<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118281</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนังสือพิมพ์ฉบับวันที่ 30 กันยายน 2564</HEADLINE>
                <CONTENT></CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118281</URL_LINK>
                <HASHTAG>หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_615474f24c479.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118258</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ตร.สั่งปราบ หนี้นอกระบบ ดอกเบี้ยโหด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบ.ตร.สั่งการตำรวจทุกพื้นที่ให้การช่วยเหลือประชาชนที่โดนเอาเปรียบจากการทวงถามหนี้ผิดกฏหมาย เร่งดำเนินการปราบปรามผู้มีอิทธิพลหรือกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์ให้ประชาชนกู้ยืมเงินโดยผิดกฎหมาย เรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 29 ก.ย.2564 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีตามที่สื่อสังคมออนไลน์นำเสนอข่าวลูกหนี้ต้องหนีไปซ่อนในป่าหลบแก๊งทวงหนี้ในพื้นที่ อ.นางรอง จว.บุรีรัมย์นั้น ซึ่งทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เล็งเห็นความสำคัญและมีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการกู้เงินนอกระบบ ถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกทวงถามหนี้โดยผิดกฎหมาย จึงกำชับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน มีมาตรการในการให้ความช่วยเหลือประชาชนและการสืบสวนปราบปราม ดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างจริงจัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดทาง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปน.ตร.) ลงไปกำกับดูแลการปฏิบัติของหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องทุกพื้นที่ ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการถูกเอารัดเอาเปรียบและการทวงถามหนี้โดยผิดกฎหมาย ทำการสืบสวนหาข่าวการกระทำความผิดในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ปราบปรามดำเนินคดีกับผู้มีอิทธิพล บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์ให้ประชาชนกู้ยืมเงินโดยผิดกฎหมาย เรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด หรือมีลักษณะเป็นการทำสัญญาเอารัดเอาเปรียบประชาชน การทวงถามหนี้โดยผิดกฎหมาย หรือการกู้ยืมเงินที่มีลักษณะเป็นการฉ้อโกงประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวต่ออีกว่า ในส่วนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการถูกทวงถามหนี้โดยผิดกฎหมายในพื้นที่ อ.นางรอง จว.บุรีรัมย์ ตามที่สื่อออนไลน์ได้นำเสนอ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นางรองได้เข้าให้ความช่วยเหลือ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรับแจ้งความเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมาตั้งแต่ 1 ม.ค.2564-ปัจจุบัน ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปน.ตร.) มีผลการดำเนินการสืบสวนปราบปรามนายทุนเงินกู้นอกระบบ และรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน รวมทั้งสิ้นกว่า 1,900 เรื่อง ดำเนินการแล้วเสร็จจำนวนเกือบ 1,700 เรื่อง อยู่ระหว่างดำเนินการกว่า 200 เรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการแจ้งเบาะแส สามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชั้น 3 อาคาร 1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ถนนสาทรเหนือ เขตบางรัก กรุงเทพฯ หรือโทรศัพท์สายด่วน 1599 หรือที่สถานีตำรวจทุกแห่งได้ตลอด 24 ชั่วโมง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118258</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191005/image_big_5d987f4a1f9c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118257</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิยดาซัดทอดแฟนหนุ่มตัวการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พิยดา&amp;rdquo; ให้การซัดทอดครอบครัวแฟนหนุ่มเป็นตัวการใหญ่แก๊งหลอกขายโทรศัพท์มือถือออนไลน์ ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ถูกแอบอ้างชื่อนำไปใช้ตุ๋นเหยื่อและโยนความผิดให้ ยกมือไหว้ขอโทษครอบครัว &amp;ldquo;น้องก้อง&amp;rdquo; ตร.นำตัวฝากขังที่ศาลค้านประกันตัวหวั่นจะหลบหนี​
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 ก.ย.2564 ที่สถานีตำรวจภูธรนาหวาย อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ พนักงานสอบสวนควบคุมตัว นางสาวพิยดา ทองคำพันธ์ อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาคดีหลอกขายโทรศัพท์มือถือที่กำลังเป็นที่สนใจเวลานี้​ เพื่อ​ทำการสอบปากคำเพิ่มเติมในการทำสำนวนดำเนินคดีข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริต และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ รวมทั้งความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ก่อนจะนำตัวนางสาวพิยดาออกจากสถานีตำรวจนาหวาย ไปควบคุมตัวต่อไว้ที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดเชียงใหม่ ขณะที่พนักงานสอบสวนไปศาลจังหวัดเชียงใหม่เพื่อยื่นคำร้องขอฝากขังนางสาวพิยดา โดยที่ทนายความของนางสาวพิยดาตามไปที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเตรียมยื่นเรื่องขอประกันตัวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นางสาวพิยดาเปิดเผยว่า รู้สึกเสียใจที่ตกเป็นเครื่องมือถูกหลอกใช้จากครอบครัวของแฟนหนุ่มในการก่อเหตุกระทำความผิดหลอกขายโทรศัพท์มือถือจนมีผู้เสียหายจำนวนมาก ซึ่งยืนยันว่า​ตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นใดๆ เกี่ยวกับการกระทำความผิดที่เกิดขึ้นเลย แต่ถูกแอบอ้างนำชื่อไปใช้ในการก่อเหตุและโยนความผิดมาให้รับคนเดียว &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีของ &amp;ldquo;น้องก้อง&amp;rdquo; นักเรียนชายชั้น ม.2 อายุ 14 ปี ที่เสียชีวิตนั้น ตัวเองไม่ได้มีส่วนรู้เห็นและไม่ได้เป็นคนหลอกขายโทรศัพท์ให้ตามที่มีการพาดพิงถึง อย่างไรก็ตาม เมื่อเป็นคดีและมีชื่อตัวเองตกเป็นผู้ต้องหาแล้วก็รู้สึกเสียใจและขอโทษครอบครัวของผู้เสียหายด้วย​ จากนี้ก็ขอต่อสู้ทางคดีตามขั้นตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายวิเชียร อินเรน ทนายความส่วนตัวของนางสาวพิยดา เปิดเผยว่า เบื้องต้นเวลานี้ลูกความให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และจากนี้กำลังเร่งตรวจสอบรวบรวมเอกสารเกี่ยวกับรายรับ-รายจ่ายเพื่อนำมาใช้เป็นหลักฐานยืนยันในการต่อสู้คดี ส่วนประเด็นที่นางสาวพิยดาอ้างว่าครอบครัวของแฟนหนุ่มเป็นผู้บงการทั้งหมด โดยที่ตัวนางสาวพิยดาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นด้วยนั้น ตัวเองยังไม่ทราบข้อเท็จจริง ในกรณีเงินจำนวน 700,000 บาท ที่พ่อและแม่เลี้ยงเตรียมมาเพื่อใช้เป็นหลักทรัพย์ประกันตัว แต่ถูกตำรวจอายัดไปตรวจสอบนั้น กำลังเร่งทำเรื่องขอคืนจากตำรวจ และกำลังรอว่าจะได้รับอนุญาตหรือไม่ ทั้งนี้ ไม่ขอออกความเห็นว่าเป็นการกลั่นแกล้งหรือไม่ สำหรับการขอประกันตัวนางสาวพิยดานั้น จะต้องไปยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจะพยายามทำให้ทันภายในวันนี้ ส่วนจะได้รับอนุญาตให้ประกันตัวหรือไม่นั้น เป็นดุลยพินิจของศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.สกุลรัชช์ คงทอง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรนาหวาย อำเภอเชียงดาว เปิดเผยว่า วันนี้พนักงานสอบสวนจะยื่นคำร้องขอฝากขังนางสาวพิยดาต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งในชั้นสอบสวน ทางพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ส่วนขั้นตอนการยื่นประกันตัวในชั้นศาลนั้น เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหาที่สามารถทำได้ แต่ก็เป็นดุลพินิจ​ของศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานแจ้งว่า ทางครอบครัวของนางสาวพิยดา พร้อมทนายความ เตรียมยื่นเรื่องขอประกันตัวที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ตามขั้นตอน หากศาลให้ประกันตัวก็มีหมายจับจากพื้นที่อื่นเตรียมอายัดตัวไปดำเนินคดีต่อไปแล้ว แต่หากศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว ทางเจ้าหน้าที่จะทำการส่งตัวนางสาวพิยดาไปควบคุมอยู่ที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดเชียงใหม่ระหว่างดำเนินคดี เนื่องจากอายุยังไม่ครบ 20 ปี และหากได้รับการปล่อยตัวก็ยังมีหมายจับจากพื้นที่อื่นๆ หลายคดี เตรียมอายัดตัวไปดำเนินคดีต่อเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118257</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเชียงใหม่, พิยดา, สถานีตำรวจภูธรนาหวาย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อำเภอเชียงดาว, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_615458af27b8b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118256</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิ้นบรมครู‘ฉลอง’ นักแต่งเพลงดัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วงการเพลงลูกทุ่งพบกับการสูญเสียอีกครั้ง เมื่อต้องสิ้นบรมครูนักแต่งเพลงชื่อดัง &amp;quot;ครูฉลอง ภู่สว่าง&amp;quot; ในวัย 83 ปีจากอาการป่วยโรคมะเร็ง ตลอดชีวิตสร้างนักร้องเพลงลูกทุ่งมากมาย โดยจะมีการตั้งศพสวดที่บ้านในตำบลยางเนิ้ง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 ก.ย.64 เจนภพ จบกระบวนวรรณ นักจดหมายเหตุและนักวิชาการเพลงไทยลูกทุ่ง โพสต์เฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ด่วนสุดๆ...ด่วนจนช็อกชาไปทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยครับ พี่น้องพ่อแม่มิตรรักแฟนเพลงที่รักและเคารพยิ่ง ผมได้รับข่าวสารจากพี่เปี๊ยก นพดล แจ้งมาว่า ฅรูฉลอง ภู่สว่าง อายุ ๘๓-๘๔ ปี ป่วยโรคมะเร็ง จากไปอย่างสงบที่บ้าน อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งศพสวดที่บ้านนะครับ มิใช่ที่วัด บ้านเลขที่ ๑๑๑/๑ หมู่ ๑ ตำบลยางเนิ้ง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เปลี่ยนแผนกะทันหัน เดิมทีวันนี้ รายการข้าวเกรียบเพลงเก่า/เสียงศิลปิน ผมวางเอาไว้แล้วว่าจะจัดอย่างไร ทุกอย่างยกเลิกทันทีเมื่อได้รับทราบข่าวนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรมฅรูฉลอง ภู่สว่าง ฅนปิดทองหลังพระที่สมถะที่สุด เรียบง่ายที่สุด และไม่ง้อรางวัลเกียรติยศอย่างศิลปินแห่งชาติ เพราะ ชาติ มัวมะงุมมะงาหราจนฅรูบาอาจารย์ระดับปราชญ์ของแผ่นดินสิ้นใจไปจนแทบจะหมดวงการแล้ว ชาติ ก็ยังมองไม่เห็น ยังไม่ตระหนักในคุณค่าที่แต่ละท่านได้สร้างสรรค์งานมาเป็นเวลาช้านาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านผู้รักเพลงลูกทุ่งทุกท่านครับ ท่านรู้จัก ฅรูฉลอง ภู่สว่าง ไหมครับ? ท่านทราบมั้ยว่าผลงานเพลงของท่านมีเพลงอะไรบ้าง? ถ้าท่านทราบอย่าช้าเลยครับ รีบช่วยกันแนะนำผลงานเพลงของท่านที่ท่านประพันธ์เอาไว้กล่อมใจกล่อมแผ่นดินชนบทไทยให้เรืองรองผ่องผุดมาจนถึงทุกวันนี้ แล้วรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ บ่าย ๒ โมงวันนี้ เราจะมาช่วยกัน คืนบรมฅรูฉลอง ภู่สว่าง ให้ท่านไปอยู่ในภพภูมิที่เหมาะควร ด้วยการฟังเพลงจากลายมือของท่านทั้งรายการ อย่าพลาดติดตามนะครับ ฉลอง ภู่สว่าง ตายแล้ว!!!!! ฅรูของฅนลูกทุ่งจากไปอีก ๑ ท่านแล้วครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับครูฉลอง ภู่สว่าง เป็นคนเขียนเพลงลูกทุ่งที่เก่งที่สุดในวงการคนหนึ่ง ครูฉลองจะเก่งมากในเรื่องของการประชดผู้หญิง แดกดันผู้ชาย โดยเอาบรรยากาศของบ้านเมืองมาใส่ ทำให้ผู้ฟังนั้นฟังแล้วรู้สึกว่าเรื่องราวของคนในเพลงนั้นเป็นเรื่องจริงขึ้นมา ก็อย่างเพลง &amp;quot;ปูไข่ไก่หลง&amp;quot; ที่ครูฉลองเขียนให้ชายธง ทรงพล ร้อง &amp;quot;ช่างเถอะคนงาม ขอปล่อยตาม ตามวาสนา พี่ไม่มีปริญญา ขวัญตามองหน้าทำเมิน ลืมได้ลืมไป ลืมไปลืมได้ก็เชิญ พี่จนคนไร้เงิน เดินย่ำต๊อกน้องบอกว่าโซ..&amp;quot; นอกจากเพลงนี้ยังมี &amp;quot;ไก่นาตาฟาง&amp;quot; จีระพันธ์ วีระพงษ์ &amp;quot;คนดังลืมหลังควาย&amp;quot; (อันนี้พุ่มพวงร้อง) &amp;quot;คุณนายโรงแรม&amp;quot; ที่ร้องโดย ระพิน ภูไท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครูฉลอง ภู่สว่าง นั้นเป็นคนที่มีสัมผัสในทางโปรดิวเซอร์ที่สูงมากว่ากันว่าถ้าเทียบกันก็ต้องขนาด เต๋อ เรวัติ พุทธินันท์ เพราะสามารถปั้นกระเป๋ารถเมล์อย่าง จีระพันธ์ วีระพงษ์ ให้โด่งดังได้จากเพลง &amp;quot;ไก่นาตาฟาง&amp;quot; สร้างให้เด็กอู่ซ่อมรถอย่าง ศรชัย เมฆวิเชียร ขึ้นมาเป็นนักร้องดังเช่นเดียวกับทำให้ระพิน ภูไท ดังได้อีกเหมือนกัน โดยว่ากันว่าระพินไม่มีแววอะไรเลยนอกจากเมาไปวันๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในระยะที่ครูฉลอง ภู่สว่าง มีชื่อเสียงได้มีคนไปมาหาสู่มาก บางคนมาขอความรู้จากเพลง บางคนมาฝึกร้องเพลง โดยเริ่มจากเลียนแบบนักร้องที่มีชื่อเสียงจนมีเอกลักษณ์เฉพาะของตนเอง นักร้องที่มีชื่อเสียงที่มาหาครูฉลอง ภู่สว่าง อยู่เสมอคือ ศรชัย เมฆวิเชียร, สดใส รุ่งโพธิ์ทอง, สุนารี ราชสีมา, แจ๊ค ธนพล ครูฉลอง ภู่สว่างแต่งเพลง &amp;quot;ดื่มให้ลืมแฟน&amp;quot; บางคนมาถามครูฉลองว่าการแต่งเพลงเริ่มเขียนอะไรก่อน ครูฉลองเล่าว่า การแต่งเพลงเหมือนละครที่ยาวมากที่เกิดขึ้นมาไม่รู้กี่ปี เรานำเรื่องมาย่อจนจบ ตอนจบเราจะให้จบแบบไหน เพลงแต่ละเพลงเหมือนละครเรื่องหนึ่ง เรานำมาสรุปให้เหลือนิดเดียว บางเพลงให้จบพร้อมชื่อเพลงให้ได้ เช่น เพลง &amp;quot;จำกันบ่ได้ก๋า&amp;quot; จะแต่งเพลงใดให้ใครร้องต้องศึกษาบุคลิกนักร้องก่อน เช่น นันทิดา แก้วบัวสาย ไปชนะการประกวดการร้องเพลงที่ต่างประเทศ เพชรา เชาวราษฎร์ ชักชวนมาแสดงภาพยนตร์และเชิญครูฉลอง ภู่สว่าง ไปเขียนเพลงประกอบภาพยนตร์ให้ได้ทั้งหมด หลังจากแต่งเพลง วันที่จะบันทึกแผ่นเสียงครูฉลองจะไปร้องเพลงที่ครูแต่งให้ฟังก่อน ทั้งการเอื้อนจังหวะดนตรี เคาะจังหวะไปให้ ทำเข้าอินโทรไปให้หมด ร้องเสร็จจะรับอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในปี พ.ศ.2523 ครูฉลองแต่งเพลงให้พุ่มพวง ดวงจันทร์ ร้อง และปี 2525, 2526, 2527 ห้างอโซน่ามาขอซื้อลิขสิทธิ์ให้พุ่มพวงร้อง บันทึกเทปวางจำหน่าย ร้องเพลงคู่กันเพลงหนึ่ง เขียนให้พุ่มพวงร้อง อีกเพลงหนึ่งเขียนให้นักร้องชายร้อง เนื้อเพลงขึ้นต้นว่า&amp;hellip; &amp;quot;นึกไว้แล้วๆ เชียว ว่า&amp;hellip; นึก&amp;hellip;.ทุกอย่างคนงามๆ สักวันก็ลืมด้ามเคียว&amp;quot; ส่วนเพลงทำนองเดียวกับเพลงนี้ให้ชื่อว่า คนดังลืมหลังควาย บันทึกแล้วดังเปรี้ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนประวัติ ครูฉลอง เกิดเมื่อ พ.ศ.2481 ที่จังหวัดสมุทรสาคร บิดาชื่อ นายเหลือบ ภู่สว่าง มารดาชื่อ นางหนู ภู่สว่าง พี่น้อง 4 คน ชาย 3 คน หญิง 1 คน ด้านชีวิตครอบครัวสมรสกับคุณสมบูรณ์ ภู่สว่าง มีบุตรด้วยกัน 2 คน ฐานะทางครอบครัวยากจนเรียนได้เพียงชั้น ป.3 ก็ต้องออกมาทำงานบ้านอยู่ 2 ปีจึงกลับไปเรียนจนจบชั้น ป.4 จากโรงเรียนเมืองสมุทรสาครเป็นคนเรียนเก่ง แต่ต้องออกมารับจ้างเดินเรือขนส่งเกลือไปขายที่กรุงเทพฯ โดยนอกจากจะเป่าแซ็กโซโฟนได้แล้ว เจ้าตัวยังได้ชื่อว่าเป็นคนร้องเพลงดีคนหนึ่ง ซึ่งหากมีการประกวดร้องเพลงที่ไหนเป็นต้องเข้าร่วมด้วยเสมอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยความรักในเสียงดนตรีทำให้เจ้าตัวมีโอกาสไปอยู่วงดนตรีทหารเรือนานกว่า 2 ปี และไปอยู่กับวงดนตรีคณะรำวงดาราน้อยที่ชลบุรีนานกว่า 5 ปี ต่อด้วยวงดนตรี &amp;quot;พนม นพพร&amp;quot; และวงดนตรีของ &amp;quot;บุปผา สายชล&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ครูฉลอง&amp;quot; เริ่มเขียนเพลงอย่างจริงๆ จังๆ เมื่ออายุ 21 ปี โดยเพลงแรกที่อัดแผ่นเสียงก็ดังเลยชื่อเพลง &amp;quot;ลาก่อนความโกหก&amp;quot; ร้องโดยนักร้องชื่อบุญมี (ต่อมาเปลี่ยนเป็นระพิน ภูไท)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเจ้าตัวก็ได้แต่งเพลงออกมาอีกมากมายรวมกว่า 200 เพลงให้กับนักร้องดังหลายต่อหลายคน อาทิ จีระพันธ์ วีระพงษ์, ศรชัย เมฆวิเชียร, ระพิน ภูไท, สุนารี ราชสีมา, พุ่มพวง ดวงจันทร์ ฯลฯ จนคนในวงการเพลงลูกทุ่งต่างยกย่องให้เป็น &amp;quot;คีตกวี​เพลงลูกทุ่ง​แห่งมหาชัย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบทเพลงจากการสร้างสรรค์ของ &amp;quot;ครูฉลอง&amp;quot; ที่เป็นที่คุ้นหูกันดีก็มีทั้ง คุณนายโรงแรม, เอาคำว่ารักของเธอคืนไป, คนจนเป็นอย่างไร, คิดถึงพี่หน่อย, ไก่นาตาฟาง, ปูไข่ไก่หลง, คนดังลืมหลังควาย, จำกันบ่ได้ก๋า ฯลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ในการเขียนเนื้อเพลงของ &amp;quot;ครูฉลอง&amp;quot; นอกจากเนื้อหาที่ประชดประชันผู้หญิง แดกดันผู้ชาย ก็คือการเอาบรรยากาศของบ้านเมืองมาใส่ ทำให้เพลงนั้นๆ มีชีวิตและมีเรื่องราวที่ดูเป็นจริงนั่นเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118256</URL_LINK>
                <HASHTAG>วงการเพลงลูกทุ่งพบกับการสูญเสียอีกครั้ง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจนภพ จบกระบวนวรรณ, เมื่อต้องสิ้นบรมครูนักแต่งเพลงชื่อดัง, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_615458a326238.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยายยื่นDSIทหารขืนใจ ข่มขู่หลานสาววัย11ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยายชาวร้อยเอ็ดร้องดีเอสไอตรวจสอบหลานสาววัย 11 ขวบ ถูกทหารคุกคามทางเพศ อวัยวะเพศฉีกขาด แจ้งความ ตร.ร้อยเอ็ดแต่คดีไม่คืบ หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม ทนายเกิดผลแฉโดนข่มขู่จากคนมีสีจนเด็กหวาดกลัว&amp;nbsp;
เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือหมอปลา พร้อมทนายเกิดผล แก้วเกิด และทนายกฤษฎา โลหิตดี หรือทนายโนบิตะ &amp;nbsp;พานางไพบูลย์ กรีนวู๊ด ยายของหลานสาวอายุ 11 ขวบ &amp;nbsp;ผู้เสียหาย เข้าร้องทุกข์ต่อ พ.ต.อ.อัครพล บุณโยปัษฎัมภ์ &amp;nbsp;รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หลังตำรวจ สภ.เมืองร้อยเอ็ดไม่รับแจ้งความกรณีพลทหารข่มขืนหลานสาว ทำเพียงลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น ญาติเหยื่อเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรมในคดีดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางไพบูลย์กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 ก.ย.64 เวลาประมาณ 18.00 น. ตนพักอาศัยใน อ.เมืองร้อยเอ็ด ใกล้ค่ายทหาร โดยทราบว่ามีพลทหารรายหนึ่งซึ่งรู้จักกับหลานสาวผ่านโซเชียลมีเดียมากว่า 1 &amp;nbsp;เดือน ได้ขี่รถจักรยานยนต์มาหาหลานสาวซึ่งเป็นช่วงจังหวะที่ตนใช้หลานสาวไปซื้อน้ำแข็ง ก่อนทั้งคู่จะหายกันไปหลายชั่วโมงจนผิดสังเกต จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความ สภ.เมืองร้อยเอ็ด แต่ตำรวจให้ลงแค่บันทึกประจำวัน อ้างว่าคนหายต้องครบ 24 ชั่วโมงก่อนถึงจะแจ้งความได้&amp;nbsp;
นางไพบูลย์เล่าต่อว่า ต่อมาวันที่ 23 ก.ย. เวลา &amp;nbsp;09.45 น. พลทหารรายดังกล่าวได้ขี่รถจักรยานยนต์มาส่งหลานสาว ซึ่งพบว่าหลานสาวมีสภาพอิดโรยและเดินเซ &amp;nbsp;จึงตัดสินใจสอบถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แต่หลานสาวกลับปฏิเสธที่จะตอบคำถาม จึงตัดสินใจพาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลและพบว่าอวัยวะเพศฉีกขาด มีร่องรอยฟกช้ำ &amp;nbsp;โดยแพทย์แจ้งว่าจะส่งผลตรวจอย่างละเอียดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจภายหลัง แต่เนื่องจากคดีไม่มีความคืบหน้า จึงต้องมาร้องเรียนให้หมอปลาช่วยเหลือ กระทั่งผ่านไป 6 วัน เจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่งจะโทรศัพท์ติดต่อมามาหาเพื่อรับทำคดีหลังจากเป็นข่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทนายเกิดผล แก้วเกิด กล่าวว่า คดีดังกล่าวมีการนำคนมีสีเข้ามาพูดจาข่มขู่เพื่อให้ผู้เสียหายเกรงกลัว &amp;nbsp;พร้อมระบุว่าผู้ก่อเหตุจะไม่ถูกดำเนินคดี ส่วนตัวเกรงผู้เสียหายจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงตัดสินใจร้องเรียนที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118138</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสอบสวนคดีพิเศษ, ถูกทหารคุกคามทางเพศ อวัยวะเพศฉีกขาด, ทนายกฤษฎา โลหิตดี, นายจีรพันธ์ เพชรขาว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9b427aa8b1c.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ชัยวุฒิ’ชงบุหรี่ไฟฟ้า ถูกกม.เจอ‘บิ๊กตู่’ค้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม.ถกโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่ รมว.ดีอีเอสเสนอทบทวนแบนบุหรี่ไฟฟ้า อ้างนักสูบนิยมมาก เมินแบบมวน เก็บภาษีต่ำกว่าเป้า เกษตรกรปลูกใบยาสูบกระทบหนัก ฟุ้งอนาคตตั้งโรงงานส่งออกได้ ยกต่างประเทศไม่ฝืนเปลี่ยนให้ถูก กม. นายกฯ เบรกหัวทิ่ม ยันหมอชี้อันตรายต่อสุขภาพ
เมื่อวันที่ 28 ก.ย. มีรายงานข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แจ้งว่า ระหว่างการพิจารณาโครงสร้างภาษีบุหรี่​ช่วงหนึ่ง นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้แสดงความเห็นต่อที่ประชุมว่าควรพิจารณาให้บุหรี่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไอคอสถูกกฎหมาย เนื่องจากปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคบุหรี่มวนลดลง หันไปบริโภคบุหรี่รูปแบบใหม่ๆ ส่งผลให้จัดเก็บภาษีของรัฐน้อยลงตามไปด้วย และเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบในประเทศก็ได้รับผลกระทบจากราคาใบยาสูบตกต่ำ ทำให้รัฐต้องจ่ายชดเชยช่วยเหลือ&amp;nbsp;
นายชัยวุฒิกล่าวต่อว่า นอกจากนี้โครงสร้างภาษีของประเทศไทย ทำให้บุหรี่ไทยหลายยี่ห้อที่โรงงานยาสูบผลิตและจำหน่ายในประเทศราคาสูงกว่ายี่ห้อต่างประเทศที่นำเข้ามาค่อนข้างมาก ผู้บริโภคส่วนหนึ่งจึงหันไปสูบบุหรี่ต่างประเทศ ตรงนี้ทำให้โรงงานยาสูบขาดทุนและบุหรี่ไทยจะตาย
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า นายชัยวุฒิได้นำเสนอที่ประชุมด้วยว่า หากทำให้บุหรี่ไอคอสถูกกฎหมายจะช่วยลดการขาดทุนของโรงงานยาสูบ เป็นการช่วยเกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบ​ รัฐไม่ต้องจ่ายชดเชยอีกต่อไป และจะทำให้รัฐจัดเก็บรายได้จากภาษีเพิ่มขึ้น เนื่องจากปัจจุบันคนไทยนิยมบริโภคบุหรี่ประเภทนี้เป็นจำนวนมาก และในอนาคตอาจมีการตั้งโรงงานเพื่อส่งออก​ เป็นการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรใบยาสูบด้วย
พร้อมกันนี้ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมยังได้ยกตัวอย่างหลายประเทศในยุโรป รวมถึงประเทศญี่ปุ่นที่ทำให้บุหรี่ไอคอสถูกกฎหมาย และยังได้หยิบยกงานวิจัยจำนวนมากที่ระบุว่า บุหรี่ไอคอสมีผลกระทบต่อสุขภาพน้อยกว่าบุหรี่มวน ดังนั้นการทำให้ถูกต้องเป็นการปรับตัวที่ให้ผลดีมากกว่าและไม่เป็นการฝืนธรรมชาติ
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุถึงกรณีดังกล่าวว่า สาธารณสุขและแพทย์ยังยืนยันว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีความอันตรายอยู่ ขณะที่รัฐมนตรีคนอื่นๆ ไม่มีใครแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมานานาประเทศมีมาตรการควบคุมและการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะห้ามจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงประเทศไทย หลังจากมีการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในยุโรปเมื่อราว 13 ปีที่แล้ว บุหรี่ไฟฟ้าก็กลายเป็นที่นิยมไปทั่วโลก เนื่องจากคำกล่าวอ้างจากผู้ผลิตว่าปลอดภัยกว่าการสูบบุหรี่ปกติ แต่จากการศึกษาขององค์การอนามัยโลก (WHO) เมื่อปี 2016 พบว่ายังไม่มีหลักฐานมากพอที่จะสรุปได้ว่าบุหรี่ไฟฟ้าช่วยให้ผู้ใช้เลิกบุหรี่มวน ขณะที่องค์กรด้านสุขภาพและรัฐบาลหลายประเทศออกคำเตือนว่า บุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่มวนส่งผลเสียต่อสุขภาพไม่ต่างกัน
วันเดียวกัน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง &amp;nbsp;เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 28 &amp;nbsp;ก.ย.64 เห็นชอบการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ และจะเริ่มใช้ในวันที่ 1 ต.ค.64 &amp;nbsp;เป็นต้นไป ส่วนจะเป็นอัตราใดนั้นขอให้รอประกาศไม่เกิน &amp;nbsp;1-2 วันนี้ ทั้งนี้ วันที่ 30 ก.ย. กรมสรรพสามิตจะลงพื้นที่ตรวจสต๊อกคงเหลือของบุหรี่เพื่อป้องกันมิให้มีการกักตุน หรือฉวยโอกาสในการใช้อัตราภาษีเดิม ซึ่งบุหรี่ในสต๊อกคงเหลือทั้งหมดจะต้องใช้อัตราภาษีใหม่
รายงานข่าวกระทรวงการคลังระบุว่า โครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่มีการปรับทั้งหมด ในส่วนการจัดเก็บตามปริมาณจาก 1.20 บาทต่อมวน เป็น 1.25 บาทต่อมวน ขณะที่การเก็บภาษีตามมูลค่ายังเป็น 2 อัตรา จากที่เก็บ 20% ของราคาขายปลีกซองละไม่เกิน 60 บาท และ &amp;nbsp;40% สำหรับราคาขายปลีกที่เกิน 60 บาท เป็น &amp;nbsp;25% ของราคาขายปลีกซองละไม่เกิน 72 บาท และ &amp;nbsp;42% สำหรับราคาขายปลีกที่เกิน 72 บาท
&amp;quot;ครม.เห็นชอบภาษีบุหรี่ใหม่ คาดว่าจะส่งผลให้ราคาขายปลีกบุหรี่ขยับขึ้นอีกซองละ 6-8 บาท โดยกรมสรรพสามิตจะชี้แจงรายละเอียดการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ทั้งหมดในวันที่ 30 ก.ย. เวลา 16.00 น. หลังอัตราภาษีใหม่ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อยแล้ว&amp;quot; รายงานข่าวระบุ
นายภาณุพล รัตนกาญจนภัทร ผู้ว่าการการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) เปิดเผยว่า ถ้ามีการปรับขึ้นภาษี &amp;nbsp;ยสท.ต้องปรับราคาขายขึ้นตามเพื่อให้อยู่ได้ ส่วนจะปรับเท่าไหร่นั้นต้องรอติดตามกรมสรรพสามิต และต้องนำผลเข้าหารือกับคณะกรรมการด้านราคา ยสท.อีกครั้ง อย่างไรก็ตามห่วงเรื่องบุหรี่เถื่อนจะเพิ่มกระฉูด ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นกว่า 20% แล้ว รวมทั้งการสูบยาเส้นที่มีผลต่อสุขภาพมากกว่า ก็ได้เพิ่มจาก 1 หมื่นล้านมวน เป็น 3.7 หมื่นล้านมวนต่อปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118137</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.ถกโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่, รมว.ดีอีเอสเสนอทบทวนแบนบุหรี่ไฟฟ้า, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อ้างนักสูบนิยมมาก เมินแบบมวน เก็บภาษีต่ำกว่าเป้า, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210928/image_big_61530708276f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118136</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิยดาตุ๋นขาย มือถือเด็ก ปฏิเสธโกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พิยดา&amp;rdquo; ยอมมอบตัวคดีหลอกขายมือถือนักเรียน ม.2 ที่เชียงดาว ทำเด็กเครียดจนเส้นเลือดสมองแตกตาย แต่ไม่ขอโทษพ่อแม่เด็ก &amp;nbsp;ปฏิเสธทุกข้อหา อ้างไม่รู้จัก-ไม่รู้เห็นกับผู้ต้องหาหญิงที่โดนรวบก่อนหน้านี้ ไม่ได้จ้างเปิดบัญชี &amp;nbsp;ตำรวจสอบขยายผลเผยมีหมายจับหลายท้องที่
เมื่อวันที่ 28 ก.ย. นางสาวพิยดา ทองคำพัน&amp;nbsp;อายุ 19&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;แม่ค้าสาวออนไลน์&amp;nbsp;เจ้าของบัญชีไอจี&amp;nbsp;Phonebymint ผู้ต้องหาตามหมายจับที่ 638/2564&amp;nbsp;ข้อหาฉ้อโกงและความผิดตาม&amp;nbsp;พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์&amp;nbsp;กรณีหลอกลวงจะขายโทรศัพท์มือถือไอโฟนมือสองแก่เด็กนักเรียนชั้น ม.2 วัย 14 ปี ที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ แต่กลับเชิดเงินหนีจนเด็กเครียดเส้นโลหิตในสมองแตกเสียชีวิต เดินทางมาพร้อมกับทนายความเข้ามอบตัวต่อ พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่
หลังมอบตัว&amp;nbsp;พล.ต.ต.พิเชษฐ&amp;nbsp;จีระนันตสิน&amp;nbsp;ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้สอบสวนเบื้องต้นก่อนจะนำตัวไปสอบปากคำเพิ่มที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เบื้องต้นทนายความได้แจ้งว่านางสาวพิยดาได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาตามหมายจับ&amp;nbsp;
พล.ต.ต.พิเชษฐกล่าวว่า หลังถูกหมายจับเจ้าหน้าที่ได้ติดตามจับกุมตัวมาโดยตลอด&amp;nbsp;โดยทราบว่านางสาวพิยดา ทองคำพัน มีการเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์และหลบหนีจนไม่สามารถติดต่อได้&amp;nbsp;จนกระทั่งสองวันที่ผ่านมาสืบทราบว่านางสาวพิยดาได้หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่จังหวัดลำปาง จึงได้ประสานงานติดต่อผ่านทนายความเพื่อเกลี้ยกล่อมและกดดันจนยอมเดินทางเข้ามอบตัวในวันนี้
พล.ต.ต.พิเชษฐเปิดเผยด้วยว่า&amp;nbsp;แม้นางสาวพิยดาจะเข้ามาพบกับตำรวจเอง&amp;nbsp;แต่เมื่อมีหมายจับเจ้าหน้าที่ก็จะต้องดำเนินการตามกระบวนการขั้นตอน&amp;nbsp;ไม่อาจถือเป็นการมอบตัว&amp;nbsp;แต่เป็นการจับกุมกรณีเจอบุคคลตามหมายจับ อย่างไรก็ตาม ในส่วนการให้ประกันตัวหรือไม่นั้นต้องทำการสอบสวนก่อน&amp;nbsp;เนื่องจากเรื่องที่เกิดขึ้นนี้เป็นเรื่องที่ทางผู้บังคับบัญชา&amp;nbsp;รวมไปถึงนายกรัฐมนตรีและ&amp;nbsp;ผบ.ตร.จนถึง&amp;nbsp;ผบช.ภ.5&amp;nbsp;ให้ความสนใจ เพราะเป็นเรื่องที่กระทบต่อความรู้สึกของประชาชน&amp;nbsp;โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามจะคลี่คลายคดีและทำความจริงให้ปรากฏ&amp;nbsp;ส่วนของข้อเท็จจริงต่างๆ&amp;nbsp;นั้นก็ยังอยู่ในระหว่างการสอบสวน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า&amp;nbsp;ผู้ต้องหามีหมายจับอีกหลายคดี จึงจำเป็นต้องตรวจสอบพฤติกรรมและรายละเอียดเพิ่มเติม และอยู่ในระหว่างการสอบสวนขยายผลเพื่อหาตัวผู้เกี่ยวข้องกับคดีเพิ่มเติมด้วย&amp;quot; พล.ต.ต.พิเชษฐกล่าว&amp;nbsp;
ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวนางสาวพิยดามาตามถนนนั้น ผู้สื่อข่าวสอบถามนางสาวพิยดาว่า อยากจะกล่าวอะไรหรือให้การรับสารภาพอย่างไรบ้าง&amp;nbsp;นางสาวพิยดากล่าวว่า&amp;nbsp;ตนได้ให้การปฏิเสธ ในส่วนหลักฐานต่างๆ ได้ให้ทนายความเป็นผู้ดำเนินการ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า อยากจะขอโทษครอบครัวเด็กผู้เสียชีวิตหรือไม่&amp;nbsp;นางสาวพิยดายิ้มและส่ายหัว พร้อมกับบอกว่า &amp;quot;หนูขอยังไม่ตอบ&amp;nbsp;ขอให้เป็นไปตามกระบวนการ&amp;quot;&amp;nbsp;
เบื้องต้นนางสาวพิยดาได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันไม่ได้เป็นคนกระทำผิด ไม่เคยคุยและไม่เคยหลอกเด็กชายวัย 14 ปี รวมทั้งไม่ได้รู้จักกับผู้ต้องหาซึ่งเป็นหญิง 2คนที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ และไม่ได้มีการจ้างให้เปิดบัญชีด้วย แต่ยอมรับเป็นแม่ค้าออนไลน์จริงและเคยขายโทรศัพท์มือสอง แต่หยุดขายไปเกือบปีแล้ว ส่วนทรัพย์สินที่มีได้มาจากขายสินค้าออนไลน์
ด้านทนายความของผู้ต้องหากล่าวว่า ได้เตรียมหลักทรัพย์ประกันตัวผู้ต้องหาเอาไว้แล้ว แต่ต้องดูอีกครั้งว่าทางพนักงานสอบสวนจะมีคำสั่งอย่างไร&amp;nbsp;ส่วนการต่อสู้คดีนี้นั้นยังไม่มีการวางแผนแต่อย่างใด ต้องขอดูผลคดีก่อน
วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเดินทางมาพิมพ์ลายนิ้วมือผู้ต้องหา จากนั้นคุมตัวผู้ต้องหาไปส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.นาหวาย อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ดำเนินคดีในท้องที่เกิดเหตุตามหมายจับที่ 638/2664 ลงวันที่ 24 กันยายน 2564 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริต และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และจะคัดค้านการขอยื่นประกันตัวด้วย เนื่องจากว่าผู้ต้องหาได้กระทำผิดมาหลายท้องที่และมีหมายจับหลายคดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากคดีที่เชียงใหม่ ศาลจังหวัดราชบุรีได้อนุมัติออกหมายจับนางสาวพิยดาเพิ่มเติมอีก 2 หมายจับ&amp;nbsp;ในฐานความผิดฉ้อโกงประชาชน&amp;nbsp;และความผิดตาม&amp;nbsp;พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์&amp;nbsp;ม.14 (1)&amp;nbsp;ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118136</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางสาวพิยดา ทองคำพัน, ยอมมอบตัวคดีหลอกขายมือถือนักเรียน ม.2, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, แม่ค้าสาวออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210928/image_big_615306fe72264.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
