<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105183</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2021 19:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2021 19:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทั่วโลกได้ฉีดวัคซีนแล้วกว่า2,100ล้านคน จีน-สหรัฐรวมกันเกือบครึ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เอเอฟพีรายงานอ้างแหล่งที่มาของทางการเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ถึงขณะนี้ทั่วโลกมีผู้ที่ได้ฉีดวัคซีนโควิด-19 อย่างน้อย 1 โดสแล้วมากกว่า 2,100 ล้านคน ในจำนวนนี้ราวครึ่งหนึ่งเป็นผู้ที่อยู่ในจีนและสหรัฐรวมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 เริ่มต้นเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว และจากฐานข้อมูลของเอเอฟพีที่รวบรวมถึงเวลา 16.15 น.วันพฤหัสบดีตามเวลาไทย มีประชากรโลกใน 215 ประเทศและดินแดน ได้ฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 โดสแล้วไม่ต่ำกว่า 2,109,696,022 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิสราเอล ซึ่งเป็นผู้นำด้านการฉีดวัคซีนมาตั้งแต่ต้น ยังคงนำหน้าประเทศอื่นๆ โดยฉีดให้ประชาชนครบโดสแล้วเกือบ 6 คนใน 10 คน ตามด้วยแคนาดา ซึ่งมีประชากร 59% ได้ฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 โดส, สหราชอาณาจักรฉีดแล้ว 58.3%, ชิลี 56.6% และสหรัฐ 51%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัดส่วน 6 ใน 10 ของผู้ที่ได้รับวัคซีนนั้นอยู่ในจีน, สหรัฐและอินเดียรวมกัน โดยจีนฉีดวัคซีนแล้วมากที่สุด 704.8 ล้านคน อันดับสองสหรัฐอเมริกา 296.9 ล้านคน และอินเดีย 221 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสหภาพยุโรป เกือบ 4 ใน 10 ได้ฉีดวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส โดยเยอรมนีมากที่สุด 43.6%, อิตาลี 40% ส่วนฝรั่งเศสและสเปน 39.4%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีเพียง 6 ประเทศในโลกนี้ที่ยังไม่เริ่มฉีดวัคซีนเลย ได้แก่ เกาหลีเหนือ, เฮติ, แทนซาเนีย, ชาด, บุรุนดี และเอริเทรีย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105183</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทั่วโลกฉีดวัคซีนโควิดเกิน2000ล้าน, เอเอฟพี, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210603/image_big_60b8c6abcd89d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91932</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งข้อหากักตัว‘อองซาน’ ทหารชี้จำเป็นยึดอำนาจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ขบวนการอารยะขัดขืนทำงาน แพทย์พยาบาลทั่วเมียนมาผละงาน-ติดริบบิ้นแดงประท้วง เอ็นแอลดีเผยตำรวจตั้งข้อหา &amp;quot;อองซาน ซูจี&amp;quot; นำเข้าวิทยุสื่อสารผิดกฎหมายขอศาลควบคุมตัวถึงกลางเดือน ผบ.สส.อ้าง &amp;quot;เลี่ยงไม่ได้&amp;quot; ต้องยึดอำนาจเพราะรัฐบาลพลเรือนไม่จัดการการทุจริตเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ สองวันภายหลังกองทัพเมียนมายึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนภายใต้การนำของนางอองซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐ ว่าเริ่มมีสัญญาณการต่อต้านของประชาชนในเมียนมาอย่างแพร่หลายมากขึ้นแล้ว โดยแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลหลายแห่งทั่วประเทศประกาศในวันเดียวกันนี้ว่า พวกเขากำลังติดริบบิ้นสีแดง ซึ่งเป็นสีประจำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางซูจี และพร้อมใจกันผละงานที่ไม่ใช่งานฉุกเฉินทั้งหมด เพื่อประท้วงการรัฐประหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ่อง ซาน มิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขนาด 100 เตียงในเขตกั่นก้อ บอกกับเอเอฟพีว่า เป้าหมายหลักของพวกตนคือการยอมรับเฉพาะรัฐบาลที่เราเลือกเองเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมแพทย์บางกลุ่มได้โพสต์ภาพถ่ายทางโซเชียลมีเดียที่พวกเขาติดริบบิ้นแดง และชูสามนิ้ว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์การประท้วงแบบเดียวกับของไทย ขณะบางคนเลือกที่จะไม่ไปทำงานเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักเคลื่อนไหวประกาศการรณรงค์ของพวกเขาผ่านกลุ่มเฟซบุ๊ก &amp;quot;ขบวนการอารยะขัดขืน&amp;quot; ซึ่งถึงช่วงบ่ายวันพุธมีผู้ติดตามแล้วมากกว่า 150,000 คน ภายใน 24 ชั่วโมงที่เริ่มเปิดเพจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้นเมื่อช่วงค่ำวันอังคาร ประชาชนในนครย่างกุ้งบางส่วนแสดงออกผ่านการเคาะหม้อเคาะกระทะ และบีบแตรรถยนต์ ตอบรับเสียงเรียกร้องผ่านโซเชียลมีเดียให้ประท้วงการรัฐประหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนั้น พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่ตั้งตนเป็นหัวหน้าคณะรัฐบาลทหารชุดใหม่ กล่าวต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรก ซึ่งประกอบไปด้วยพวกนายพลทั้งอดีตและปัจจุบัน ว่าการรัฐประหารยึดอำนาจของเขาเมื่อวันจันทร์นั้นเป็นสิ่งที่ &amp;quot;หลีกเลี่ยงไม่ได้&amp;quot; เพราะรัฐบาลพลเรือนล้มเหลวในการตรวจสอบคำกล่าวหาทุจริตเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ทั้งที่กองทัพเตือนแล้วหลายครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลทหารชุดใหม่ได้ออกประกาศเตือนประชาชนแล้วว่าอย่าได้พูดหรือโพสต์สิ่งที่อาจกระตุ้นให้เกิดการก่อจลาจลหรือสถานการณ์ที่ไม่มั่นคง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง พรรคเอ็นแอลดีเปิดเผยเมื่อวันพุธว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจได้ตั้งข้อหานางซูจีว่ากระทำผิดกฎหมายนำเข้า/ส่งออก และได้ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ควบคุมตัวนางไว้ 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ข้อกล่าวหาอ้างว่านางครอบครองวิทยุสื่อสารอย่างน้อย 15 เครื่อง และอุปกรณ์สื่อสารอื่นๆ ที่นำเข้าอย่างผิดกฎหมาย ส่วนประธานาธิบดีวิน มยิน ซึ่งถูกควบคุมตัวเมื่อเช้ามืดวันจันทร์เช่นกัน ถูกตั้งข้อหาว่าทำผิดกฎหมายจัดการภัยพิบัติ จากการเข้าร่วมการหาเสียงเมื่อเดือนกันยายน ซึ่งมีคนเข้าร่วมหลายร้อยคน ถือเป็นการฝ่าฝืนมาตรการควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ตามข้อมูลในเอกสารที่ประทับตราของตำรวจ คณะทหารจากสำนักงานผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้เข้าตรวจค้นที่พักของนางซูจีเมื่อเวลา 06.30 น.ของวันจันทร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันพุธ เอ็นแอลดีประกาศด้วยว่า ทหารได้ &amp;quot;กระทำผิดกฎหมาย&amp;quot; หลังยึดอำนาจด้วยการบุกตรวจค้นที่ทำการของพรรคทั่วประเทศ แล้วยึดเอกสารและคอมพิวเตอร์ไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิกิริยาจากต่างประเทศต่อการยึดอำนาจของกองทัพเมียนมายังมีออกมาอย่างต่อเนื่อง ในวันอังคาร กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้กำหนดเรียกสถานการณ์ในเมียนมาอย่างเป็นทางการว่าเป็นการรัฐประหาร ซึ่งหมายความว่าสหรัฐจะไม่สามารถส่งมอบความช่วยเหลือให้แก่รัฐบาลเมียนมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ผลกระทบจากการนี้จะเป็นในเชิงสัญลักษณ์เสียมาก เนื่องจากความช่วยเหลือเกือบทั้งหมดที่สหรัฐมอบให้เมียนมานั้นมอบให้แก่องค์กรเอกชน ส่วนกองทัพเมียนมาก็โดนสหรัฐคว่ำบาตรอยู่แล้วจากกรณีการปราบปรามชาวมุสลิมโรฮีนจา คำแถลงยืนยันด้วยว่า สหรัฐจะยังคงความช่วยเหลือโครงการด้านมนุษยธรรมไว้ต่อไป รวมถึงการช่วยเหลือชาวโรฮีนจา แต่จะทบทวนความช่วยเหลือที่มอบให้แก่เมียนมาในวงกว้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ซึ่งเมื่อเดือนที่แล้วเพิ่งส่งความช่วยเหลือฉุกเฉินให้เมียนมา 150 ล้านดอลลาร์เพื่อช่วยต่อสู้กับโควิด-19 แถลงเมื่อวันพุธว่า มีความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับผลกระทบของสถานการณ์นี้ต่อเศรษฐกิจและต่อประชาชนชาวเมียนมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มประเทศจี 7 มีแถลงการณ์ประณามรัฐประหารครั้งนี้ และเรียกร้องให้กองทัพยุติภาวะฉุกเฉินทันที คืนอำนาจให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ปล่อยตัวผู้ที่โดนควบคุมตัวทั้งหมด และให้เคารพสิทธิมนุษยชนและหลักนิติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่นิวยอร์กเมื่อวันอังคาร คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติประชุมฉุกเฉิน แต่ไม่สามารถหาความเห็นพ้องในการออกแถลงการณ์ประณามรัฐประหารเมียนมาได้หลังจากประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมง นักการทูตผู้หนึ่งเผยว่า จีนและรัสเซียขอเวลาเพิ่ม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91932</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประท้วงการรัฐประหาร, รัฐประหาร, ริบบิ้นแดงประท้วง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อองซาน ซูจี, อารยะขัดขืน, เอเอฟพี, เอ็นแอลดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210203/image_big_601ab13ec895d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68270</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พี่สาวบุกสภาช่วยวันเฉลิม ฝ่ายค้านกระทู้ถามนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พี่สาววันเฉลิม&amp;quot; ร้อง กมธ.กฎหมายเร่งติดตามน้องชายโดนอุ้มหายที่เขมร &amp;quot;ก้าวไกล-เพื่อไทย&amp;quot; จ่อตั้งกระทู้ถามนายกฯ พร้อมเดินหน้าผลักดันร่าง กม.ป้องกันทรมาน &amp;quot;สนท.-เพนกวิน&amp;quot; รณรงค์ผูกโบสีขาวโดนหิ้วขึ้น สน.สำราญราษฎร์ ขณะที่ตำรวจกัมพูชาแจงยังไม่มีความชัดเจนเรื่องหายตัว แต่พร้อมเปิดการสอบสวน &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ไม่ขอก้าวล่วงประเทศอื่นแต่พร้อมร่วมมือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา วันที่ 9 มิถุนายน น.ส.สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ หรือต้าร์ เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;กูต้องได้ 100 ล้าน จากทักษิณแน่ๆ&amp;quot; ผู้ต้องหาคดีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่ถูกอุ้มหายตัวไปจากหน้าคอนโดฯ ในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้เข้ามายื่นหนังสือต่อนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน เพื่อให้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สิตานันกล่าวว่า หวังว่าจะสามารถนำตัวนายวันเฉลิมกลับมาได้โดยเร็ว เพราะเรายังมีความหวังอยู่ ขอขอบคุณเด็กๆ ที่ตื่นตัวกับการหายตัวไปของนายวันเฉลิม จนกลายเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้น เรามีความรู้สึกว่าเด็กสมัยใหม่มีความสนใจกับการอุ้มหาย มาวันนี้ขอให้ทางการนำตัวน้องชายกลับมาอย่างปลอดภัย อยากให้ กมธ.เร่งตามหาและติดตามน้องชายกลับมาเร็วๆ ขอบคุณสื่อมวลชนที่ช่วยกันแชร์จนทำให้เกิดการติดตามว่านายวันเฉลิมอยู่ที่ไหน ขอบคุณหลายๆ องค์กรที่เข้ามาช่วยเรา โดยขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานรัฐหน่วยงานไหนติดต่อมายังครอบครัวแต่อย่างใด และพร้อมยินดีให้ความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐเพื่อร่วมกันตรวจสอบการหายตัวไปของนายวันเฉลิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายรังสิมันต์กล่าวว่า เรื่องนี้เกี่ยวกับคณะกรรมาธิการโดยตรง และที่สำคัญเหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ได้เป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้น ไม่ได้เป็นกรณีแรกที่เกิดขึ้น รัฐบาลไม่ได้สร้างความกระจ่างและไม่สร้างความเชื่อมั่นว่าจะนำความยุติธรรมคืนมาอย่างไร ดังนั้นอยากเรียกร้องให้รัฐบาลทำงานอย่างใกล้ชิด &amp;nbsp;รัฐบาลมีหน้าที่ประกันความปลอดภัยไม่ว่าคนไทยคนนั้นจะอยู่ในสถานะอะไร หากรัฐบาลล้มเหลวในเรื่องนี้แล้ว เราจะไม่มีทางรู้เลยว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรังสิมันต์กล่าวอีกว่า จะเสนอเรื่องให้คณะกรรมาธิการพิจารณาในสัปดาห์นี้เพื่อเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจง เช่น ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, กระทรวงยุติธรรม, กระทรวงการต่างประเทศ พร้อมกับในวันที่ 10 มิ.ย.จะมีการยื่นกระทู้ถามสดต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมชี้แจงและสร้างความกระจ่างให้สังคม หวังว่านายกฯ จะมาตอบคำถามที่สังคมสงสัยด้วยตัวเอง อีกทั้งพรรคจะสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย ที่ภาคประชาชนร่วมกันยกร่างขึ้นมาด้วย
จี้รัฐบาลไทยติดตามตัววันเฉลิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้เหตุจะเกิดในต่างประเทศ แต่รัฐบาลไทยต้องทำหน้าที่ติดตามแสวงหาผ่านกระบวนการทางกฎหมายของประเทศ สิ่งที่เรากังวลที่สุดคือเรื่องจะค่อยๆ เงียบลงไป ความเกี่ยวพันเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องสิทธิมนุษยชนเท่านั้น แต่หมายถึงความมั่นคงของคนไทยด้วย ไม่อยากให้รัฐบาลนิ่งเฉยจนเรื่องเงียบหายไป จึงต้องการเห็นความเป็นรูปธรรมของรัฐบาล&amp;quot; นายรังสิมันต์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ &amp;nbsp;10 มิ.ย. ฝ่ายค้านจะตั้งกระทู้สดสอบถามรัฐบาลกรณีนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ต้องหาคดี ม.112 &amp;nbsp;และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ที่ถูกอุ้มหายไปที่ประเทศกัมพูชา โดยพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลจะแยกกันถามคนละประเด็นในหัวข้อเดียวกัน เช่น พรรคหนึ่งอาจถามเรื่องสิทธิมนุษยชน ส่วนอีกพรรคถามเรื่องมิติการบริหารจัดการของรัฐ และการประสานงานของกระทรวงการต่างประเทศ เชื่อว่า ประธานสภาจะอนุญาตให้อภิปรายร่วมกันได้เพราะเป็นคนละประเด็น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายสิรวิทย์ ช่วงเสน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ขอให้เร่งประสานงานทุกภาคส่วน ทั้งรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชาเพื่อติดตามตัวนายวันเฉลิม โดยนายสิรวิทย์กล่าวว่า กรณีดังกล่าวมีภาพวิดีโอและมีพยานบุคคลเห็นชัดเจนว่านายวันเฉลิมถูกอุ้ม ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนขวัญของคนไทยและประชาคมโลก ถือเป็นเรื่องของการละเมิดสิทธิอย่างร้ายแรง แต่กลับพบว่า 4-5 วันหลังเกิดเหตุ รัฐบาลไทยและกัมพูชาเพิกเฉยเหมือนเรื่องนี้ไม่สำคัญ ซึ่งตนในฐานะที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนจึงยอมไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อวานทางรัฐบาลกัมพูชาบอกว่ายังทำอะไรไม่ได้เพราะยังไม่มีข้อมูล ขณะที่ตำรวจไทยก็ระบุในทำนองเดียวกัน จะเป็นไปได้อย่างไรคนหายไป 4-5 วัน เป็นข่าวโด่งดังขนาดที่ยูเอ็นยังให้ความสำคัญ &amp;nbsp;แต่หน่วยงานของราชการของเรากลับบอกว่ายังไม่มีข้อมูล ขนาดหมาหายตัวเดียวยังตามหากันทั้งประเทศ แต่นี่คนหายทั้งคนถือเป็นเรื่องใหญ่ ไม่เข้าใจว่ารัฐบาลทำไมถึงเพิกเฉย ไม่เร่งประสานไปทางกัมพูชาเพื่อหาตัวนายวันเฉลิม รัฐบาลควรเร่งดำเนินการให้ได้ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ไม่อยากให้ประชาคมโลกมองว่าเราด้อยพัฒนา&amp;quot; นายสิรวิทย์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชนินทร์ เกตุปราชญ์ ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและติดตามการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นผู้รับเรื่อง ชี้แจงว่าประธาน กสม.ได้ประสานไปยังกระทรวงการต่างประเทศแล้วเมื่อวาน ก็รอว่ากระทรวงการต่างประเทศจะประสานสถานทูตไทยและทางการกัมพูชาเพื่อมาประมวลว่าความจริงเกิดขึ้นอย่างไร หากญาติมีข้อมูลพยานหลักฐานอะไรก็ส่งไปได้ที่กระทรวงการต่างประเทศ จะได้นำไปประมวลและก็จะนำเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการพิจารณา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) ได้ออกไปผูกโบสีขาวตามสถานที่ต่างๆ อาทิ กระทรวงกลาโหม, พระลานพระบรมรูปทรงม้า, อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำ สนท.เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กพร้อมภาพถ่ายภายใน สน.สำราญราษฎร์ว่า &amp;quot;เมื่อสักครู่นี้ไปผูกโบขาวที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก็เลยโดนตำรวจมาห้ามไม่ให้ผูก เรามา 4 คน แต่ตำรวจมากัน 30 &amp;nbsp;กว่าคน ตอนแรกตกลงว่าจะให้เราถ่ายรูปได้ แต่สุดท้ายโดนจับมาที่ สน.สำราญราษฎร์ ล่าสุดทนายเพิ่งมากำลังจะเริ่มการสอบสวน ผลเป็นยังไงจะอัพเดตให้ทราบกันอีกที ระหว่างนี้ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนผูกโบขาวที่รถ ที่รั้วบ้าน ที่ไหนก็ได้ ผูกกันให้เต็มเมือง เพื่อแสดงจุดยืนทวงความยุติธรรมโดยวิธีสันติ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจกัมพูชาเผยว่าจะสอบสวนเรื่องนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ &amp;nbsp;นักเคลื่อนไหวไทยซึ่งลี้ภัยอยู่ในกัมพูชาที่มีข่าวว่าหายไป พร้อมปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่กลุ่มสิทธิฯ อ้างว่าเป็นการลักพาตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกัมพูชาแถลงยืนยันว่า ตำรวจและทางการกัมพูชาไม่ได้จับกุมนายวันเฉลิม และกำลังเปิดการสอบสวนอยู่ ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าข่าวเรื่องการหายตัวไปมีความถูกต้องมากน้อยเพียงใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนโฆษกกระทรวงมหาดไทยกัมพูชาแถลงเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า รายงานข่าวของกลุ่มฮิวแมนไรต์วอตช์เป็นข่าวเท็จ คือเรื่องที่อ้างว่ามีผู้เห็นเหตุการณ์และภาพจากกล้องวงจรปิด ว่านายวันเฉลิมถูกลากขึ้นรถกลางวันแสกๆ หน้าที่พักในกรุงพนมเปญเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน
นายกฯ โยน กต.ทำหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เอเอฟพีรายงานว่า ครอบครัวร้องขอต่อสาธารณะให้ปล่อยตัวเขา ขณะที่กลุ่มเรียกร้องประชาธิปไตยในไทยจัดการชุมนุมกลุ่มย่อยๆ เรียกร้องให้มีการสอบสวน อนึ่ง นายวันเฉลิม วัย 37 ปี ลี้ภัยไปอยู่ในกัมพูชาหลังการรัฐประหารปี 2557 เป็นที่ต้องการตัวของทางการไทย เนื่องจากกระทำการในข้อหาฝ่าฝืนพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 และมาตรา &amp;nbsp;116 ในประมวลกฎหมายอาญา จากการเขียนยุยงให้เกิดความไม่สงบ โดยเขาเปิดเพจต่อต้านรัฐบาล และลงโพสต์ล่าสุดไม่กี่ชั่วโมงก่อนหายไป กลุ่มฮิวแมนไรต์วอตช์อ้างว่ามีนักเคลื่อนไหวไทยอย่างน้อย 8 &amp;nbsp;คนที่หนีออกนอกประเทศหลังการรัฐประหารปี 2557 หายตัวไปขณะลี้ภัยอยู่ในกัมพูชา, สปป.ลาว และเวียดนาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า 6 ปีหลังรัฐประหารโดยคณะรักษาสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 22 พ.ค.57 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้เผยแพร่รายงานระบุว่า มีผู้ถูกผลักดันให้ลี้ภัยจากสถานการณ์ทางการเมืองและการไล่ล่ากวาดล้างที่เกิดขึ้นอย่างน้อย 104 ราย &amp;nbsp;ภายใต้ประกาศและคำสั่ง คสช. ในจำนวนผู้ลี้ภัยเหล่านี้บีบีซีไทยได้รวบรวมว่ามีผู้ลี้ภัยอย่างน้อย 9 คนกลายเป็นผู้สูญหายจนถึงปัจจุบัน พล.อ.ประยุทธ์คงไม่ลืมคำพูดตนเองที่ต้องการเข้ามาแก้ปัญหาความขัดแย้งเมื่อปี 2557 แต่การที่ประชาชนฝ่ายที่คิดต่างจาก คสช.สูญหายไปแล้ว 9 ราย แต่รัฐบาลเพิกเฉย &amp;nbsp;เป็นการเพิ่มความขัดแย้งให้มากขึ้น ด้วยความรู้สึกถูกกดขี่รังแกจากอำนาจรัฐ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าต้องการเป็นรัฐบาลที่แก้ปัญหาความขัดแย้งของประชาชนทั้งชาติจริง ต้องตามหาความยุติธรรมให้ทุกกรณีของประชาชนที่สูญหาย แต่ทำทุกอย่างเพื่อรักษาอำนาจตนเองเช่น 6 ปีที่ผ่านมา รวมถึงกรณีนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ถ้าตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย.63 รัฐบาลประสานไปยังประเทศกัมพูชา อาจจะได้ทราบเบาะแสที่หายตัวไป ไม่ใช่รัฐบาลมีท่าทีเมินเฉยต่อการถูกบังคับให้ชีวิตประชาชนคิดต่างสูญหาย รอจนเกิดเป็นกระแสสังคม 4 วันถึงเริ่มมาติดต่อประสานงาน ท่าทีแบบนี้เป็นการตอกลิ่มความขัดแย้งให้เพิ่มมากขึ้น รัฐบาลที่ดีที่อ้างว่าจะสร้างประชาธิปไตยให้ประเทศ คือต้องยอมรับสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกที่ต่างจากชุดความคิดของรัฐบาล&amp;quot; น.ส.เกศปรียากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังประชุม ครม.กรณีครอบครัวขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการติดตามตัวนายวันเฉลิมว่า &amp;quot;ผมไม่รู้จักเขาเลย แต่สิ่งที่ร่วมมือได้ก็ร่วมมือไป ซึ่งผมได้สอบถามจากฝ่ายความมั่นคงแล้ว ว่าคนคนนี้อยู่ที่ไหน เป็นอย่างไร ผมไม่เคยรู้จักชื่อเขามาก่อนด้วยซ้ำไป ทราบแต่ว่าเขาหนีไปอยู่ต่างประเทศ ก็ให้ไปติดตามว่าเขาหนีไปด้วยเรื่องอะไร หนีไปอยู่ที่ไหน ถามมาก็เขาหนี ก็ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน เขาไปทำอะไรเราก็ไม่รู้ เราก็คงไม่ไปก้าวล่วงอำนาจประเทศอื่นเขา ซึ่งเขาก็มีกลไกในการตรวจสอบของเขา เพียงแต่เขาสอบถามความร่วมมือ ก็ได้ให้ความร่วมมือเขาไป ผมก็ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง ก็ขอให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่เขาด้วยแล้วกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ากรอบของรัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าก็จะดำเนินการให้ เพียงแต่ครอบครัวเขาต้องบอกว่าที่ผ่านมาเขาไปอยู่ที่ไหนก่อน ทำไมถึงไปมีข่าวอยู่ที่โน่น ตนก็ไม่รู้เหมือนกัน เดี๋ยวให้เขาสอบสวน เขากำลังติดตามอยู่ ก็ยินดีร่วมมือกับทุกอัน ก็เป็นคนไทยที่ไปอยู่ต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าในฐานะ รมว.กลาโหมได้พูดคุยกับนายเตีย บันห์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหมกัมพูชาแล้วหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่ายังไม่มีการพูดคุยกัน แต่กระทรวงการต่างประเทศโดยสถานทูตได้มีการพูดคุยกันแล้ว อะไรที่เป็นหน้าที่ของใครก็ทำไป ยกเว้นนายกฯ ที่ทำในระดับนโยบายก็ยินดีให้ความร่วมมือทุกประการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อข้อถามว่าจะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวหรือไม่ นายกฯ กล่าวย้อนว่า &amp;quot;ที่ถามแบบนี้แหละจะเป็น&amp;quot; ส่วน พล.อ.ประวิตร​กล่าวสั้นๆ​ ว่า​เรื่องนี้ให้กระทรวงการต่างประเทศไปดำเนินการ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68270</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนินทร์ เกตุปราชญ์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์, สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์, สุทิน คลังแสง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกศปรียา แก้วแสนเมือง, เอเอฟพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200609/image_big_5edf9030a08c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62327</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญี่ปุ่นจ่อฉุกเฉิน นายกฯอังกฤษ เข้าโรงพยาบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ญี่ปุ่นรอฤกษ์ประกาศภาวะฉุกเฉินเร็วสุดวันอังคารนี้ รับมือการแพร่เชื้อที่ยังเพิ่มขึ้นรายวันในเมืองใหญ่แต่ยังไม่มีแผนล็อกดาวน์เหมือนชาติอื่น ส่วนนายกฯ อังกฤษเข้าโรงพยาบาลเฝ้าตรวจอาการป่วยโควิด-19 หลายชาติยุโรปเริ่มมีหวังยอดตายรายวันลดลง แต่สหรัฐกราฟยังพุ่งไม่หยุด เสียชีวิตใกล้หลักหมื่นแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 6 เมษายน 2563 กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น แถลงในวันเดียวกันนี้ว่า เขาจะประกาศภาวะฉุกเฉินในหลายภูมิภาคของญี่ปุ่นที่กำลังมีรายงานผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกันนี้เขายังเตรียมงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 108 ล้านล้านเยน (ราว 32.5 ล้านล้านบาท) หรือเท่ากับ 20% ของจีดีพีเพื่อบรรเทาผลกระทบจากโรคระบาดครั้งนี้ คาดว่ารัฐบาลจะประกาศภาวะฉุกเฉินอย่างเป็นทางการได้เร็วที่สุดในวันอังคารที่ 7 เมษายนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้เรากำลังมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในเขตเมืองเช่นโตเกียวและโอซากา&amp;quot; อาเบะกล่าวกับผู้สื่อข่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาวะฉุกเฉินนี้จะให้อำนาจรัฐบาลท้องถิ่นในการร้องขอให้ประชาชนอยู่ในเคหสถาน, การสั่งหยุดกิจการธุรกิจร้านค้าที่ดึงดูดผู้คนมารวมตัวกัน และการเรียกใช้ที่ดินหรืออาคารสำหรับประโยชน์ทางการแพทย์ แต่ยังไม่ถึงระดับมาตรการล็อกดาวน์แบบที่ใช้ในหลายประเทศของยุโรป ที่ให้อำนาจตำรวจออกลาดตระเวนและลงโทษปรับผู้ที่ฝ่าฝืน มาตรการของญี่ปุ่นซึ่งอาเบะคาดว่าจะบังคับใช้นาน 1 เดือนนี้ จะขอความร่วมมือจากประชาชนลดการติดต่อระหว่างคนสู่คนที่อาจนำไปสู่การแพร่เชื้อ แต่ไม่ได้ให้อำนาจทางกฎหมายในการบังคับให้ประชาชนอยู่แต่ในเคหสถาน หรือลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ อาเบะเคยทำให้ชาวญี่ปุ่นตกตะลึงเมื่อเขาเรียกร้องให้ปิดโรงเรียนทั่วประเทศเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ช่วงเวลานั้นญี่ปุ่นมีผู้ติดเชื้อจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับอีกหลายประเทศซึ่งใช้มาตรการแบบเดียวกัน ถึงวันจันทร์ญี่ปุ่นมีผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็นประมาณ 3,650 ราย เสียชีวิต 85 ราย แต่หลายวันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นรายวันในเมืองใหญ่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะที่กรุงโตเกียว ซึ่งเมื่อวันอาทิตย์มีผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 148 คน และวันจันทร์พบเพิ่มอีก 83 คน สถานการณ์ที่น่าวิตกมากขึ้นในเมืองหลวงทำให้ยูริโกะ โคอิเกะ ผู้ว่าราชการจังหวัดเรียกร้องให้รัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉิน ในขณะที่ตัวเธอประกาศเรียกร้องให้ชาวโตเกียวงดออกนอกบ้านถ้าไม่จำเป็น และขอให้ทำงานจากที่บ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่อังกฤษ รัฐบาลออกแถลงการณ์ว่า นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน เข้าโรงพยาบาลแล้วเมื่อวันอาทิตย์เพื่อเฝ้าสังเกตอาการป่วยโควิด-19 ผู้นำอังกฤษวัย 55 ปีถูกตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 27 มีนาคม เขาเป็นผู้นำประเทศมหาอำนาจคนแรกที่ติดโรคนี้ จอห์นสันแยกกันกันตนเองนับแต่นั้น หลังผ่านมาครบ 1 สัปดาห์ เมื่อวันศุกร์เขาประกาศว่าจะกักตัวต่อไปเนื่องจากไข้ไม่ลด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สำนักนายกรัฐมนตรีอังกฤษกล่าวว่า จอห์นสันเข้าโรงพยาบาลเพื่อตรวจอาการเพิ่มเติม ไม่ได้เป็นเรื่องฉุกเฉิน แต่เป็นการป้องกันไว้ก่อนตามคำแนะนำของแพทย์ ทั้งนี้ หากนายกรัฐมนตรีอังกฤษไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โดมินิก ราบ จะทำหน้าที่รักษาการแทน แต่แหล่งข่าวในรัฐบาลอังกฤษเผยว่า จอห์นสันยังทำหน้าที่ได้อยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์กล่าวว่า หมอน่าจะตรวจประเมินการทำงานของตับ, ปอด, ไต และหัวใจของนายกรัฐมนตรี รวมถึงเฝ้าสังเกตสัญญาณชีพที่สำคัญ เช่น ความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือด และตรวจเลือดเพื่อดูว่าภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อไวรัสอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คำประกาศของรัฐบาลอังกฤษเมื่อวันอาทิตย์ออกมาราว 1 ชั่วโมงคล้อยหลังสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 มีกระแสพระราชดำรัสต่อชาวสหราชอาณาจักรและเครือจักรภพ ว่าความอุตสาหะร่วมกันจะทำให้สามารถเอาชนะโรคระบาดครั้งนี้ได้ และพระราชทานขวัญกำลังใจแด่บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เป็นกำลังหลักในการรับมือสถานการณ์นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ แสดงความห่วงใยต่อนายกฯ จอห์นสัน ผู้ที่เป็นเพื่อนของเขาและเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยม โดยเขาหวังและมั่นใจว่าจอห์นสันจะหายจากโรคนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สหราชอาณาจักรมีผู้เสียชีวิตแล้ว 4,934 รายนับถึงวันอาทิตย์ โดยมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 621 คนใน 24 ชั่วโมง ส่วนผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 47,806 ราย เทียบกับประเทศในยุโรปยังน้อยกว่าอิตาลี, สเปน, เยอรมนี และฝรั่งเศส อย่างไรก็ดี สามประเทศนี้เริ่มมีผู้เสียชีวิตรายวันลดลงในช่วงหลายวันที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อวันอาทิตย์อิตาลีมีผู้เสียชีวิตรายวันน้อยที่สุดในรอบ 2 สัปดาห์ ที่ 525 ศพ ยอดรวมอยู่ที่ 15,887 ศพ จากผู้ติดเชื้อสะสม 128,948 ราย สเปนก็เสียชีวิตน้อยลงติดต่อกันเป็นวันที่ 4 เมื่อวันจันทร์ โดยเสียชีวิตอีก 637 ราย เป็นอัตราต่ำที่สุดในรอบ 13 วัน ส่วนยอดรวมอยู่ที่ 13,055 ราย มากเป็นอันดับสองของโลกรองจากอิตาลี จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 135,032 ราย ฝรั่งเศสมีผู้เสียชีวิต 357 คนเมื่อวันอาทิตย์ ต่ำสุดในรอบ 1 สัปดาห์ ยอดรวมอยู่ที่ 8,078 ศพ จากผู้ติดเชื้อสะสม 93,780 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในโลก โดยยอดสะสมตามข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ ถึงช่วงค่ำวันจันทร์ อยู่ที่ 337,933 ราย ยอดเสียชีวิต 9,653 ศพ โดยมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นในรอบ 24 ชั่วโมงมากกว่า 1,200 คนนับถึงเวลา 07.30 น.วันจันทร์ตามเวลาไทย รัฐนิวยอร์กมีผู้เสียชีวิตแล้วถึง 4,159 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในมหานครนิวยอร์ก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62327</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญี่ปุ่น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอเอฟพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200406/image_big_5e8b290851fe3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56579</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญี่ปุ่นติดเชื้ออื้อคาดตัวนิ่มพาหะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สังคมจีนระอุ &amp;quot;หลี่ เหวินเหลียง&amp;quot; หมอฮีโร่ผู้แจ้งเตือนการระบาดของไวรัสอู่ฮั่นจนโดนตำรวจสอบฐานปล่อยข่าวลือ เสียชีวิตด้วยเชื้อไวรัสมรณะจากคนไข้ ขณะยอดสังเวยในแดนมังกรเพิ่มมากกว่า 630 ราย นักวิจัยจีนเชื่อ &amp;quot;ตัวนิ่ม&amp;quot; เป็นพาหะแพร่ไวรัสติดมนุษย์ ญี่ปุ่นพบผู้โดยสารเรือสำราญติดเชื้ออีก 61 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 อ้างคำแถลงของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีนในวันเดียวกันว่า จีนพบผู้เสียชีวิตจากการติดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 เพิ่มอีก 73 คนเมื่อวันพฤหัสบดี โดย 64 คนเสียชีวิตในเมืองอู่ฮั่นที่เป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาด และทำให้จำนวนรวมผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 636 ราย ส่วนผู้ติดเชื้อที่ผ่านการยืนยันแล้ว พบเพิ่มอีก 3,143 คน รวมเป็น 31,161 คนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานด้วยว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้โทรศัพท์สนทนากับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เกี่ยวกับสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขครั้งนี้ โดยผู้นำจีนเรียกร้องให้สหรัฐตอบสนองกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสอย่างมีเหตุผล ส่วนทำเนียบขาวแถลงว่า ทรัมป์แสดงความเชื่อมั่นต่อความสามารถของจีนในการรับมือกับการแพร่ระบาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้รัฐบาลจีนแสดงความไม่พอใจโดยวิจารณ์สหรัฐว่าแพร่กระจายความตื่นตระหนกด้วยการเป็นชาติแรกที่ออกคำเตือนด้านการเดินทางและอพยพเจ้าหน้าที่การทูตออกจากเมืองอู่ฮั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไวรัสปอดอักเสบเริ่มแพร่เชื้อที่อู่ฮั่น ในมณฑลหูเป่ย์ภาคกลางของจีนตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคมที่แล้ว และจักษุแพทย์หลี่ เหวินเหลียง วัย 31 ปี เป็นแพทย์คนแรกๆ ที่กล่าวเตือนเรื่องการแพร่ระบาดนี้ ด้วยการส่งข้อความแจ้งเตือนเกี่ยวกับไวรัสชนิดใหม่ถึงแพทย์คนอื่นในเมืองอู่ฮั่นเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม ต่อมาเขาเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่โดนตำรวจเรียกเข้าให้ปากคำฐานเผยแพร่ข่าวลือ นายแพทย์หลี่ติดเชื้อไวรัสนี้หลังจากรักษาคนไข้ที่ติดเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงพยาบาลกลางอู่ฮั่นประกาศข่าวทางเว่ยป๋อ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสื่อออนไลน์ของจีนเทียบเคียงกับทวิตเตอร์ ว่านายแพทย์หลี่เสียชีวิตแล้วเมื่อเช้ามืดวันศุกร์ ข่าวนี้สร้างความเศร้าเสียใจพร้อมกับความโกรธแค้นในสังคมของจีน ผู้ใช้โซเชียลมีเดียหลายรายยกย่องหมอหลี่เป็นวีรบุรุษ เพื่อนหมอคนหนึ่งจากอู่ฮั่นกล่าวว่าเขาเป็นฮีโร่ผู้แลกชีวิตของตนเพื่อเตือนคนอื่นๆ ผู้ใช้เว่อป๋อบางคนก็ระบายความคับแค้นและเรียกร้องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นหรือสาปแช่งเจ้าหน้าที่กังฉิน ข้อความทำนองนี้โดนระบบเซ็นเซอร์ของจีนลบทิ้งในเวลาต่อมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าคำประกาศอย่างเป็นทางการของโรงพยาบาล หนังสือพิมพ์โกลบอลไทมส์ของทางการจีนและสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี รายงานข่าวดังกล่าวผ่านบัญชีเว่ยป๋อว่า นายแพทย์หลี่เสียชีวิตเมื่อคืนวันพฤหัสบดี แต่โพสต์นี้ถูกลบทันทีหลังจากข่าวนี้ขึ้นเป็นกระแสร้อนแรงอย่างรวดเร็วของเว่ยป๋อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ดูเหมือนรัฐบาลคอมมิวนิสต์ของจีนจะรับรู้ถึงกระแสโกรธแค้นและความไม่พอใจจากการเสียชีวิตของนายแพทย์หลี่ สำนักงานตรวจสอบวิจัยของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งเป็นหน่วยงานต่อต้านการคอร์รัปชันของจีนประกาศว่ากำลังส่งเจ้าหน้าที่ไปยังอู่ฮั่นเพื่อสอบสวนอย่างครอบคลุมในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนายแพทย์หลี่ เหวินเหลียง ส่วนกระทรวงการต่างประเทศและคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของเขา ด้านองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ก็แสดงความเศร้าใจกับข่าวการเสียชีวิตของนายแพทย์จีนผู้นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเสียชีวิตของนายแพทย์หลี่ขับเน้นให้เห็นความเสี่ยงที่แพทย์ในพื้นที่ระบาดต้องเผชิญจากการรักษาคนไข้ในสภาพที่ขาดแคลนอุปกรณ์และกำลังคนที่ต้องรับมือกับผู้ป่วยที่เพิ่มจำนวนไม่หยุดยั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการเมืองอู่ฮั่นซึ่งมีประชากร 11 ล้านคน เพิ่งรายงานการเสียชีวิตของผู้ติดเชื้อรายแรกเมื่อวันที่ 11 มกราคม แม้จะมีข่าวลือสะพัดเกี่ยวกับผู้ติดเชื้อไวรัสโรคปอดอักเสบลึกลับหลายรายก่อนหน้านั้น โดยโยงใยไปถึงตลาดขายอาหารทะเลของอู่ฮั่นซึ่งลักลอบขายสัตว์ป่าและสัตว์แปลกอย่างผิดกฎหมาย นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่าไวรัสโคโรนา ซึ่งมีต้นกำเนิดในค้างคาว น่าจะกระโดดข้ามสายพันธุ์มาติดมนุษย์ผ่านสัตว์พาหะตัวกลาง แล้วเชื้อนี้ได้กลายพันธุ์สามารถแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะช่วงเวลาที่แพร่ระบาดนั้นใกล้กับเทศกาลตรุษจีนที่ชาวจีนหลายร้อยล้านคนออกเดินทางกลับบ้านหรือท่องเที่ยววันหยุด เมื่อวันศุกร์ ข่าวซินหัวรายงานอ้างแถลงการณ์ของมหาวิทยาลัยเกษตรเซาท์ไชน่าว่า นักวิจัยของสถาบันเชื่อว่า ลิ่นหรือนิ่มอาจเป็นตัวกลางการแพร่เชื้อไวรัสนี้ โดยนักวิทยาศาสตร์ทดสอบตัวอย่างของสัตว์ป่ามากกว่า 1,000 ตัวอย่าง พบว่าลำดับทางพันธุกรรมของไวรัสที่พบในตัวนิ่มมีความเหมือนกับที่พบในผู้ป่วยโคโรนาไวรัส 99%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวนิ่มจัดเป็นสัตว์ที่ถูกลักลอบขายอย่างผิดกฎหมายมากที่สุดในโลก ข้อมูลจากสหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (ไอยูซีเอ็น) เผยว่าช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีนิ่มถูกลักลอบจับจากป่าในเอเชียและแอฟริกามากกว่า 1 ล้านตัว ตลาดที่เป็นจุดหมายของการค้านิ่มคือจีนและเวียดนาม ซึ่งเกล็ดของมันถูกนำมาทำยา แม้ว่าโดยข้อเท็จจริงจะไม่มีสรรพคุณในการรักษาโรคก็ตาม ส่วนเนื้อถูกนำไปขายในตลาดมืด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายนอกจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งจนถึงขณะนี้มีคนเสียชีวิตแล้ว 2 รายที่ฟิลิปปินส์และฮ่องกง ยังคงมีรายงานพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นรวมเป็นมากกว่า 320 ราย จากเกือบ 30 ประเทศและดินแดน โดยอิตาลี, สิงคโปร์, มาเลเซีย และฮ่องกง รายงานพบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม ยังไม่รวมการพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 41 รายในเรือสำราญที่ถูกกักกันโรคนอกชายฝั่งของญี่ปุ่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ญี่ปุ่นตรวจสอบผู้คนบนเรือสำราญไดมอนด์ปรินเซสจนถึงขณะนี้ 273 ราย จากผู้โดยสารและลูกเรือกว่า 3,700 ราย ที่มาจากมากกว่า 50 ประเทศ ภายหลังพบว่าผู้โดยสารคนหนึ่งที่ลงจากเรือไปแล้วเมื่อเทียบท่าที่ฮ่องกงเมื่อเดือนมกราคม ติดเชื้อไวรัสนี้ ทางการญี่ปุ่นเริ่มกักกันเรือไว้นอกชายฝั่งตั้งแต่วันจันทร์ โดยจะกักกันโรคไปจนถึงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ การตรวจเชื้อไวรัสจนถึงวันศุกร์พบผู้ติดเชื้อรวมเป็น 61 ราย รายที่พบใหม่เป็นชาวญี่ปุ่น 21 คน ที่เหลือยังรวมถึงคนอเมริกัน, แคนาดา, ออสเตรเลีย, อาร์เจนตินา 1 คน และอังกฤษ 1 คน ผู้ติดเชื้อทั้งหมดถูกนำลงจากเรือส่งไปรักษาที่โรงพยาบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่นอกชายฝั่งฮ่องกง ผู้คนบนเรือสำราญเวิลด์ดรีมราว 3,600 คนก็ถูกกักกันไว้บนเรือเป็นคืนที่ 3 ติดต่อกัน หลังจากพบอดีตผู้โดยสารที่ลงจากเรือไปแล้ว 8 รายติดไวรัส.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56579</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักษุแพทย์หลี่ เหวินเหลียง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอเอฟพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200207/image_big_5e3d60720ca36.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47917</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไต้ฝุ่น&#039;ฮากิบิส&#039;ถล่มญี่ปุ่น  ฝน-ลมหนักสุดรอบ60ปี! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พายุไต้ฝุ่นฮากิบิสเข้าถล่มเกาะฮอนชูของญี่ปุ่นเมื่อค่ำวันเสาร์ แต่ฝนตกหนักและกระแสลมรุนแรงที่สุดในรอบ 60 ปี จากอิทธิพลของพายุลูกนี้ทำให้มีคนเสียชีวิตและสูญหาย ทางการแนะประชาชน 7.3 ล้านคนอพยพจากพื้นที่เสี่ยง เที่ยวบินยกเลิกมากกว่า 1,000 เที่ยว ระบบขนส่งและการแข่งขันกีฬารายการใหญ่ถูกระงับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม 2562 อ้างคำแถลงของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (เจเอ็มเอ) ว่าตาพายุไต้ฝุ่นฮากิบิส ซึ่งแปลว่า &amp;quot;ความเร็ว&amp;quot; ในภาษาตากาล็อก เคลื่อนถึงฝั่งที่คาบสมุทรอิซุทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงโตเกียวในเวลาเกือบ 19.00 น. (17.00 น. ตามเวลาไทย) &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้พยากรณ์อากาศเตือนไว้ว่า พายุลูกนี้เคลื่อนตัวมาพร้อมกับความเร็วสูงสุด 216 กิโลเมตร/ชั่วโมง และอาจเป็นพายุที่มีความรุนแรงที่สุดนับแต่ปี 2501 ที่พายุไต้ฝุ่นอิดะเข้าถล่มคร่าชีวิตคนมากกว่า 1,000 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจเอ็มเอออกคำเตือนระดับสูงสุดในบางพื้นที่ของกรุงโตเกียว, จังหวัดคานางาวะ และจังหวัดปริมณฑล 5 จังหวัดให้เตรียมรับมือฝนที่คาดว่าจะตกหนักที่สุดในรอบหลายทศวรรษ โดยที่จังหวัดคานางาวะที่อยู่ทางใต้ของกรุงโตเกียว อิทธิพลของฮากิบิสทำให้ฝนตกหนักสุดเป็นประวัติการณ์ วัดได้ถึง 700 มม. ในเวลา 24 ชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า ก่อนที่ศูนย์กลางพายุจะถึงฝั่ง ทางการญี่ปุ่นออกคำแนะนำประชาชนมากกว่า 7.3 &amp;nbsp;ล้านคน อพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง เจ้าหน้าที่รายงานด้วยว่าเกิดเหตุน้ำท่วมรุนแรงในหลายพื้นที่ และดินถล่มอย่างน้อย 2 แห่ง ที่จังหวัดกุนมะทางเหนือของกรุงโตเกียวดินถล่มใส่บ้านหลายหลัง ทำให้มีคนสูญหายอย่างน้อย 3 ราย นอกจากนี้มีรายงานคนบาดเจ็บเพราะพายุลูกนี้แล้วมากกว่า 30 คน สาหัส 4 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สนามบินฮาเนดะของกรุงโตเกียว และสนามบินนาริตะในจังหวัดชิบะ ได้ห้ามเครื่องบินลงจอดและรถไฟเชื่อมสนามบินระงับบริการ สื่อของญี่ปุ่นรายงานว่ามีเที่ยวบินยกเลิกมากกว่า 1,000 เที่ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ในจังหวัดคานางาวะกล่าวด้วยว่า พวกเขาจะระบายน้ำจากเขื่อนชิโรยามะ ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงโตเกียว และเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ริมแม่น้ำสายต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียงระมัดระวัง กระแสลมรุนแรงของพายุสร้างความเสียหายบ้างแล้วในหลายพื้นที่ตั้งแต่พายุยังไม่ขึ้นฝั่ง โดยเฉพาะที่จังหวัดชิบะทางตะวันออกของโตเกียว ที่เคยเผชิญกับไต้ฝุ่นฟ้าใสเมื่อ 1 เดือนก่อนที่มีบ้านเรือนเสียหายหรือถูกทำลาย 30,000 หลัง ช่วงเช้าวันเสาร์ลมพายุหอบรถยนต์ของชายคนหนึ่งพลิกคว่ำ ทำให้เขาเสียชีวิต เอ็นเอชเครายงานด้วยว่า ที่จังหวัดนี้ลมพัดหลังคาบ้านเรือนหลายหลังปลิวและมีคนบาดเจ็บ 5 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงอุตสาหกรรมรายงานว่า มีบ้านเรือนมากกว่า 16,000 หลังไม่มีไฟฟ้าใช้ รวมถึง 7,200 หลังที่จังหวัดชิบะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลท้องถิ่นหลายพื้นที่เตือนให้ประชาชนอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงต่อน้ำท่วมและดินถล่ม รวมถึงบางเขตที่มีประชากรหนาแน่นมากที่สุดของโตเกียว ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าเป็นที่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ซึ่งเสี่ยงต่อน้ำท่วมและสตอร์มเซิร์จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งรวมถึงโรงงานของโตโยต้าและฮอนด้า ได้ปิดการดำเนินงานเมื่อวันเสาร์เพื่อรับมือพายุล่วงหน้า เช่นเดียวกับร้านค้าสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตในกรุงโตเกียว หลังจากประชาชนแห่ซื้อของกักตุนจนเกลี้ยงชั้นวางเมื่อวันศุกร์ ระบบรถไฟใต้ดินก็ระงับการบริการเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความรุนแรงของซูเปอร์ไต้ฝุ่นลูกนี้ทำให้ฝ่ายจัดการแข่งขันรักบี้ชิงแชมป์โลกประกาศยกเลิกการแข่งขัน 2 นัดในวันเสาร์ ระหว่างทีมชาติอังกฤษกับฝรั่งเศส และทีมชาตินิวซีแลนด์กับอิตาลี ส่วนการแข่งขันรถสูตรหนึ่งแจแปนิสกรังด์ปรีซ์ยกเลิกการฝึกซ้อมและรอบคัดเลือกเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47917</URL_LINK>
                <HASHTAG>หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอเอฟพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191012/image_big_5da1ceeda8eae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16747</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุก7ปี2นักข่าวเมียนมาคุ้ยฆ่าโรฮีนจา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลเมียนมาสั่งจำคุกคนละ 7 ปีสองนักข่าวรอยเตอร์ขุดคุ้ยฆ่าหมู่ &amp;quot;โรฮีนจา&amp;quot; ระบุมีความผิดฐานฝ่าฝืนกฎหมายความลับทางราชการ เรียกเสียงประณามจากนานาชาติ-แอมเนสตี้ ชี้เป็นการแทรกแซงและบั่นทอนเสรีภาพสื่อมวลชน จี้ปล่อยตัวอย่างไม่มีเงื่อนไข ขณะที่ 2 นักข่าวหัวเห็ดลั่น! ไม่ได้ทำผิด-ไม่กลัว จับเข้าคุกได้แต่อย่าปิดหูปิดตาประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 3 กันยายน 2561 ศาลแขวงซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของนครย่างกุ้งมีคำพิพากษาคดีที่ได้รับการจับตามองจากทั่วโลก โดยผู้พิพากษา เย ลวิน &amp;nbsp;ตัดสินว่า วา โลน อายุ 32 ปี และจ่อ โซ อู อายุ 28 ปี มีความผิดฐานฝ่าฝืนกฎหมายความลับของทางราชการ มาตรา 3.1 ซี และตัดสินจำคุกจำเลยทั้งสองรายละ 7 ปี โดยโทษจำคุกจะหักจำนวนวันที่ทั้งคู่โดนคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2561 และจำเลยสามารถอุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาลระดับภาคและศาลฎีกาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นักข่าวรอยเตอร์ชาวเมียนมา 2 รายนี้ปฏิเสธความผิด โดยให้การต่อศาลว่าพวกเขาโดนจัดฉากจับกุม เนื่องจากพวกเขากำลังสืบเหตุการณ์ฆ่าชาวมุสลิมโรฮีนจา 10 คนในหมู่บ้านอินดิน รัฐยะไข่ เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้วพวกเขาเดินทางไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในนครย่างกุ้ง เพื่อรับประกันอาหารค่ำตามคำเชิญของตำรวจ 2 นาย จากนั้นก็ได้รับมอบเอกสารเหล่านี้ เมื่อพวกเขาออกจากร้านอาหารก็โดนตำรวจเข้าจับกุมทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ตำรวจนายหนึ่งเคยให้การในฐานะพยานว่า การพบกันที่ร้านอาหารนั้นเป็นการจัดฉากเพื่อวางกับดักนักข่าวคู่นี้ เพื่อขัดขวางหรือลงโทษที่พวกเขารายงานข่าวการฆ่าหมู่ชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รอยเตอร์เปิดเผยว่า ภายในห้องพิจารณาคดีเมื่อวันจันทร์ มีผู้เข้าฟังการอ่านคำพิพากษาไม่ต่ำกว่า 50 คน และอีกจำนวนมากรออยู่ด้านนอก ผู้พิพากษาใช้เวลาอ่านสำนวนคำให้การฉบับย่อของพยานเป็นเวลาราว 1 ชั่วโมง ก่อนจะมีคำพิพากษาว่า &amp;quot;เอกสารลับ&amp;quot; ที่พบอยู่กับจำเลยทั้งสองนั้นเป็นประโยชน์ต่อรัฐข้าศึกศัตรูและองค์กรก่อการร้าย เอกสารที่ทั้งคู่ครอบครองไว้และที่พบในโทรศัพท์ของพวกเขานั้นไม่ใช่ข้อมูลของสาธารณะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างที่ผู้พิพากษาอ่านคำตัดสินนั้น นักข่าวหลายคนจดบันทึกทั้งน้ำตา ส่วนนางชิต ซู วิน &amp;nbsp;ภรรยาของจ่อ โซ อู ร้องไห้โฮหลังฟังคำตัดสิน คนในครอบครัวต้องช่วยพยุงเธอตอนออกจากศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถูกนำตัวออกจากศาล จ่อ โซ อู กล่าวกับกองทัพนักข่าวที่รอด้านนอกว่า เขาไม่ได้ทำผิดกฎหมาย และพวกเขาจะต่อสู้เพื่อเสรีภาพต่อไป &amp;quot;สิ่งที่ผมอยากบอกต่อรัฐบาลนี้คือ คุณจับพวกเราขังคุกได้ แต่อย่าได้ปิดหูปิดตาประชาชน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านวา โลน ได้จับมือกับผู้สนับสนุนหลายคนและบอกพวกเขาว่าไม่ต้องเป็นห่วง &amp;quot;เรารู้ว่าเราทำอะไรลงไป เรารู้ว่าเราไม่ได้ทำผิด เราไม่กลัว เราเชื่อในความยุติธรรม ประชาธิปไตย และเสรีภาพ&amp;quot; เขากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; กลุ่มปกป้องเสรีภาพสื่อ, องค์การสหประชาชาติ, สหภาพยุโรป และอีกหลายประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และออสเตรเลีย ต่างเรียกร้องให้พวกเขาพ้นจากข้อกล่าวหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วคณะกรรมการค้นหาข้อเท็จจริงขององค์การสหประชาชาติเพิ่งออกรายงานระบุว่า กองทัพเมียนมาและพวกผู้บัญชาการทหาร ซึ่งรวมถึงพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้รณรงค์ &amp;quot;ล้างเผ่าพันธุ์&amp;quot; และ &amp;quot;ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ&amp;quot; ต่อชนกลุ่มน้อยชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศนำตัวพวกเขามาดำเนินคดีในศาลอาญาระหว่างประเทศ รายงานนี้ยังโจมตีนางอองซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐซึ่งเป็นผู้นำรัฐบาลพลเรือนเมียนมาโดยพฤตินัยด้วยว่า ไม่ใช้อำนาจทางศีลธรรมที่มีในการยืนหยัดต่อสู้เพื่อชนกลุ่มน้อยที่มีสถานะไร้รัฐเหล่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังคำตัดสินดังกล่าว นายสตีเฟน เจ. แอดเลอร์ บรรณาธิการสำนักข่าวรอยเตอร์ ต้นสังกัดของนายวา โลน และนายจ่อ โซ อู ออกแถลงการณ์ว่า วันนี้เป็นวันที่น่าเศร้าสำหรับเมียนมา สำหรับนักข่าวรอยเตอร์ทั้งสอง และสำหรับเสรีภาพสื่อทุกๆ ที่ ซึ่งข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นเท็จ มีเจตนาเพื่อปกปิดการรายงานข่าวสารและข่มขู่สื่อมวลชน ดังนั้นรัฐบาลเมียนมาควรจะเร่งแก้ไขความผิดพลาดดังกล่าวโดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สหภาพยุโรป หรืออียู ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลเมียนมาปล่อยตัวผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวรอยเตอร์ 2 คน ซึ่งเพิ่งถูกตัดสินจำคุกคนละ 7 ปี โดยชี้ว่าคำตัดสินดังกล่าวเป็นการบั่นทอนเสรีภาพสื่อ ปิดกั้นสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลของประชาชน อีกทั้งยังขัดต่อหลักนิติธรรม โดยทางการเมียนมาควรทบทวนคำตัดสินจำคุกใหม่ และปล่อยตัวนักข่าวทั้ง 2 ทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่โฆษกประจำนายกรัฐมนตรี นางเทเรซา เมย์ ได้แสดงจุดยืนในเรื่องนี้ของนายกรัฐมนตรีอังกฤษต่อสื่อมวลชนว่า เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำเมียนมาซึ่งร่วมรับฟังคำพิพากษารู้สึกผิดหวังอย่างยิ่งต่อคำตัดสิน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;พวกเราจึงขอเรียกร้องให้ทางการเมียนมาปล่อยตัวนักข่าวรอยเตอร์ทั้งสองคนทันที ผู้สื่อข่าวต้องได้รับเสรีภาพในการทำงานโดยไม่มีความหวาดกลัวหรือถูกข่มขู่ ในขณะที่คำตัดสินดังกล่าวถือเป็นการแทรกแซงเสรีภาพของสื่อในเมียนมา&amp;quot; โฆษกนายกฯ อังกฤษกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน ทีรานา ฮัสซัน ผู้อำนวยการฝ่ายรับมือภาวะวิกฤติ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยหลังจากที่ศาลกรุงย่างกุ้งพิพากษาว่าสองนักข่าวรอยเตอร์มีความผิด ฐานละเมิดกฎหมายความลับทางราชการของเมียนมา และต้องถูกจำคุกเป็นเวลา 7 ปี ว่า เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจมากจากคำพิพากษาที่เป็นเหตุให้ &amp;quot;วา โลน&amp;quot; และ &amp;quot;จ่อ โซ อู&amp;quot; ผู้บริสุทธิ์ทั้งสองคนต้องรับโทษจำคุกเป็นเวลาหลายปี เพียงเพราะเขากล้าตั้งคำถามท้าทายเกี่ยวกับความทารุณโหดร้ายของกองทัพในรัฐยะไข่ แอมเนสตี้เรียกร้องให้ยกเลิกคำตัดสินนี้ และต้องปล่อยตัวนักข่าวทั้งสองคนโดยทันทีและอย่างไม่มีเงื่อนไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คำพิพากษาที่มีแรงจูงใจทางการเมืองส่งผลกระทบอย่างมากต่อเสรีภาพสื่อในเมียนมา เป็นการส่งสัญญาณเตือนอย่างหนักหน่วงต่อผู้สื่อข่าวคนอื่นๆ ในประเทศว่า พวกเขาอาจต้องได้รับผลกรรมร้ายแรงหากให้ความสนใจมากเกินไปกับการปฏิบัติมิชอบของกองทัพ ถือเป็นการทำให้นักข่าวหวาดกลัวและเซ็นเซอร์โดยบังคับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำพิพากษาในวันนี้ไม่สามารถปกปิดความจริงที่เกิดขึ้นในรัฐยะไข่ได้ ต้องขอบคุณการทำงานที่กล้าหาญของนักข่าวอย่างวา โลน และ จ่อ โซ อู ที่ทำให้โลกได้รับรู้ถึงความทารุณโหดร้ายของกองทัพ &amp;nbsp;แทนที่จะพุ่งเป้าโจมตีผู้สื่อข่าวทั้งสองคน ทางการเมียนมาควรเดินหน้าสอบสวนหาผู้รับผิดชอบต่อการสังหาร การข่มขืนกระทำชำเรา การทรมาน และการเผาบ้านเรือนหลายร้อยหมู่บ้านของชาวโรฮีนจา&amp;quot; ทีรานากล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ วา โลน และ จ่อ โซ อู ถูกจับที่กรุงย่างกุ้ง เมืองเอกของเมียนมา เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2560 &amp;nbsp;โดยพวกเขาอยู่ระหว่างการทำข่าวเชิงสืบสวนปฏิบัติการทางทหารทางตอนเหนือของรัฐยะไข่ ซึ่งเป็นปฏิบัติการที่ถือเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติตามองค์ประกอบกฎหมายระหว่างประเทศ ที่กระทำต่อชาวโรฮีนจา ทั้งการเนรเทศ การสังหารโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย การข่มขืนกระทำชำเรา การทรมาน &amp;nbsp;การเผาบ้านเรือนและหมู่บ้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวทั้งสองคนถูกควบคุมตัวโดยไม่ให้ติดต่อกับโลกภายนอกเป็นเวลาสองสัปดาห์ ก่อนจะถูกส่งตัวมาฝากขังที่เรือนจำอินเส่งในกรุงย่างกุ้ง พระราชบัญญัติความลับทางราชการเป็นหนึ่งในกฎหมายเผด็จการของเมียนมา ซึ่งกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 14 ปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16747</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่อ โซ อู, รอยเตอร์, รานา ฮัสซัน, วา โลน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อองซาน ซูจี, อียู, เอเอฟพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180903/image_big_5b8d450981057.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
