<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>5238</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2018 11:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2018 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง! 57%ไม่เชื่อน้ำยา’ลุงตู่’แก้โกงได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค.2561- สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ 1,157 คน ถึงข่าวทุจริตคอร์รัปชันในระบบราชการ โดยเมื่อถามว่าประชาชนมีความคิดเห็นอย่างไร? กับข่าวทุจริตในระบบราชการ ณ วันนี้พบว่า 44.22% มองเป็นปัญหาใหญ่ มีมานานทุกยุคทุกสมัย สร้างความเสียหายต่อประเทศ 28.67% อยากให้แก้ปัญหาอย่างจริงจัง มีการตรวจสอบ รื้อระบบภาครัฐครั้งใหญ่ 19% ระบุเป็นแบบอย่างที่ไม่ดี กระทบต่อภาพลักษณ์ ชื่อเสียงของรัฐบาล 12.67% กฎหมายอ่อนแอ มีช่องโหว่ ทำให้เกิดการทุจริต และ 8% อยากสื่อมวลชนควรนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง ตรงไปตรงมา &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
เมื่อสอบถามถึงสาเหตุการทุจริตคิดว่ามีสาเหตุจากอะไร ส่วนใหญ่ 68.57% มองวาเกิดจากความโลภ ละโมบ เห็นแก่ตัว ขาดจิตสำนึก 26.72% การใช้อำนาจหน้าที่เอารัดเอาเปรียบ 19.29% ระบบการตรวจสอบ ติดตาม ไม่เข้มแข็ง &amp;nbsp;12.93% สภาพเศรษฐกิจ &amp;nbsp;สังคม และการศึกษาที่ตกต่ำ และ 5.17% ถูกชักจูง โน้มน้าว ทำตามพวกพ้อง ส่วนแนวทางป้องกันปัญหาการทุจริตอย่างไรบ้างนั้น ส่วนใหญ่ 35.81% แนะต้องปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ความซื่อสัตย์ 35.42% มีระบบการตรวจสอบที่ละเอียด เข้มงวด รัดกุม 32.1% พัฒนาเศรษฐกิจ การศึกษา สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี &amp;nbsp;22.38% เจ้าหน้าที่ใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม ไม่สองมาตรฐาน และ 14.45%ประชาชนร่วมมือกัน ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เมื่อสอบถามว่าข่าวการทุจริต ณ วันนี้ มีผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์มากน้อยเพียงใด 40.97% มีผลมาก เพราะกระทบต่อภาพลักษณ์ ขาดความน่าเชื่อถือ ถูกมองว่าเป็นการปกป้องพวกพ้อง รู้สึกผิดหวัง เป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ฯลฯ 22.13% ค่อนข้างมีผล เพราะแสดงให้เห็นถึงการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ยังมีปัญหาเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ฯลฯ &amp;nbsp;21.26% ไม่ค่อยมีผล เพราะการทุจริตเป็นปัญหาที่ฝังรากลึก มีมานาน ทุกรัฐบาลประสบปัญหา ไม่คาดหวังกับการแก้ปัญหาการทุจริตอยู่แล้ว ฯลฯ 15.64% ไม่มีผล เพราะเชื่อมั่นในการทำงานของรัฐบาล นายกฯ มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ เชื่อว่าจะแก้ปัญหาได้ ฯลฯ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายสุดเมื่อถามว่าประชาชนคิดว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จะแก้ปัญหาการทุจริตได้หรือไม่ ส่วนใหญ่ 56.61% แก้ไขไม่ได้ เพราะที่ผ่านมามีหลายคดีที่เงียบหายไป ไม่สามารถเอาผิดได้ เกี่ยวข้องกับเรื่องผลประโยชน์ พวกพ้อง และผู้มีอิทธิพล แก้ไขได้ยาก เป็นปัญหาเรื้อรัง ฯลฯ &amp;nbsp;23.42% ไม่แน่ใจ เพราะต้องใช้เวลาในการแก้ปัญหา ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ยังไม่รู้ข้อมูลข้อเท็จจริง ต้องติดตามต่อไป ฯลฯ &amp;nbsp;และ 19.97% แก้ไขได้ เพราะรัฐบาล คสช. มีอำนาจพิเศษ สามารถแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว เป็นปัญหาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ฯลฯ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5238</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., คอร์รัปชัน, ทุจริต, พล.อ.ประยุทธ์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ภาพลักษณ์, มหาวิทยาลัยสวนดุสิต, รัฐบาล, สวนดุสิตโพล, เศรษฐกิจ, เอื้อพวกพ้อง, โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180318/image_big_5aadd753399c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4734</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2018 18:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2018 18:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปูด ก.คลังญี่ปุ่นลบข้อมูลโยงนายกฯ อาเบะ เอื้อพวกพ้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกฯ ชินโซ อาเบะ เก้าอี้ร้อน กระทรวงการคลังเตรียมรายงานต่อรัฐสภาวันจันทร์ เพื่อยอมรับมีการปรับแก้เอกสารเกี่ยวกับการขายที่ดินที่เชื่อมโยงกับคำกล่าวหาเรื่องการเล่นพรรคเล่นพวก หลังจากเรื่องอื้อฉาวเดียวกันนี้ทำให้อธิบดีกรมสรรพากรลาออก และมีเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังรายหนึ่งเสียชีวิต โดยคาดว่าน่าจะเป็นการฆ่าตัวตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ชินโซ อาเบะ (ซ้าย) และทาโร อาโสะ (ขวา) นั่งฟังการประชุมของคณะกรรมาธิการงบประมาณ วุฒิสภา เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2561 (AFP)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม 2561 ว่า หากรายงานของสื่อญี่ปุ่นได้รับการยืนยัน ไม่เพียงอาเบะที่จะถูกกดดันมากขึ้น แต่ยังรวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ทาโร อาโสะ พันธมิตรของเขา ซึ่งยืนกรานเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่าจะไม่ลาออก หลังจากการยื่นลาออกของโนบุฮิสะ ซางาวะ อธิบดีกรมสรรพากรในวันเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อของญี่ปุ่นกล่าวกันว่า กระทรวงการคลังจะรายงานต่อรัฐสภาว่า มีข้อมูลบางส่วนที่เกี่ยวกับการขายที่ดินผืน ถูกลบทิ้ง ก่อนที่เอกสารนี้จะยื่นต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์ไมนิจิชิมบุงกล่าวว่า มีความเป็นได้ที่เอกสารเหล่านี้ถูกปรับแก้ เพื่อให้สอดคล้องกับคำแถลงของซางาวะในสภาผู้แทนราษฎร &amp;quot;มีความเป็นไปได้ที่ซางาวะสั่งให้ปรับแก้&amp;quot; ไมนิจิอ้างแหล่งข่าวภายในรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากรัฐมนตรีอาโสะลงนามหนังสือลาออกจากตำแหน่งของอธิบดีสำนักงานสรรพากร โดยที่รู้เกี่ยวกับเอกสารที่ถูกปลอมแปลง การขอให้เขาลาออกจากตำแหน่งก็เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้&amp;quot; ยูอิชิโร ทามากิ ผู้นำพรรคประชาธิปไตย ในซีกฝ่ายค้าน กล่าวกับผู้สื่อข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเช่นกัน สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า ตำรวจกำลังสอบสวนคดีการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของกระทรวงการคลังรายหนึ่ง ที่สำนักงานของเขาดูแลเกี่ยวกับการขายที่ดินผืนนี้ โดยตำรวจสงสัยว่าอาจเป็นการฆ่าตัวตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องอื้อฉาวนี้ตามหลอนอาเบะมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว แม้ว่านายกฯ วัย 63 รายนี้จะยืนกรานปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำผิด และประกาศว่าเขาพร้อมจะลาออกจากตำแหน่ง หากมีหลักฐานว่า ตัวเขาหรือภรรยา กระทำการโดยเอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้อง&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามรายงานของสื่อญี่ปุ่นระบุว่า ที่ดินของรัฐผืนนี้ถูกขายให้แก่เจ้าของโรงเรียนเอกชนโมริโตโมกากุเอง ที่มีความสนิทสนมกับนางอากิเอะ ภริยาของอาเบะ ในราคาเพียง 1 ใน 10 ของราคาตลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ซื้อที่ดินรายงานเคยประกาศแผนจะตั้งให้นางอากิเอะเป็นครูใหญ่กิตติมศักดิ์ของโรงเรียนที่จะสร้างขึ้นบนที่ดินผืนนี้ แต่อาเบะกล่าวไว้ว่า ภรรยาของเขายอมรับตำแหน่งนี้อย่างเสียมิได้ และได้ลาออกจากตำแหน่งไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยาสุโนริ คาโงอิเกะ อดีตผู้บริหารโรงเรียนโมริโตโมกากุเอง และภรรยาของเขา โดนจับกุมเมื่อเดือนกรกฎาคม ฐานต้องสงสัยว่ารับเงินสนับสนุนจากรัฐอย่างผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อสงสัยว่าอาจมีความพยายามปกปิดเรื่องอื้อฉาวนี้ อาจทำลายความนิยมของอาเบะ ซึ่่งขณะนี้ดำรงตำแหน่งเป็นปีที่ 6 และดับความหวังที่จะได้รับเลือกเป็นผู้นำพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) เป็นสมัยที่ 3 รวมถึงความหวังที่เขาจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุด หากแอลดีพีชนะเลือกตั้งเดือนกันยายนปีนี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4734</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลังญี่ปุ่น, ชินโซ อาเบะ, ญี่ปุ่น, ทาโร อาโสะ, เอื้อพวกพ้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180311/image_big_5aa50eff4a7f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
