่มมั่วสุมดื่มสุราในโรงพยาบาลสนาม ตั้งอยู่ภายในอาคารพัสดุ อบจ.บุรีรัมย์ (เขากระโดง) ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ หลังจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เมื่อวันที่ 5 ส.ค.2564 พบว่า กล้องวงจรปิดได้บันทึกภาพของกลุ่มผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสนาม จำนวน 8 คน ได้จับกลุ่มมั่วสุมดื่มสุราภายในเขตบริเวณพื้นที่ของโรงพยาบาลสนาม ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของโรงพยาบาลสนามอย่างชัดเจน และเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมีความผิดตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังรับเรื่องร้องเรียน พนักงานสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้ประสานตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ โดย ร.ต.อ.กิตติศักดิ์ เย็งประโคน รอง สว.สส.สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้ทำการติดต่อผ่านเบอร์โทรศัพท์มือถือ กับผู้ต้องสงสัยที่ลักลอบดื่มแอลกอฮอล์ฯ จำนวน 8 คน ที่มีภาพอยู่ในกล้องวงจรปิดดังกล่าว ประกอบด้วย 1.นายชัยวัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ชาว อ.เมืองบุรีรัมย์ ซึ่งขณะนี้กำลังกักตัวอยู่ที่บ้านพักอีก 14 วัน ให้การยอมรับสารภาพว่าได้ดื่มสุราจริง 2.นายภูมเรศ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี ชาว อ.ปะคำ ถูกส่งตัวกลับไปรักษาต่อที่ รพ.ปะคำ ให้การรับสารภาพว่าได้ดื่มสุราจริง 3.นายพิศาล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ชาว อ.แคนดง ถูกส่งตัวกลับไปรักษาต่อที่ รพ.แคนดง ให้การรับสารภาพ 4.นายวิธวัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี ชาว อ.นาโพธิ์ ถูกส่งตัวกลับไปรักษาที่ รพ.นาโพธิ์ ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ดื่มสุรา แต่ยอมรับว่านั่งเล่นอยู่ในกลุ่มด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.นายฤทธิเดช (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ชาว อ.แคนดง (รักษาตัวอยู่ที่ รพ.สนาม อบจ.บุรีรัมย์) ให้การปฏิเสธ แต่รับว่าไม่ได้ดื่ม เพียงไปยืนคุยในกลุ่มเท่านั้น 6.นายชัยชนะ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี ชาว อ.แคนดง ถูกส่งตัวกลับไปรักษาต่อที่ รพ.แคนดง ได้ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ดื่มสุรา 7.นายบุญนำ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ชาว อ.พุทไธสง ถูกส่งตัวกลับไปรักษาต่อที่ รพ.พุทไธสงแล้ว แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้ และ 8.นายประยูร (ขอสงวนนามสกลุ) ชาว อ.นาโพธิ์ ถูกส่งตัวกลับไปรักษาต่อที่ รพ.นาโพธิ์แล้ว และให้รับการยอมรับสารภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการเรียกตัวทั้งหมดมาสอบปากคำเพิ่มเติมต่อไปหลังจากรับการรักษาและพ้นจากการกักตัวแล้ว ก่อนจะเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ รายงานข้อมูลสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระลอกใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2564 ถึง วันที่ 9 ส.ค.2564 ของ จ.บุรีรัมย์ ว่า ยังคงน่าเป็นห่วง วันนี้ (10 ส.ค.) พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ เพิ่มขึ้นอีก 495 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขผู้ป่วยทำสถิติสูงที่สุดตั้งแต่มีการระบาดมาของ จ.บุรีรัมย์ แยกเป็นผู้ป่วยติดเชื้อพบในพื้นที่จังหวัด 16 ราย ติดเชื้อมาจากนอกพื้นที่ 479 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 7,359 ราย เสียชีวิตสะสม 12 ราย รักษาหายแล้ว 1,026 ราย ยังรักษาอยู่ 6,321 ราย กระจายตามโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่จังหวัด
ขณะที่โครงการ &amp;quot;อุ้มลูกหลานเซราะกราวกลับบ้าน&amp;rdquo; มารักษาที่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน จัดขึ้นมา โดยจะรับเฉพาะคนบุรีรัมย์ที่ป่วยโควิด-19 ไม่มีที่รักษา จะมีรถไปรับมารักษาที่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเปิดคอลเซ็นเตอร์ตลอด 24 ชั่วโมง ที่เบอร์ 0-2576-5555 เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค. ขณะนี้มีคนบุรีรัมย์ที่ทำงานต่างจังหวัดติดเชื้อโควิด-19 ไม่มีที่รักษา ติดต่อขอรับบริการกลับบ้านแล้ว 1,171 คน ในจำนวนนี้ได้รับกลับบ้านแล้ว 701 ราย กระจายไปรักษาตาม รพ.ต่างๆ ในพื้นที่จังหวัด ที่เหลืออยู่ระหว่างเดินทาง และส่งรถไปรับ
ขณะเดียวกัน กลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สธจ.บุรีรัมย์ รายงานข้อมูลด้านการรักษา ณ รพ.ใน จ.บุรีรัมย์ 23 แห่ง ไม่รวม รพ.บุรีรัมย์ เตียงทั้งหมด 1,757 เตียง จำนวนผู้ป่วยรวม 1,720 ราย แยกเป็นผู้ป่วยสีแดง 188 ราย ผู้ป่วยสีเหลือง 834 ราย และผู้ป่วยสีเขียว 698 ราย รองรับได้อีก 37 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112865</URL_LINK>
                <HASHTAG>จนท.ศูนย์ EOC, ผู้ป่วยโควิด 8 ราย, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, รับสารภาพ 4 คน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอาผิด, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, แจ้งจับผู้กักตัวดื่มเหล้าในรพ.สนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210810/image_big_6112669793267.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43671</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2019 10:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2019 10:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีสุวรรณเตรียมเอาผิดผอ.เขตดอนเมืองปฏิบัติหน้าที่มิชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 18 ส.ค. นายศรีสุวรรณ &amp;nbsp;จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล.ริมคลองลาดพร้าว-เปรมประชากร เพื่อบริหารจัดการน้ำ โดยใช้อำนาจรัฐมาบีบบังคับให้ชาวชุมชนรื้อบ้านเรือนของตน พร้อมกับบังคับให้ชาวชุมชนทุกหลังคาเรือนไปกู้หนี้ยืมสินมาเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง แต่เนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นคนยากจนหาเช้ากินค่ำ จึงไม่มีปัญญาที่จะไปหาเงินมาสร้างบ้านใหม่และผ่อนชำระตลอดระยะเวลา 15-20 ปีได้ จึงพยายามแก้ไขปัญหาโดยการ &amp;ldquo;ตัดบ้านคืนคลอง&amp;rdquo; ในส่วนที่รุกล้ำลำคลองคืนให้กับทาง กทม. เพื่อให้สามารถก่อสร้างเขื่อนไปได้นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ทว่าวิธีการดังกล่าวภาครัฐไม่สนใจ เพราะไม่สามารถใช้เป็นเหตุผลในการเบิกเงินอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดิน มาใช้จ่ายกันเองในโครงการบ้านมั่นคงได้ จึงใช้มาตรการกดดันชาวบ้านทุกวิถีทาง เริ่มตั้งแต่ให้กรมธนารักษ์แจ้งความดำเนินคดีอาญาฐานบุกรุกต่อชาวบ้านไปแล้วกว่า 70 ราย ซึ่งขณะนี้เรื่องยังเป็นคดีความต่อสู้กันอยู่ในชั้นศาลอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดในขณะนี้รัฐบาลได้ใช้มาตรการกดดันชาวชุมชนริมคลองโดยการออกคำสั่งคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 44 หรือ ปว.44 ที่ออกมาเมื่อสมัย 11 ม.ค.2502 โดยสั่งให้เจ้าของอาคารบ้านเรือนในชุมชนได้รื้อถอนอาคารออกไปภายใน 15 วัน หากชาวบ้านไม่รื้อถอนเองเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตก็จะมารื้อถอนให้เองพร้อมกับต้องจ่ายค่ารื้อถอนให้กับเจ้าหน้าที่เป็นหลักหมื่นด้วย แต่ชาวบ้านได้ใช้สิทธิอุทธรณ์ไปตามกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองไปแล้ว ขณะนี้รอเวลาที่ กทม.จะต้องตอบหนังสืออุทธรณ์ของชาวบ้านภายในระยะเวลา 90 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เนื่องจากการออกคำสั่งดังกล่าว พบว่ามีบ้านเรือนชาวชุมชนจำนวนมากที่ไม่เข้าข่ายต้องรื้อถอนตาม ปว.44 แต่อย่างใด เพราะบ้านอยู่บนบกทั้งหลัง ไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดอยู่ในน้ำหรือในคลองเลย แต่ทว่าสำนักงานเขตดอนเมืองกลับนำคำสั่งดังกล่าวมาไล่รื้ออาคารบ้านเรือนของชาวบ้าน จึงถือได้ว่าเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เข้าข่ายความผิดตาม ปอ. มาตรา 157 โดยชัดแจ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าวชาวบ้านในพื้นที่เขตดอนเมืองที่ได้รับความเดือดร้อนและเสียหาย จึงได้ร้องขอให้สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยช่วยเป็นธุระในการนำชาวบ้านไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่ลงนามในหนังสือคำสั่งให้ชาวบ้านรื้อถอนอาคารฯดังกล่าว เพื่อรักษาสิทธิของตนเองตามรัฐธรรมนูญ โดยชาวบ้านมากกว่า 200 คนจะเดินทางไปยื่นแจ้งความ ในวันจันทร์ที่ 19 ส.ค. 2562 เวลา 10.00 น.ณ สถานีตำรวจนครบาลดอนเมือง ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน &amp;nbsp;เขตดอนเมือง กทม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43671</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผอ.เขตดอนเมือง, ศรีสุวรรณ  จรรยา, สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย, เอาผิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190531/image_big_5cf099b250c14.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22318</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2018 00:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2018 00:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมีย’นาวิน ต้าร์’เดือด!เตรียมซัดกลับสาวจอดรถขวางที่บางแสน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดูท่าจะไม่จบง่ายๆ ซะแล้ว สำหรับกรณีที่มีผู้หญิงคนหนึ่งได้โพสต์เล่าเหตุการณ์ที่แฟนหนุ่มของเธอไปจอดรถขวางรถดาราคนหนึ่งที่หาดบางแสน และดึงเบรกมือรถไว้ ทำให้รถของดาราออกไม่ได้ งานนี้ดาราคู่กรณีเลยเขียนข้อความตำหนิตนเองและแฟนหนุ่มไว้มากมาย ซึ่งดาราที่ถูกกล่าวอ้าง หลายฝ่ายคาดเดาว่าคือ นาวิน ต้าร์ หรือ ต้าร์-นาวิน เยาวพลกุล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งล่าสุดทางฝั่งดาราที่ถูกพาดพิงก็ได้ออกมาเคลื่อนไหวแล้ว โดย ไฮโซน้ำหวาน-พัสวี พยัคฆบุตร ภรรยาของ นาวิน ต้าร์ ได้โพสต์ข้อความอินสตาแกรมว่า &amp;ldquo;คนเราอยากจะดังต้องดังให้ถูกเรื่องนะคะ ไม่อยากตอบโต้ให้ทนายจัดการดีกว่า ใครมีหลักฐานอะไรส่งข้อความไดเรคเข้ามาให้เยอะๆ นะคะ ขอบคุณมากเลยนะคะที่ช่วยส่งข้อมูลให้ จอดรถขวางคนอื่นเดือดร้อนลูกถูกยุงกัดทั้งตัว สามีตามมาทีหลังเพราะไปเดินถามทั้งหาดว่ารถใคร พอเห็นเป็นดาราเลยอยากดังมั้งคะ เพื่อนริมหาดใจดีช่วยกันเดินเป็น 20 คน ลุงป้าพ่อค้าแม่ค้ามาช่วยกันเพียบ ไม่ขอโทษไม่พอยังแต่งเรื่องเพื่อให้ตัวเองดังอีก คนเรานี่ตลกตั้งแต่นิสัยในการจอดรถและ555 #พรุงนี้น้ำหวานจะให้ทนายดำเนินการคะความจริงก็คือความจริง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @Numwanz&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22318</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอดรถขวาง, นาวิน ตาร์, นาวิน เยาวพลกุล, เอาผิด, โดนด่า, ไฮโซน้ำหวาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181120/image_big_5bf2efe4662de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
