<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>7079</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2018 10:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2018 10:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คลังห่วงรายได้วูบ หลังทีวีดิจิทัล-ค่ายมือถือตีมึนจ่ายค่าประมูล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลังห่วงรายได้วูบ หลังทีวีดิจิตอล-ค่ายมือถือยังตีมึน พร้อมล็อบบี้ คสช. ขอยืดจ่ายค่าสัมปทาน ลุ้นประมูลคลื่นรอบใหม่ปีนี้ จะได้รายได้ไม่ต่ำกว่า 60,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14&amp;nbsp;เม.ย. 61-นายสุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า การเก็บรายได้ของรัฐบาลครึ่งแรกปีงบประมาณ 2561 ภาพรวมพอไปได้ แต่ตอนนี้เป็นห่วงเรื่องการจ่ายเงินประมูลทีวิดิจิตอลที่จะไม่ยอมจ่ายจะกระทบกับการเก็บรายได้ปีนี้ ขณะที่ธุรกิจโทรคมนาคม อย่างบมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส &amp;nbsp;(เอไอเอส) และบมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (ทรู) &amp;nbsp;ก็จะขอขยายเวลาการจ่ายเงินค่าประมูลคลื่นออกไปจะกระทบกับการเก็บรายได้ปีงบประมาณ 2563 ที่ต้องจ่าย 6 หมื่นล้านบาท แต่จะขอยืดระยะเวลาการผ่อนชำระเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่กล้าเข้ามาช่วย เพราะมีนักวิชาการออกมาวิจารณ์ว่า การประมูลทีวีดิจิตอล&amp;nbsp;และคลื่นโทรศัพท์มือถือ มาจากการแข่งประมูลเข้ามาว่าจะจ่ายให้รัฐบาลสูง ทำให้คู่แข่งแพ้และตกไป พอประมูลได้และมาขอเปลี่ยนเงื่อนไขการจ่ายถือว่าเป็นการเอาเปรียบคู่แข่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ต่อไประบบการประมูลของรัฐบาลจะพัง หากมีการยืดหนี้ให้ทีวีดิจิตอล&amp;nbsp;และมือถือ กระทบกับรายได้ของรัฐบาล ซึ่งตอนนี้คาดว่า คสช. รู้แล้วว่าการยืดหนี้เป็นเรื่องที่กระทบกับความยุติธรรมทางธุรกิจและรายได้ของประเทศ จึงถอยห่างไม่เข้ามาช่วยเหมือนที่มีข่าวก่อนหน้านี้&amp;quot; นายสุวิชญ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวิชญ กล่าวอีกว่า ตอนนี้กระทรวงการคลังรอเงินการประมูลคลื่นโทรศัพท์ของบริษัท ดีแทค ซึ่งจะหมดอายุสัมปทานปีนี้ และ กสทช. ต้องเปิดประมูลคลื่นใหม่ คาดว่าบริษัทดีแทคจะประมูลเพื่อรักษาคลื่นไว้ให้ได้ เพื่อที่จะประกอบธุรกิจได้ต่อไป&amp;nbsp;ซึ่งตอนนี้ สศค. ทำหนังสือไปถึง กสทช. ให้เร่งประมูลคลื่นนี้ เพราะกระทรวงการคลังต้องการเงินมาเป็นรายได้ของรัฐบาลในปีนี้ คาดว่าการประมูลคลื่นจะมีมูลค่าถึง 6 หมื่นล้านบาท เท่ากับการประมูลคลื่นก่อนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กระทรวงการเก็บรายได้รัฐบาลล่าสุด 5 เดือนของปีงบประมาณ 2561 จัดเก็บได้ 9.08 แสนล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 3.94 หมื่นล้านบาท เนื่องจากการนำส่งรายได้ของวิสากิจสูงกว่าเป้าหมาย 1.48 หมื่นล้านบาท และหน่วยงานอื่นสูงกว่าเป้าหมาย 1.48 หมื่นล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้ส่วนหนึ่งเป็นรายได้จากค่าประมูลทีวีดิจิทัล และบริษัทมือถือ ส่วนการเก็บภาษีของกรมภาษียังต่ำกว่าเป้าหมายยัง 2,000 ล้านบาท กรมสรรพสามิต 3,000 ล้านบาท และกรมศุลกากร 1,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7079</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, คสช., ค่ายมือถือ, ทรู, ทีวีดิจิตอล, รายได้รัฐบาล, สศค., สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง, สุวิชญ โรจนวานิช, เอไอเอส, เอไอเอส-ทรู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180214/image_big_5a8429e9ae20b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6596</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2018 10:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2018 10:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอไอเอส - ทรู ร่อนแถลงการณ์แจงไม่ได้ขอรัฐช่วยอุ้มลดค่าประมูล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอไอเอส -ทรู ร่อนแถลงการณ์ชี้แจงยื่นขอพิจารณาผ่อนผันเงื่อนไขการชำระเงินประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz ไปยังคสช. มิได้เป็นการขอลดจำนวนค่าประมูล แต่เป็นการขอความช่วยเหลือในการขยายจำนวนงวดชำระงวดสุดท้ายเท่านั้น พร้อมจ่ายดอกเบี้ยตามที่รัฐกำหนด และไม่ได้เป็นการผิดนัดชำระ &amp;nbsp;อ้างใช้มาตรฐานเดียวกับ ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล
&amp;nbsp;
นายวีรวัฒน์ เกียรติพงษ์ถาวร หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจสัมพันธ์และองค์กร บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ จำกัด กล่าวว่า ตามที่ผู้ประกอบการโทรคมนาคมผู้ได้รับใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 MHz ได้ยื่นหนังสือถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ขอพิจารณาผ่อนผันการชำระเงินประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz &amp;nbsp;งวดที่ 4 ในปี 2563 ซึ่งเป็นงวดสุดท้ายออกไปเป็น 7 งวด และยกเว้นการเรียกเก็บดอกเบี้ยจากการผ่อนผันชำระเงินดังกล่าวด้วย ตั้งแต่เดือนกันยายน 2560 &amp;nbsp;ซึ่ง คสช. ได้ส่งให้ กสทช. พิจารณาเหตุผลและความจำเป็นต่ออุตสาหกรรมอย่างรอบด้าน และกสทช. ได้พิจารณาเสนอกลับไปยัง คสช. ให้ขยายออกไปเพียง 5 งวด พร้อมให้ชำระดอกเบี้ยนโยบายซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยกลางที่กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ประมาณ 1.5%)นั้น นับว่าเป็นข้อเสนอมาตรการผ่อนผันที่เพียงพอที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการโทรคมนาคม &amp;nbsp;เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมทีวีดิจิตอล ที่ได้รับการพิจารณามาตรการผ่อนผันการชำระเงินประมูลทีวีดิจิตอลเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2559 &amp;nbsp;ซึ่งผู้ประกอบการทั้ง 2 &amp;nbsp;อุตสาหกรรมเป็นผู้ที่ได้ใบอนุญาตจากการประมูลคลื่นความถี่จากกสทช. เช่นเดียวกัน จึงควรได้รับการพิจารณาในหลักการเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การยื่นขอพิจารณาการผ่อนผันการชำระค่างวดเงินประมูลงวดที่ 4 ทางบริษัทฯขอชี้แจงว่า ไม่ได้เป็นการขอลดจำนวนเงินค่าประมูลคลื่นความถี่ที่ต้องชำระให้แก่ภาครัฐแต่อย่างใด แต่เป็นการขอความช่วยเหลือเพื่อขยายจำนวนงวดชำระงวดสุดท้ายเท่านั้น และบริษัทฯพร้อมที่จะชำระดอกเบี้ยตามที่รัฐได้กำหนดขึ้น ซึ่งไม่ได้ทำให้รัฐ และประชาชนเสียประโยชน์แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันบริษัทฯยังคงปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กสทช.กำหนดไว้เดิม โดยได้มีหลักประกันธนาคารให้แก่กสทช.ครบถ้วนตามมูลค่าคลื่นที่ต้องชำระ ดังนั้น การแบ่งชำระของบริษัทฯจึงไม่ได้เป็นการผิดนัดการชำระ จนต้องคำนวนเป็นอัตราดอกเบี้ยค่าปรับ (15%) หรือทำให้รัฐเสียประโยชน์จากการผิดนัด &amp;nbsp;&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตามหากคสช. มีข้อสรุปไม่ให้ขยายระยะเวลาการชำระค่างวดเงินประมูลคลื่นความถี่ &amp;nbsp;บริษัท ฯ ก็เคารพในการตัดสินใจของ คสช.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสฤษดิ์ จิณสิทธิ์ หัวหน้าคณะผู้บริหาร ด้านรัฐกิจสัมพันธ์ บมจ.ทรู &amp;nbsp;คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า การยื่นขอพิจารณาผ่อนผันการชำระค่างวดเงินประมูลดังกล่าว ขอชี้แจงว่า ไม่ได้เป็นการขอลดจำนวนเงินค่าประมูลคลื่นความถี่ที่ต้องชำระให้แก่รัฐแต่อย่างใด แต่เป็นการขอความช่วยเหลือเพื่อขยายจำนวนงวดชำระงวดสุดท้าย &amp;nbsp;และพร้อมที่จะชำระดอกเบี้ยนโยบายที่รัฐกำหนด &amp;nbsp;ซึ่งไม่ได้ทำให้รัฐเสียประโยชน์ &amp;nbsp; ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ กสทช.กำหนดไว้เดิม โดยได้มีหลักประกันธนาคารให้แก่ กสทช. ครบถ้วนตามมูลค่าคลื่นที่ต้องชำระ &amp;nbsp;ดังนั้น การขอแบ่งชำระของบริษัท จึงไม่ได้เป็นการผิดนัดการชำระ จนต้องคำนวณเป็นอัตราดอกเบี้ยค่าปรับ (15%) หรือทำให้รัฐเสียประโยชน์จากการผิดนัด &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ หากบริษัทต้องกู้ยืมเงินเพื่อมาชำระค่าคลื่นดังกล่าว ภาระทางการเงินในส่วนดอกเบี้ยจากการกู้เงิน จะอยู่ประมาณ 3-4% ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (1.5%) ไม่ได้เป็นตัวเลขความเสียหายของรัฐจำนวนสูงตามที่มีการกล่าวอ้างแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสฤษดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากคสช. มีข้อสรุปไม่ให้ขยายระยะเวลาการชำระค่างวดเงินประมูลคลื่นความถี่ &amp;nbsp;บริษัท ฯ ก็เคารพในการตัดสินใจของ คสช. &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่หาก คสช. มีข้อสรุปให้ผ่อนผันการชำระหนี้พร้อมเงื่อนไขจ่ายดอกเบี้ยให้กับรัฐด้วยนั้น ก็จะทำให้ผู้ประกอบการโทรคมนาคม มีกระแสเงินสดหมุนเวียนเพิ่มขึ้นในการลงทุนขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมและการลงทุนด้านเทคโนโลยี 5G และ IoT ที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมได้อย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp; อันจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและการพัฒนาประเทศในอนาคตต่อไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6596</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., คสช., ทรู, ประมูลคลื่น, ผ่อนผันชำระเงินประมูล, เอไอเอส, เอไอเอส-ทรู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180406/image_big_5ac6ec1c886f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6370</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2018 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2018 16:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก้ปมสัมปทาน&#039;เอไอเอส-ทรู&#039;นายกฯประกาศในที่ประชุมครม.ช่วยเอกชนไม่กระทบรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เม.ย.61- พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงท้ายก่อนการเลิกประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. สั่งการให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯเร่งรัดให้ติดตามเรื่องต่างๆ &amp;nbsp;โดยเฉพาะเรื่องแนวทางการช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลและค่ายโทรศัพท์มือถือให้แล้วเสร็จโดยเร็วภายในเดือนเม.ย.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยต้องคำนึงถึง 2ประเด็น คือ 1.การแก้ปัญหาเชิงธุรกิจของเขาต้องเป็นอย่างไร จากตรรกะที่แท้จริง โดยจะต้องให้ภาคธุรกิจอยู่ได้ด้วย &amp;nbsp;และ2.ต้องไม่มีผลกระทบทำให้รัฐเสียรายได้จากประโยชน์ที่ควรจะเป็น หาจุดลงตัวให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้นายกฯทักทวง เพราะเป็นเรื่องที่จะต้องแก้ไขปัญหาให้ได้เร็ว และเรื่องนี้จำเป็นต้องใช้อำนาจของคสช.ไม่ใช่ครม. ซึ่งไม่แน่ใจว่าคสช.จะเรียกประชุมเมื่อใด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่าการชี้แจงของนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช.ต่อที่ประชุมคสช.เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายกฯบอกว่าจะรับฟังข้อมูลทุกอย่าง เพราะท่านเองก็รับข้อมูลมาจากหลายทางทั้งที่เปิดและไม่เปิดเผย &amp;nbsp;อีกมุมแต่ละคนก็รู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าธุรกิจก็มีความเสี่ยง ในเมื่อทุกคนอยากมีกำไรแล้ววันหนึ่งไม่ได้กำไรตามปรารถนาแล้วมาบอกว่าคนนั้น คนนี้ต้องรับผิดชอบควรหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6370</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., ช่วยเอกชน, พล.ท.สรรเสริญ  แก้วกำเนิด, สัมปทาน, เอไอเอส-ทรู, โฆษกรัฐบาล, ไก่อู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180120/image_big_5a63353c02d9f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6355</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2018 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2018 14:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กเจี๊ยบ&#039;แจงใช้ม.44อุ้ม&#039;เอไอเอส-ทรู&#039;ต้องดูว่ากระทบคสช.ภายหลังหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เม.ย.61- พล.อ.เฉลิมชัย &amp;nbsp;สิทธิสาท &amp;nbsp;ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ คสช. กล่าวถึงกรณีที่มีเอกสารของสำนักงานเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ &amp;nbsp;(ลธ.คสช.) กรณีเสนอขอ คสช.อุ้ม 2 บริษัทโทรคมนาคมยืดระยะเวลาจ่ายค่างวดพ่วงการช่วยเหลือทีวีดิจิทัลว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้ข้อยุติ ซึ่งมีการเสนอมาและอยู่ในกระบวนการทบทวน ขณะนี้ยังไม่ถึงกระบวนการในการใช้มาตรา 44 เพราะยังมีแง่มุมของกฎหมายมากมาย เราจึงต้องให้ฝ่ายกฎหมายดูรายละเอียดว่าจะมีผลกระทบ คสช.ภายหลังหรือไม่อย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าการช่วยเหลือดังกล่าวจะเป็นการอุ้มบริษัทหรือไม่นั้น ผบ.ทบ.ตอบว่า มีอยู่หลายแง่มุมนี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่กำลังพิจารณาอยู่เพื่อให้ได้ข้อยุติอย่างไรให้เป็นผลดีกับทุกฝ่าย และไม่เป็นปัญหาในอนาคต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6355</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., ผบ.ทบ., ผลกระทบคสช., ผู้บัญชาการทหารบก, พล.อ.เฉลิมชัย  สิทธิสาท, ม.44, อุ้มเอกชน, เอไอเอส-ทรู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180403/image_big_5ac2ff5088591.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
