<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73686</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2020 10:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2020 10:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผีอิเล็กทรอนิกส์!&#039;อัษฎางค์&#039;แฉไอ้โม่งใช้เอไอเปิดบัญชีเฟซบุ๊กจี้นายกฯ-รมว.ดีอีเอสจัดการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ส.ค.63 -นายอัษฎางค์ ยมนาค นักประวัติศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผีอิเล็กทรอนิกส์ อาวุธของฝ่ายทำลายชาติ กับนักรบตะพาบ ของฝ่ายรักษาชาติ ใครแพ้ใครชนะเห็นตั้งแต่ยังไม่ออกรบ&amp;rdquo;
............................................................................
ชอบพาดหัวขอบเพจวัคซีน
&amp;ldquo;รมต.บีแจ้งปิดเพจหมิ่นฯช้าและยากเพราะต่างประเทศ แต่เพจปกป้องสถาบันปลิวง่ายๆ รายวัน&amp;rdquo;
ผมฟันธงไปนานแล้วว่า FB Thailand มีไอ้โม่ง
แต่ไม่มีใครสน ไม่มีใครจัดการ และที่ยังไม่มีใครจัดการเพราะมันยังมีไอ้โม่งในรัฐบาลด้วย ฝากวัคซีน ช่วยขย่มไอ้โม่งในรัฐบาลที
ผมมีเพจของตัวเองเป็นตัวอย่าง
ผมปกป้องสถาบันฯ แต่เคยโดนถล่มจนเละ มีหลายคนแนะนำว่า ผมเปิดหน้า เปิดชื่อแบบนี้อันตราย ทำไมไม่ทำแบบคนอื่น ที่เขามีเพจอวตาร หรือเพจที่ไม่เปิดชื่อเปิดหน้า
ผมเลยทดลองเปิดเพจใหม่ จากอีเมล์ใหม่ โดยไม่มีชื่อตัวเอง ไม่เกี่ยวข้องกับชื่อตัวเองเลย ผลเป็นยังไงรู้มั้ย
ปกติเราโพสต์อะไร ใช้เวลาเป็นวันกว่าจะมีคนเห็นในวงกว้าง แล้วถึงจะมีทัวร์ตามมา แล้วหลังจากนั้น มันก็จะระดมช่วยกันรีพอร์ต เพื่อบล็อกโพสต์หรือปิดเพจเรา
แต่กรณีของผมในครั้งนั้น ผมเปิดเพจเสร็จ โพสต์ภาพและข้อความ ผ่านไม่ถึงครึ่งชั่วโมง โพสต์โดนลบ หลังจากนั้นไม่ถึง 10 นาที เพจโดนลบ &amp;ldquo;เพจทั้งเพจโดนลบ&amp;rdquo; ปลิวไปในพริบตา โดยที่แทบจะยังไม่มีใครเห็นโพสต์ผมด้วยซ้ำ
คำอธิบายในเรื่องนี้ คืออะไร
ไอ้โม่ง คือ ใคร
............................................................................
ในอเมริกัน มีนักวิจัยได้ทำการวิเคราะห์วิจัย เรื่องเพื่อน เพื่อนของเพื่อน และผู้ติดตามของเราใน Facebook เขาพบอะไรรู้มั้ย??
เขาพบชื่อบัญชีผู้ติดตามหรือเพื่อนใน Facebook ของเรา (ผมจำไม่ได้แน่ว่า 30 คนหรือ 30%) ไม่ได้เป็นมนุษย์ แต่เป็นคอมพิวเตอร์ เป็นเอไอ
และมันมีปฏิสัมพันธ์ต่อเราและคนอื่น รวมทั้งมันมีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกันด้วย คือมันโพสต์ มันคุยกัน คอมเมนท์กันและกัน
มีคำถามว่า ผู้ที่สร้างเอไอ ไปเปิดบัญชีFacebook เพื่ออะไร?
คำตอบจากนักวิจัย คือยังไม่รู้แต่ชัด
แต่มีความเป็นไปได้สูงมากว่า เพื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ที่เป็นเรื่อง&amp;rdquo;ในทางลบ&amp;rdquo;
อาชญากรรมไซเบอร์ เหมือนผี แต่เป็นผีอิเล็กทรอนิกส์ เป็นผีที่ทันสมัย และไม่กลัวพระและข้าวสารเสก
ผีอิเล็กทรอนิกส์ เป็นเอไอ ที่คิด ตัดสินใจและลงมือทำอะไรรวดเร็วเหมือนกันสายฟ้าฟาด
แต่ถ้าท่านรัฐมนตรีและรัฐบาลยังเป็นตะพาบ ท่านจะเอาอะไรไปสู้กับมัน แค่ท่านเริ่มนั่งคิดและเริ่มประชุมอยู่ในสภาเจได ผีอิเล็กทรอนิกส์พวกนี้มันก็ไปถึงสุดขอบจักรวาลแล้ว
ท่านนายกลุงตู่ และท่าน รมต.พี่บี หาตัวของขงเบ้ง กวนอู จูล่ง จิวยี่ มาช่วยงานด่วน อย่ามัวแต่หวังเพิ่งทหารปลายแถวอยู่เลย เพราะฝ่ายตรงข้ามเขามีทั้งตั๋งโต๊ะ โจโฉ&amp;nbsp; ลิโป้และสุมาอี ตัวเขมือบเมืองทั้งนั้นอยู่ในมือ
รอจนสิ้นชาติ สิ้นแผ่นดิน สิ้นชีวิตแล้วเสียใจก็ไม่ช่วยอะไร ลูกหลานจะลำเค็ญ ด่าทอและสาบแช่ง ว่าการบริหารราชการแผ่นดินของบรรพบุรุษอย่างพวกท่านคือหนึ่งในต้นเหตุที่ทำให้ชาติพินาศ บรรลัย
ผมและพวกเราคนไทยที่รักชาติเอาใจช่วยเสมอ
............................................................................
อัษฎางค์ ยมนาค
อ่านรายละเอียดของวัคซีนได้ที่นี่: https://www.facebook.com/109461847073213/posts/321397832546279/?d=n&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73686</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพุทธิพงษ์ ปุณณกัณต์, นายอัษฎางค์ ยมนาค, ผีอิเล็กทรอนิกส์, เอไอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200121/image_big_5e2652f497e4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2020 06:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2020 06:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ก้าวไกลอนาล็อก&#039;โวยรัฐบาลใช้ AI ตัดสินความเดือดร้อนของประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 เม.ย.63- นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ โฆษกพรรคก้าวไกล และ ทีมอนาคต&amp;#39;บางขุนเทียน ผุดไอเดีย เปิดศูนย์ประสานงาน เขตบางขุนเทียน พร้อมเตรียมทีมงานให้ข้อมูลและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เข้าไม่ถึงมาตราการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดการติดเชื้อโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ณัฐชาเผยว่า เนื่องจากที่ผ่านมามีประชาชนร้องเรียนเข้ามาเป็นจำนวนมาก ว่าลงทะเบียนด้วยตัวเองไม่สำเร็จ ไม่เข้าใจกระบวนการต่างๆ รวมถึงมีข้อจำกัดเรื่องของเทคโนโลยี จึงทำให้ต้องไปจ่ายเงินให้แก่ผู้ที่เปิดรับจ้างลงทะเบียน และเมื่อต้องกรอกข้อมูลเพิ่มเติมก็ต้องจ่ายเงินเพิ่ม ประชาชนไม่มีกำลังจ่าย จึงได้อำนวยความสะดวกโดยการให้ทีมงานทำหน้าที่ช่วยตรวจสอบสถานะการลงทะเบียน ตรวจเช็คข้อมูลที่กรอกไปก่อนหน้านี้ว่าครบถ้วนหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยปัญหาส่วนใหญ่ที่พบในวันนี้ คือประชาชนบางคนกรอกข้อมูลไม่ครบถ้วน หรืออาจไม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีดีพอ บางคนไม่รู้สิทธิ์ของตนเอง หรือกังวลการออกมาให้ข่าวของทางภาครัฐ จนไม่กล้ารับสิทธิ์ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในฐานะส.ส. ฝ่ายค้านสิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือช่วยให้ประชนเข้าถึงมาตราการต่างๆ ให้มากที่สุด และต่อสู้ให้ประชาชนได้รับสิทธิ์ที่พวกเขาควรจะได้รับ และอยากฝากไปยังรัฐบาลว่าความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนละเอียดอ่อนและสำคัญเกินว่าที่ AI ที่ทำหน้าที่คัดกรองจะเข้าใจ วิงวอนไปยังผู้ที่มีอำนาจเกี่ยวข้องโปรดใช้มีหัวใจฟังเสียงของประชาชน&amp;quot; ณัฐชากล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63063</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, มาตราการเยียวยา, เอไอ, โฆษกพรรคก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200414/image_big_5e94f9378aaf4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10074</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2018 00:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2018 00:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไมโครซอฟท์ฟันธงปี63 ธุรกิจไทยกว่า 85%ใช้&#039;ปัญญาประดิษฐ์&#039;ทำงาน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไมโครซอฟท์ เผยแทบทุกอุตสาหกรรมในเมืองไทย พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจของตนเองผ่านการใช้งาน AI มากขึ้น ชี้เทคโนโนลีไม่ได้แทนมนุษย์ แต่เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาได้คาดการณ์กันว่ามากว่า 40% ของกระบวนการดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน ภายในปี 2562 บทบาทของ &amp;nbsp;AI จะเข้ามาสนับสนุนด้วย โดยในปี 2563 มองว่าจะมีองค์กรถึง 85% ที่นำ AI มาประยุกต์ใช้งานอีกด้วย ในส่วนของบริษัทยังเห็นว่าแอปพลิเคชันกว่า 50% ในตลาด จะนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งเพื่อใช้งานในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งภายในสิ้นปี 2561 นี้ ส่วนการใช้บอทและ AI ติดต่อสื่อสารกับลูกค้านั้น มีแนวโน้มที่จะแพร่หลายขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนอาจคิดเป็นอัตราส่วนถึง 95% ของการสนทนากับลูกค้าในปี 2568&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความต้องการของประเทศไทยในเรื่องดังกล่าว ไม่แตกต่างจากหลายประเทศทั่วโลก จะเห็นได้ว่าผู้ประกอบการหลายราย เริ่มให้ความสำคัญกับ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจแล้วเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นภาคของการเงินการธนาคาร ประกัน โรงแรม อสังหาริมทรัพย์ และระบบขนส่ง หรือแทบจะทุกภาคอุตสาหกรรมที่ &amp;nbsp;AI เข้ามาขับเคลื่อนการทำงานขององค์กรตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนปัจจัยที่ทำให้ AI แพร่หลายมากขึ้น ประกอบด้วย 1.ทรัพยากรข้อมูล กลไก และแนวทางในการค้นหา คัดเลือก และจัดเก็บข้อมูลจากแหล่งต่างๆ มากมาย 2.บุคลากร ความรู้ความเข้าใจในการวิเคราะห์หรือประยุกต์ใช้ข้อมูลในรูปแบบที่เกิดประโยชน์กับองค์กร ผู้ใช้งาน หรือสังคม และ 3. ความเข้าใจ นอกจากทักษะและความเข้าใจเชิงเทคนิคของผู้พัฒนา AI เองแล้ว ความไว้เนื้อเชื่อใจในเทคโนโลยี AI และความมั่นใจในประสิทธิภาพหรือความแม่นยำของระบบก็มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมนี้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนวัฒน์ &amp;nbsp;กล่าวว่า การใช้งาน AI อย่างแพร่หลาย เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อมีการวางมาตรฐานที่ชัดเจนในด้านความปลอดภัยของข้อมูล ความโปร่งใสในการทำงาน และความรับผิดชอบของผู้พัฒนา เป็นต้น โดยการพัฒนา AI จะต้องมีวัตถุประสงค์หลักคือการส่งเสริมให้มนุษย์สามารถทำงานได้ดีขึ้น มากขึ้น หรือทำในสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยเป็นไปได้มาก่อน ไม่ใช่การเข้ามาแทนที่มนุษย์แต่อย่างใด จากแนวโน้มของตลาดเมืองไทยสะท้อนให้เห็นการก้าวเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี บริษัทวางโพซิชั่นนิ่งไว้ด้วยกัน 3 อย่าง คือ 1. AI Platform 2. Intelligent Products และ3. AI Business Solutions โดยบริษัทมองว่าแม้ความต้องการที่อยากพัฒนาอะไรใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในเมืองไทยจะมีอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ต้องยอมรับว่าเรื่องของทักษะหรือความสามารถของคนยังเป็นความท้าทายอยู่ไม่ใช่น้อย จึงต้องมีความร่วมมือกันเพื่อส่งเสริม รองรับความต้องการของตลาด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10074</URL_LINK>
                <HASHTAG>AI, ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน, ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์, ปัญญาประดิษฐ์, เอไอ, ไมโครซอฟท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180527/image_big_5b0994f7c5f87.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9130</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2018 10:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2018 10:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีดีอาร์ไอหวั่นเอไอแย่งงานมนุษย์กระทบเศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีดีอาร์ไอหวั่นเอไอพัฒนากระทบเศรษฐกิจไทย ฉุดจีดีพีไม่โต งานหาย แนะเร่งต่อยอดไทยแลนด์ 4.0 ใช้เอไอจริงจัง


14 พ.ค. 61 - นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยในงานสัมมนาสาธารณะทีดีอาร์ไอ ประจำปี 61 &amp;ldquo;ปรับทิศทางเศรษฐกิจไทยให้พร้อมสู่ยุคแห่งความปั่นป่วนทางเทคโนโลยี&amp;rdquo; ว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และออโตเมชั่น กำลังพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด โดยธุรกิจและประเทศที่นำเทคโนโลยีมาใช้จึงมีความสามารถทัดเทียมหรือเกินกว่ามนุษย์ไปแล้วในหลายด้าน ขณะที่ประเทศไทยยังไม่มีการกำหนดยุทธศาสตร์ และหากปรับตัวไม่ทัน มองว่าเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) จะไม่สามารถขยายตัวได้ 5% ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งคาดจะโตได้เพียง 2.1% ต่อปี และจะมีงานประมาณ 3 ล้านตำแหน่งหายไป

อย่างไรก็ตาม หากไทยถูกปั่นป่วนจากการเทคโนโลยีในต่างประเทศ มูลค่าเพิ่มจากการผลิตในหลายสาขาธุรกิจจะย้ายออกไปต่างประเทศ และหากไทยใช้เทคโนโลยีป่วนตนเอง ดำเนินการตามวิสัยทัศน์ &amp;ldquo;ไทยแลนด์ 4.0&amp;rdquo; โดยเอาระบบออโตเมชั่นมาใช้อย่างเต็มที่ คาดจีดีพีไทยจะโตได้ 3.1% ต่อปี แต่ก็ยังไม่สามารถก้าวเป็นประเทศรายได้สูงได้ใน 20 ปีข้างหน้า และจะมีงานประมาณ 1.5 ล้านตำแหน่งหายไป

ทั้งนี้ มองว่าไทยควรมุ่งสร้างเศรษฐกิจแห่งอนาคต โดยต่อยอดวิสัยทัศน์ไทยแลนด์ 4.0 ด้วยยุทธศาสตร์เอไออย่างจริงจัง เสริมด้วยการสร้างงานจากเศรษฐกิจ 3 ด้าน คือ เศรษฐกิจประณีต เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และเศรษฐกิจใส่ใจ เพื่อสร้างรายได้ดีให้แก่ประชาชน ซึ่งจะทำให้จีดีพีโตได้ 4.3% ต่อปี รวมถึงสามารถลดความเหลื่อมล้ำและก้าวเป็นประเทศรายได้สูงได้ใน 20 ปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9130</URL_LINK>
                <HASHTAG>TDRI, คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก, ทีดีอาร์ไอ, เอไอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180514/image_big_5af90698617fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8623</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอไอหรือจะสู้มนุษย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสียงลือเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในช่วงนี้มักจะแพร่หลายจนหนาหู หลายฝ่ายเริ่มให้ความสนใจว่าปัญญาประดิษฐ์ที่จริงแล้วคืออะไร สามารถทำอะไรได้บ้าง และจะพัฒนาต่อยอดในส่วนของการบริหารจัดการได้หรือไม่ โดยมีหลายบริษัทได้หยิบยกมาใช้ในกระบวนการจัดการ การผลิต หรือใส่ในผลิตภัณฑ์กันบ้างแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ เป็นศาสตร์แขนงหนึ่งของวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ที่เกี่ยวข้องกับวิธีการทำให้คอมพิวเตอร์มีความสามารถคล้ายมนุษย์ หรือเลียนแบบพฤติกรรมมนุษย์ โดยเฉพาะความสามารถในการคิดเองได้ หรือมีปัญญานั่นเอง โดยความสามารถส่วนใหญ่คือการสื่อสารได้ด้วยภาษาที่มนุษย์ใช้ เช่น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ มีประสาทรับสัมผัสคล้ายมนุษย์ เคลื่อนไหวได้คล้ายมนุษย์ เช่น หุ่นยนต์ช่วยงานต่างๆ อย่างการดูดฝุ่น เคลื่อนย้ายสิ่งของ และเรียนรู้ได้ โดยสามารถตรวจจับรูปแบบการเกิดของเหตุการณ์ใดๆ แล้วปรับตัวสู่สิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และด้วยความน่าสนใจนี้จึงทำให้เอไอเป็นที่รู้จักได้ไม่ยาก รวมทั้งยังมีผู้เล่นหลายกลุ่มเข้ามาพัฒนาจนทำให้มีศักยภาพ เทียบเท่ามนุษย์ และตั้งความหวังว่าเอไอจะเข้ามาเป็นอนาคตของแรงงานในบางกลุ่ม และทดแทนการใช้แรงงานมนุษย์ในกลุ่มงานที่เสี่ยงอันตราย รวมถึงอำนวยความสะดวกแก่มนุษย์ในมิติต่างๆ อาทิ หุ่นยนต์เก็บกู้ระเบิด หุ่นยนต์นักบิน บาริสต้าในร้านกาแฟ และแม่ครัวทอดไข่เจียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงทำให้มีหลายคนที่กังวลว่ามนุษย์อาจต้องตกงาน เพราะเอไอเตรียมขึ้นแท่นแรงงานคุณภาพเทียบชั้น รวมถึงอาจจะเกิดปัญหาแย่งก้าวข้ามสายงานของหุ่นยนต์ในอนาคต นายธนารักษ์ ธีระมั่นคง นายกสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย และอาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ คอมพิวเตอร์และการสื่อสาร สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มธ. ได้ออกมากล่าวว่าเอไอเริ่มเข้ามามีบทบาทในการอำนวยความสะดวกให้กับแรงงานมนุษย์ และผลผลิตจากปัญญาประดิษฐ์ยังสามารถควบคุมจำนวนและคุณภาพให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ในปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามาทดแทนในส่วนงานที่ไม่ซับซ้อน และงานที่ใช้เพียงทักษะพื้นฐานเท่านั้น แต่ด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยี ส่งผลในอนาคตปัญญาประดิษฐ์สามารถพัฒนาขึ้นมาเพื่อทดแทนการทำงานที่ซับซ้อนของมนุษย์ได้ แรงงานมนุษย์จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาทั้งทักษะเฉพาะด้านและองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะได้สอดคล้องไปกับความต้องการของตลอดแรงงานในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งในอนาคตอาจจะเข้ามามีบทบาทที่ใกล้ชิดกับนักวิทยาศาสตร์ยิ่งขึ้น ในมิติของการทำงานร่วมกันแบบพาร์ตเนอร์ ที่มีส่วนช่วยให้การค้นคว้าวิจัยหรือพัฒนานวัตกรรมให้มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และต่อยอดไปยังงานสาขาอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่หุ่นยนต์ก็ยังมีข้อจำกัดบางประการ ที่ไม่สามารถทดแทนมนุษย์ได้ 100% โดยเฉพาะในเรื่องของจิตใจและความจริงใจ ที่เป็นหัวใจสำคัญของงานบริการ ที่ต้องใช้ความจริงใจในการสื่อสารกับผู้รับบริการ รวมถึงหลักการทางวิทยาศาสตร์ ที่ต้องอาศัยทักษะการคิด วิเคราะห์ แยกแยะ และความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ ของมนุษย์เป็นพื้นฐาน ในการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์สังคมได้อย่างเต็มศักยภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน นางสาวแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการ เว็บไซต์จ๊อบไทยดอทคอม กล่าวว่า แม้ปัจจุบันโลกธุรกิจจะหันมาให้ความสำคัญของเทคโนโลยีและหุ่นยนต์ในการช่วยมนุษย์ทำงานมากขึ้น แต่ก็ต้องยอมรับว่าก็ยังมีข้อจำกัดในหลายๆ ด้านอยู่ ซึ่งโลกของการทำงานหลายอาชีพยังจำเป็นต้องพึ่งพามนุษย์ในการขับเคลื่อนเป็นหลักอยู่ เพราะมนุษย์มีทักษะสำคัญที่เทคโนโลยีหรือหุ่นยนต์ยังไม่สามารถเทียบเท่าได้ ก็คือ 1.ทักษะความคิดสร้างสรรค์ 2.ทักษะทางสังคม และ 3.ทักษะทางอารมณ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เห็นได้ชัดว่ามนุษย์มีทักษะที่ล้วนเกิดจากการเรียนรู้โดยธรรมชาติ ถือเป็นจุดแข็งของมนุษย์ที่เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ยังไม่สามารถทำได้ดีในระดับเทียบเท่า แต่การพัฒนาของเทคโนโลยีหรือปัญญาประดิษฐ์ก็มีความก้าวหน้ามากขึ้น ดังนั้นมนุษย์มีความจำเป็นต้องเรียนรู้และพัฒนาทักษะดังกล่าวอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้โลกการทำงานในอนาคตของทั้งมนุษย์และหุ่นยนต์สามารถทำงานและอยู่ร่วมกันได้อย่างดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8623</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, ณัฐวัฒน์ หาญกล้า, ปัญญาประดิษฐ์, พัฒนาต่อยอด, วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์, หุ่นยนต์ช่วยงานต่างๆ, เอไอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
