<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96069</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2021 22:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2021 22:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โบลิเวียจับกุมอดีตปธน.หญิง เช็กบิลย้อนหลังฐานปลุกระดมโค่นโมราเลส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โบลิเวียจับกุมจีไนน์ อาเยซ อดีตประธานาธิบดีหญิง ฐานก่อการร้ายและปลุกระดมต่อต้านรัฐบาล จากการขึ้นมารักษาการตำแหน่งผู้นำประเทศภายหลังการประท้วงผลการเลือกตั้งปี 2562 ทำให้ประธานาธิบดีเอโบ โมราเลส ต้องระเห็จออกนอกประเทศ อัยการเสนอขัง 6 เดือนระหว่างรอไต่สวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ จีไนน์ อาเยซ รักษาการประธานาธิบดีโบลิเวีย เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2563 (Photo by Gaston Brito/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจับกุมครั้งนี้มีขึ้นภายหลังพรรคขบวนการเพื่อสังคมนิยม (เอ็มเอเอส) ที่โมราเลสก่อตั้ง ชนะเลือกตั้งในเดือนตุลาคม 2563 เปิดโอกาสให้โมราเลสเดินทางกลับประเทศ และขณะนี้ทั้งตำแหน่งประธานาธิบดีและรัฐสภาอยู่ในการควบคุมของพรรคเอ็มเอเอส โมราเลสทวีตสนับสนุนการจับกุมอาเยซและอดีตรัฐมนตรีหลายคนในรัฐบาลของนาง พร้อมกับเรียกร้องให้ลงโทษพวกก่อการและสมคบคิดกันก่อรัฐประหารโค่นอำนาจเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีไนน์ อาเยซ โดนจับกุมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยภาพข่าวโทรทัศน์ของโบลิเวียเผยให้เห็นนางขณะเดินทางมาสนามบินเอลอัลโตในกรุงลาปาซแต่ไม่ได้ถูกจับใส่กุญแจมือ โดยการ์ลอส เอดูอาร์โด เดล กัสตีโย รัฐมนตรีในรัฐบาลโบลิเวีย พร้อมด้วยตำรวจหลายนาย ตามประกบมาด้วย เมื่อพบกับนักข่าว อาเยซกล่าวสั้นๆ ประณามว่าเป็นการจับกุมที่ &amp;quot;ผิดกฎหมาย&amp;quot; ก่อนที่จะถูกพาตัวไปสอบปากคำที่กระทรวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังโดนอัยการออกหมายจับเมื่อวันศุกร์ อาเยซทวีตว่า &amp;quot;การข่มเหงทางการเมืองเริ่มขึ้นแล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากตัวอาเยซ ยังมีอดีตรัฐมนตรีพลังงาน โรดริโก กุซมาน และอดีตรัฐมนตรียุติธรรม อัลบาโร โกอิมบรา ที่เป็นสมาชิกในรัฐบาลรักษาการอายุ 1 ปีของนาง โดนออกหมายจับและถูกจับกุมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีต ส.ว.หญิงผู้นี้ขึ้นมารักษาการประธานาธิบดีหลังจากผู้นำฝ่ายซ้ายคู่ปรับของนางรายนี้หนีออกนอกประเทศเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 ภายหลังประชาชนประท้วงชัยชนะประธานาธิบดีสมัยที่ 4 ของเขาและกองทัพปฏิเสธหนุนหลังการเลือกตั้งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ พันธมิตรหลายคนของโมราเลสที่ดำรงตำแหน่งระดับสูงพากันหลบหนีเช่นกัน ส่งผลให้อาเยซกลายเป็นสมาชิกวุฒิสภาที่อาวุโสสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมราเลสซึ่งเรียกอาเยซว่าเป็น ส.ว.ฝ่ายขวากระหายการรัฐประหาร กล่าวโจมตีอดีตประธานาธิบดีหญิงรายนี้ว่า &amp;quot;ประกาศตนเองเป็นประธานาธิบดีรักษาการโดยปราศจากองค์ประชุมของสภานิติบัญญัติ และรายล้อมด้วยกลุ่มผู้สมรู้ร่วมคิด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากสถานที่คุมขังภายในค่ายของตำรวจในกรุงลาปาซ อาเยซส่งจดหมายถึงสหภาพยุโรปและองค์การรัฐอเมริกา ขอร้องให้ส่งผู้สังเกตการณ์มาติดตามคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในวันอาทิตย์ เอเอฟพีรายงานว่า อัยการได้ยื่นขออนุญาตศาลฝากขังอาเยซและอดีตรัฐมนตรี 2 คน ชั่วคราวเป็น 6 เดือนก่อนการพิจารณาคดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96069</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีไนน์ อาเยซ, อดีตประธานาธิบดีหญิง, เอโบ โมราเลส, โบลิเวีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210314/image_big_604e2acb7c712.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2019 21:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2019 20:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ว.หญิงยึดเก้าอี้ผู้นำโบลิเวีย &#039;โมราเลส&#039; จวกรัฐประหารอีแอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นางจีไนน์ อาเยซ รองประธานวุฒิสภาโบลิเวียวัย 52 ปี แต่งตั้งตนเองเป็นประธานาธิบดีชั่วคราวของโบลิเวียเมื่อวันอังคาร เพื่อยุติภาวะสุญญากาศผู้นำภายหลังเอโบ โมราเลส ลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันอาทิตย์แล้วเผ่นไปลี้ภัยการเมืองที่เม็กซิโกเมื่อวันจันทร์ ด้านโมราเลสประณามเป็น &amp;quot;รัฐประหารอีแอบ&amp;quot; สหรัฐออกคำเตือนด้านการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จีไนน์ อาเยซ ประธานาธิบดีชั่วคราวของโบลิเวีย โบกมือทักทายผู้สนับสนุนจากระเบียงของทำเนียบประธานาธิบดี ในกรุงลาปาซ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 13 พฤศจิกายน 2562 กล่าวว่า สมาชิกรัฐสภาของโบลิเวียถูกเรียกให้เข้าประชุมเมื่อวันอังคารเพื่อรับรองการลาออกของโมราเลสอย่างเป็นทางการ และยืนยันการแต่งตั้ง ส.ว.จีไนน์ อาเยซ เป็นประธานาธิบดีชั่วคราว แต่สมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุม โดยเฉพาะฝ่ายหนุนโมราเลส ที่ไม่ยอมเข้าร่วม ทำให้อาเยซตัดสินใจประกาศแต่งตั้งตนเองดำรงตำแหน่งนี้ และต่อมาศาลรัฐธรรมนูญก็ให้การรับรอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราจะต้องการเลือกตั้งใหม่โดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้&amp;quot; อาเนซกล่าวต่อที่ประชุมรัฐสภา ซึ่งมีแต่ผู้แทนที่คัดค้านโมราเลส โดยเธอรับปากด้วยว่าจะตั้งรัฐบาลชุดใหม่ภายในวันที่ 22 มกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาเยซเป็นตัวเลือกอันดับแรกที่จะรับตำแหน่งนี้ ภายหลังรองประธานาธิบดีอัลบาโร การ์เซีย ลีเนรา, ประธานวุฒิสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้รักษาการตำแหน่งประธานาธิบดี พร้อมใจกันลาออกตามโมราเลส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านโมราเลส ทวีตภายหลังเดินทางด้วยเครื่องบินของกองทัพเม็กซิโกไปถึงเม็กซิโกเมื่อคืนวันจันทร์ ประณามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็น &amp;quot;การก่อรัฐประหารต่ำทรามที่สุดและหลบๆ ซ่อนๆ มากที่สุดในประวัติศาสตร์&amp;quot; และเรียกอาเยซว่าเป็น &amp;quot;ส.ว.ฝ่ายขวาที่กระหายรัฐประหาร&amp;quot; เธอประกาศตั้งตนเป็นประธานาธิบดีชั่วคราวท่ามกลางพวกเดียวกันโดยที่สภาไม่ครบองค์ประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตประธานาธิบดีฝ่ายซ้ายวัย 60 ปี ประกาศด้วยว่าเขาจะต่อสู้ต่อไป แม้ว่าเขาจะไม่ได้อยู่ในประเทศแล้ว และขอบคุณประธานาธิบดีอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ พันธมิตรฝ่ายซ้ายของเขาในเม็กซิโก ที่ &amp;quot;ช่วยชีวิตเขา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบลิเวียตกอยู่ในภาวะวิกฤติจากการประท้วงรุนแรงตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา นับแต่การเลือกตั้งประธานาธิบดีวันที่ 20 ตุลาคม เกิดการปะทะกันระหว่างฝ่ายสนับสนุนกับฝ่ายต่อต้านโมราเลสและกองกำลังฝ่ายความมั่นคง หลังจากโมราเลสลาออกแล้วสถานการณ์ก็ยังไม่สงบ ผู้สนับสนุนโมราเลสพากันชุมนุมในเมืองหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮวน ลันชีปา อัยการสูงสุด กล่าวเมื่อวันอังคารว่า มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์รุนแรงนับแต่วันเลือกตั้งเพิ่มเป็น 7 คน จากเดิม 3 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร กองกำลังฝ่ายความมั่นคง ซึ่งรวมถึงทหารที่ถูกส่งมาเสริมกำลังของตำรวจ ได้ออกรักษาการณ์ในกรุงลาปาซ ขณะที่ผู้สนับสนุนโมราเลสชุมนุมกันที่จัตุรัสซานฟรานซิสโกใกล้รัฐสภา เจ้าหน้าที่ยิงแก๊สน้ำตาขับไล่ผู้ประท้วงที่ปะทะกันบนท้องถนนในเมืองหลวงทันทีที่การประชุมสภายุติลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาร์ลอส เมซา ผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสายกลาง ที่พ่ายแพ้เลือกตั้งอย่างน่ากังขา ทวีตแสดงความยินดีกับอาเยซ ส่วนลูอิซ เฟร์นันเดซ คามาโช ผู้ทรงอิทธิพลในฝ่ายค้านที่เป็นผู้นำในระดับภูมิภาคที่จังหวัดซานตาครูซ ประกาศยุติการนัดหยุดงานประท้วงและปิดถนนยาวนาน 3 สัปดาห์แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดิมเมื่อวันอาทิตย์โมราเลสยอมให้มีการเลือกตั้งใหม่หลังจากองค์การรัฐอเมริกา (โอเอเอส) ระบุว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีสิ่งผิดปกติในหลายด้าน แต่ต่อมาผู้บัญชาการเหล่าทัพและตำรวจประกาศเลิกสนับสนุนเขาและขอให้เขาลาออก เจ้าหน้าที่ในรัฐบาลและรัฐมนตรีรวมหลายสิบคนพากันลาออกตามและแห่ขอลี้ภัยในสถานทูตหลายแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้าน รัฐบาลสหรัฐออกคำเตือนพลเมืองอเมริกันให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปโบลิเวีย, สั่งให้ครอบครัวของนักการทูตเดินทางออกจากโบลิเวีย และอนุญาตให้ลูกจ้างที่ไม่มีภารกิจฉุกเฉินเดินทางออกมาได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50218</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีไนน์ อาเยซ, ประธานาธิบดีโบลิเวีย, รัฐประหาร, เอโบ โมราเลส, โบลิเวีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191113/image_big_5dcc0ba7a4120.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2019 20:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2019 20:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โบลิเวียระส่ำ &#039;โมราเลส&#039; เผ่นลี้ภัยการเมืองที่เม็กซิโก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เอโบ โมราเลส อดีตประธานาธิบดีฝ่ายซ้ายโบลิเวีย ขึ้นเครื่องบินที่ทางการเม็กซิโกจัดส่งมารับเมื่อวันจันทร์เพื่อลี้ภัยการเมืองที่เม็กซิโก ขณะสถานการณ์ในโบลิเวียวุ่นวายหนัก ตำรวจขอร้องทหารช่วยควบคุมสถานการณ์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยินดีโมราเลสลาออก ชื่นชมบทบาทกองทัพโบลิเวีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านออกมารวมตัวบนถนนขณะรถตำรวจลาดตระเวนผ่าน ที่กรุงลาปาซ เมื่อวันจันทร์ /&amp;nbsp; AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 12 พฤศจิกายน กล่าวว่า เอโบ โมราเลส ประธานาธิบดีที่เป็นชนพื้นเมืองคนแรกของโบลิเวีย ขึ้นเครื่องบินทหารที่เม็กซิโกส่งมารับ เดินทางไปยังเม็กซิโกเพื่อลี้ภัยทางการเมืองแล้วเมื่อวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมราเลสทวีตว่า เป็นเรื่องเจ็บปวดที่เขาต้องออกจากประเทศนี้ด้วยเหตุผลทางการเมือง แต่เขาจะจับตาดูอยู่ตลอดเวลา และจะกลับมาในอีกไม่ช้าด้วยพลังงานและความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลาออกของอดีตผู้นำฝ่ายซ้ายวัย 60 ปี ที่ครองอำนาจนานร่วม 14 ปี ส่งผลให้โบลิเวียปราศจากผู้นำ เนื่องจากรองประธานาธิบดี, ประธานวุฒิสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งรัฐธรรมนูญบัญญัติให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแทนตามลำดับนั้น พากันลาออกตามไปด้วย โดย ส.ว.จีไนน์ อาเยซ รองประธานวุฒิสภา ประกาศทำหน้าที่ประธานาธิบดีรักษาการ และรับปากจะจัดการเลือกตั้งใหม่เพื่อยุติวิกฤติการเมืองของประเทศ โดยจะถ่ายโอนอำนาจให้รัฐบาลใหม่ภายในวันที่ 22 มกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์วุ่นวายครั้งนี้เกิดขึ้น 3 สัปดาห์หลังการเลือกตั้ง ที่โมราเลสชนะการเลือกตั้งสมัยที่ 4 อย่างน่ากังขา จนทำให้เกิดการชุมนุมประท้วงรุนแรงอย่างต่อเนื่อง มีคนเสียชีวิตแล้ว 3 ราย บาดเจ็บอีกนับพันคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ องค์การรัฐอเมริกา (โอเอเอส) ออกรายงานผลการสังเกตการณ์การเลือกตั้งของโบลิเวียว่ามีการทุจริตหลายด้านและเรียกร้องให้โบลิเวียเลือกตั้งใหม่ โมราเลสยอมทำตาม แต่เขากลับโดนผู้บัญชาการเหล่าทัพและตำรวจกดดันให้ลาออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังแถลงลาออกทางโทรทัศน์ในวันอาทิตย์ ประชาชนพากันออกมาฉลองตามท้องถนนในกรุงลาปาซ ทว่าหลังจากนั้นผู้สนับสนุนโมราเลสที่ไม่พอใจออกมาประท้วงก่อความวุ่นวาย สถานการณ์ยังคงลุกลามถึงวันจันทร์ กลุ่มม็อบออกโจมตีสถานีตำรวจหลายแห่งและทำร้ายประชาชน โจรออกปล้นสะดม ก่อความตื่นตระหนกไปทั่ว ร้านค้าและสำนักงานในกรุงลาปาซปิดทำการในวันจันทร์ ตกกลางคืนผู้สนับสนุนโมราเลสนับพันคนเดินทางจากเมืองเอลอัลโตเข้ากรุงมาชุมนุมประท้วงด้านนอกทำเนียบประธานาธิบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจโบลิเวีย ซึ่งหลายหน่วยเข้าร่วมการประท้วงนับแต่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศให้โมราเลสชนะ พยายามควบคุมสถานการณ์ แต่ก็เกินกำลัง ทำให้ต้องร้องขอความช่วยเหลือจากกองทัพ ต่อมาพลเอกวิลเลียมส์ กาลิมัน ผู้บัญชาการทหาร แถลงทางโทรทัศน์ว่า กองบัญชาการของเหล่าทัพจัดเตรียมปฏิบัติการร่วมกับตำรวจแล้ว เพื่อป้องกันการนองเลือดและการต่อสู้กันเองระหว่างชาวโบลิเวีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคืนวันจันทร์ โมราเลสอ้างผ่านทวิตเตอร์ด้วยว่า บ้าน 2 หลังของเขาโดน &amp;quot;พวกทำลายทรัพย์สิน&amp;quot; บุกโจมตี ขณะที่คาร์ลอส เมซา ผู้นำฝ่ายค้าน ก็ทวีตเช่นกันว่า &amp;quot;ม็อบหัวรุนแรง&amp;quot; กำลังมุ่งมาถล่มบ้านของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวถึงการลาออกของโมราเลสว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับประชาธิปไตยในซีกโลกตะวันตก พร้อมทั้งยกย่องบทบาทของกองทัพโบลิเวีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุการณ์เหล่านี้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงระบอบที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในเวเนซุเอลาและนิการากัวว่า ประชาธิปไตยและเจตจำนงของประชาชนจะเป็นฝ่ายชนะเสมอ&amp;quot; ทรัมป์กล่าวโดยพาดพิงถึงชาติลาตินอเมริกาฝ่ายซ้ายคู่ปรับของรัฐบาลเขา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50138</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานาธิบดีโบลิเวีย, ลี้ภัยการเมือง, เม็กซิโก, เอโบ โมราเลส, โบลิเวีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191112/image_big_5dcab2b9264b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50049</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2019 20:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2019 20:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โมราเลส&#039; ผู้นำฝ่ายซ้ายโบลิเวีย ยอมลาออกเซ่นเลือกตั้งฉาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเอโบ โมราเลส แห่งโบลิเวีย จำยอมต้องลาออกจากตำแหน่งตามแรงกดดันของกองทัพและตำรวจ เพียง 3 สัปดาห์ภายหลังชนะการเลือกตั้งอย่างน่ากังขา จนเกิดการชุมนุมประท้วงก่อจลาจลรุนแรง ขณะชาติพันธมิตรฝ่ายซ้ายประณามเป็นการก่อรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเอโบ โมราเลส ขณะแถลงข่าวที่เมืองเอลอัลโตเมื่อวันอาทิตย์ว่าจะจัดเลือกตั้งใหม่ ก่อนที่จะแถลงลาออกทางโทรทัศน์ในเวลาต่อมา / Bolivian Presidency / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมราเลส ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีโบลิเวียนานร่วม 14 ปี แถลงทางโทรทัศน์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน 2562 ว่าเขาได้ยื่นจดหมายลาออกต่อสภานิติบัญญัติแล้ว โดยอ้างว่าเป็นหน้าที่ในฐานะประธานาธิบดีที่เป็นชนพื้นเมือง และประธานาธิบดีของชาวโบลิเวียทุกคน ที่ต้องสร้างสันติภาพและช่วยฟื้นฟูเสถียรภาพในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ้นคำประกาศของเขา ประชาชนพากันออกมาเฉลิมฉลองบนท้องถนนในกรุงลาปาซ แต่ก็เกิดเหตุการณ์รุนแรงและการทำลายทรัพย์สินในคืนวันเดียวกัน ทั้งที่เมืองหลวงและในเมืองเอลอัลโตที่อยู่ติดกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ผู้นำฝ่ายซ้ายรายนี้จะประกาศลาออกแล้ว แต่ทว่าสถานการณ์ยังคงตึงเครียดต่อหลังจากนั้น เมื่อโมราเลสทวีตว่า ตำรวจออกหมายจับเขาอย่างผิดกฎหมาย และกลุ่มหัวรุนแรงโจมตีบ้านของเขา แต่วลาดิมีร์ ยูรี กัลเดรอน ผู้บัญชาการตำรวจปฏิเสธว่าไม่มีการออกหมายจับ คำประกาศของตำรวจเมื่อคืนวันอาทิตย์ระบุเพียงว่า ตำรวจได้จับกุมมาเรีย ยูจีเนีย โชเก ประธานศาลเลือกตั้ง ที่ฝ่ายค้านโจมตีว่าลำเอียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างเกิดความสับสน ส.ส.และเจ้าหน้าที่รัฐบาล 20 คนพากันขอหลบภัยภายในที่พักเอกอัครราชทูตเม็กซิโก และรัฐบาลเม็กซิโกประกาศเสนอให้ที่ลี้ภัยแก่โมราเลส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมราเลสชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสมัยที่ 4 อย่างฉิวเฉียดเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม แต่ฝ่ายค้านกล่าวหาว่ามีการทุจริตการนับคะแนน ผู้สนับสนุนฝ่ายค้านออกมาชุมนุมประท้วงนาน 3 สัปดาห์ มีคนเสียชีวิต 3 คน บาดเจ็บอีกหลายร้อยคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้นเมื่อวันอาทิตย์ โมราเลสยินยอมจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ภายหลังองค์การรัฐอเมริกา (โอเอเอส) ซึ่งเข้ามาตรวจสอบการเลือกตั้งครั้งนี้ รายงานว่ามีความผิดปกติในเกือบทุกด้านที่ตรวจสอบ ทั้งเทคโนโลยีที่ใช้, การคุ้มครองบัตรเลือกตั้ง, ความซื่อสัตย์ของการนับคะแนน และการคาดคะเนเชิงสถิติ แต่ความพยายามปัดเป่าความขัดแย้งของโมราเลสไม่เป็นผล ผู้บัญชาการเหล่าทัพต่างๆ และตำรวจออกมาเรียกร้องให้เขาลาออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พันธมิตรฝ่ายซ้ายในลาตินอเมริกาพากันประณามสถานการณ์ในโบลิเวียว่าเป็นการก่อรัฐประหาร ไม่ว่า เวเนซุเอลา, บราซิล, คิวบา หรืออาร์เจนตินา ส่วนโคลอมเบียเรียกร้องให้คณะมนตรีถาวรของโอเอเอสประชุมฉุกเฉินเพื่อหาทางออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลรัสเซียซึ่งเป็นพันธมิตรของโมราเลสเช่นกัน แถลงเมื่อวันจันทร์ ประณามว่าฝ่ายค้านใช้ความรุนแรงเพื่อบีบให้โมราเลสลาออก ส่วนอันโตนีโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ และสหภาพยุโรป (อียู) เรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50049</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อรัฐประหาร, ประธานาธิบดีโบลิเวีย, ผู้นำฝ่ายซ้าย, ลาออก, เอโบ โมราเลส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191111/image_big_5dc95d046a1c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48873</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2019 21:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2019 21:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โมราเลส&#039; นั่งเก้าอี้ ปธน.โบลิเวียต่อ หลายฝ่ายจี้เลือกตั้งรอบสอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเอโบ โมราเลส แห่งโบลิเวีย ได้รับการประกาศให้เป็นผู้ชนะการเลือกตั้งอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเมื่อวันพฤหัสบดี แม้ว่าก่อนหน้านี้ปัญหาอื้อฉาวเรื่องการนับคะแนนทำให้เกิดการประท้วงรุนแรง หลายฝ่ายเรียกร้องเลือกตั้งชี้ขาดในรอบสอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอโบ โมราเลส ประธานาธิบดีโบลิเวีย แถลงที่กรุงลาปาซเมื่อวันพุธ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะตุลาการการเลือกตั้งสูงสุด (ทีเอสอี) ของโบลิเวียประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม ว่าประธานาธิบดีโมราเลสได้คะแนนสนับสนุน 47.1% จากคะแนนการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ ที่นับเสร็จแล้ว 99.99% ในขณะที่คาร์ลอส เมซา คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดได้คะแนน 36.5% ผลต่างคะแนนมีมากกว่า 10% จึงทำให้โมราเลสเป็นผู้ชนะอย่างเด็ดขาดและไม่ต้องจัดการเลือกตั้งรอบที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการทำให้องค์การรัฐอเมริกา (โอเอเอส) แสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับการนับคะแนน เดิมทีนั้นผลคะแนนเบื้องต้นชี้ว่าโมราเลสและเมซาจะต้องเลือกตั้งชี้ขาดกันอีกครั้งปลายปีนี้ แต่เมื่อวันจันทร์ การนับคะแนนค่อยๆ ปรากฏว่าโมราเลสมีคะแนนทิ้งห่างเมซาอย่างผิดหูผิดตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหภาพยุโรป (อียู) แถลงเมื่อวันพฤหัสบดีว่า อียูเห็นด้วยกับการประเมินของโอเอเอสว่าทางเลือกที่ดีที่สุดคือการจัดการเลือกตั้งรอบที่ 2 เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นและรับประกันว่าการเลือกของประชาชนชาวโบลิเวียได้รับการเคารพอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐ, บราซิล, อาร์เจนตินา และโคลอมเบีย ต่างก็เรียกร้องให้รัฐบาลโบลิเวียจัดการเลือกตั้งรอบที่ 2 เพื่อฟื้นความน่าเชื่อถือของระบบการเลือกตั้งโบลิเวีย นอกจากนี้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยังได้ปรับปรุงคำแนะนำด้านการเดินทางมาโบลิเวีย โดยเตือนพลเมืองอเมริกันให้เพิ่มความระมัดระวังเนื่องจากเกิดความไม่สงบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดการประท้วงรุนแรงในหลายเมือง และในวันพฤหัสบดี ผู้สนับสนุนทั้งสองฝ่ายปะทะกันครั้งใหม่อีกที่เมืองซานตาครูซ เมืองหลวงทางเศรษฐกิจซึ่งเป็นฐานที่มั่นของฝ่ายค้าน เอเอฟพีรายงานว่าสำนักงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งในเมืองนี้ถูกวางเพลิงเมื่อคืนวันพุธ ผู้ประท้วงยังปะทะกับตำรวจในเมืองลาปาซแห่งนี้และอีกหลายเมืองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัยชนะในการเลือกตั้งจะทำให้โมราเลส ซึ่งดำรงตำแหน่งมาแล้ว 13 ปีและเป็นประธานาธิบดีที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดในลาตินอเมริกา จะได้ครองอำนาจต่อไปจนถึงปี 2568&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมราเลสวัย 59 ปี ได้นั่งเก้าอี้นี้เป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกัน ทั้งที่รัฐธรรมนูญจำกัดการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีไว้แค่ 2 สมัยติดต่อกัน เมื่อปี 2559 เขาพยายามแก้ไขบทบัญญัติดังกล่าวแต่กลับพ่ายแพ้ในการลงประชามติ กระนั้นปีถัดมา โมราเลสกลับได้ไฟเขียวจากศาลรัฐธรรมนูญให้ลงสมัครรับเลือกตั้งได้อีก นักวิจารณ์กล่าวหาว่าตุลาการในศาลรัฐธรรมนูญเป็นพวกเดียวกับเขา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48873</URL_LINK>
                <HASHTAG>คาร์ลอส เมซา, ประท้วงเลือกตั้ง, เลือกตั้ง, เลือกตั้งรอบสอง, เอโบ โมราเลส, โบลิเวีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191025/image_big_5db30193ade97.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48641</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2019 20:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2019 20:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โบลิเวียประท้วงเลือกตั้ง ฝ่ายค้านโวย &#039;โมราเลส&#039; โกงคะแนน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โบลิเวียนัดสไตรค์ใหญ่ในวันอังคาร ขณะการประท้วงผลการนับคะแนนเลือกตั้งกำกวมเกิดความรุนแรงในหลายเมือง ตัวแทนฝ่ายค้านที่เป็นคู่แข่งของประธานาธิบดีเอโบ โมราเลส กล่าวหามีการโกงคะแนนเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ ที่มีแนวโน้มต้องเลือกตั้งชี้ขาดอีกรอบปลายปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงจากฝ่ายค้านจุดไฟเผาสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งในเมืองซูเครเมื่อคืนวันจันทร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและบีบีซี เมื่อวันอังคารที่ 22 ตุลาคม 2562 กล่าวว่า ผู้สนับสนุนคาร์ลอส เมซา ตัวแทนจากฝ่ายค้านที่มีคะแนนตามหลังประธานาธิบดีฝ่ายซ้ายรายนี้ไม่ห่าง ระบายความไม่พอใจด้วยการวางเพลิงสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งในเมืองซูเครและเมืองโปโตซีในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ผู้สนับสนุนเมซาและผู้สนับสนุนโมราเลสยังปะทะกันในกรุงลาปาซด้วยเมื่อวันจันทร์ โดยมีรายงานเหตุการณ์รุนแรงในอย่างน้อย 9 เมืองทั่วโบลิเวีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความขัดแย้งนี้เกิดจากความสับสนของผลการนับคะแนน ซึ่งคณะตุลาการการเลือกตั้งสูงสุดของประเทศแบ่งการนับคะแนนเป็น 2 รูปแบบ โดยการนับแบบเร็วซึ่งผ่านไปแล้ว 95.6% เมื่อคืนวันจันทร์ ให้โมราเลสมีคะแนนนำเมซา 9.33% แต่ยังไม่ถึง 10% ที่จะทำให้โมราเลสชนะเด็ดขาด ทั้งที่นับคะแนนแบบละเอียดก่อนหน้านั้น ซึ่งผ่านไป 72% โมราเลสมีคะแนนนำเมซาเพียง 0.58% หากผลสรุปเป็นเช่นนี้จะทำให้โมราเลสและเมซาต้องเลือกตั้งแข่งกันอีกรอบในวันที่ 15 ธันวาคม &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมซา วัย 66 ปี เป็นอดีตประธานาธิบดีช่วงปี 2544-2548 แสดงความคลางแคลงใจต่อคะแนนที่ต่างกันมาก โดยประกาศว่า เขาจะไม่ยอมรับผลคะแนนที่โกงอย่างน่าละอาย ซึ่งทำให้สังคมโบลิเวียตกอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียดอย่างไม่จำเป็น พร้อมกล่าวหาโมราเลส วัย 59 ปี ที่กุมอำนาจมานาน 13 ปี ว่าสมคบคิดกับตุลาการ เพื่อประวิงการประกาศผลคะแนนหมายหลีกเลี่ยงการเลือกตั้งรอบสอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สังเกตการณ์นานาชาติจากองค์การรัฐอเมริกา (โอเอเอส) ก็แสดง &amp;quot;ความวิตกอย่างยิ่ง&amp;quot; ที่ผลคะแนนเปลี่ยนแปลงอย่างปุบปับ ซึ่งเกือบทำให้โมราเลสชนะคะแนนอย่างเด็ดขาดในรอบแรก โอเอเอสระบุว่าผลเบื้องต้นเมื่อวันอาทิตย์บ่งชี้ว่าทั้งคู่ต้องชิงกันใหม่ในรอบที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟร์นันโด คามาโช ผู้นำองค์กรประชาสังคมในเมืองซันตาครูซ เมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศลาตินอเมริกาแห่งนี้ เรียกร้องให้ประชาชนนัดหยุดงานตั้งแต่เที่ยงวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น โดยคาดว่าระบบขนส่งและธุรกิจจะปิดทำการตามการเรียกร้อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48641</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอร์ลอส เมซา, ประท้วงเลือกตั้ง, เอโบ โมราเลส, โกงเลือกตั้ง, โบลิเวีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191022/image_big_5daf015b05b9c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
