<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120300</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2025 05:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 13:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แอร์เอเชีย’ทุ่ม 1.4 หมื่นล้านเคาะปรับโครงสร้างกิจการใหม่มั่นใจ ม.ค.65 เปิดบินครบ100%</HEADLINE>
                <CONTENT>


&lt;p&gt;&lt;/p&gt;


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2564-นายธรรศพลฐ์ เเบเลเว็ลด์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ. เอเชีย เอวิเอชั่น และสายการบินไทยแอร์เอเชีย เปิดเผยว่า บริษัทพร้อมเต็มที่สำหรับการเดินทางที่จะกลับมา หลังสถานการณ์โควิด-19 โดยล่าสุด AAV ได้ทบทวนแผนการปรับโครงสร้างกิจการเดิม และกำหนดแผนขึ้นใหม่ ซึ่งจะทำให้บริษัทมีเงินทุนหมุนเวียนและสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับแผนการเปิดประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ได้เจรจากับผู้ร่วมลงทุนรายใหม่ ผู้ถือหุ้นและเจ้าหนี้ต่าง ๆ ของ AAV และ บจ. ไทยแอร์เอเชีย (&amp;ldquo;TAA&amp;rdquo;) ซึ่งคาดว่าแผนทั้งหมดจะเสร็จสิ้นภายในไตรมาส 1 ปี 2565โดยแผนปรับโครงสร้างกิจการใหม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;AAV จะเพิ่มทุนจดทะเบียนและเสนอขายหุ้นให้นักลงทุนรายใหม่มูลค่าไม่เกิน 8,800 ล้านบาท ประกอบไปด้วยการเสนอขายแก่ AirAsia Aviation Limited (&amp;ldquo;AAA&amp;rdquo;) มูลค่า 7,800 ล้านบาท และเสนอขายแก่นักลงทุนบุคคลธรรมดามูลค่า 1,000 ล้านบาท โดยการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนไม่เกิน 5,028,571,429 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.10 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ AAV จะออกและเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพมูลค่ารวม 2,200 ล้านบาท ให้แก่ผู้ลงทุนจำนวน 2 ราย มีอายุหุ้นกู้แปลงสภาพไม่เกิน 2 ปี อัตราแปลงสภาพคือหุ้นกู้แปลงสภาพ 0.00175 หน่วยแปลงเป็นหุ้นสามัญได้ 1 หุ้น โดยเสนอขายให้ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) มูลค่า 1,200 ล้านบาท และ North Haven Thai Private Equity, L.P. มูลค่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถเเปลงเป็นหุ้นสามัญรวมจำนวนไม่เกิน 1,257,142,857 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.10 บาท ทั้งนี้ นักลงทุนดังกล่าว ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของ AAV ในระยะยาว และพร้อมจะให้การสนับสนุนด้านเงินทุนเพิ่มเติมในอนาคตแก่ AAV&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธรรศพลฐ์ กล่าวว่า AAV จะจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 1,714,285,714 หุ้น ให้กับผู้ถือหุ้นรายเดิมตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่แต่ละรายถืออยู่ (Rights Offering) โดยมีอัตราส่วนการจัดสรรหุ้น 5.7625 หุ้นสามัญเดิมต่อ 1 หุ้นสามัญเพิ่มทุน ในราคาหุ้นละ 1.75 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นมูลค่า 3,000 ล้านบาทโดยภายหลังการปรับโครงสร้างกิจการเสร็จสิ้นภายในไตรมาส 1 ปี 2565 นั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;AAV จะเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมดใน TAA โดยใช้เงินจากการระดมทุนดังกล่าวในการซื้อหุ้น TAA&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธรรศพลฐ์ กล่าวถึงเหตุผลในการเสนอแผนใหม่สำหรับการปรับโครงสร้างกิจการและทุน เพื่อลดความซับซ้อนและเพิ่มความรวดเร็วในดำเนินการด้านเงินทุน รวมถึงได้เจรจากับผู้ร่วมลงทุนรายใหม่ ผู้ถือหุ้นและเจ้าหนี้ต่าง ๆ ของ AAV และ TAA แล้ว ซึ่งเชื่อมั่นได้ว่าทุกฝ่าย ทั้งนักลงทุนใหม่และผู้ถือหุ้นเดิมจะได้ประโยชน์ร่วมกันในแผนครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ธุรกิจท่องเที่ยวเเละสายการบินกำลังฟื้นตัวและได้รับสัญญาณที่ดีสนับสนุนต่อเนื่อง การที่ผมและคณะกรรมการได้ทบทวนทุกแง่มุมเพื่อให้ได้ผลสรุปในการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่ จะทำให้การดำเนินงานของ TAA กลับมาแข็งแกร่งโดยเร็วที่สุด ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาด ซึ่งหลังจากนี้ TAA จะเดินหน้าเพิ่มความถี่และเส้นทางบิน ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะกลับมาบินเส้นทางภายในประเทศครบ 100% ภายในเดือนมกราคม 2565 ในขณะที่พิจารณาเปิดเส้นทางระหว่างประเทศ ตามเเผนเปิดประเทศของรัฐบาลต่อไป&amp;rdquo; นายธรรศพลฐ์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120300</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬาฟุตบอล, ตู้สล็อต, ธรรศพลฐ์ เเบเลเว็ลด์, ปรับโครงสร้างบริษัท, ปรับโครงสร้างแอร์เอเชีย, ผลบอลสด, เอเชีย เอวิเอชั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616fb08b00752.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90341</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2021 16:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2021 16:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ไทยแอร์เอเชีย&#039;ให้พนักงานหยุดงาน4เดือนไม่รับค่าจ้างประคองธุรกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ม.ค.2564 บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) แจ้งที่ประชุมคณะกรรมการ บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ &amp;nbsp;AAV ผู้ให้บริการสายการบินไทย แอร์เอเชีย แจ้งว่า บอร์ดบริษัท มีมติให้ใช้มาตรการปรับลดค่าใช้จ่ายองค์กรอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ ส่งผลกระทบทำให้ความต้องการเดินทางลดลง โดยให้บริษัทฯขอความร่วมมือให้พนักงาน เข้าร่วมโครงการหยุดงานโดยไม่รับค่าจ้าง (Leave Without pay) เป็นระยะเวลา 4 เดือน คือตั้งแต่ ก.พ. &amp;ndash; พ.ค. 64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าว จะมีการแบ่งพนักงานเป็น 2 ส่วน คือกลุ่มที่เข้าโครงการต่อเนื่องจากช่วงปลายปี 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งเดิมจะสิ้นสุดเดือนมีนาคมนี้ และให้ต่อไปจนถึงเดือนพฤษภาคม 2564 และกลุ่มพนักงานที่ยังทำงานอยู่ในปัจจุบัน ให้หัวหน้างานคัดเลือกพนักงานให้หยุดงานโดยไม่รับค่าจ้าง เป็นระยะเวลา 4 เดือน โดยให้เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไปเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากบริษัทสามารถดำเนินการตามแผนดังกล่าวได้ จะทำให้สายการบินมีจำนวนพนักงานที่ปฏิบัติงานเหลือเพียง 25% ของทั้งบริษัท ซึ่งมาตรการขอความร่วมมือให้มีการหยุดงานโดยไม่รับค่าจ้างนั้น เป็นมาตรการที่สายการบิน ต้องการที่จะรักษาพนักงานและองค์กรไว้ให้สามารถเดินต่อไปได้ในช่วงวิกฤติ โดยไม่ต้องมีการปลดพนักงาน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90341</URL_LINK>
                <HASHTAG>AAV, พนักงานหยุดงาน, เบรกทำงาน 4 เดือน, เอเชีย เอวิเอชั่น, แอร์เอเชีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200925/image_big_5f6d7fea6cb13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29963</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2019 10:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2019 10:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอร์เอเชียตั้งเป้าผู้โดยสารปี62โต6-7%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.พ. 2562 นางสาวณัฏฐิณี ตะวันชุลี ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ สายการบินไทยแอร์เอเชีย เปิดเผยว่า แอร์เอเชีย ภายใต้บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าสำหรับผลการดำเนินงานใน ในปี2562ไทยแอร์เอเชียตั้งเป้าหมายจะมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้น% 6-7 หรือ23.15 ล้านคน จากยอดผู้โดยสาร 21.6 ล้านคนในปี 61 โดยปีนี้อัตราขนส่งผู้โดยสารอยู่ที่86%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภาพรวมตลาดอุตสาหกรรมการบินปี 62 เชื่อว่ามาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น มาตรการฟรีวีซ่าที่ออกมาเมื่อปลายปี 61 และผลดีจากการเมืองเริ่มมีความชัดเจนเรื่องวันเลือกตั้งส่งผลดีต่อความเชื่อมั่น ขณะที่ปีนี้ ไทยแอร์เอเซียมีแผนรับมอบเครื่องบินใหม่ 4 ลำ และเปิดเส้นทางบินเพิ่มอีกหลายเส้นทาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จะเดินหน้าพัฒนาสายการบินไทยแอร์เอเชียให้มีประสิทธิภาพ และแข่งขันได้มากขึ้น โดยเตรียมเปิดเส้นทางบินในเวียดนามเป็นเส้นทางที่ 3 ของปี คือเส้นทางเชียงใหม่-ดานัง ต่อจากกรุงเทพฯ-เกิ่นเทอ และกรุงเทพฯ-ญาจาง เพื่อดึงผู้โดยสารจากตลาด CLMV เพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้าหมายปี 62 จะมีผู้โดยสารกลุ่ม CLMV 2.7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 24% จาก 2.17 ล้านคนในปี 61 โดยการเพิ่มผู้โดยสาร CLMV เพื่อสร้างสมดุลของผู้โดยสารในตลาดต่าง ๆ โดยเป็นการเพิ่มตลาด CLMV ทดแทนตลาดจีน หลังจากมีบทเรียนผู้โดยสารจีนลดลงจากหลายปัญหาในปีก่อนกระทบผู้ประกอบการสายการบินทุกแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่วนกระแสข่าวที่มีการเข้าซื้อหุ้นของสายการบินนกแอร์นั้น แอร์เอเชียแจ้งข้อเท็จจริงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) แล้ว ขณะนี้ขอเรียนว่าบริษัทอยู่ระหว่างดูความเหมาะสมด้านลงทุน แต่ยังไม่ได้มีข้อตกลงอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากแอร์เอเชียอจ้งว่าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยสอบถามมายังบริษัท เกี่ยวกับข้อมูลซึ่งปรากฏในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับการเข้าซื้อหุ้นนกแอร์จากกลุ่มจุฬางกูรทั้งหมดนั้น บริษัทขอเรียนว่าบริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาถึงความเหมาะสมในการลงทุนดังกล่าวแต่ยังมิได้มีข้อตกลงอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร และยังไม่ได้กระทำการใดที่มีผลผูกพันบริษัทเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นนกแอร์แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามบริษัทจะแจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์ทราบโดยทันทีหากมีความคืบหน้าหรือมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29963</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐิณี ตะวันชุลี, สายการบินไทยแอร์เอเชีย, เอเชีย เอวิเอชั่น, แผนธุรกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190226/image_big_5c74b14d47199.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2018 14:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2018 14:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>AAV โอดน้ำมันพุ่งฉุดกำไรร่วง6% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;AAV แจงครึ่งปี61 กำไรสุทธิ 698.0 ล้านบาท ลดลง6%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น &amp;nbsp;เดินหน้าเปิดเส้นทางบินใหม่ 7 เส้นทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค.61-นายสันติสุข คล่องใช้ยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบมจ. เอเชีย เอวิเอชั่น ( AAV ) และผู้บริหาร บจ. ไทยแอร์เอเชีย (TAA) เปิดเผยถึงผลประกอบการครึ่งปีแรกปี 2561 มีรายได้รวม 20,896.2 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 698.0 ล้านบาท ลดลง 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตามอัตราขนส่งผู้โดยสารครึ่งปีแรกยังเติบโตดีอยู่ที่ 88% เท่ากับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน &amp;nbsp;ขนส่งผู้โดยสารไปแล้วรวม 10.95 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เมื่อดูผลประกอบการเฉพาะไตรมาสที่ 2/61 จะเห็นว่า AAV มีรายได้รวมอยู่ที่ 9,302.6 ล้านบาท &amp;nbsp;ขาดทุนสุทธิ 306.1 ล้านบาทในขณะที่ TAA มีรายได้รวม 9,302.5 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 567.5 ล้านบาท โดยสาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นจากราคาน้ำมันเฉลี่ยที่สูงขึ้นกว่าปีก่อน &amp;nbsp;37% &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามสถิติการดำเนินงานยังพบว่าน่าพอใจ โดยมีอัตราขนส่งผู้โดยสารอยู่ที่ 85% และขนส่งผู้โดยสารรวม 5.31 ล้านคน เพิ่มขึ้น 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย TAA ไม่ได้รับเครื่องบินเพิ่มในไตรมาสนี้ ทำให้ยังคงมีเครื่องบินประจำการ 59 ลำ โดยเพิ่มความถี่เที่ยวบินใน 4 เส้นทางบินที่ออกจากกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) และ 1 เส้นทางบินที่ออกจากเชียงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นเรื่องที่ท้าทาย เพราะน้ำมันเป็นต้นทุนหลักของทุกสายการบิน แต่เราก็ยังเชื่อมั่นว่าจะสามารถปรับตัวได้และมีผลประกอบการที่น่าพอใจในครึ่งปีหลัง ทั้งนี้เมื่อดูจากส่วนแบ่งการตลาดเส้นทางภายในประเทศเรายังรักษาความเป็นอันดับหนึ่ง อยู่ที่ 33% รวมทั้งความพยายามในการสร้างโอกาสใหม่ๆ ด้านเครือข่ายบินทั้งในประเทศและระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภายในครึ่งปีแรกเราเปิดเส้นทางบินใหม่ไปแล้วกว่า 7 เส้นทาง จากกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) ไประนอง, ยะโฮร์ บาห์รู, เฉิงตู และชุมพร รวมถึงจากภูเก็ตไปมาเก๊าและคุนหมิง อีกทั้งจากเชียงใหม่ไปอุดรธานี เพื่อชิงความได้เปรียบการเติบโตในอนาคตต่อไป&amp;rdquo; นายสันติสุขกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับด้านการดำเนินงานครึ่งปี61 ประเมินว่า TAA จะปรับตัวกับสถานการณ์น้ำมันได้ดียิ่งขึ้น และเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยมองโอกาสในฐานปฏิบัติการการบินอื่นๆ นอกกรุงเทพฯ มาเสริมทัพ การนำเครื่องบินใหม่ไปประจำการที่เชียงใหม่เพิ่ม เพื่อเปิดบินตรงสู่เส้นทางระหว่างประเทศ เช่น บินตรงสู่ย่างกุ้ง ไทเป และฮานอย ซึ่งเปิดตัวไปแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15122</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำมัน, เอเชีย เอวิเอชั่น, แอร์เอเชีย, ไทยแอร์เอเชีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180810/image_big_5b6d3be0aedb4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
