<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120254</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2025 11:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 07:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; ฝันประชุมเอเปกเจอตัวผู้นำแบบเป็นๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;20 ต.ค.2565 &amp;ndash; รายงานข่าวในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เต็มคณะเมื่อวันอังคารที่ 19 ต.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ย้ำถึงความสำคัญของการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ในช่วงเดือน พ.ย.2564 ว่า &amp;ldquo;อยากให้มีการเชิญประเทศต่างๆ มาประชุม ไม่ใช่เป็นการประชุมทางออนไลน์&amp;rdquo;#https://teslastocknetwork.com #ฟุตบอลออนไลน์ #สล็อตเว็บตรง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120254</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, ออนไลน์, เอเปก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_61418826457a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49848</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2019 20:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2019 20:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาเลเซียไม่เห็นด้วยสหรัฐเสนอจัดซัมมิตเอเปกแทนชิลีปีหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ระดับสูงในวอชิงตันเผย รัฐบาลสหรัฐและรัฐบาลชิลีกำลังหารือกันเรื่องการร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดประชุมสุดยอดผู้นำเอเปกในเดือนมกราคมปีหน้า หลังจากผู้นำชิลียกเลิกการเป็นเจ้าภาพเดือนนี้ด้วยเหตุผลความวุ่นวายภายในประเทศ แต่รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซียระบุ ได้แจ้งต่อสหรัฐไปแล้วว่า &amp;quot;ไม่ใช่ความคิดที่ดี&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ไมค์ ปอมเปโอ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์อ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลสหรัฐและมาเลเซียเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน 2562 ว่ารัฐบาลสหรัฐและชิลีกำลังหารือเกี่ยวกับการวางแผนจัดการประชุมสุดยอดผู้นำความร่วมมือทางเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ใหม่ในเดือนมกราคมปีหน้า โดยจะย้ายสถานที่จากชิลีมาจัดที่สหรัฐ แต่ยังไม่มีการตัดสินใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดิมกำหนดการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปกจะจัดที่กรุงซันติอาโกของชิลี ระหว่างวันที่ 16-17 พฤศจิกายน แต่ประธานาธิบดีเซบัสเตียน ปีเญรา ของชิลี ประกาศถอนตัวจากการเป็นเจ้าภาพ เนื่องจากสถานการณ์ชุมนุมประท้วงก่อความไม่สงบภายในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไซฟุดดิน อับดุลลาห์ รัฐมนตรีต่างประเทศของมาเลเซีย เปิดเผยกับนักข่าวว่า ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ โทรศัพท์มาหารือกับเขาระหว่างการประชุมอาเซียนที่กรุงเทพฯ เมื่อสัปดาห์ก่อน เกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยปอมเปโออ้างว่า &amp;quot;เพราะชิลีไม่สามารถจัดการประชุมเอเปกเดือนพฤศจิกายนนี้ได้ สหรัฐกำลังคิดว่าจะจัดประชุมเอเปกที่ไหนสักแห่งในสหรัฐเดือนมกราคมปีหน้า&amp;quot; และสหรัฐต้องการทราบความเห็นของมาเลเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีมาเลเซียกล่าวว่า เขาได้แจ้งต่อบรรดาเจ้าหน้าที่สหรัฐที่อยู่ในกรุงเทพฯ เวลานั้นว่า &amp;quot;เราไม่คิดว่าเป็นความคิดที่ดี&amp;quot; แต่เขาไม่ได้อธิบายเหตุผลเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ได้มาร่วมการประชุมอาเซียนซัมมิตที่กรุงเทพฯ ครั้งนี้ด้วยตนเอง แต่ได้ส่งโรเบิร์ต โอไบรอัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ และวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์ นำคณะผู้แทนของรัฐบาลสหรัฐเข้าร่วมการประชุม และในการประชุมสหรัฐ-อาเซียน บรรดาผู้นำชาติอาเซียน 7 จาก 10 ชาติ ตัดสินใจไม่เข้าร่วมการประชุมเช่นกัน โดยส่งรัฐมนตรีหรือเจ้าหน้าที่ระดับล่างมาประชุมแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไซฟุดดินกล่าวด้วยว่า เขาทราบว่าทรัมป์ส่งจดหมายฉบับหนึ่งถึงนายกฯ มหาเธร์ โมฮัมหมัด &amp;quot;เกี่ยวกับการเชิญไปทำบางสิ่งบางอย่างในสหรัฐ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามวาระนั้น มาเลเซียจะเป็นประธานเอเปกในปีหน้า และจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปก 21 ชาติครั้งหน้าที่วางกำหนดการไว้ปลายปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า นักการทูตจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รายหนึ่งที่ขอสงวนนามยืนยันว่า สหรัฐกำลังหยั่งเสียงประเทศต่างๆ เกี่ยวกับการจัดประชุมเอเปกเดือนมกราคม และอาจเลือกเมืองลาสเวกัสเป็นสถานที่จัดประชุม แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน มีกำหนดจะพบกันนอกรอบเวทีเอเปกที่ชิลี เพื่อลงนามความตกลงบางส่วน เพื่อยุติสงครามการค้า ทรัมป์กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า อีกไม่นานสหรัฐจะประกาศสถานที่ใหม่สำหรับการพบปะกับสีเพื่อลงนามข้อตกลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเกิ้ง ซวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ตอบข้อซักถามเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะร่วมกับชิลีเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเอเปกว่า พวกเขาได้ติดต่อกับทุกฝ่ายเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ ประเด็นของเอเปกควรเคารพทัศนะของเจ้าภาพและควรปฏิบัติตามหลักของความเห็นพ้องอย่างเป็นเอกฉันท์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49848</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดประชุมเอเปก, ชิลี, มาเลเซีย, สหรัฐ, เอเปก, ไซฟุดดิน อับดุลลาห์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191108/image_big_5dc57200e1f09.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2019 20:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2019 20:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิกฤติม็อบบีบชิลียกเลิกจัดประชุมเอเปก-โลกร้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเซบัสเตียน ปีเญรา ของชิลี ตัดสินใจยกเลิกการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปกกลางเดือนนี้ และประชุมโลกร้อนคอป 25 ในเดือนธันวาคมแล้ว หากสถานการณ์วิกฤติจากการชุมนุมประท้วงก่อความรุนแรงในประเทศที่ยืดเยื้อมานานกว่า 10 วัน ซึ่งทำให้มีคนตายอย่างน้อย 23 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงปะทะกับตำรวจปราบจลาจลใกล้ทำเนียบประธานาธิบดีชิลีในกรุงซันติอาโกเมื่อวันอังคาร / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม 2562 กล่าวว่า คำประกาศของชิลีเมื่อวันพุธที่ผ่านมาที่ยกเลิกเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับโลก 2 เวทีใหญ่อย่างปุบปับ สร้างความประหลาดใจและทำให้กระบวนการประชุมทั้งสองเวทีอยู่ในภาวะสับสน ทั้งยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ที่ชิลีคุยนักคุยหนาว่าเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพที่สุดในลาตินอเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีปีเญรา ซึ่งเผชิญม็อบขับไล่ไม่เลิกราแม้เขาจะประกาศมาตรการหลายอย่าง รวมถึงปรับคณะรัฐมนตรีเกือบครึ่งหนึ่งแล้วก็ตาม ประกาศว่า เขาจำเป็นต้องตัดสินใจ &amp;quot;อย่างเจ็บปวด&amp;quot; ยกเลิกการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ระหว่างวันที่ 16-17 พฤศจิกายนนี้ และการประชุมว่าด้วยโลกร้อนขององค์การสหประชาชาติ หรือคอป 25 ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม เพื่อทุ่มเทสมาธิกับการฟื้นฟูกฎหมายและความสงบเรียบร้อยในประเทศ และผลักดันนโยบายทางสังคมแผนใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในฐานะประธานาธิบดีของชาวชิลีทุกคน ผมต้องเห็นแก่ปัญหาและผลประโยชน์ของชาวชิลี รวมถึงความต้องการ, ความปรารถนา และความหวังของพวกเขาก่อนเป็นลำดับแรกเสมอ&amp;quot; ปีเญรากล่าวในแถลงการณ์สั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวทีเอเปกที่กรุงซันติอาโกนั้นจะมีผู้นำจาก 20 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วม ซึ่งรวมถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ, ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ก่อนหน้านี้รัฐบาลสหรัฐประกาศว่าทรัมป์และสีเตรียมจะมาลงนามความตกลงฉบับชั่วคราวเพื่อยุติสงครามการค้าที่ยาวนาน 15 เดือน การยกเลิกประชุมเอเปกอาจปิดโอกาสที่ผู้นำทั้งสองจะพบกันในประเทศเป็นกลาง แต่เจ้าหน้าที่รัฐบาลทรัมป์ซึ่งยอมรับประหลาดใจกับการตัดสินใจของชิลี กล่าวว่า สหรัฐยังคาดหวังว่าจะลงนามความตกลงกับจีนได้ในเดือนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ประท้วงก่อจลาจลรุนแรงทำให้กรุงซันติอาโกของชิลีแทบจะถูกปิดตาย ระบบรถไฟใต้ดินได้รับความเสียหายเป็นมูลค่าเกือบ 400 ล้านดอลลาร์ ธุรกิจขาดทุนราว 1,400 ล้านดอลลาร์ และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 23 คน ผู้ประท้วง 7,000 คนถูกจับกุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะยกเลิกเป็นเจ้าภาพจัดประชุมระดับโลก แต่รัฐบาลชิลียืนยันว่าการเป็นเจ้าภาพจัดฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรอเมริกาใต้ โกปาลิเบร์ตาโดเรส ระหว่างสโมสรริเวอร์เพลตของอาร์เจนตินา กับฟลาเมงโกของบราซิล จะจัดตามกำหนดในวันที่ 23 พฤศจิกายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวทีคอป 25 ในเดือนธันวาคมที่พลอยได้รับผลกระทบไปด้วยนั้น เป็นเวทีใหญ่ด้านโลกร้อนของยูเอ็นที่คาดว่าจะมีผู้แทนราว 25,000 คนจากประมาณ 190 ประเทศเข้าร่วม รวมถึงเกรียตา ทุนแบร์ย สาวน้อยนักเคลื่อนไหวต้านโลกร้อนชาวสวีเดน โดยเวทีนี้มีเป้าหมายเพื่อหารือรายละเอียดวิธีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อให้เป็นไปตามความตกลงโลกร้อนปารีส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยูเอ็นจำเป็นต้องเร่งหาสถานที่จัดการประชุมแทนที่ชิลี โดยมีความเป็นไปได้ที่เวทีนี้อาจต้องเลื่อนออกไปก่อน แคโรไลนา ชมิดต์ รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมของชิลี กล่าวว่า มีอยู่หลายทางเลือก ซึ่งรวมถึงการประชุมที่สำนักงานใหญ่ของยูเอ็นที่นิวยอร์กและเจนีวา และว่า มี 3 ประเทศแสดงความสนใจเป็นเจ้าภาพด้วย แต่เธอไม่ระบุว่าคือประเทศใด ถึงอย่างไรชิลีก็ยังคงเป็นประธานการประชุมรอบนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49276</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอป 25, ชิลี, ประชุมเอเปก, ประชุมโลกร้อน, ยกเลิกจัดเอเปก, วิกฤติม็อบ, เซบัสเตียน ปีเญรา, เอเปก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191031/image_big_5dbae0614046b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29161</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2019 21:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2019 21:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปาปัวนิวกินีเจอแล้ว 40 คัน &#039;มาเซราติ&#039; หายปริศนาหลังเสร็จประชุมเอเปก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ปาปัวนิวกินีเจอแล้ว รถมาเซราติ 40 คันที่มีรายงานว่าสูญหายภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมเอเปกเมื่อปีที่แล้ว แต่ยังมีรถสูญหายอีกจำนวนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(Photo: AFP/Marco Bertorello) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอกสารของรัฐบาลปาปัวนิวกินี เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ แสดงภาพของรถมาเซราติ ควอทโทรปอร์เต หลายสิบคัน ที่ซื้อมาใช้รับส่งผู้นำชาติต่างๆ ในการประชุมเอเปกเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา นำมาจอดเรียงกันอยู่ที่ท่าเทียบเรือแห่งหนึ่งในกรุงพอร์ตมอร์สบี รถมาเซราติรุ่นนี้ราคาคันละอย่างต่ำ 135,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4.23 ล้านบาท รัฐบาลปาปัวนิวกินีจะนำมาประมูลในวันที่ 18 กุมภาพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากรถมาเซราติแล้ว ในวันเดียวกันจะนำรถเบนท์ลีย์ ฟลายอิง สเปอร์ รุ่นวี 8 ทั้งหมด 3 คัน ที่ใช้ในการประชุมเอเปกนำมาประมูลด้วย รถรุ่นนี้ราคาอย่างต่ำคันละ 410,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 12.86 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ตำรวจได้รับแจ้งความให้ช่วยค้นหารถจำนวนหนึ่งที่สูญหายไป แต่ไม่ได้ระบุว่าหายไปกี่คัน จากรถทั้งหมด 1,500 คัน ที่รัฐบาลปาปัวนิวกินีซื้อมาหรือได้รับบริจาคเพื่อนำมาใช้ระหว่างการประชุมเอเปก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลปาปัวนิวกินีระบุว่า จำเป็นต้องซื้อรถหรูเหล่านี้ ซึ่งใช้ได้กับถนนไม่กี่แห่งของกรุงพอร์ตมอร์สบี เนื่องจากต้องการให้สมเกียรติการประชุมเอเปก แม้จะโดนวิจารณ์อย่างหนักว่าควรนำเงินที่ซื้อรถหรูไปใช้ในการแก้ไขปัญหาสังคมด้านอื่น เช่น การระบาดของโรคโปลิโอและวัณโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คริสโตเฟอร์ ฮอว์คินส์ ซีอีโอการประชุมเอเปก 2018 เขียนรายงานแจ้งตำรวจว่า พบรถยนต์ที่ฝ่ายจัดการประชุมครอบครองอยู่ทั้งหมด 5 คัน แต่ยังมีรถอีก 4 คันที่ยังสูญหาย ได้แก่ รถโตโยต้า พราโด 3 คัน และรถแวนฮุนไดอีก 1 คัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29161</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปาปัวนิวกินี, มาเซราติ, รถหาย, เอเปก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190214/image_big_5c6579fe0b7fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22220</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2018 21:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2018 21:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เอเปก&#039; ร้าว ที่ประชุมไร้แถลงการณ์ร่วม เหตุจีนแตกคอสหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เอเปกจบไม่สวย บรรดาผู้นำประเทศภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกไม่สามารถเชื่อมความแตกแยกระหว่างสองชาติมหาอำนาจสหรัฐกับจีนด้านการค้าได้ ส่งผลให้ที่ประชุมที่ปาปัวนิวกินีปิดฉากลงเมื่อวันอาทิตย์โดยไม่มีการออกแถลงการณ์ร่วมของที่ประชุมเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเอเปก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้นำเอเปกถ่ายภาพหมู่ ระหว่างการประชุมที่กรุงพอร์ตมอร์สบีเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2561 ว่าการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ที่กรุงพอร์ตมอร์สบีของปาปัวนิวกินีปิดฉากลงแล้วในวันเดียวกัน แต่เป็นครั้งแรกที่ที่ประชุมแห่งนี้ไม่สามารถออกแถลงการณ์ร่วมอย่างเป็นทางการได้ เนื่องจากความเห็นที่แตกต่างกันคนละขั้วระหว่างสหรัฐและจีน สองประเทศมหาอำนาจที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 1 และ 2 ของโลกเกี่ยวกับกฎระเบียบทางการค้าโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ปีเตอร์ โอนีล ของปากัวนิวกินี แถลงแบบรับสภาพว่า สองยักษ์ใหญ่ในห้องนี้ไม่สามารถตกลงกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกฯ จัสติน ทรูโด ของแคนาดา ยอมรับว่า ความล้มเหลวนี้เกิดจากทัศนะที่แตกต่างกันด้านการค้าที่ทำให้ไม่สามารถหามติเอกฉันท์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากซ้าย นายกฯ ลีเซียนลุง ของสิงคโปร์, นายกฯ ชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น, ประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้, รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ และพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ขณะถ่ายภาพหมู่ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวหลายรายกล่าวกันว่า สหรัฐกดดันผู้นำประเทศอื่นๆ เกี่ยวกับประเด็นที่เปรียบได้กับการประณามองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) และเรียกร้องให้ปฏิรูปองค์การนี้แบบยกเข่ง แต่รัฐบาลจีนเห็นว่าข้อเรียกร้องของสหรัฐนั้นมากเกินไป การเปลี่ยนแปลงใดๆ อาจทำให้ความได้เปรียบของจีนลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ โอนีลก็บ่งชี้เช่นกันว่า เอเปกไม่สามารถออกแถลงการณ์ร่วมด้วยเพราะประเด็นเกี่ยวกับองค์การการค้าโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและจีนด้านการค้าในครั้งนี้ยิ่งเพิ่มเดิมพันสำหรับการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ในที่ประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศ จี 20 ที่อาร์เจนตินา สิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะเป็นครั้งแรกที่เอเปกไม่สามารถออกแถลงการณ์ร่วมของที่ประชุมวันสุดท้ายได้ แต่นายกฯ โอนีลยืนกรานว่า เหตุการณ์นี้ไม่ได้สร้างความอับอายขายหน้าแก่ประเทศที่ยากจนของเขาที่ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปกที่มี 21 ชาติสมาชิกเป็นครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานโดยอ้างแหล่งข่าว 3 คนที่ใกล้ชิดกับเหตุการณ์ว่า ช่วงที่สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นนั้น ตำรวจถูกเรียกให้เข้ามาดูแลเมื่อเจ้าหน้าที่ของจีนหลายคนพยายามจะบุกฝ่าเข้าไปภายในห้องทำงานของรัฐมนตรีต่างประเทศปาปัวนิวกินีในช่วงนาทีสุดท้าย เพื่อกดดันการร่างแถลงการณ์ร่วมฉบับนี้&amp;nbsp; แต่จางเซียวหลง เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศของจีนปฏิเสธกับผู้สื่อข่าวว่าไม่มีเหตุการณ์เช่นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง (ขวา) เดินสนทนากับนายกฯ ดมิตรี เมดเวเดฟ (ซ้าย) ระหว่างทางไปถ่ายภาพหมู่ผู้นำ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีนเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนเปิดฉากการประชุมนี้แล้ว เมื่อประธานาธิบดีสี และรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ของสหรัฐที่มาร่วมประชุมแทนทรัมป์ ประคารมกันผ่านการกล่าวสุนทรพจน์สำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพนซ์กล่าวเตือนประเทศขนาดเล็กว่า อย่าได้ถูกเย้ายวนโดยโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีน ที่เป็นช่องทางที่จีนเสนอเงินแก่ประเทศยากจนสำหรับโครงการก่อสร้างพื้นฐานและการพัฒนา เพนซ์กล่าวหาว่า เงินกู้ที่ &amp;quot;คลุมเครือ&amp;quot; ของจีนนั้นมาพร้อมกับเงื่อนไขผูกมัดและการสร้างหนี้สินมโหฬาร ทั้งยังล้อชื่อโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีนว่าเป็นโครงการ แถบตีบและเส้นทางวันเวย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการกล่าวสุนทรพจน์ของสีต่อที่ประชุมผู้นำธุรกิจก่อนหน้าเพนซ์ สียืนกรานว่า โครงการความริเริ่มของจีนนี้ไม่ใช่ &amp;quot;กับดัก&amp;quot; และไม่มี &amp;quot;วาระซ่อนเร้น&amp;quot; ผู้นำจีนยังได้วิจารณ์นโยบายปกป้องทางการค้า&amp;nbsp; &amp;quot;อเมริกามาก่อน&amp;quot; ของสหรัฐด้วย โดยกล่าวว่าเป็นวิธีการปฏิบัติแบบคิดตื้นๆ ที่จุดจบคือความล้มเหลว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22220</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ปาปัวนิวกินี, สหรัฐ, เอเปก, แตกคอ, แถลงการณ์ร่วม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181118/image_big_5bf16de19cc95.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20164</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2018 22:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2018 22:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปาปัวนิวกินีจัดหนัก ใช้เครื่องบินขับไล่-เรือรบคุ้มครองผู้นำเอเปก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลปาปัวนิวกินีเตรียมมาตรการรักษาความปลอดภัยแก่ผู้นำกลุ่มเอเปกที่จะมาร่วมประชุมที่กรุงพอร์ตมอร์สบีเดือนหน้า โดยจะใช้เครื่องบินขับไล่เอฟ/เอ 18 และเครื่องบินตรวจการณ์ของออสเตรเลียลาดตระเวนน่านฟ้า และส่งเรือรบคุ้มกันเรือสำราญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2561 หน่วยความมั่นคงลาดตระเวนริมชายฝั่งใกล้สถานที่จัดการประชุมเอเปก ที่กรุงพอร์ตมอร์สบี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2561 ว่าชาติสมาชิกที่ยากจนที่สุดในกลุ่มเอเปกชาตินี้กำลังจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปก 21 ประเทศ ตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน ผู้นำที่จะเข้าร่วมรวมถึงประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีน และรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ของสหรัฐ ซึ่งตามกำหนดจะไม่ค้างคืนที่กรุงพอร์ตมอร์สบี แต่จะพักที่ออสเตรเลียแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมครั้งนี้จะมีผู้แทนราว 15,000 คน เดินทางมายังหมู่เกาะตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิกแห่งนี้ แต่ปัญหาขาดแคลนที่พักทำให้ผู้แทนจำนวนมากต้องพักบนเรือสำราญ 3 ลำ ซึ่งเพิ่มความยุ่งยากด้านการดูแลความปลอดภัย และเพื่อความมั่นใจว่าผู้แทนจะได้รับความปลอดภัยจากอาชญากรรมที่เกลื่อนประเทศนี้ รวมไปถึงความเสี่ยงจากการก่อการร้าย รัฐบาลปาปัวนิวกินีจึงได้ขอความช่วยเหลือจากออสเตรเลียและสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จัสติน คัตเชนโก รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบการจัดการประชุม กล่าวว่า ปาปัวนิวกินีไม่เคยต้อนรับผู้นำประเทศจำนวนมากเท่านี้มาก่อน มาตรการที่ใช้จึงสำคัญมากสำหรับการส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปาปัวนิวกินีมีประชากร 8.5 ล้านคน แต่มากกว่า 1 ใน 3 มีชีวิตความเป็นอยู่ต่ำกว่าเส้นแบ่งความยากจน และราวครึ่งหนึ่งของประชากรตั้งถิ่นฐานในที่สาธารณะ ความรุนแรงทางการเมืองและความขัดแย้งระหว่างชนเผ่า โดยเฉพาะในเขตที่ราบสูง กำลังกลับมาเป็นปัญหาอีกครั้ง เพิ่มเติมจากปัญหาอาชญากรรมจี้ปล้นรถ และความรุนแรงภายในครอบครัวกับคดีข่มขืนที่มีอัตราสูงที่สุดในโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสำรวจเมืองน่าอยู่ของบริษัท ดิ อีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต ปีนี้จัดอันดับให้กรุงพอร์ตมอร์สบีอยู่อันดับ 136 จาก 140 อันดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2561 ชาวปาปัวนิวกินีนั่่งที่ป้ายรถประจำทางในกรุงพอร์ตมอร์สบีที่ติดป้ายโฆษณาการประชุมเอเปก / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ออสเตรเลียรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ของปฏิบัติการดูแลความปลอดภัย และยังได้ส่งทหารประมาณ 1,500 นาย รวมถึงหน่วยรบพิเศษ มายังกรุงพอร์ตมอร์สบีด้วย โดยเครื่องบินขับไล่เอฟ/เอ-18 ซูเปอร์ฮอร์เน็ต และเครื่องบินตรวจการณ์ของออสเตรเลียจะลาดตระเวนน่านฟ้า และส่งเรือรบอีกหลายลำมาคุ้มกันเรือสำราญเหล่านี้ ส่วนกองกำลังป้องกันชายฝั่งของสหรัฐได้รับมอบหมายให้รักษาความปลอดภัยบนฝั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คัตเชนโกเคยแจ้งต่อสภาผู้แทนราษฎรไว้ก่อนหน้านี้ว่า รัฐบาลกำลังร่วมมือกับประเทศหุ้นส่วนเพื่อให้ส่งเครื่องบินขับไล่มาลาดตระเวนน่านฟ้า รักษาความมั่นคงทางทะเล และปฏิบัติการของหน่วยรบพิเศษร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลยังได้ออกกฎหมายอนุญาตให้กองกำลังความมั่นคงจากต่างชาติสามารถใช้อาวุธสังหารได้ หากจำเป็นต้องจัดการกับภัยคุกคามเฉพาะหน้าระหว่างการประชุม และทำให้อดีตรัฐมนตรีกลาโหม เจอร์รี ซิงกิร็อก เตือนว่า อาจกระทบต่ออำนาจอธิปไตยของประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20164</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุ้มกันผู้นำประเทศ, ปาปัวนิวกินี, พอร์ตมอร์สบี, เครื่องบินขับไล่, เรือรบ, เอเปก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181017/image_big_5bc7541272844.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19789</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2018 21:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2018 21:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จวกรัฐบาลปาปัวนิวกินี ซื้อ &#039;มาเซราติ&#039; 40 คัน รับ-ส่งผู้นำเอเปก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวปาปัวนิวกินีโกรธแค้นรัฐบาลซื้อรถสปอร์ตหรูยี่ห้อมาเซราติจากอิตาลี 40 คันมาไว้สำหรับรับ-ส่งผู้นำที่จะมาร่วมประชุมเอเปกที่กรุงพอร์ตมอร์สบีเดือนหน้า ทั้งที่ชาติสมาชิกยากจนที่สุดในเอเปกชาตินี้กำลังประสบปัญหาเรื้อรังทางเศรษฐกิจและสาธารณสุข แต่รัฐมนตรีอ้างจะขายต่อให้เอกชนโดยไม่สิ้นเปลืองเงินภาษี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถมาเซราตินำเข้าจากอิตาลี จอดอยู่ที่สนามบินในปากัวนิวกินี เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2561 / AirBridgeCargo via Reuters&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปาปัวนิวกินีจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำประเทศกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ระหว่างวันที่ 17-18 พฤศจิกายนนี้ เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2561 ว่า ผู้คนจำนวนมากในประเทศนี้ ซึ่งมากกว่า 1 ใน 3 ของประชากร 9 ล้านคนยังมีฐานะยากจน พากันไม่สบายใจที่รัฐบาลใช้เงินจำนวนมากไปกับการจัดการประชุมเอเปกครั้งนี้ และการซื้อรถยนต์สปอร์ตหรู 40 คันยิ่งเพิ่มความกังวลของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รถสปอร์ตล็อตนี้ ซึ่งราคาขายปลีกในออสเตรเลียตกคันละ 200,000-350,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (4.6-8.0 ล้านบาท) ถูกส่งขึ้นเครื่องบินโบอิ้ง 747-8 เอฟ 2 ลำจากเมืองมิลานของอิตาลี มาถึงกรุงพอร์ตมอร์ตสบีในสัปดาห์ที่ผ่านมา ภาพของรถยนต์หลายคนที่ถูกขนย้ายลงจากเครื่องแล้วถูกเผยแพร่และก่อกระแสวิจารณ์อย่างโกรธแค้นทางโซเชียลมีเดียเมื่อวันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แกรี จอฟฟา ผู้ว่าราชการจังหวัดนอร์เทิร์น ซึ่งมักวิจารณ์รัฐบาลอยู่บ่อยครั้ง กล่าวว่า เงินที่ใช้ซื้อรถหรูเหล่านี้ควรจะนำไปใช้จ่ายเพื่อบรรเทาปัญหาที่เรื้อรังในสังคมมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปาปัวนิวกินีกำลังประสบกับปัญหามากมายเหลือเกินทั้งด้านสาธารณสุข, การศึกษา และการรักษาความสงบเรียบร้อย&amp;quot; เขากล่าวกับสถานีเอบีซีของออสเตรเลีย &amp;quot;ผมว่ามันเป็นการตบหน้าประชาชนในปาปัวนิวกินีที่กำลังทุกข์ยาก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2561 ศูนย์การประชุมที่ปาปัวนิวกินีจะใช้จัดการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปก ในกรุงพอร์ตมอร์สบี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปาปัวนิวกินีเป็นประเทศที่ฐานะยากจนที่สุดในกลุ่มเอเปกที่มีสมาชิก 41 ประเทศ ข่าวรอยเตอร์กล่าวว่า นับแต่ปี 2556 ที่ปาปัวนิวกินีประกาศเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับภูมิภาคนี้ เศรษฐกิจของประเทศก็ทรุดตัวลงอย่างหนัก เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ประเทศนี้ยังประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหวที่สร้างความเสียหายอย่างมากด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงที่ผ่านมา ปาปัวนิวกินียังมีปัญหาโรคโปลิโอและวัณโรคกลับมาอุบัติอีกครั้งในประเทศนี้ &amp;quot;ในขณะที่ปาปัวนิวกินีกำลังดิ้นรนกับการหาเงินจ่ายค่าจ้างครู และรับมือกับโปลิโอระบาด รัฐบาลนี้กลับซื้อรถซีดานหรูมาเซราติขบวนใหญ่ไว้สำหรับพวกผู้นำเอเปก&amp;quot; ผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อลิซกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอีกคนที่ใช้ชื่อว่าทันนาห์ ทวีตว่า &amp;quot;ไม่รู้จะเริ่มยังไง น่าตลกสิ้นดี ประชาชนที่นี่ควรได้รับสิ่งที่ดีกว่านี้ คนทั้งประเทศสามารถบอยคอตเอเปก 2018 และรัฐบาลปาปัวนิวกินีที่หลงผิดได้มั้ย?&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางคนกล่าวว่า รถหรูยี่ห้อนี้ไม่สามารถทำความเร็วได้ถึง 240 กิโลเมตร/ชั่วโมงบนท้องถนนที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อของประเทศนี้ และคงวิ่งบนถนนนอกเมืองหลวงไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านจัสติน คัตเชนโก รัฐมนตรีเอเปก ปกป้องการตัดสินใจของรัฐบาลที่ซื้อรถหรูจากอิตาลีว่า การเลือกพาหนะนี้สำหรับต้อนรับบรรดาผู้นำถือเป็นมาตรฐานของการประชุมสุดยอดเอเปก อีกทั้งรถเหล่านี้จะถูกขายต่อให้เอกชนหลังเสร็จงานแล้ว โดยมีคนแสดงความประสงค์จะซื้อต่อแล้วหลายราย รัฐบาลเพียงแค่จ่ายเงินมัดจำรถไปเท่านั้น แต่เงินเหล่านี้จะได้คืนมาทั้งหมดในภายหลังโดยไม่ต้องใช้เงินภาษีเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ปีเตอร์ โอนีล กล่าวว่า โดยทั่วไปแล้วการจัดการประชุมนานาชาติแบบนี้ รถยนต์ที่นำมาใช้งานในช่วงสั้นๆ จะถูกนำมาจัดการขายต่อให้ภาคเอกชน รัฐบาลไม่ได้ใช้เงินในคลังหรือเงินจากกองทุนใดเลย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19789</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปาปัวนิวกินี, พอร์ตมอร์สบี, มาเซราติ, เอเปก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181012/image_big_5bc0a7f323d8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
