<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76866</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟเขียวจ้างงาน นักศึกษาจบใหม่ 2.6แสนราย1ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายกฯ ย้ำยังไม่แจกเงิน 3 พัน เหตุข้อมูลยังไม่พร้อม เล็งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ สนใจสร้างแลนด์บริดจ์ เชื่อมอ่าวไทย-อันดามัน หวังกระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาว เผย ครม.อนุมัติจ้างงานนักศึกษาจบใหม่ 2.6 แสนราย พร้อมลุยจัด &amp;quot;เอ็กซ์โปจัดหางาน&amp;quot; แจงจ่ายเงินประกันสังคมกลุ่มตกค้างในเดือน ต.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ถึงโครงการแจกเงิน 3,000 บาท ให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่ากรณีที่มีข่าวว่าจะแจกเงิน 3,000 บาทนั้น ยังไม่มีการพิจารณาในที่ประชุม ครม.เลย ข่าวออกไปโดยที่ยังไม่มีรายละเอียดอะไร วันนี้รัฐบาลมุ่งเน้นว่าเงินถ้ามีตรงนี้ก็คงจะดูแลผู้ประกอบการรายย่อย ค้าปลีก พ่อค้าแม่ค้าระดับล่างที่ได้รับความเดือดร้อนก่อน ซึ่งกำลังพิจารณากลไกที่จะนำมาใช้ในการดูแลอยู่ ทั้งนี้เรามีข้อมูลไม่พร้อม ระบบการจ่ายเงินโดยตรงก็ไม่พร้อม ซึ่งต้องใช้เวลา แต่ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจในการที่จะให้ผู้บริโภคมีโอกาสซื้อของจากร้านค้าปลีกระดับล่าง ไม่ใช่ผู้ประกอบการรายใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขณะนี้เรามุ่งเน้นไปถึงกรณีที่เราจะมีการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ ที่ต้องพึ่งพาการส่งออกกับการท่องเที่ยว ซึ่งพอมันเกิดปัญหาขึ้นมาทั้ง 2 อย่าง ทำให้เศรษฐกิจเราตกต่ำมาก เพราะรายได้ของประเทศลดลง เราจำเป็นต้องสร้างเศรษฐกิจใหม่ และเรากำลังจะทำให้เกิดขึ้น ถึงแม้เราจะมีแผนงาน อีอีซีแล้วก็ตาม วันหน้าเราก็ต้องหาโครงการขนาดใหญ่ ในการที่จะลงทุนในประเทศไทยให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มรายได้ ซึ่งตรงนี้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของเรา ทุกอย่างต้องใช้เวลาในการก่อสร้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นอีอีซีก็เริ่มมา 5 ปีแล้ว ก็ไปได้ระยะหนึ่ง เพราะฉะนั้นเราต้องหาโครงการใหม่ กำลังดูว่าเราจะเชื่อมการไปมาทั้ง 2 ฝั่ง ทั้งตะวันตกและตะวันออกได้อย่างไร มันควรจะมีหรือไม่ เกี่ยวกับการศึกษาทางด้านแลนด์บริดจ์ ซึ่งกำลังให้แนวทางไปศึกษากันอยู่ แต่ตนคิดว่าจะช่วยในเรื่องของเศรษฐกิจระยะยาวได้ในโอกาสต่อไป โดยเฉพาะการขนส่งข้ามตะวันตกและตะวันออก หรืออ่าวไทยกับอันดามัน โดยเฉพาะท่าเรือต่างๆ ต้องมีการพัฒนาทั้งหมด ซึ่งก็ถือว่าอยู่ในยุทธศาสตร์ชาติที่จะต้องเดินต่อไป ขั้นตอนการศึกษา ขั้นตอนการลงทุน สิ่งเหล่านี้เป็นผลดีในระยะยาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องของเศรษฐกิจโดยรวม สถานการณ์หลายๆ อย่างเราปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ จากสถานการณ์ภายในของเรา ในเรื่องของการผ่อนคลายมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาด แม้ว่าจะมีการตรวจพบ เราก็สามารถติดตามได้ทั้งหมดและตรวจสอบ ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยอยู่ ก็ขอให้ทุกคนอย่าตื่นตระหนก และถือว่าเป็นการทดสอบระบบของเราว่าระบบเราทำได้ดีในระดับที่น่าพอใจ&amp;quot; นายกฯ กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนในบริเวณชายแดนนั้น ตนได้กำชับตลอดเวลา ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการเพิ่มกำลังทั้งทหารตำรวจในบริเวณชายแดน ซึ่งเจ้าหน้าที่เหล่านี้เขาไม่ได้พักที่บ้าน ต้องลดอัตราการลาพักตามวงรอบลง ซึ่งก็ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่เหล่านี้ด้วย ในเรื่องของความเสียสละ รวมถึงเจ้าหน้าที่ในการดูแลการจราจรในช่วงของการหยุดยาวที่ผ่านมาด้วย อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของวันหยุดยาวตนได้หารือในครม.แล้วว่าจะพิจารณาหาวันหยุดให้มากขึ้นในระยะต่อไป เพราะเห็นว่ามีการท่องเที่ยว มีการหมุนเวียนใช้จ่ายเงินในการท่องเที่ยวมากขึ้นทำให้ธุรกิจหลายๆ อย่างดีขึ้น จึงขอให้ทุกคนได้ช่วยกันท่องเที่ยวในประเทศ เพราะจะทำให้ห่วงโซ่ต่างๆ ในประเทศขับเคลื่อนไปได้ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ดีเท่าเดิม อย่างน้อยก็ต่อลมหายใจกันและกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ยังกล่าวถึงสถานการณ์เศรษฐกิจของต่างประเทศ โดยเฉพาะกรณีรัฐบาลสหรัฐปฏิเสธการเข้าร่วมโครงการพัฒนา covid 19 กับนานาชาติ แต่ของไทยได้ร่วมกับหลายๆ ชาติอยู่ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ สนับสนุนในหลายหน่วยงาน โดยใช้กองทุนวัคซีนแห่งชาติ และดูแลในกลุ่มที่มีความก้าวหน้าซึ่งเป็นการบริหารงานของหลายหน่วยงาน เช่น รพ.จุฬาฯ และ รพ.ศิริราช รัฐบาลดูแลหมด ซึ่งมีเงินอยู่แล้วพันล้านบาทในขั้นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าภูเก็ตโมเดลและการเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย เดือน ต.ค. นายกฯ กล่าวว่า เรื่องการท่องเที่ยวให้คนไทยท่องเที่ยวภายในประเทศไปก่อน ส่วนการเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยนั้น คงจะต้องมีการพิจารณากันอีกครั้ง และยังไม่ได้พับโครงการนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบให้มีการจ้างงานนิสิตนักศึกษาผู้จบการศึกษาใหม่จำนวน 260,000 ราย เป็นเวลา 12 เดือน ทั้งในส่วนของผู้ที่จบ ปวช., ปวส. และปริญญาตรีรวมถึงการจ้างงานอื่นๆ รวมประมาณ 1 ล้านคน ซึ่งจะเป็นงบประมาณของแต่ละกระทรวง ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานจะมีการเปิด เอ็กซ์โปจัดหางานในเร็วๆ นี้ ส่วนกรณีประกันสังคมที่มีคนตกค้างไม่ได้รับเงินในช่วงที่ 1 ที่ผ่านมา คือผู้ที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ ไม่ครบ 6 เดือน ยังติดค้างเรื่องการแจ้งบัญชีธนาคารต่างๆ ประมาณกว่า 50,000 ราย ขณะนี้กระทรวงแรงงานกำลังดำเนินการอยู่ โดยจะขอเลื่อนจ่ายไปเดือน ต.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76866</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระตุ้นเศรษฐกิจ, กระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาว, จ้างงานนักศึกษาจบใหม่, ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์โปจัดหางาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200908/image_big_5f578ea5cfbcf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
