<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91620</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2021 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2021 11:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ็กโกกรุ๊ปซื้อโรงไฟฟ้า&#039;ลินเดน โคเจน&#039; ปักธงสหรัฐอเมริกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1 ก.พ. 2564 นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอ็กโก กรุ๊ป เปิดเผยว่า &amp;ldquo;บริษัท เอ็กโก ลินเดน ทู แอลแอลซี (EGCO Linden II, LLC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่เอ็กโกถือหุ้นทั้งหมด ได้ลงนามสัญญาซื้อขายหุ้นกับบริษัท เออีไอเอฟ ลินเดน เอสพีวี แอลแอลซี (AEIF Linden SPV, LLC) และบริษัท ไฮสตาร์ แคปปิตอล จีพี โฟร์ แอลพี (Highstar Capital GP IV, L.P.) เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2564 เพื่อลงทุนในสัดส่วนร้อยละ 28 ในบริษัท ลินเดน ทอปโก้ แอลแอลซี (Linden Topco LLC) โดยคาดว่าการซื้อขายหุ้นจะแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 2 ปี 2564 หลังจากดำเนินการตามเงื่อนไขต่างๆ ในการปิดรายการซื้อขายแล้วเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงไฟฟ้า &amp;ldquo;ลินเดน โคเจน&amp;rdquo; ขายไฟฟ้าและให้บริการเสริมความมั่นคงในระบบไฟฟ้าแก่ระบบและโครงข่ายไฟฟ้าในรัฐนิวยอร์ก (NY-ISO Zone J) และตลาดซื้อขายไฟฟ้าพีเจเอ็ม พีเอส นอร์ธ (PJM PS North)ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ซึ่งเป็นตลาดไฟฟ้า 2 แห่ง ที่มีความต้องการไฟฟ้าและกำลังไฟฟ้าสำรองสูงที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ โรงไฟฟ้า &amp;ldquo;ลินเดน โคเจน&amp;rdquo; ยังมีสัญญาขายไอน้ำและไฟฟ้าระยะยาวกับผู้รับซื้อรายใหญ่ที่มีความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่น่าลงทุน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทพรัตน์ กล่าวว่า &amp;ldquo;การซื้อหุ้นโรงไฟฟ้าลินเดน โคเจน นับเป็นการเข้าลงทุนครั้งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกาของเอ็กโก กรุ๊ป ซึ่งเป็นตลาดพลังงานขนาดใหญ่ ที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมทั้งประเทศมากกว่า 1,100 กิกะวัตต์ มีโอกาสในการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนอีกมาก รวมทั้งยังส่งเสริมการ ผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติด้วย ดังนั้น การลงทุนครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของเอ็กโก กรุ๊ป ในการเปิดเข้าสู่ตลาดสหรัฐอเมริกา และสร้างฐานการลงทุนเพื่อต่อยอดสู่โอกาสการลงทุนใหม่ในสหรัฐอเมริกาต่อไปในอนาคต&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91620</URL_LINK>
                <HASHTAG>เทพรัตน์ เทพพิทักษ์, เอ็กโก กรุ๊ป, โรงไฟฟ้า “ลินเดน โคเจน”</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210201/image_big_60177df7e0f87.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89529</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2021 10:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2021 10:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กนอ. ผนึก เอ็กโก กรุ๊ป ตั้งนิคมอุตสาหกรรมเอ็กโกระยอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ม.ค. 2564 นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) เปิดเผยภายหลังการลงนามสัญญาร่วมดำเนินงานระหว่าง กนอ. และบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป เพื่อจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเอ็กโก ระยอง ในพื้นที่เทศบาลเมืองมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง บนพื้นที่ 621 ไร่ ว่าจะใช้ระยะเวลาพัฒนาพื้นที่ ระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก พร้อมเปิดให้บริการได้ภายใน 2 ปี และสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปี 2565 &amp;nbsp;โดยคาดว่าเมื่อเปิดดำเนินการแล้วจะก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนประมาณ 16,840 ล้านบาท เกิดการจ้างงานเพิ่มประมาณ 4,210 อัตรา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการพัฒนาโครงการดังกล่าว เอ็กโก กรุ๊ป ได้มีการออกแบบภายใต้แนวคิดเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ โดยถือว่าเป็นนิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะสีเขียว ที่จัดให้มีพื้นที่สีเขียวและพื้นที่แนวกันชนเชิงนิเวศ รอบพื้นที่โครงการฯ และนำน้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดแล้วมาปรับปรุงคุณภาพและนำไปใช้ประโยชน์ภายในโครงการ เพื่อลดอัตราการระบายน้ำทิ้งออกนอกพื้นที่ และใช้พลังงานทดแทนด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอ็กโก กรุ๊ป เปิดเผยว่าบริษัทฯได้ มุ่งมั่นขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจ รวมถึงการลงทุนใหม่ในธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง โดยการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเอ็กโกระยอง นับเป็นหนึ่งในธุรกิจที่บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนา โดยมีอุตสาหกรรมเป้าหมายหลักประเภทกลุ่มเอส-เคิร์ฟ ทั้งกลุ่มเดิมและกลุ่มใหม่ ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) ได้แก่ ยานยนต์แห่งอนาคต อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ การบินและโลจิสติกส์ การแพทย์ครบวงจร และเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โครงการนิคมอุตสาหกรรมเอ็กโกระยองได้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ที่มีอยู่เดิมซึ่งมีความพร้อมของระบบสาธารณูปโภคต่างๆ อาทิ ท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ท่อน้ำดิบ สายส่งและสถานีไฟฟ้าแรงสูง เป็นต้น รวมถึงมีศักยภาพด้านทำเลที่ตั้ง ซึ่งมีเครือข่ายเส้นทางคมนาคมที่มีศักยภาพ และอยู่ในบริเวณที่สามารถใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานของอีอีซีได้ ซึ่งเอื้อประโยชน์ต่อการลงทุน ในขณะเดียวกัน ยังสร้างโอกาสให้บริษัทในการพัฒนาต่อยอดธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง อาทิ ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ การผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาและแบบลอยน้ำ นอกจากนี้ บริษัทยังมองเห็นโอกาสร่วมลงทุนกับพันธมิตรที่ทำธุรกิจพลังงานอัจฉริยะ ซึ่งจะเข้ามาลงทุนในนิคมฯ ในอนาคตด้วย เช่น โรงงานผลิตแบตเตอรี่หรือระบบกักเก็บพลังงาน รวมทั้งการจัดตั้งศูนย์ดาต้า เซ็นเตอร์ ในพื้นที่โครงการ เป็นต้น&amp;rdquo;นายเทพรัตน์ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89529</URL_LINK>
                <HASHTAG>การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.), บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน), สมจิณณ์ พิลึก, เอ็กโก กรุ๊ป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200330/image_big_5e818c202f807.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83598</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2020 12:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2020 12:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ็กโกยิ้มกวาดกำไรไตรมาส3ทะลุ2,800ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ย.2563 นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอ็กโก กรุ๊ป เปิดเผยว่า &amp;ldquo;ผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 3 &amp;nbsp;ปี 2563 สิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 บริษัทมีกําไรจากการดำเนินงาน (ไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี การด้อยค่าของสินทรัพย์ การวัดมูลค่าเครื่องมือทางการเงิน และการรับรู้รายได้แบบสัญญาเช่า) จำนวน 2,839 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 275 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 3 ปี 2562 โดยสาเหตุหลักมาจากผลประกอบการที่เพิ่มขึ้นของโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ได้แก่ โรงไฟฟ้าไซยะบุรี โรงไฟฟ้าพาจู โรงไฟฟ้าซานบัวนาเวนทูรา และโรงไฟฟ้าเคซอน เป็นต้น ทั้งนี้ หากพิจารณาผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2563 บริษัทมีกําไรจากการดำเนินงาน จำนวน 7,641 ล้านบาท ลดลง 432 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นผลให้หลายประเทศมีแนวโน้มการใช้ไฟฟ้าที่ลดลงก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2563 จนถึงปัจจุบัน เอ็กโก กรุ๊ป มีความก้าวหน้าในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยโรงไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิง &amp;ldquo;กังดง&amp;rdquo; กำลังการผลิตติดตั้ง 19.8 เมกะวัตต์ ในเกาหลีใต้ ได้เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์และจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบแล้ว เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2563 โดยจะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาสที่ 4 เป็นต้นไป นอกจากนี้ เอ็กโก กรุ๊ป ยังได้ร่วมกับบริษัทในกลุ่ม กฟผ. ได้แก่ บริษัท กฟผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ลงนามสัญญา Joint Development Agreement (JDA) เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อน &amp;ldquo;กวางจิ 1&amp;rdquo; กำลังการผลิตติดตั้ง 1,320 เมกะวัตต์ ในเวียดนาม เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2563 รวมทั้งยังได้ลงนามในสัญญาเงินกู้ จำนวน 7,800 ล้านบาท เพื่อใช้พัฒนาและก่อสร้างโครงการขยายระบบขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ปัจจุบันบริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 3 โครงการ ซึ่งมีความก้าวหน้าตามแผนงาน ประกอบด้วยโครงการโรงไฟฟ้า 2 โครงการ ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งทะเล &amp;ldquo;หยุนหลิน&amp;rdquo; ในไต้หวัน ก่อสร้างแล้วเสร็จ 61% ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในไตรมาสที่ 3 ปี 2564 โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ &amp;ldquo;น้ำเทิน 1&amp;rdquo; ใน สปป.ลาว ก่อสร้างแล้วเสร็จ 78% ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในไตรมาสที่ 2 ปี 2565 นอกจากนี้ ยังมีโครงการธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง 1 โครงการ ได้แก่ โครงการขยายระบบขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อสร้างแล้วเสร็จ 50% ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการในไตรมาสที่ 4 ปี 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา นายเทพรัตน์ กล่าวว่า &amp;ldquo;เอ็กโก กรุ๊ป มุ่งมั่นขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจทั้งด้านการผลิตและให้บริการด้านพลังงาน ครอบคลุมธุรกิจไฟฟ้า ซึ่งยังคงเป็นธุรกิจหลัก ทั้งโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและพลังงานหมุนเวียนทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งแสวงหาโอกาสการลงทุนใหม่ในธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง ได้แก่ ธุรกิจเชื้อเพลิงและระบบสาธารณูปโภค ปัจจุบันบริษัทเตรียมยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ (Shipper) ต่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) โดยจะนำเข้า LNG เพื่อมาใช้ในโรงไฟฟ้าของกลุ่มบริษัท ในปริมาณราว 200,000 ตัน/ปี ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิง ทำให้สามารถแข่งขันได้มากขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ความคืบหน้าในการลงทุนในธุรกิจ Smart Energy Solution ในฐานะผู้ให้บริการด้านนวัตกรรมพลังงานอย่างครบวงจร ได้แก่ โครงการพัฒนา &amp;ldquo;นิคมอุตสาหกรรมเอ็กโกระยอง&amp;rdquo; ปัจจุบันโครงการผ่านการประเมินการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) เรียบร้อยแล้ว และได้รับการอนุมัติจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ให้สามารถจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเอ็กโกระยอง ลักษณะ Smart Industrial Estate อำเภอเมือง จังหวัดระยอง พื้นที่ประมาณ 600 ไร่ แล้ว โดยจะเข้าสู่กระบวนการลงนามสัญญาอย่างเป็นทางการกับ กนอ.ต่อไป โดยคาดว่าจะใช้ระยะเวลาพัฒนาพื้นที่และระบบสาธารณูปโภค ภายใน 2 ปี และสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปี 2565 นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการ &amp;ldquo;Solar Solution Provider&amp;rdquo; เพื่อให้บริการด้านผลิตภัณฑ์และระบบโซลาร์เซลล์ระดับพรีเมี่ยมอย่างครบวงจร โดยจะเน้นกลุ่มเป้าหมายลูกค้าอุตสาหกรรมและอาคารพาณิชย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในฐานะซีอีโอใหม่ ผมมองเป้าหมายเรื่องการมาต่อยอดและสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องให้กับเอ็กโก กรุ๊ป โดยใช้จุดแข็งและศักยภาพที่บริษัทมีอยู่แล้วในการขยายการลงทุนทั้งธุรกิจผลิตไฟฟ้าและธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง รวมทั้งแสวงหาโอกาสขยายธุรกิจไปยังธุรกิจเชื้อเพลิงและระบบสาธารณูปโภคเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถเติบโตต่อเนื่องและแข่งขันได้ในสภาพเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไฟฟ้าในปัจจุบัน&amp;rdquo; นายเทพรัตน์ กล่าวสรุป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83598</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผลดำเนินงานไตรมาส 3, เทพรัตน์ เทพพิทักษ์, เอ็กโก กรุ๊ป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200826/image_big_5f4612d57c393.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78117</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2020 14:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2020 14:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เอ็กโก&#039;ปิดดีลเงินกู้โครงการขยายท่อขนส่งน้ำมันไปภาคอีสาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ต.ค. 2563 นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอ็กโก กรุ๊ป เปิดเผยว่า &amp;ldquo;บริษัท ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด (TPN) ซึ่งเป็นบริษัทที่เอ็กโกถือหุ้นในสัดส่วน 44.6% ได้ลงนามในสัญญาเงินกู้ เพื่อใช้ในการพัฒนาและก่อสร้างโครงการขยายระบบขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับธนาคารกรุงเทพ (มหาชน) และ China Development Bank วงเงินกู้รวมจำนวน 7,800 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 14 ปี&amp;rdquo;&amp;nbsp;

โครงการขยายระบบขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีระยะทางรวม 342.8 กิโลเมตร และมีกำลังการขนส่งต่อปีอยู่ที่ 5,443 ล้านลิตร ซึ่งสามารถขยายเพิ่มเป็น 7,330 ล้านลิตร ในอนาคต ทั้งนี้ ระบบท่อขนส่งจะเชื่อมต่อคลังน้ำมันของ บริษัท ท่อส่งปิโตรเลียมไทย จำกัด (Thappline) ในจังหวัดสระบุรี ไปยังคลังน้ำมันขนาด 142 ล้านลิตร ของ TPN ในจังหวัดขอนแก่น ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างก่อสร้าง ซึ่งมีความคืบหน้า 48.11% และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการในไตรมาสที่ 4 ปี 2564

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78117</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มอีสาน, ท่อน้ำมัน, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, เอ็กโก กรุ๊ป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200921/image_big_5f6850b0b35bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77627</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2020 15:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2020 15:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กฟผ. ผนึก&#039;เอ็กโก-ราช&#039; ลุยพัฒนาโรงไฟฟ้ากวางจิ 1 ในเวียดนาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย. 2563 &amp;nbsp;นายสันติชัย โอสถภวภูษิต รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่&amp;nbsp; บริษัท กฟผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า &amp;ldquo;โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนกวางจิ 1 เป็นโครงการที่ได้รับการผลักดันเชิงนโยบายและได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากทั้งรัฐบาลเวียดนามและรัฐบาลไทย รวมถึง กฟผ. มาโดยตลอด เพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนาโครงการอย่างเป็นรูปธรรมที่สำคัญอย่างยิ่ง การร่วมมือกันของบริษัทในกลุ่ม กฟผ. ระหว่าง กฟผ. อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็กโก กรุ๊ป และ ราช กรุ๊ป ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญเพื่อให้มั่นใจได้ว่าการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนกวางจิ 1 จะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนกวางจิ 1 ตั้งอยู่ที่อำเภอไห่ลาง จังหวัดกวางจิ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม มีสัดส่วนการถือหุ้น ได้แก่ กฟผ. อินเตอร์เนชั่นแนล 40% เอ็กโก กรุ๊ป 30% และ ราช กรุ๊ป 30% มีกำลังการผลิตติดตั้ง 1,320 เมกะวัตต์ (จำนวน 2 หน่วยๆ ละ 660 เมกะวัตต์) เป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินประเภทซับบิทูมินัส ที่ใช้เทคโนโลยี แบบ Ultra-Supercritical ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงสุดในปัจจุบันเพื่อจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้าเวียดนาม (Vietnam Electricity - EVN) ภายใต้สัญญาการซื้อขายไฟฟ้า ระยะยาว ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างการพัฒนา (Green-field) และการเจรจาสัญญาหลักของโครงการ &amp;nbsp;โดยมีกําหนดการเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในปี 2568 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอ็กโก กรุ๊ป กล่าวว่า &amp;ldquo;โครงการกวางจิ 1 นับว่าเป็นโครงการโรงไฟฟ้ารุ่นแรก ๆ ของประเทศเวียดนาม ที่นำเทคโนโลยี Ultra-supercritical ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาใช้ สอดคล้องกับนโยบายของเอ็กโก กรุ๊ป ที่มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจพลังงานอย่างยั่งยืน ด้วยความใส่ใจที่จะธำรงไว้ซึ่งสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาสังคม ตลอดจนการดูแลคุณภาพชีวิตของชุมชน รอบโรงไฟฟ้า เอ็กโก กรุ๊ป จะนำความเชี่ยวชาญและประสบการณ์จากการบริหารและก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังความร้อนในต่างประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ มาสนับสนุนการพัฒนาโครงการกวางจิ 1 ร่วมกับ กฟผ. อินเตอร์เนชั่นแนล และ ราช กรุ๊ป เพื่อให้บรรลุเป้าหมายความร่วมมือกันต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ราช กรุ๊ป กล่าวว่า &amp;ldquo;การเข้ามาของราช กรุ๊ป จะช่วยเสริมให้การทำงานพัฒนาโครงการกวางจิ 1 ในมิติต่างๆ สำเร็จตามเป้าหมาย ตอบสนองความคาดหวังของรัฐบาลเวียดนามได้อย่างดีที่สุด ราช กรุ๊ป พร้อมทุ่มเทสรรพกำลังและความสามารถอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อทำงานกับ กฟผ. อินเตอร์เนชั่นแนล และ เอ็กโก กรุ๊ป พร้อมด้วยผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนทั้งไทยและเวียดนาม เพื่อให้การพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนกวางจิ 1 ในเวียดนาม เดินหน้าสำเร็จตามเป้าหมาย ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจร่วมกันของกลุ่ม กฟผ. และเป็นจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่การพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนและพันธมิตรธุรกิจที่มั่นคงและยั่งยืนระหว่างกันในที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77627</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฟผ., กฟผ. อินเตอร์เนชั่นแนล, ราช กรุ๊ป, สันติชัย โอสถภวภูษิต, เอ็กโก กรุ๊ป, โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนกวางจิ 1</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200916/image_big_5f61c8d836431.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75602</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2020 14:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2020 14:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เอ็กโก&#039;โตตามเป้ารุกสู่ธุรกิจเชื้อเพลิงและ Smart Energy Solution</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค. 2563 นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอ็กโก กรุ๊ป เปิดเผยว่า &amp;ldquo;การดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรก&amp;nbsp; มีความก้าวหน้าและเป็นไปตามแผนงาน โดยสามารถขยายการลงทุนและปักธงบนพื้นที่ใหม่ในไต้หวันอย่างเป็นทางการ จากการซื้อหุ้นในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งทะเล &amp;ldquo;หยุนหลิน&amp;rdquo; กำลังการผลิต 640 เมกะวัตต์ ได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งทำให้สัดส่วนของพอร์ตพลังงานหมุนเวียนของเอ็กโก กรุ๊ป เพิ่มขึ้นด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2563 สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2563 บริษัทมีกําไรสุทธิ จำนวน 5,075 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 1,127 ล้านบาท หรือคิดเป็น 29% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2562 โดยสาเหตุหลักมาจากมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น ในขณะที่ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรก ปี 2563 บริษัทมีกำไรสุทธิ จำนวน 4,662 ล้านบาท ลดลงจำนวน 3,035 ล้านบาท หรือคิดเป็น 39% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมีศักยภาพทางการเงินที่แข็งแกร่ง ซึ่งสะท้อนจากอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Debt to Equity Ratio) อยู่ที่ 1.19 เท่า ในขณะเดียวกัน คณะกรรมการบริษัทมีมติให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2563 ในอัตราหุ้นละ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3 บาท ในวันที่ 17 กันยายน 2563&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ด้านโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2563 บริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4 โครงการ ซึ่งมีความก้าวหน้าตามแผนงาน ประกอบด้วยโครงการโรงไฟฟ้า 3 โครงการ ได้แก่ โรงไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิง &amp;ldquo;กังดง&amp;rdquo; ในเกาหลีใต้ ก่อสร้างแล้วเสร็จ 98% ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในไตรมาสที่ 4 ปี 2563 โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ &amp;ldquo;น้ำเทิน 1&amp;rdquo; ใน สปป.ลาว ก่อสร้างแล้วเสร็จ 74% ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในไตรมาสที่ 2 ปี 2565 และโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งทะเล &amp;ldquo;หยุนหลิน&amp;rdquo; ในไต้หวัน ก่อสร้าง แล้วเสร็จ 48% ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในไตรมาสที่ 3 ปี 2564&amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังมีโครงการธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง 1 โครงการ ได้แก่ โครงการขยายระบบขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อสร้างแล้วเสร็จ 43% ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการในไตรมาสที่ 4 ปี 2564&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;สำหรับทิศทางการลงทุน นายเทพรัตน์ กล่าวว่า &amp;ldquo;เอ็กโก กรุ๊ป มุ่งมั่นขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งด้านการผลิตและให้บริการด้านพลังงาน ครอบคลุมธุรกิจไฟฟ้า ซึ่งยังคงเป็นธุรกิจหลัก ทั้งโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและพลังงานหมุนเวียน โดยเปิดกว้างเรื่องพื้นที่การลงทุนทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งแสวงหาโอกาสการลงทุนใหม่ในธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง ได้แก่ ธุรกิจเชื้อเพลิงและระบบสาธารณูปโภค โดยได้เริ่มลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านเชื้อเพลิง (Fuel Infrastructure) ซึ่งเป็นธุรกิจต้นน้ำที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจหลัก เช่น โครงการขยายระบบขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นต้น และธุรกิจ Smart Energy Solution ในฐานะผู้ให้บริการด้านนวัตกรรมพลังงานอย่างครบวงจร เช่น การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเอ็กโกระยอง ให้เป็น Smart Industrial Estate ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำ EIA โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2563 และการพัฒนาโครงการโซลาร์ ในรูปแบบ Solar Solution Provider ซึ่งอยู่ระหว่าง&amp;nbsp; การเจรจากับลูกค้าอุตสาหกรรมและอาคารพาณิชย์ เป็นต้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;ldquo;เอ็กโก กรุ๊ป ยังคงมุ่งเน้นเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจไฟฟ้าซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญของบริษัท โดยการบริหารพอร์ตโรงไฟฟ้าในกลุ่มด้วยการกระจายเชื้อเพลิงที่หลากหลาย ทั้งก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน ชีวมวล พลังงานน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานความร้อนใต้พิภพ และเซลล์เชื้อเพลิง ในขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าขยายการลงทุนไปยังธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับพลังงานทั้งต้นน้ำและปลายน้ำแบบครบวงจร เพื่อเพิ่มมูลค่าและส่งเสริมการดำเนินธุรกิจในภาพรวม ซึ่งจะสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืนในอนาคต&amp;rdquo; นายเทพรัตน์กล่าวสรุป&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75602</URL_LINK>
                <HASHTAG>เอ็กโก กรุ๊ป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200826/image_big_5f4612d57c393.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63467</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2020 18:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2020 18:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ็กโก กรุ๊ป ปิดดีลซื้อหุ้น 25% “วินด์ฟาร์มนอกชายฝั่งทะเล” ในไต้หวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 เมษายน 2563 นายกัมปนาท บำรุงกิจ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานกลยุทธ์และบริหารสินทรัพย์ รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ เอ็กโก กรุ๊ป กล่าวว่า &amp;ldquo;บริษัท กรีนวิง เอนเนอร์ยี บี.วี. (Greenwing Energy B.V.) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มเอ็กโก ประสบความสำเร็จในการซื้อหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 25 ในบริษัท หยุนหลิน โฮลดิ้ง จีเอ็มบีเอช จำกัด (Yunlin Holding GmbH) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ไต้หวัน ออฟชอร์ โฮลดิ้ง จีเอ็มบีเอช จำกัด (Taiwan Offshore Holding GmbH) โดยการซื้อขายหุ้นดังกล่าวได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้วเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2563

&amp;ldquo;หยุนหลิน&amp;rdquo; เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจในลักษณะโฮลดิ้ง ถือหุ้นทั้งหมดในบริษัท หยุนเหนิง วินด์ พาวเวอร์ จำกัด (Yunneng Wind Power Co., Ltd.) ในไต้หวัน ซึ่งกำลังก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม นอกชายฝั่งทะเล &amp;ldquo;หยุนหลิน&amp;rdquo; กำลังการผลิต 640 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบไต้หวัน ห่างจากชายฝั่ง ทะเลทางตะวันตกของมณฑลหยุนหลิน ในไต้หวัน เป็นระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร และโครงการนี้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 90 ตารางกิโลเมตร ทั้งนี้ โครงการมีกำหนดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์และ จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ 2 ระยะ โดยโครงการระยะที่ 1 กำลังการผลิต 352 เมกะวัตต์ มีกำหนดแล้วเสร็จและ จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในไตรมาสที่ 4 ปี 2563 และโครงการระยะที่ 2 กำลังการผลิต 288 เมกะวัตต์ มีกำหนดแล้วเสร็จและจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในไตรมาสที่ 3 ปี 2564

ดร. กัมปนาท กล่าวเพิ่มเติมว่า &amp;ldquo;ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 เอ็กโก กรุ๊ป ยังคงดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องตามแผนการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan &amp;ndash; BCP) ในการรองรับสถานการณ์ต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ และโรงไฟฟ้าทั้ง 28 แห่งในกลุ่มเอ็กโก ทั้งในและต่างประเทศ สามารถเดินเครื่องเชิงพาณิชย์และจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้อย่างราบรื่น เพื่อสร้างความมั่นใจว่าประชาชนจะมีไฟฟ้าใช้ไม่ขาดแคลนในทุกภาคส่วน ที่เกี่ยวข้อง ในขณะเดียวกัน เอ็กโก กรุ๊ป พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับภาครัฐและหน่วยงานต่างๆ อย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้คนไทยทุกคนผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63467</URL_LINK>
                <HASHTAG>เอ็กโก กรุ๊ป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200417/image_big_5e99937395f0d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
