<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83347</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2020 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2020 09:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีเดย์ 16 ธ.ค.นี้เปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีทอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค. 2563 นายมารุต ศิริโก กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเอ็มอาร์ เอเซีย จำกัด เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการระบบขนส่งมวลชนขนาดรอง สายสีทอง ระยะที่ 1 ช่วงสถานีกรุงธนบุรี-สถานีสำนักงานเขตคลองสาน ระยะทาง 1.8 กิโลเมตร (กม.) ว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีทอง ถือเป็นโครงการระบบขนส่งมวลชนสายรอง (Feeder system) โครงการแรกของประเทศไทย ที่เอเอ็มอาร์ เอเซีย เป็นผู้ออกแบบและติดตั้ง และบริหารงานทั้งหมดแบบเบ็ดเสร็จ โดยในขณะนี้ภาพรวมการก่อสร้างและติดตั้งระบบมีความก้าวหน้า 95% แบ่งเป็น ความก้าวหน้างานโยธา 99% โดยอยู่ระหว่างการปรับแก้ทางวิ่งให้เรียบขึ้นและความก้าวหน้างานระบบการเดินรถมากกว่า 90% และอยู่ระหว่างการทดสอบระบบ ทั้งนี้ เตรียมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในวันที่ 16 ธ.ค. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายมารุต กล่าวต่ออีกว่า วันที่ 9 พ.ย. ที่ผ่านมา บริษัท เอเอ็มอาร์ เอเซีย จำกัด ยังได้ร่วมลงนามความร่วมมือกับ บริษัท โชคนำชัย ไฮ-เทค เพรสซิ่ง จำกัด ผู้นำด้านผลิตตัวถังรถ ตัวถังเรือ จากอลูมิเนียมมากว่า 15 ปี ในการพัฒนาโครงการระบบตัวรถไฟฟ้าขนาดรอง (Feeder Line) เพื่อเชื่อมโยงพื้นที่ต่างๆ ทั้งในกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด ด้วยระบบรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้า โดยเน้นเรื่องของการศึกษาและพัฒนาระบบต่างๆ ให้เกิดการนำไปสู่ภาคปฏิบัติได้จริง พร้อมผลักดัน Thai Team นำไปสู่การขับเคลื่อนพัฒนานวัตกรรมระบบรางและขนส่งมวลชนของประเทศโดยคนไทย เพื่อคนไทย ตามนโยบาย Thai First ให้เห็นเป็นรูปธรรมอย่างจริงจัง นอกจากนี้ ยังเพื่อให้เกิดการร่วมมือและแลกเปลี่ยนความรู้ในการสร้างระบบและรถสำหรับระบบขนส่งสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านนายนำชัย สกุลฎ์โชคนำชัย ประธานกรรมการกลุ่มบริษัทโชคนำชัย กล่าวว่า โครงการรถไฟฟ้าขนาดรองเป็นอุตสาหกรรมที่สามารถเกิดขึ้นได้ภายใต้ความร่วมมือของนักอุตสาหกรรมไทย เราเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีความพร้อมทางด้าน Technology ชั้นสูง ตั้งแต่วิศวกรรมการออกแบบ, ผลิต จนถึงการประกอบแบบจำนวนมาก (Mass Production) ซึ่งการใช้เทคโนโลยีเทียบเท่าการผลิตสากลหมายถึงความสามารถในการทำต้นทุนให้สู้กับตลาดได้ พร้อมกับพันธมิตร Supply chain ไทย ที่มีความเข้าใจเรื่องการผลิตตามมาตรฐานสากลเป็นอย่างดี เราเชื่อว่าการร่วมมือกันในวันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดการผลิตรถไฟฟ้าที่ผลิตออกจากกลุ่มคนไทยทั้งคัน และเป็นจุดเริ่มต้นของระบบรางสำหรับอนาคตต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83347</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วงสถานีกรุงธนบุรี-สถานีสำนักงานเขตคลองสาน ระยะทาง 1.8 กิโลเมตร, มารุต ศิริโก, เอเอ็มอาร์ เอเซีย, โครงการระบบขนส่งมวลชนขนาดรอง สายสีทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201110/image_big_5faa00e248968.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73877</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2020 13:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2020 13:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอกชนหนุนรัฐส่งเสริมธุรกิจงานระบบคมนาคมหวังให้โอกาสคนไทยโชว์ศักยภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค. 2563 นายมารุต ศิริโก กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเอ็มอาร์ เอเซีย จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้รับงานโครงการเมกะโปรเจ็กต์ของรัฐบาลในการออกแบบ จัดหาพร้อมติดตั้งระบบเดินรถไฟฟ้า (M&amp;amp;E System) ในหลายรายการของปี 2562-2563 ประกอบไปด้วย โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย สายสีทอง สายสีชมพู สายสีเหลือง และรถไฟทางคู่ ยิ่งกว่านั้นบริษัทฯ ได้พัฒนาอุปกรณ์เพื่อใช้งานสำหรับรถไฟฟ้าแทนการนำเข้าคือ ชุดหยุดรถไฟฟ้าฉุกเฉิน (EMP) ชุดตรวจสอบการทำงานกล้องบนตัวรถไฟฟ้า (NVR Monitoring) ชุดแสดงตำแหน่งรถไฟฟ้า (DRMS) ซึ่งบริษัทสามารถเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากการได้รับการยอมรับว่า เอเอ็มอาร์เอเซีย มีศักยภาพด้านการบริหารจัดการโครงการระบบขนส่งมวลชนทั้งการออกแบบติดตั้งระบบขนส่งมวลชนประสบความสำเร็จมาแล้ว นั่นคือ รถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียวเข้มและสายสีเขียวอ่อน จึงต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้ภาครัฐและภาคเอกชนของไทยเห็นถึงศักยภาพของบริษัทคนไทยว่า สามารถออกแบบและเชื่อมโยงระบบอย่างมีประสิทธิภาพโดยทีมวิศวกรไทยซึ่งไม่ด้อยไปกว่าต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามดังนั้น โอกาสนี้รัฐบาลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรเปิดโอกาสให้บริษัทของคนไทยได้เข้าร่วมการประมูลงานระบบขนส่งมวลชนต่าง ๆ ในประเทศไทยได้อย่างเปิดกว้างมากขึ้น โดยเสนอแนะว่าควรระบุการสนับสนุนอุตสาหกรรมในประเทศไทยไว้ในเงื่อนไขทีโออาร์ให้ชัดเจน ทั้งงานระบบสื่อสาร ระบบอาณัติสัญญาณ ระบบควบคุมการเดินรถและอาคารสถานี ระบบไฟฟ้า รวมถึงอุปกรณ์เครื่องจักรของศูนย์ซ่อมด้านงานขนส่งมวลชน เนื่องจากที่ผ่านมาทีโออาร์ไม่ระบุเพื่อให้โอกาสบริษัทไทยที่ชัดเจน ก็เสมือนเป็นการปิดโอกาสคนไทยและเปิดโอกาสให้เฉพาะทุนจากต่างประเทศเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กรณีงานรถไฟฟ้าระบบหลักอย่างบีทีเอสหรืองานระบบรองอย่างรถไฟฟ้าสายสีทอง วิศวกรไทยก็ได้โชว์ศักยภาพการออกแบบและติดตั้งงานระบบเดินรถไฟฟ้าในแบบบูรณาการเบ็ดเสร็จ ให้เป็นที่ประจักษ์ผลงานชัดเจนแล้ว ทำให้ระบบฟีดเดอร์เชื่อมโยงกับระบบหลักได้อย่างลงตัว เน้นระบบขนส่งโดยใช้ล้อยาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พิสูจน์ให้เห็นจริงแล้วว่าคนไทยทำได้ ดังนั้นถ้ารัฐบาลให้โอกาสคนไทยเป็นบริษัทนำทีมหลัก บริษัทของคนไทยก็จะมีโอกาสเติบโตแข่งขันกับต่างประเทศได้ จะไม่เป็นเพียงผู้ซื้อไปตลอด ควรเปิดกว้างเนื่องจากทีโออาร์งานโยธายังสามารถระบุไว้ให้กับบริษัทของคนไทยได้ แต่ระบบรถไฟฟ้า (M&amp;amp;E System) ในโครงการของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และระบบสื่อสารและระบบอาณัติสัญญาณในโครงการของการรถไฟแห่งประเทศไทยจึงน่าจะระบุไว้ด้วยเช่นกัน ดังนั้น เมื่อวันนี้คนไทยทำได้ดีแล้ว หากงานในประเทศไทยไม่เปิดโอกาสให้บริษัทคนไทยแล้วจะให้บริษัทคนไทย หรือวิศวกรไทยไปรับงานที่ไหนได้อีก&amp;rdquo;นายมารุต กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73877</URL_LINK>
                <HASHTAG>เอเอ็มอาร์ เอเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200809/image_big_5f2f944d8a81a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
