<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57956</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2020 18:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2020 18:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ธันเดอร์เฮด” ทีมแข่งอังกฤษคว้าชัยศึกหฤโหด “บุรีรัมย์ 4 ชั่วโมง”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ศึก เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์ ปิดฉากสนามสุดท้ายอย่างดุเดือด ในรายการ &amp;ldquo;บุรีรัมย์ 4 ชั่วโมง&amp;rdquo; โดยต้องลุ้นแชมป์จนนาทีสุดท้าย รถแข่งหมายเลข 45 จาก ธันเดอร์เฮด คาร์ลิน เรซซิ่ง ทีมแข่งจากอังกฤษ ที่คว้าโพลในการแข่งขันเมื่อวันเสาร์ สร้างผลงานระดับมาสเตอร์ เข้าวินได้อีกครั้งใน คลาสสูงสุด แอลเอ็มพีทู ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ขณะแชมป์ประจำปีเป็นของ จี-ไดรฟ์ เรซซิ่ง บาย อัลการ์ฟ หมายเลข 26 ที่เก็บแต้มเหนือรองแชมป์เพียงคะแนนเดียวเท่านั้น หลังจบเรซสุดโหดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบเอ็นดูรานซ์ระดับโลก รายการ เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์ 2019/2020 (Asian Le Mans Series) ดวลความเร็วสนามสุดท้ายในรายการ &amp;ldquo;บุรีรัมย์ 4 ชั่วโมง&amp;rdquo; (4 Hours of Buriram) เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์นี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยเกมในเรซนี้มีความหมายอย่างยิ่งเพื่อตัดสินแชมป์ในทุกคลาส ตั้งแต่รุ่นใหญ่อย่าง แอลเอ็มพีทู (LMP2), แอลเอ็มพีทรี (LMP3) และ จีที (GT)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รุ่นใหญ่ แอลเอ็มพีทู (LMP2) กริดสตาร์ทในเรซนี้มีรถแข่งหมายเลข 45 จาก ธันเดอร์เฮด คาร์ลิน เรซซิ่ง เป็นเจ้าของโพล หลังจากที่ เบน บาร์นิโคท นักขับอังกฤษ กดเวลาต่อรอบเร็วที่สุด 1 นาที 22.758 วินาที ทุบสถิติสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ลงอย่างราบคาบ (สถิติเดิมเป็นของ ไดกิ ซาซากิ นักขับญี่ปุ่นในศึก ซูเปอร์จีที จีที500 ปี 2014 เวลาต่อรอบ 1 นาที 25.441 วินาที) ส่วนกริดที่ 2 และ 3 เป็นของรถแข่งหมายเลข 1 และ 36 จาก ยูเรเซีย มอเตอร์สปอร์ต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ออกสตาร์ทเรซในเวลา 11.45 น. ตามเวลาประเทศไทย ด้วยการโรลลิ่งสตาร์ทกับการรักษาจังหวะอย่างยอดเยี่ยมของเจ้าของโพลที่ขับโดย แจ็ค แมนเชสเตอร์ นักขับอังกฤษที่ทำหน้าที่เป็นนักขับไม้แรกของรถแข่งหมายเลข 45 จาก ธันเดอร์เฮด คาร์ลิน เรซซิ่ง ตามด้วย ฉวน ตง นักขับจีนจาก เคทู อูชิโนะ เรซซิ่ง รถแข่งหมายเลข 96 ในอันดับ 2 ส่วนอันดับ 3 ในช่วงแรกเป็นของ โรเบอร์โต เมอร์ฮี นักขับสแปนิชจาก ยูเรเซีย มอเตอร์สปอร์ต หมายเลข 36 ขณะที่ นาบูยะ ยามานากะ นักขับญี่ปุ่นคนแรกของ ยูเรเซีย หมายเลข 1 เจ้าของกริดที่ 2 มีปัญหาในช่วงออกตัวส่งผลให้ร่วงลงไปรั้งท้ายในกลุ่ม แอลเอ็มพีทู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผ่าน 45 นาทีแรกผู้นำอย่างรถแข่งหมายเลข 45 จาก ธันเดอร์เฮด คาร์ลิน เรซซิ่ง เข้าพิตตามกลยุทธ์โดยเปลี่ยนให้ แฮร์รี ทิงค์เนล นักขับอังกฤษอีกคนลงมาเป็นไม้ที่สอง ขณะที่อันดับมีความเปลี่ยนแปลงอย่างมากเมื่อ จี-ไดรฟ์ เรซซิ่ง บาย อัลการ์ฟ หมายเลข 26 จ่าฝูงบนตารางคะแนนสะสมไล่บี้ขึ้นมาอยู่ในอันดับ 2 จากการขับของ เจมส์ เฟรนช์ นักขับอเมริกัน โดยตามหลังอยู่ 11 วินาที ในช่วงชั่วโมงแรกของการแข่งขัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกมเข้าสู่ช่วง 2 ชั่วโมง 40 นาที สุดท้าย รถแข่งหมายเลข 45 จาก ธันเดอร์เฮด คาร์ลิน เรซซิ่ง ผู้นำเข้าพิตเพื่อเซอร์วิสรถแข่งและเปลี่ยนตัวนักขับมาให้ แจ็ค แมนเชสเตอร์ ลงไปทำหน้าที่อีกครั้ง ขณะที่อันดับ 2 อย่าง จี-ไดรฟ์ เรซซิ่ง บาย อัลการ์ฟ หมายเลข 26&amp;nbsp; ก็ตามเข้าพิตมาในอีกไม่กี่วินาที ก่อนจะเปลี่ยนตัวส่ง เลียวนาด ฮูเกนบูม นักขับดัตช์ลงไปทำหน้าที่ต่อ ด้วยระยะห่าง 12.269 วินาที ขณะที่อันดับ 3 เปลี่ยนมาเป็นของรถแข่งหมายเลข 34 จาก อินเตอร์ ยูโรโพล เอ็นดูรานซ์ ซึ่งขับโดย แม็ตธิอัส เบเช ตามผู้นำ 26.890 วินาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดเปลี่ยนของเรซเกิดขึ้นในช่วง 2 ชั่วโมง 30 นาทีสุดท้าย เมื่อเรซไดเร็กเตอร์ต้องสั่งโบกธงเหลืองรอบแทร็ก เกิดอุบัติเหตุเล็กน้อยที่โค้ง 3 ส่งผลให้ระยะห่างจากผู้นำและอันดับ 2 ร่นลงมาเหลือ 8 วินาที จากนั้นหลังผ่านไปอีก 3 รอบ เลียวนาด ฮูเกนบูม ได้ควบรถแข่งของ จี-ไดรฟ์ เรซซิ่ง บาย อัลการ์ฟ ไล่เข้าไปติดหัวแถวเหลือเพียง 5 วินาทีเท่านั้น ส่งผลให้การลุ้นแชมป์ดุเดือดอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังผ่าน 2 ชั่วโมงแรก เลียวนาด ฮูเกนบูม ตัดสินใจพารถแข่งของ จี-ไดรฟ์ เรซซิ่ง บาย อัลการ์ฟ เข้าพิตเพื่ออันเดอร์คัตผู้นำ และพวกเขาก็ทำสำเร็จด้วยการขยับขึ้นเป็นหัวแถวได้สำเร็จ ส่วน รถแข่งหมายเลข 45 จาก ธันเดอร์เฮด คาร์ลิน เรซซิ่ง เข้าพิตหลังจากนั้นและเปลี่ยนให้ แฮร์รี ทิงค์เนล ลงมาทำหน้าที่ต่อ แต่ต้องร่วงลงไปถึงอันดับ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ในช่วงชั่วโมงสุดท้าย รถแข่งหมายเลข 45 จาก ธันเดอร์เฮด คาร์ลิน เรซซิ่ง ส่ง เบน บาร์นิโคท ผู้ทำเวลาเร็วที่สุดของทีมลงมาไล่บี้ในช่วงท้าย และขยับขึ้นเป็นอันดับ 2 ตามหลัง โรมัน รูซินอฟ ผู้นำจาก จี-ไดรฟ์ เรซซิ่ง บาย อัลการ์ฟ เหลือ 19 วินาที&amp;nbsp; พร้อมกับทำเวลาบี้เข้าไปรอบละราว 1 วินาที ส่งผลให้ต้องมาลุ้นแชมป์สนามนี้กันในช่วงท้ายเรซอย่างสุดมัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;55 นาทีสุดท้าย จุดเปลี่ยนของเรซเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อรถแข่งแอลเอ็มพีทู หมายเลข 36 จาก ยูเรเซีย มอเตอร์สปอร์ต พลาดหลุดโค้ง 3 จนร่วงลงไปในบ่อกรวด ส่งผลให้เรซไดเร็กเตอร์สั่งตีธงเหลืองรอบแทร็ก ทำให้รถแข่งกลุ่มนำกลับมาติดกันอีกครั้ง กลับมาดวลกันอีกครั้งจน บาร์นิโคท ขยับเข้าจี้เหลือเพียง 1 วินาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความพยายามของ เบน บาร์นิโคท มาสำเร็จ เมื่อสามารถขยับแซง โรมัน รูซินอฟ พาทีมรถแข่งหมายเลข 45 จาก ธันเดอร์เฮด คาร์ลิน เรซซิ่ง ขึ้นเป็นผู้นำได้อีกครั้งในช่วง 30 นาทีสุดท้าย โดยในช่วงท้าย รูซินอฟ เป็นฝ่ายตัดสินใจเข้าพิตเพื่อเติมน้ำมันก่อน จากนั้น บาร์นิโคท ตามเข้าพิตในอีก 2 รอบถัดมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จบการแข่งขันสุดโหดของ เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์ รายการ &amp;ldquo;บุรีรัมย์ 4 ชั่วโมง&amp;rdquo; ผู้ชนะสนามนี้ตกเป็นของรถแข่งหมายเลข 45 จาก ธันเดอร์เฮด คาร์ลิน เรซซิ่ง ที่เข้าป้ายเป็นคันแรกหลังผ่าน 4 ชั่วโมงเต็ม โดยขับไปทั้งสิ้น 157 รอบสนาม คิดเป็น 714.978 กิโลเมตร เหนืออันดับ 2 อย่างรถแข่งหมายเลข 26 จาก จี-ไดรฟ์ เรซซิ่ง บาย อัลการ์ฟ อยู่ 17.721 วินาที ส่วนอันดับ 3 เป็นของ เคทู อูชิโนะ เรซซิ่ง ตามหลังแชมป์ 2 รอบสนาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี แม้ รถแข่งหมายเลข 26 จาก จี-ไดรฟ์ เรซซิ่ง บาย อัลการ์ฟ จะเข้าป้ายเป็นคันที่ 2 ในสนามสุดท้ายแต่ยังเพียงพอที่จะทำให้พวกเขาผงาดคว้าแชมป์ เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์ 2019/2020 หลังสิ้นฤดูกาล โดยคว้าไปทั้งสิ้น 83 คะแนน เฉือนรถแข่งหมายเลข 45 จาก ธันเดอร์เฮด คาร์ลิน เรซซิ่ง รองแชมป์ในปีนี้เพียงแต้มเดียวเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านผู้ชนะในคลาส แอลเอ็มพีทรี ตกเป็นของรถแข่งหมายเลข 12 จาก เอซวัน วิลลอร์บา คอร์เซ ที่ขับโดยสองนักขับอิตาเลียนอย่าง เดวิด ฟูมาเนลลี และ อเลสซานโดร เบรนซาน ร่วมงานกับ อันเดรียส ลาสคาราตอส ทีมเมทชาวกรีซ ที่ออกนำม้วนเดียวจบ 4 ชั่วโมงเต็มหลังควบไปทั้งสิ้น 146 รอบสนาม เหนืออันดับ 2 อย่าง รถแข่งหมายเลข 2 จาก นีลเซ่น เรซซิ่ง อยู่ 28.458 วินาที ขณะที่อันดับ 3 ตกเป็นของรถแข่งหมายเลข 8 จาก ทีมกราฟฟ์ ตามหลัง 1 รอบสนาม โดยแชมป์ประจำปีในคลาส แอลเอ็มพีทรี ประจำฤดูกาล 2019/2020 ตกเป็นของ นีลเซ่น เรซซิ่ง หมายเลข 2 ที่เก็บไปทั้งสิ้น 75 คะแนน เหนืออันดับ 2 อย่างแชมป์สนามนี้ รถแข่งหมายเลข 12 จาก เอซวัน วิลลอร์บา คอร์เซ อยู่ 13 คะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ผู้ชนะในคลาส จีที ของสนามนี้ตกเป็นของ รถแข่งหมายเลข 27 จาก ฮับออโต คอร์ซ่า ที่ขับโดย ทิม สเลด และ เลียม ทัลโบต์ สองนักขับออสเตรเลียน ร่วมงานกับ มาร์กอส โกเมส นักขับบราซิเลียนนำม้วนเดียวจบด้วยจำนวนรอบทั้งสิ้น 144 รอบสนาม ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่างรถแข่งหมายเลข 7 จาก คาร์กาย ถึง 2 รอบสนาม ส่วนอันดับ 3 เป็นของรถแข่งหมายเลข 51 จาก สปิริต ออฟ เรซ ตามหลัง 2 รอบสนาม โดยแชมป์ประจำปีของคลาสจีทีตกเป็นของ ฮับออโต คอร์ซ่า เก็บไปทั้งสิ้น 71 คะแนน เหนืออันดับ 2 อย่าง คาร์กาย อยู่ 7 คะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ ศึก เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์ นับเป็นการแข่งขันเอ็นดูรานซ์ที่มีการขับเคี่ยวสุดโหด ในระดับเดียวกันกับ เวิลด์ เอ็นดูรานซ์ แชมเปี้ยนชิพ โดยแชมป์ประจำปีในแต่ละคลาสจะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันระดับตำนานของโลกอย่าง เลอมังส์ 24 ชั่วโมงในแต่ละปีด้วย ขณะที่ไทยรองรับการแข่งขันรายการนี้มาแล้ว 6 ปี ติดต่อกัน ซึ่ง สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ประเทศไทยนั้นพร้อมเป็นเจ้าภาพเพื่อเอาใจแฟนมอเตอร์สปอร์ตไทยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57956</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบเอ็นดูรานซ์, กีฬา, จ.บุรีรัมย์, บุรีรัมย์ 4 ชั่วโมง, สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต, เอเชียน เลอ มังส์ ซีรีส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200223/image_big_5e525a3ec21ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57879</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2020 19:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2020 19:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“บาร์นิโคท” แรงทุบสถิติสนามช้างฯ ซิ่งเดือดคว้าโพล เอเชียน เลอมังส์  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบน บาร์นิโคท ยอดนักขับอังกฤษควบรถแข่ง แอลเอ็มพีทู หมายเลข 45 จาก ธันเดอร์เฮด คาร์ลิน เรซซิ่ง สร้างผลงานระดับมาสเตอร์ กดเวลาทำลายสถิติ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ คว้าโพลในศึก เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์ 2019/2020 สนามสุดท้าย ก่อนลุ้นแชมป์เดือดในศึก &amp;ldquo;บุรีรัมย์ 4 ชั่วโมง&amp;rdquo; ในวันอาทิตย์นี้ กดเวลาต่อรอบมาเป็นอันดับ 1 พร้อมกับทุบสถิติของ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 22.758 วินาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศึกรถยนต์ทางเรียบเอ็นดูรานซ์ระดับโลก รายการ เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์ 2019/2020 (Asian Le Mans Series)เตรียมดวลความเร็วสนามสุดท้ายระหว่างวันที่ 22-23 กุมภาพันธ์นี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกมในเรซนี้มีความหมายอย่างยิ่ง โดยนับเป็นสนามสุดท้ายของฤดูกาล และเป็นการแข่งขันเพื่อตัดสินแชมป์ในทุกคลาสไล่ตั้งแต่รุ่นใหญ่อย่าง แอลเอ็มพีทู (LMP2), แอลเอ็มพีทรี (LMP3) และ จีที (GT)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันในรอบควอลิฟายเพื่อจัดอันดับสตาร์ท ซึ่งแบ่งตามกริดของทั้ง 3 คลาส ในทุกคลาส โดยผลการควอลิฟายปรากฏว่า ในคลาสสูงสุดอย่าง แอลเอ็มพีทู เป็น เบน บาร์นิโคท นักขับอังกฤษที่พารถแข่งหมายเลข 45 จาก ธันเดอร์เฮด คาร์ลิน เรซซิ่ง กดเวลาต่อรอบมาเป็นอันดับ 1 พร้อมกับทุบสถิติของ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 22.758 วินาที คว้าโพลไปครอง โดยเฉือน นิค คาสซิดี้ นักขับนิวซีแลนด์ จาก ยูเรเซีย มอเตอร์สปอร์ต หมายเลข25 ที่รั้งกริดที่ 2 เพียง 0.146 วินาที ตามด้วย นิโคลาส ฟอสเตอร์ นักขับอังกฤษจากรถแข่งหมายเลข 36 ของทีม ยูเรเชีย มอเตอร์สปอร์ต อีกคันในกริดที่ 3 ตามหลังหัวแถว 0.702 วินาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนตำแหน่งโพลในคลาส แอลเอ็มพีทรี ตกเป็นของ รถแข่งหมายเลข 2 จาก ทีม นีลเซ่น เรซซิ่ง ที่ลงขับโดย โคลิน โนเบิล นักขับอังกฤษ ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 29.001 วินาที เหนืออันดับ 2 อย่าง รถแข่งหมายเลข 3 จาก นีลเซ่น เรซซิ่ง เช่นกัน ขับโดย แกเร็ตต์ กริสต์ นักขับอังกฤษตามหลังหัวแถว 0.398 วินาที ด้านกริดที่ 3 เป็นของ ดาวิด ทรูซ์ นักขับเฟรนช์จาก ทีม กราฟฟ์ ในรถแข่งหมายเลข 9 ตามหลังหัวแถว 0.542 วินาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกริดสตาร์ทในคลาสจีที ซึ่งรวมเอารถแข่งซูเปอร์คาร์ไว้อย่างหลากหลาย ปรากฏว่าตำแหน่งโพลตกเป็นของ รถแข่งหมายเลข 75 จากทีม ทีทู มอเตอร์สปอร์ต ขับโดย ริโอ ฮายานโต อดีตนักขับฟอร์มูล่าวันชาวอินโดนีเซียน ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 32.776 วินาที เฉือนกริดที่ 2 อย่างรถแข่งหมายเลข 27 จาก ฮับ ออโต้ คอร์ซ่า เพียง 0.060 วินาทีเท่านั้น ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ รถแข่งหมายเลข 51 จาก สปิริต ออฟ เรซ ตามหลัง 0.089 วินาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้นับว่ามีความเข้มข้นอย่างมากโดยรุ่นใหญ่ที่สุดอย่าง แอลเอมพีทู ผู้นำบนตารางแชมเปี้ยนชิพอย่างรถแข่งหมายเลข 26 จากทีม จี-ไดรฟ์ เรซซิ่ง บาย อัลการ์ฟ โปร เรซซิ่ง มีทั้งสิ้น 56 คะแนน เหนืออันดับ 2 อย่าง รถแข่งหมายเลข 45 จาก ธันเดอร์เฮด คาร์ลิน เรซซิ่ง เจ้าของโพลเพียง 9 คะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การลุ้นแชมป์ในคลาส แอลเอ็มพีทรี จ่าฝูงอย่าง อินเตอร์ ยูโรโพล คอมเพติชั่น หมายเลข 13 มีทั้งสิ้น 59 คะแนน เหนืออันดับ 2 อย่าง นีลเซ่น เรซซิ่ง หมายเลข 2 รองจ่าฝูงเพียง 3 คะแนนเท่านั้น รวมถึงตัวสอดแทรกในอันดับ 3 อย่าง กราฟฟ์ เรซซิ่ง หมายเลข 9 ตามหลังจ่าฝูง 19 คะแนน ส่วนการลุ้นแชมป์ในคลาส จีที เป็นหนึ่งในการแข่งขันที่ได้รับการจับตามองมากที่สุด จากรถแข่งซูเปอร์คาร์ที่เห็นได้ตามท้องถนน และเป็นที่รู้จักของแฟนความเร็วทั่วโลก โดยจ่าฝูงอย่าง ทีม เจแอลโอซี ภายใต้รถแข่งหมายเลข 88 มีทั้งสิ้น 49 คะแนน เหนืออันดับ 2 อย่าง คาร์กาย หมายเลข 7 เพียง 3 แต้มเท่านั้น ขณะที่อันดับ 3 อย่าง ฮับ ออโต เรซซิ่ง หมายเลข 27 ตามหลังจ่าฝูงอยู่เพียง 3 แต้มเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศสุดโหดของ ศึก เอเชีย เลอมังส์ ซีรีส์ 2019/2020 สนามสุดท้าย รายการ &amp;ldquo;บุรีรัมย์ 4 ชั่วโมง&amp;rdquo; จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์นี้ แบบ 4 ชั่วโมงเต็ม โดยจะออกสตาร์ทในเวลา 11.45-15.45 น. ตามเวลาประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57879</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบเอ็นดูรานซ์, กีฬา, จ.บุรีรัมย์, สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต, เอเชียน เลอ มังส์ ซีรีส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200222/image_big_5e511e4fa0b33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57836</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2020 00:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2020 00:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทัพรถแข่ง “เอเชียน เลอมังส์” ซ้อมวันแรกกระหึ่ม พร้อมเปิดศึกเรซสุดโหด ที่ สนามช้างฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

&amp;quot;เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์&amp;quot; ศึกดวลความเร็วแบบเอ็นดูรานซ์ ของทัพรถแข่งเทคโนโลยีสุดล้ำ ยกทัพมาแล้วทั้ง 23 คัน ทำการซ้อมสุดเข้มข้นที่สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ พร้อมเข้าสู่โปรแกรมสุดเดือดในวันเสาร์-อาทิตย์นี้ เพื่อตัดสินแชมป์ประจำฤดูกาล โดยทุกคลาสต้องวัดการถึงฎีกาในวันอาทิตย์นี้กับเรซสุดโหด 4 ชั่วโมงเต็ม ในรายการ &amp;ldquo;บุรีรัมย์ 4 ชั่วโมง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศึกรถยนต์ทางเรียบเอ็นดูรานซ์ระดับโลก รายการ เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์ 2019/2020 เตรียมดวลความเร็วสนามสุดท้ายระหว่างวันที่ 22-23 กุมภาพันธ์นี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยทัพรถแข่งซูเปอร์คาร์ระดับโลกทั้งสิ้น 23 คัน ถูกส่งตรงถึง สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เป็นที่เรียบร้อย โดยบรรดาทีมแข่งได้เข้าเซ็ตอัพรถแข่งและพิตอย่างเต็มระบบ และพร้อมเข้าสู้โปรแกรมการแข่งขันอย่างเป็นทางการในวันเสาร์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด บรรดารถแข่งทั้งสิ้น 23 คัน ทั้งในคลาส แอลเอ็มพีทู (LMP2), แอลเอ็มพีทรี (LMP3) และ จีที (GT) ลงซ้อมกันอย่างเข้มข้นในแทร็กของ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต พร้อมกับมีการรายงานรายชื่อนักขับของแต่ละทีมอย่างเป็นทางการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไฮไลต์ของสุดสัปดาห์นี้ที่ บุรีรัมย์ คือการลุ้นแชมป์ประจำฤดูกาล 2019/2020 ในทุกคลาส โดยรุ่นใหญ่ที่สุดอย่าง แอลเอมพีทู ผู้นำบนตารางแชมเปี้ยนชิพอย่างรถแข่งหมายเลข 26 จากทีม จี-ไกรฟ์ เรซซิ่ง บาย อัลการ์ฟ โปร เรซซิ่ง มีทั้งสิ้น 56 คะแนน ซึ่งในสนามสุดท้ายพวกเขาจะใช้บริการ โรมัน รูซินอฟ นักขับรัสเซียน ร่วมงานกับ เจมส์ เฟรนช์ นักขับอเมริกัน และ และ เลียวนาด ฮูเกนบูม ชาวดัตช์ ลงวัดแชมป์กับ รถแข่งหมายเลข 45 จาก ธันเดอร์เฮด คาร์ลิน เรซซิ่ง ซึ่งตามหลังอยู่เพียง 9 คะแนน โดยทีมแข่งจากประเทศอังกฤษส่ง 3 นักขับเลือดผู้ดีอย่าง แจ็ค แมนเชสเตอร์, แฮร์รี ทิงค์เนล และ เบน บาร์นิโคท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีตัวสอดแทรกอย่าง ยูเรเซีย มอเตอร์สปอร์ต หมายเลข 36 ซึ่งตามหลังจ่าฝูงอยู่เพียง 10 แต้ม เป็นหนึ่งในทีมที่มีลุ้นแชมป์เช่นกัน โดย 3 นักขับของทีมได้แก่ ไอเดน รีด นักขับออสซี่, นิโคลาส ฟอสเตอร์ นักขับอังกฤษ และทีมเมทชาวสแปนิชอย่าง โรเบอร์โต เมอร์ฮี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านการลุ้นแชมป์ในคลาส แอลเอ็มพีทรี นับว่ามีความเข้มข้นอย่างมาก โดยจ่าฝูงอย่าง อินเตอร์ ยูโรโพล คอมเพติชั่น หมายเลข 13 ที่ขับโดยนักขับชาวอังกฤษอย่าง ไนเจล มัวร์ จับคู่กับทีมเมท ชาวเยอรมัน มาร์ติน ฮิปเปอ มีทั้งสิ้น 59 คะแนน เหนืออันดับ 2 อย่าง นีลเซ่น เรซซิ่ง หมายเลข 2 รองจ่าฝูงเพียง 3 คะแนนเท่านั้น โดยผู้ท้าชิงใช้บริการคู่หูชาวอังกฤษอย่าง โทนี เวลส์และ โคลิน โนเบิล ลงท้าดวลในสนามสุดท้าย รวมถึงตัวสอดแทรกในอันดับ 3 อย่าง กราฟฟ์ เรซซิ่ง หมายเลข 9 ขับโดยนักขับเฟรนช์อย่าง เอริค ทรุยเลต์ และ 2 นักขับสวิสอย่าง เซบาสเตียน เพจ และ เดวิด ดรูซ์ ตามหลังจ่าฝูง 19 คะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการลุ้นแชมป์ในคลาส จีที เป็นหนึ่งในการแข่บขันที่ได้รับการจับตามองมากที่สุด จากรถแข่งซูเปอร์คาร์ที่เห็นได้ตามท้องถนน และเป็นที่รู้จักของแฟนความเร็วทั่วโลก โดยจ่าฝูงอย่าง ทีม เจแอลโอซี ภายใต้รถแข่งหมายเลข 88 ขับโดย 3 นักขับญี่ปุ่นอย่าง ทาคาชิ โคกุเระ, ยูยะ โมโตจิม่า และ ยาซูกะ ชิบาตะ พารถแข่ง ลัมบอร์กินี ฮูราคาน จีที3 อีโว มีทั้งสิ้น 49 คะแนน เหนืออันดับ 2 อย่าง คาร์กาย หมายเลข 7 เพียง 3 แต้มเท่านั้น โดยทีมคาร์กายจะส่ง เฟอร์รารี่ 488 จีที3 ที่ขับโดย ทาเคชิ คิมูระ นักขับญี่ปุ่น, มเคเคิล เจนเซน นักขับเดนมาร์ค และ โกเม แลโดกอร์ นักขับเฟรนช์ ลงไล่ล่าสนามสุดท้ายในประเทศไทย ขณะที่อันดับ 3 อย่าง ฮับ ออโต หมายเลข 27 ตามหลังจ่าฝูงอยู่เพียง 3 แต้มเช่นกัน โดยใช้บริการสองนักขับออสซี่อย่าง ทิม สเลด และ เลียม ทาลบ็อต รวมถึง มาร์กอส โกเมส นักขับบราซิเลียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การแข่งขัน เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์ 2019/2020 จะออกสตาร์ทโปรแกรมอย่างเป็นทางการในช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ ด้วยการซ้อม 2 ช่วง ก่อนที่ในช่วงบ่ายจะเป็นการจับเวลารอบคัดเลือกไล่เรียงจากคลาส จีที, แอลเอ็มพีทรี และแอลเอ็มพีทู จากนั้นการแข่งขันรอบไฟนอล เพื่อตัดสินแชมป์ประจำฤดูกาล ในรายการ บุรีรัมย์ 4 ชั่วโมง จะออกสตาร์ทในวันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 11.45 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57836</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบเอ็นดูรานซ์, กีฬา, จ.บุรีรัมย์, บุรีรัมย์ 4 ชั่วโมง, สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต, เอเชียน เลอ มังส์ ซีรีส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200222/image_big_5e50118cacc32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26432</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2019 11:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2019 11:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“พอล ดิ เรสต้า” นักขับเอฟวันพาทีมผงาดแชมป์ เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์ 2018/19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศึก เอเชียน เลอ มังส์ ซีรีส์&amp;nbsp; 2018/19 ดวลความเร็วสนาม 3 อย่างสุดมันส์ พอล ดิ เรสต้า ควง ฟิลลิป แฮนสัน พาทีม ยูไนเต็ด ออโตสปอร์ต จากสหรัฐอเมริกา คว้าแชมป์แรกของปีในเมืองไทย ขยับใกล้การคว้าแชมป์ประจำปี หลังจบเรซสุดเข้มข้น 158 รอบ 4 ชั่วโมงที่บุรีรัมย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบมาราธอนชิงแชมป์เอเชีย รายการ เอเชียน เลอ มังส์ ซีรีส์ 2018/19 ดวลความมันส์สนามที่ 3 เมื่อวันที่ 11-12 มกราคมที่ผ่านมา ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระยะทางต่อรอบ 4.554 กิโลเมตร ออกสตาร์ทเรซในเวลา 11.45 น. แข่งขันต่อเนื่องกัน 4 ชั่วโมง โดยจะไปจบการแข่งขันในเวลา 15.45 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำแหน่งโพลโพซิชั่นในเรซนี้ของคลาส แอลเอ็มพีทู เป็นของรถแข่งหมายเลข 24 จาก อัลการ์ฟ โปร เรซซิ่ง ยอดทีมแข่งสัญชาติโปรตุกีส ขับโดย แฮร์ริสัน นิวอี้ นักขับจากสหราชอาณาจักร แต่ออกสตาร์ท พอล ดิ เรสต้า อดีตนักขับเอฟวันพารถแข่งจาก ยูไนเต็ด ออโตสปอร์ต ขยับขึ้นเป็นผู้นำ ซึ่งในชั่วโมงแรกนั้นขับโดย แฮร์ริสัน นิวอี้ ได้สำเร็จ หลังผ่านชั่วโมงแรกเจ้าของตำแหน่งผู้นำบนตารางแชมเปี้ยนชิพอย่าง ยูไนเต็ด ออโตสปอร์ต สามารถรั้งตำแหน่งผู้นำได้อย่างเหนียวแน่นจากการขับของ พอล ดิ เรสต้า ก่อนเข้าพิตเปลี่ยนตัวกับ ฟิลลิป แฮนสัน นักขับดาวรุ่งชาวอังกฤษ ออกมาทำหน้าที่ต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยทีมแข่งอเมริกันใช้กลยุทธ์เข้าพิต 4 ครั้ง ตามแผนสลับนักขับ 2 คน คนละ 1 ชั่วโมง และทำผลงานได้อย่างไร้ที่ติทั้งนักขับ และทีมช่าง ก่อนที่ แฮนสัน จะนำรถแข่งเข้าเส้นชัยเป็นคันแรก หลังผ่าน 4 ชั่วโมง โดยสามารถวิ่งไปได้ทั้งสิ้น 158 รอบสนาม คิดเป็นระยะทางทั้งสิ้น 719.532 กิโลเมตร คว้าแชมป์ เอเชียน เลอ มังส์ สนามที่ 3 ของฤดูกาลนี้ไปครอง พร้อมกับเป็นการคว้าแชมป์ครั้งแรกของ ยูไนเต็ด ออโตสปอร์ต ในประเทศไทย และเป็นแชมป์แรกของพวกเขาในฤดูกาลนี้ด้วย พร้อมกับเก็บแต้มขยับเข้าใกล้ตำแหน่งแชมป์ประจำปีเข้าไปอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอันดับ 2 ในสนามนี้ตกเป็นของ อัลการ์ฟ โปร เรซซิ่ง ซึ่งประสบปัญหาหลายอย่าง โดยในช่วง 1 ชั่วโมงสุดท้าย พิซซิโตล่า ต้องนำรถเข้าพิตอีกครั้งเพื่อแก้ไขปัญหาจากการปะทะกับรถแข่งในคลาสจีที จบเรซในอันดับ 2 เวลาตามหลังแชมป์ถึง 2 นาที 18.044 วินาที (1 รอบสนาม) ด้านอันดับ 3 เป็นของรถแข่งหมายเลข 35 จาก เพนิส บาร์เตซ คอมเพติชั่น ทีมแข่งฝรั่งเศสที่ขับโดย 3 นักขับเฟรนช์ อย่าง แม็ตธิว ลาเฮย์, ฌองส-บาปติสต์ ลาเฮย์ และ ฟรองซัวส์ เฮร์ยู ตามหลังแชมป์ 1 รอบสนาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่แชมป์ในคลาส แอลเอ็มพีทรี ตกเป็นของ รถแข่งหมายเลข 2 จาก ยูไนเต็ด ออโตสปอร์ต ทีมแข่งอเมริกันที่ขับโดย เวย์น บอยด์ นักขับอังกฤษ จับคู่กับ แกเร็ตต์ กริสต์ นักขับแคนาเดียน และ คริส บันคอมบ์ ทีมเมทชาวอังกฤษ โดยทั้งสามคนช่วยกันสร้างผลงานระดับมาสเตอร์พาทีมเข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยจำนวนรอบทั้งสิ้น 151 รอบสนาม คิดเป็นระยะทางทั้งสิ้น 687.654 กิโลเมตร เหนืออันดับ 2 อย่างรถแข่งหมายเลข 13 จากทีม อินเตอร์ ยูโรโปล คอมเพติชั่น จากโปแลนด์ ขับโดยนักขับโปลอย่าง จาคุบ ชมิคอฟสกี้ และทีมเมทชาวอังกฤษอย่าง มาร์ติน ไฮปป์ ตามหลังแชมป์ 1 รอบสนาม ส่วนอันดับ 3 เป็นของรถแข่งหมายเลข 79 จาก อีคูรี อีคอสเซ/นีลสัน เรซซิ่ง ขับโดย 2 นักขับจากสหราชอาณาจักรอย่าง แอนโธนี เวลส์ และ คอลิน โนเบิล ตามหลังแชมป์ 2 รอบสนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านผลการแข่งขันในคลาส จีที แชมป์ตกเป็นของรถแข่งเฟอร์รารี่ 488 จีที3 หมายเลข 11 คาร์ กาย ทีมแข่งญี่ปุ่นที่ขับโดย เจมส์ คาลาโด้ นักขับอังกฤษ, ทาเคชิ คิมูระ และ เคอิ คอซโซลิโน สองนักขับญี่ปุ่นที่ช่วยกันสร้างผลงานยอดเยี่ยม เข้าป้ายเป็นคันแรกโดยทำไปได้ทั้งสิ้น 146 รอบสนาม คว้าแชมป์ไปครองได้อย่างสุดมันส์ เหนืออันดับ 2 อย่างรถแข่ง อาวดี้ อาร์8 แอลเอ็มเอส หมายเลข 88 จาก เทียนฉี เรซซิ่ง ทีม จากจีน ที่ขับโดย ฌอง คาร์ล เวอร์เนย์ นักขับฝรั่งเศส, อเล็กซ์ อู นักขับฮ่องกง และ เฉิน เหว่ย อัน ทีมเมทชาวจีน อยู่ 1 นาที 2.185 วินาที ส่วนอันดับ 3 เป็นของเจ้าของโพลอย่างรถแข่งเฟอร์รารี่ 488 จีที3 หมายเลข 51 จากทีม สปิริต ออฟ เรซ ทีมแข่งสัญชาติสวิส ที่ขับโดย อเลสซานโดร ปิแอร์ กูดี้ นักขับอิตาเลียน และ ออสวัลโด เนกรี จูเนียร์ ทีมเมทชาวอเมริกัน รวมถึง ฟรานเชสโก ปิโอวาเน็ตติ นักขับโปรตุกีส ตามหลังแชมป์ 1 รอบสนาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแข่งขัน เอเชียน เลอ มังส์ ซีรีส์ 2018/19 สนามสุดท้ายจะไปดวลความเร็วกันที่ สนาม เซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 22-24 กุมภาพันธ์นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26432</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต, เอเชียน เลอ มังส์ ซีรีส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190113/image_big_5c3aba2a9a817.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26380</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2019 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2019 13:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แห่กระทบไหล่นักขับแน่นวันเด็กสนามช้าง 2562 กับศึกเอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีทแอนด์กรีท กันถึงพิทอย่างแน่นขนัด อีกครั้งรับเช้าวันเด็ก 2562 ของ ศึกเอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต มอบประสบการณ์หวังสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนสำหรับกีฬามอเตอร์สปอร์ตระดับเวิลด์คลาส ด้วยกิจกรรมพิทวอล์ค สัมผัสรถแข่งโปรโตไทป์และซูเปอร์คาร์สุดล้ำ กระทบไหล่นักขับชั้นนำของยุโรปและเอเชียอย่างใกล้ชิด พร้อมรับของแจกนับแสนชิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ สนามแข่งรถมาตรฐานระดับโลกหนึ่งเดียวของเมืองไทย จัดกิจกรรมเนื่องในวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2562 ในแบบมอเตอร์สปอร์ตเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน ซึ่งตรงกับการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบมาราธอนระดับโลกรายการ เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์ 2018/19 สนาม 3 ในวันเสาร์ที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา นำโดยนายธีรวัฒน์ วุฒิคุณ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ผนึกกำลังกับหน่วยงานภาครัฐในจังหวัดและภาคเอกชน ร่วมกันจัดกิจกรรมออกบูธเล่นเกมส์แจกของรางวัลให้กับเด็กๆ ที่มาร่วมงานกว่าแสนคนได้มีรอยยิ้ม พร้อมรับของขวัญกลับบ้านกันถ้วนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไฮไลต์หลักของกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ คือ การเปิดให้แฟนมอเตอร์สปอร์ตรุ่นจิ๋วอายุไม่เกิน 15 ปี พร้อมผู้ปกครองเข้าชมการแข่งขัน เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์ ฟรี !! พร้อมเปิดโอกาสพิเศษให้เข้าร่วมกิจกรรมพิตวอล์คของ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กระทบไหล่นักแข่งชั้นนำ ได้ถ่ายภาพร่วมกับรถแข่งโปรโตไทป์ (รุ่น LMP2, LMP3) ซึ่งหาโอกาสชมได้ยากในเมืองไทย รวมถึงซูเปอร์คาร์สุดล้ำที่จะลงแข่งขันจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กล่าวถึงการจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติของสนามช้างฯ ว่า &amp;ldquo;นี่คือกิจกรรมหนึ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ในทุกๆ ปี สนามช้างฯ จะเปิดให้เด็กเข้าชมสนามของเราแบบฟรีๆ และการแข่งขันรายการ เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์ ก็เป็นหนึ่งในเรซที่อยู่คู่กับวันเด็กของไทยมาเป็นปีที่ 4 แล้ว ฉะนั้นจึงถือเป็นโอกาสดีที่ผู้ปกครองจะได้เปิดโลกแห่งมอเตอร์สปอร์ตให้กับเด็กๆ ที่กำลังเรียนรู้และตามหาแรงบันดาลใจของตนเอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมเชื่อว่าแนวทางนี้จะช่วยให้เด็กไทยหันมานิยมกีฬามอเตอร์สปอร์ตมากขึ้น เช่นเดียวกับต่างชาติที่ใช้มอเตอร์สปอร์ตเป็นกิจกรรมวันหยุดของครอบครัว ลูกชวนพ่อไปดูรถแข่ง พ่อชวนลูกและครอบครัวไปพักผ่อน ซึ่งวัฒนธรรมตรงนี้หากเราสร้างให้เกิดขึ้นได้ในประเทศไทย เราจะกลายเป็นประเทศมอเตอร์สปอร์ตชั้นนำของโลกได้อย่างแน่นอน&amp;rdquo; นายตนัยศิริ ทิ้งท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เด็กๆ ที่เข้าชมการแข่งขัน เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์ ซึ่งได้รับประสบการณ์สุดแสนประทับใจกับกิจกรรมต่างๆ แล้ว ยังมีของขวัญกว่า 300,000 ชิ้น แจกติดไม้ติดมือกลับบ้านทุกคน รวมถึงกิจกรรมสนุกสนาน บูธเกมส์และมีอาหารเครื่องดื่มแจกฟรีมากมายตลอดงาน โดยกิจกรรมต่างๆ ถูกสร้างสรรค์เพื่อเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็ก เพื่อหันมาสนใจกีฬามอเตอร์สปอร์ตมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26380</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ดนัยศิริ ชาญวิทยารมฌ์, รถแข่ง, วันเด็ก 2562, สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต, เอเชียน เลอ มังส์ ซีรีส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190112/image_big_5c3982ff370fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
