<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100387</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2021 22:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2021 22:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดบุกถึงเอเวอเรสต์ นักปีนเขานอร์เวย์ยืนยันติดเชื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นักปีนเขาชาวนอร์เวย์รายหนึ่งยืนยันเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เขาติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ขณะพยายามพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ในเนปาล และขณะนี้กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลในกรุงกาฐมาณฑุ ยังไม่ชัดเจนว่ามีนักปีนเขารายอื่นติดเชื้ออีกหรือไม่ แต่สื่อนอร์เวย์เผยว่ามีชาวเชอร์ปาในคณะติดไวรัสด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การระบาดของโควิด-19 บังคับให้ทางการเนปาลต้องงดการปีนเขาเอเวอเรสต์เมื่อปีที่แล้ว แต่ในปีนี้เนปาลผ่อนคลายกฎการกักกันโรคด้วยหวังรายได้จากการท่องเที่ยว ถึงแม้จะมีความยากลำบากหากเกิดกรณีการติดเชื้อไวรัสนี้ในระดับความสูงขนาดนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีอ้างคำยืนยันผ่านข้อความทางเฟซบุ๊กของเออร์เลนด์ เนสส์ นักปีนเขาชาวนอร์เวย์ว่าผลการวินิจฉัยของเขาคือเป็นโควิด-19 แต่ตอนนี้เขาดีขึ้นแล้ว โรงพยาบาลกำลังดูแลรักษาเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนสส์ถูกอพยพลงมาจากเขาด้วยเฮลิคอปเตอร์และถูกส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลในกรุงกาฐมาณฑุหลังจากเขาได้ใช้เวลาอยู่ที่เบสแคมป์ ซึ่งมีความสูงมากกว่า 5,300 เมตร มีรายงานของสื่อบางสำนักก่อนหน้านี้ว่า มีความเข้าใจในตอนแรกว่าเขามีภาวะน้ำท่วมปอดจากการแพ้พื้นที่สูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานีเอ็นอาร์เคของนอร์เวย์ที่สัมภาษณ์เนสส์รายงานด้วยว่า ชาวเชอร์ปาคนหนึ่งในคณะปีนเขาของเขาก็ตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนสส์กล่าวว่า เขาหวังจริงๆ ว่าจะไม่มีคนอื่นติดเชื้อไวรัสโควิดบนยอดเขา เพราะเป็นไปไม่ได้ที่จะอพยพคนด้วยเฮลิคอปเตอร์ที่ระดับความสูงกว่า 8,000 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การหายใจที่ระดับความสูงขนาดนั้นเป็นเรื่องยากลำบากอยู่แล้ว ฉะนั้นหากมีการแพร่เชื้อในหมู่นักปีนเขาบนนั้นก็จะเสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปราติวา ปันเดย์ ผู้อำนวยการฝ่ายแพทย์ของโรงพยาบาล CIWEC ในกรุงกาฐมาณฑุ ยอมรับกับเอเอฟพีว่า มีผู้ป่วยจากเอเวอเรสต์ที่ติดไวรัสโคโรนารักษาตัวอยู่ที่นี่ แต่ไม่สามารถบอกได้ว่ามีกี่คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านมิรา อัชรายา โฆษกกรมการท่องเที่ยวเนปาล ปฏิเสธว่า ถึงขณะนี้ไม่ได้รับรายงานว่ามีนักปีนเขาติดเชื้อโควิด-19 ส่วนนักปีนเขาที่อพยพลงมาเมื่อวันที่ 15 เมษายนนั้น ได้รับแจ้งว่าเขาเป็นโรคปอดบวมและกำลังแยกรักษาอาการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดาวา สตีเวน เชอร์ปา จากบริษัท เอเชียน เทร็กกิง กล่าวว่า ตอนนี้ทุกคนบนเบสแคมป์มีความกังวล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีนี้เนปาลออกใบอนุญาตปีนเขาแล้ว 377 ใบ คาดว่าจำนวนสุดท้ายน่าจะมากกว่า 381 ใบที่ออกให้เมื่อปี 2562.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100387</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักปีนเขาชาวนอร์เวย์, เชอร์ปา, เนปาล, เอเวอเรสต์, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210422/image_big_608196856f634.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36717</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2019 21:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2019 21:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอเวอเรสต์จราจรติดขัด นักปีนเขาดับแล้ว 8</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นักปีนยอดเขาเอเวอเรสต์เสียชีวิตเพิ่มอีก 4 รายเมื่อวันศุกร์ เพิ่มยอดสังเวยเป็น 8 ศพแล้วในสัปดาห์นี้ หลายรายเป็นผลพวงจากจำนวนนักปีนเขาล้นเกิน ทำให้มีคนติดค้างอยู่ในเขตมรณะนานหลายชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 โดยโครงการเป็นไปได้ของนีร์มัล ปูร์จา นักปีนเขา เผยสภาพการจราจรติดขัดบนเส้นทางสู่ยอดเขาเอเวอเรสต์ AFP / Project Possible / &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 24 พฤษภาคม 2562 กล่าวว่า ทางการเนปาลออกใบอนุญาตสำหรับการปีนยอดเขาเอเวอเรสต์ในฤดูใบไม้ผลิปีนี้มากเป็นประวัติการณ์ถึง 381 ราย เงินจากการออกใบอนุญาตรายละ 11,000 ดอลลาร์ (ราว 350,000 บาท) ถือเป็นรายได้สำคัญสำหรับประเทศยากจนบนเทือกเขาหิมาลัยแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ช่วงที่สภาพอากาศเปิดสำหรับการปีนเขาก่อนที่ฤดูปีนเขาที่มีเวลาสั้นๆ จะปิดลงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ส่งผลให้นักปีนเขาหลายร้อยคนมากระจุกตัวกันอยู่ที่นี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เสียชีวิตล่าสุดอีก 4 รายเมื่อวันศุกร์ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตในสัปดาห์มรณะนี้เพิ่มเป็น 8 รายแล้ว เจ้าหน้าที่และผู้จัดกล่าวกันว่า ในจำนวนนี้รวมถึงชาวอินเดีย 2 คนและเนปาล 1 คนที่ปีนจากฝั่งเนปาล และมีชาวออสเตรีย 1 คนที่เสียชีวิตขณะกลับลงจากยอดเขาทางฝั่งเหนือของทิเบต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัง เซอริง เชอร์ปา อดีตประธานสมาคมนักปีนเขาเนปาล กล่าวว่า ช่วงวันที่สภาพอากาศเปิดของฤดูนี้แคบมาก ทำให้หลายทีมต้องรอเพื่อจะปีนเขา การติดค้างอยู่เหนือเดธโซนหรือเขตมรณะเป็นเวลานานเพิ่มความเสี่ยงของการโดนหิมะกัด, อาการป่วยในพื้นที่สูง หรือแม้แต่การเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวอินเดียสองรายที่เสียชีวิตนั้น รายหนึ่งชื่อคัลปานา ดาส อายุ 52 ปี ปีนถึงยอดเขาแล้ว แต่มาเสียชีวิตขาลงเมื่อบ่ายวันพฤหัสบดีในช่วงที่นักปีนเขาจำนวนมากต่อแถวกันอยู่ใกล้กับยอดเขา อีกคนคือนิฮาล บักวัน อายุ 27 ปีเสียชีวิตขากลับลงจากเขา เนื่องจากต้องติดอยู่บนนั้นนานกว่า 12 ชั่วโมงในสภาพอ่อนล้า ไกด์ชาวเชอร์ปาแบกเขากลับลงมาที่แคมป์ 4 ได้ แต่เขาหมดลมหายใจที่นั่น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36717</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักปีนเขา, เนปาล, เอเวอเรสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190524/image_big_5ce7fc386e0b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22107</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2018 15:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2018 15:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่” เหนือกว่าด้วยสมรรถนะและความปลอดภัย   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟอร์ด ประเทศไทย จัดทริปเชิญสื่อมวลชนร่วมเปิดประสบการณ์ทดลองขับ &amp;ldquo;ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่&amp;rdquo; รถยนต์อเนกประสงค์ขนาดกลาง ที่มาพร้อมกับสมรรถนะ และความปลอดภัยที่เหนือชั้น ด้วยขุมพลังใหม่เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ไบเทอร์โบ ที่มอบกำลังสูงสุดถึง 213 แรงม้า และแรงบิดที่ 500 นิวตันเมตรและเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ กำลัง 180 แรงม้า และแรงบิดที่ 420 นิวตันเมตร ที่มาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด&amp;nbsp; ผสานกับความเหนือชั้นของระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย เพื่อตอบโจทย์การเดินทางทุกรูปแบบ ที่จังหวัดเพชรบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดสตาร์ทอยู่ที่ อิมแพค ฟอรั่ม อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยช่วงเช้าสื่อมวลชนเข้ารับฟังการบรรยายข้อมูลผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีของ &amp;ldquo;ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่&amp;rdquo; ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัย รวมถึงโปรแกรมการเดินทางตลอดสองวันทั้งบนทางเรียบและแบบออฟโรด ก่อนออกเดินทางสื่อมวลชนได้ขนสัมภาระขึ้นรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ใหม่ สะดวกสบายมากยิ่งขึ้นด้วยฟีเจอร์ใหม่ ประตูท้ายไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี ใช้งานง่ายเพียงใช้เท้ายื่นไปใต้ท้ายรถ ประตูท้ายก็จะเปิดออกเองโดยอัตโนมัติ (เมื่อมีกุญแจอัจฉริยะอยู่ในกระเป๋าหรือที่ตัวผู้สัมผัส) หลังจากนั้นเริ่มออกเดินทางมุ่งหน้าไปจังหวัดเพชรบูรณ์ บนเส้นทางไฮเวย์เพื่อทดสอบขุมพลังใหม่ ของ &amp;ldquo;ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่&amp;rdquo; ที่ตอบสนองการขับขี่และมอบอัตราเร่งได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้การขับขี่บนทางเรียบคล่องตัวนุ่มนวลและสนุกกว่าที่เคย พร้อมประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น นอกจากนี้เทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะและห้องโดยสารที่หรูหราใน &amp;ldquo;ฟอร์ด
เอเวอเรสต์ ใหม่&amp;rdquo; ยังช่วยให้สื่อมวลชนเพลิดเพลินกับประสบการณ์การขับขี่ทางไกลได้อย่างสะดวกสบายและปลอดภัย ระหว่างการขับขี่ สื่อมวลชนยังได้ทดลองใช้งานระบบซิงค์ 3 (SYNC 3) ซึ่งสามารถจดจำเสียงและสั่งงานเสียงด้วยภาษาไทยได้ ช่วยโทรออก ฟังเพลง หรือเรียกใช้เมนูอื่นๆ ได้ โดยไม่ต้องละสายตาจากถนน รวมทั้งยังรองรับ Apple Carplay และ Android Auto พร้อมบลูทูธ จอทัชสกรีน ฟูลคัลเลอร์ ขนาด 8.0 นิ้ว และกล้องมองหลัง รวมทั้งระบบแผนที่นำทางโดยใช้สัญญาณจากดาวเทียม ที่เพิ่มความมั่นใจในการเดินทางในพื้นที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากรับประทานกลางวัน ณ อำเภอวิเชียรบุรี ได้เดินทางต่อไปยังอำเภอเขาค้อ ด้วยเส้นทางขึ้นเขา ด้วยแรงบิดสูงสุดถึง 500 นิวตันเมตร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งกำลังและเร่งความเร็ว รวมทั้งระบบพวงมาลัยไฟฟ้าที่ทำงานได้อย่างดีเยี่ยม ให้การควบคุมที่ง่ายดาย ช่วงล่างแบบคอยล์สปริงพร้อมวัตต์ลิงค์ มอบสมรรถนะการทรงตัวและการเกาะถนนที่เหนือกว่า ช่วยให้การขับรถบนทางลาด ไม่ว่าจะเป็นการขับขึ้นภูเขาที่ลื่นและลาดชันง่ายดายยิ่งขึ้นกว่าเดิม ก่อนแวะชมความงาม พร้อมถ่ายภาพหมู่ ณ วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว และพักดื่มกาแฟ ที่ร้าน Pino Latte และเดินทางเข้าที่พักเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การขับขี่่ด้วยกันในช่วงค่ำ ก่อนแยกย้ายพักผ่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันถัดมาสื่อมวลชนออกเดินทางสู่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง เพื่อชมทัศนียภาพในจุดชมพระอาทิตย์และทุ่งนางพญา ด้วยความเหนือชั้นของระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ (Terrain Management System i4WD) ของ &amp;ldquo;ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่&amp;rdquo; เพียงการหมุนปุ่มเลือกโหมดการขับขี่ตามสภาพถนน ช่วยให้การขับขี่แบบออฟโรดบนระยะทางกว่า 10 กิโลเมตรเป็นเรื่องง่ายดาย ระบบ Terrain Management System (TMS) ได้รับการออกแบบมาพร้อมกับโหมดตั้งค่าการขับขี่ 4 แบบ คือ 1. พื้นผิวทั่วไป&amp;nbsp; 2. พื้นหิมะ/โคลน/หญ้า&amp;nbsp; 3. พื้นทราย&amp;nbsp; และ 4. พื้นหินขรุขระ&amp;nbsp; โดยแต่ละโหมดจะปรับเปลี่ยนการตั้งค่า&amp;nbsp; อัตราเร่ง ระบบส่งกำลัง ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ และระบบควบคุมการเกาะถนน เพื่อให้ผู้ขับขี่มั่นใจในทุกสถานการณ์ ในกรณีที่ต้องเผชิญกับเส้นทางออฟโรดสุดหฤโหด ผู้ขับขี่ก็สามารถเลือกปรับโหมดขับเคลื่อนสี่ล้อที่อัตราทดรอบต่ำ เพื่อการควบคุมรถได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น หลังจากที่สื่อมวลชนได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพของทุ่งหญ้าและสวนสนอันแปลกตาจนเวลาสมควร จึงได้ออกเดินทางเพื่อรับประทานอาหารกลางวันและเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22107</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทดลองขับ, ทดสอบรถ, ฟอร์ด., ฟอร์ดเอเวอเรสต์, รีวิว, เอเวอเรสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181116/image_big_5bee8479cbac0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13197</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2018 23:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2018 10:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ขุมพลังใหม่ เริ่มต้นที่ 1.299 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ของรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดกลางอีกขั้น ด้วยประสิทธิภาพ และความปลอดภัย ที่มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่อย่างเหนือชั้นทั้งบนทางเรียบและแบบออฟโรด ผสานกับเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ดีไซน์ที่โดดเด่น และห้องโดยสารที่หรูหราและสะดวกสบายยิ่งขึ้น

ยุคนธร วิเศษโกสิน ประธาน ฟอร์ด อาเซียน และกรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดเผยว่า ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ สานต่อความโดดเด่นจากฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่นปัจจุบัน ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย ด้วยการนำความคิดเห็นจากผู้บริโภคที่มีต่อเอเวอเรสต์ รุ่นปัจจุบัน มาพัฒนาประสิทธิภาพ สมรรถนะ และความสะดวกสบาย ให้ตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ได้อย่างดียิ่งขึ้นกว่าเดิม พร้อมตอกย้ำความเป็นหนึ่งในรถยนต์อเนกประสงค์ที่ชาญฉลาดและปลอดภัยที่สุดในตลาด โดยฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ เปิดรับจองแล้วและพร้อมส่งมอบให้กับลูกค้าตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2561 เป็นต้นไป

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ยังคงเดินหน้าตอกย้ำความแข็งแกร่งของรถยนต์อเนกประสงค์ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะ คุณภาพของอุปกรณ์อันยอดเยี่ยม และสมรรถนะที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น เพื่อมอบประสิทธิภาพและความคล่องตัวเมื่อขับขี่ในเมือง แต่ยังคงความแข็งแกร่งสมบุกสมบันอย่างเหนือชั้นเมื่อขับขี่ออฟโรด ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไทเทเนี่ยม พลัส ใหม่ มาพร้อมระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนนของฟอร์ด ซึ่งผสานระบบเบรกแบบ Autonomous Emergency Braking (AEB) เข้ากับระบบตรวจจับคนเดินถนน และระบบตรวจจับยานพาหนะ บริเวณรอบตัวรถ เพื่อหยุดรถ และช่วยลดอัตราการชนท้ายและการชนคนเดินถนนลง โดยระบบนี้จะทำงานเมื่อใช้ความเร็วสูงกว่า 3.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป ทั้งยังมอบความสะดวกสบายด้วยฟีเจอร์ใหม่มากมาย เช่น ระบบตรวจจับลมยาง ประตูท้ายเปิด-ปิด ด้วยไฟฟ้าแบบแฮนฟรี กุญแจรีโมทอัจฉริยะ และปุ่มสตาร์ทรถอัตโนมัติ สำหรับระบบตรวจจับลมยางได้รับการติดตั้งในรถระดับนี้เป็นครั้งแรก จะคอยตรวจวัดความดันลมในยางล้อทั้ง 4 ล้อ และเตือนผู้ใช้งานเมื่อความดันลมเปลี่ยนแปลง ระบบนี้นอกจากจะช่วยเสริมประสิทธิภาพการใช้น้ำมันแล้ว ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัย และยืดอายุการใช้งานของยาง นอกจากนี้ยังมีระบบประตูท้ายเปิด-ปิด ด้วยไฟฟ้าแบบแฮนฟรี เพียงยื่นเท้าไปที่ใต้กันชนท้าย ประตูท้ายจะเปิดโดยอัตโนมัติ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ทุกรุ่น ได้รับการติดตั้งระบบซิงค์ 3 (SYNC 3) ซึ่งรองรับ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมระบบบลูทูธ จอทัชสกรีน ฟูลคัลเลอร์ ขนาด 8.0 นิ้ว และกล้องมองหลัง ผู้ขับขี่ยังสามารถใช้งาน Apple Maps และระบบแผนที่นำทางด้วยดาวเทียมซึ่งติดตั้งมากับรถ เมื่อออกนอกพื้นที่ที่มีสัญญาณโทรศัพท์อีกด้วย &amp;nbsp; โดยระบบซิงค์ 3 ยังมาพร้อมระบบจดจำเสียง และระบบสั่งงานเสียงด้วยภาษาไทย เพื่อการใช้งานที่คล่องตัวยิ่งขึ้น นอกจากฟีเจอร์ใหม่แล้ว ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะอันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์รุ่นนี้ ให้ผู้ใช้งานได้เพลิดเพลินกับประสบการณ์การขับขี่อย่างสะดวกสบายและปลอดภัย&amp;nbsp;

ความโดดเด่นของ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ เริ่มจากดีไซน์กระจังหน้าใหม่ และไฟหน้า HID ส่องสว่างกว่าไฟหน้าทั่วไป พร้อมล้อแมกซ์อัลลอยแบบก้านคู่ขนาด 20 นิ้ว ที่ช่วยเสริมให้รถดูดุดันและหรูหราอย่างมีระดับ ในห้องโดยสารตกแต่งด้วยโทนสีดำ ดู หรูหรา และยังเสริมความโดดเด่นด้วยเส้นสายรอบคัน อีกทั้งเพิ่มความนุ่มนวลของจุดสัมผัสต่างๆ ในห้องโดยสาร เพื่อความรู้สึกหรูหราและสะดวกสบายในการใช้งาน ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ไบเทอร์โบ และระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ให้กำลังสูงสุดถึง 213 แรงม้า (157 กิโลวัตต์) นอกจากนี้ เครื่องยนต์ไบเทอร์โบยังสามารถกระจายแรงบิดได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ด้วยแรงบิดสูงสุดถึง 500 นิวตันเมตร ที่ความเร็ว 1750 รอบต่อนาที ระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งกำลังและเร่งความเร็ว ช่วยให้การขับรถบนทางลาด เช่น การขับรถขึ้นภูเขาที่ลื่นและลาดชันง่ายดายยิ่งขึ้นกว่าเดิม ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ทุกรุ่น ได้รับการพัฒนาระบบกันสะเทือน ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมรถยนต์ได้อย่างง่ายดายและมั่นใจยิ่งขึ้นในทุกสภาพถนน มอบห้องโดยสารที่ปราศจากเสียงรบกวนด้วยระบบตัดเสียงรบกวนจากภายนอก ในขณะที่กระบวนการวิศวกรรมออกแบบให้ความสำคัญกับการลดเสียงรบกวนจากเครื่องยนต์และระบบเกียร์ พร้อมพัฒนาซีลกันเสียงและวัสดุดูดซับเสียงภายในห้องโดยสารให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นอีกด้วย

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ มี 4 รุ่น&amp;nbsp; 6 สี รวมถึงรุ่นเทรนด์ ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้นราคารุ่นไทเทเนี่ยม พลัส เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ไบเทอร์โบ ขับเคลื่อน 4 ล้อ ราคา 1,799,000 บาท รุ่นไทเทเนี่ยม พลัส เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ ขับเคลื่อน 2 ล้อ ราคา 1,599,000 บาท รุ่นไทเทเนี่ยม เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ ขับเคลื่อน 2 ล้อ ราคา 1,439,000 บาท รุ่นเทรนด์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ ขับเคลื่อน 2 ล้อ ราคา 1,299,000 บาท&amp;nbsp;

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13197</URL_LINK>
                <HASHTAG>ford, thaipost, ข่าวรถ, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, ฟอร์ด, ฟอร์ดเอเวอเรสต์, ยานยนต์ไทยโพสต์, รถใหม่, รีวิว, เอเวอเรสต์, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180711/image_big_5b4579c6aedf3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
