<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>10622</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2018 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2018 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“สรรพสามิต” ยอมถอยรีดภาษีก๊าซคาร์บอนฯ จากน้ำมัน หวั่นกระทบค่าครองชีพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สรรพสามิต&amp;rdquo; ยอมถอยรีดภาษีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่ม หลังสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย เหตุราคาน้ำมันในตลาดพุ่ง ดันราคาขายปลีกในประเทศขยับเพิ่ม หวั่นสร้างภาระประชาชนมีค่าครองชีพกระฉูด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกรมสรรพสามิต ระบุว่า แนวทางการหารือกับกระทรวงพลังงานเพื่อขอจัดเก็บภาษีก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ (ซีโอทู) กับน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งเบนซิน ดีเซล แอลพีจี เอ็นจีวี และแก๊สโซฮอลที่จำหน่ายตามสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ คงต้องชะลอออกไปก่อน เพราะไม่ต้องการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในตอนนี้ให้มากจนเกินไป เนื่องจากปัจจุบันราคาน้ำมันในตลาดโลกกำลังอยู่ช่วงขาขึ้น ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศปรับเพิ่มตาม และอาจกระทบต่อการปรับค่าครองชีพอื่นตามมา ทั้งราคาสินค้า ค่าโดยสารเดินทางของประชาชน ดังนั้นหากมีการเก็บภาษีซีโอทูเพิ่ม จะเป็นการซ้ำเติมให้ราคาน้ำมันแพงขึ้นไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนข้อเสนอให้กระทรวงพลังงาน ลดการนำส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากเชื้อเพลิงที่ใช้ภายในประเทศ หรือใช้เงินจากกองทุนน้ำมันมาจ่ายภาษีคาร์บอนฯ แทน เพื่อไม่ให้สร้างภาระแก่ผู้บริโภคนั้น คงทำได้ยากในสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากล่าสุดกระทรวงพลังงานเพิ่งมีมติให้ใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาช่วยอุดหนุนดูแลราคาน้ำมันดีเซลในประเทศไม่ให้ขายเกินลิตรละ 30 บาท รวมถึงดูแลค่าก๊าซหุงต้มให้ปรับลดราคาลงมาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในภาคครัวเรือนด้วย ดังนั้นการจะเพิ่มภาระโดยนำเงินจากกองทุนฯมาจ่ายภาษีคาร์บอนฯนั้นจึงเป็นเรื่องยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในอนาคตเมื่อสถานการณ์ต่าง ๆ มีความเหมาะสม และราคาน้ำมันลดต่ำลง กรมสรรพสามิตอาจต้องนำเรื่องดังกล่าวกลับมาพิจารณาร่วมกับกระทรวงพลังงานอีกครั้ง เพราะที่ผ่านมารัฐบาลไทยได้ทำข้อตกลงการเป็นภาคีสมาชิกกับนานาชาติในการร่วมลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไว้แล้ว ซึ่งไทยจะต้องร่วมลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ตามอัตราที่กำหนด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการควบคุมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงให้น้อยลง เพราะถือเป็นตัวกลางที่ก่อให้เกิดปัญหามลภาวะทางอากาศ
ทั้งนี้ ในส่วนการศึกษาจัดเก็บภาษีซีโอทูกับสินค้าอื่น ๆ นั้น กรมสรรพสามิตยังเดินหน้าศึกษาตามปกติ เช่น รถจักรยานยนต์ คาดว่าจะมีการเก็บภาษีตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มคันละ 150-250 บาท ซึ่งถือว่าไม่มาก และไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อการเพิ่มราคาขายปลีกรถจักรยานยนต์ และทำให้ผู้บริโภค ผู้มีรายได้น้อยได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากผู้ผลิตอาจเลือกรับภาระภาษีไว้เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การศึกษาแนวทางการจัดเก็บภาษีรถจักรยานยนต์ตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ พบว่าปัจจุบันรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในประเทศ 80% เป็นรถจักรยานยนต์มีความจุของกระบอกสูบไม่เกิน 150 ซีซี มีราคาขายปลีกประมาณ 30,000-50,000 บาทต่อคัน ซึ่งมีภาระภาษีสรรพสามิต 750-1,250 บาทต่อคัน แต่หากมีการจัดเก็บภาษีรถจักรยานยนต์ตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะมีภาระภาษีเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียง 0.5% ของราคาขายปลีก หรือมีภาระภาษีเพิ่มขึ้นเล็กน้อยประมาณ 150-250 บาทต่อคันเท่านั้น&amp;rdquo; รายงานข่าว ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี กรมสรรพสามิตมีการจัดเก็บภาษีรถจักรยานยนต์ ตามหลักการความฟุ่มเฟือย โดยแบ่งประเภทของอัตราภาษีตามขนาดความจุของกระบอกสูบ แต่เนื่องจากเทคโนโลยีการผลิตมีการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ดังนั้น จึงมีแนวคิดในการจัดเก็บภาษีรถจักรยานยนต์ตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นไปตามหลักการจัดเก็บภาษีเพื่อสิ่งแวดล้อม และจะส่งผลดีต่อการสนับสนุนขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบอุตสาหกรรมในประเทศในการพัฒนาเทคโนโลยีรถจักรยานยนต์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10622</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสรรพสามิต, ค่าครองชีพ, ดีเซล, ภาษีก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์, ภาษีน้ำมัน, ภาษีสรรพสามิต, เบนซิน, เอ็นจีวี, แก๊สโซฮอล, แอลพีจี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180323/image_big_5ab467c85bed4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8367</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2018 19:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2018 19:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กบง.ปรับขึ้นราคาขายปลีกเอ็นจีวีอีก 62 สตางค์/กก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กบง.ไฟเขียวเพิ่มราคาขายปลีกเอ็นจีวีในรถสาธารณะ 62 สตางค์/กก. สะท้อนการปรับปรุงคุณภาพก๊าซส่งผลค่าความร้อนที่เพิ่มขึ้น เริ่ม 16 พ.ค. นี้ พร้อมสั่งเร่งใช้ B20 ในรถบรรทุก หวังใช้ไบโอดีเซลเพิ่ม 1 ล้านลิตร ดูดซับน้ำมันปาล์มดิบปาล์มเพิ่ม 2.5 แสนตัน/ปี พคุยคลังช่วยลดภาษีสรรพสามิต 82 สตางค์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ค. 2561 - นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) ในวันที่ 2 พ.ค. 2561 ว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบแนวทางการปรับราคาขายปลีกก๊าซธรรมชาติเพื่อรถยนต์(เอ็นจีวี) สำหรับกลุ่มรถโดยสารสาธารณะเพิ่มขึ้นอีก 0.62 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อให้สะท้อนการปรับปรุงคุณภาพก๊าซเอ็นจีวีตามแผนการบริหารจัดการคุณภาพเอ็นจีวี ที่ส่งผลให้มีค่าเพิ่มความร้อนที่เพิ่มขึ้นผู้ประกอบการสามารถทำระยะทางได้มากกว่าเดิม โดยจะเริ่มปรับราคาในวันที่ 16 พ.ค. 2561 นี้ และตรึงราคาไปอีก 1 ปีจนถึงวันที่ 1 ก.ค. 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;การปรับราคาขึ้นของเอ็นจีวีสำหรับรถโดยสารสาธารณะอีก 62 สตางค์ จากปัจจุบันที่มีการตรึงราคาอยู่ที่ 10 บาทต่อกิโลกรัม(กก.) เป็น 10.62 บาทต่อกก. เพื่อสะท้อนการปรับปรุงคุณภาพก๊าซ ขณะที่อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลงยังอยู่ที่ 1 บาทต่อกก.เท่าเดิม แต่ค่าความร้อนนั้นสูงขึ้น ทำให้รถวิ่งได้ไกลขึ้น ขณะที่รถยนต์ทั่วไปไม่มีมติปรับ ยังราคาเท่าเดิมอยู่ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 13.57 บาทต่อกก.&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ที่ประชุม กบง.ยังเร่งให้ส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซลที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซล 20% หรือ B20 ในรถบรรทุก และรถขนาดใหญ่ เพื่อดูดซับการใช้น้ำมันปาล์มดิบ(ซีพีโอ)ในตลาด โดยตั้งเป้าจะเพิ่มการใช้อีก 1 ล้านลิตรต่อวัน จากปัจจุบันที่ใช้อยู่ 6.5 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งจะเป็นการช่วยดูดซับซีพีโอได้ 250,000 ตันต่อปี โดยเบื้องต้นได้ส่งการให้กรมธุรกิจพลังงาน(ธพ.) ออกเชิญชวนผู้ประกอบการเพื่อให้เข้ามาศึกษาการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ให้สามารถรองรับการใช้ B20 ได้ ทั้งนี้คาดว่าในเดือน ก.ค. 61 นี้จะสามารถนำออกขายสู่ตลาดได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันได้หารือกับกระทรวงการคลังเกี่ยวกับการกำหนดอัตราภาษีสรรพสามิตของน้ำมัน B20 โดยคาดว่าจะได้รับการสนับสนุนลดภาษีดังกล่าวอีก 82 สตางค์ รวมถึงจะสร้างแรงจูงใจทางด้านราคาให้ผู้ประกอบการเข้ามาใช้ โดยใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 3,000 ล้านบาทโดยในช่วงเริ่มต้น เพื่อกำหนดให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล B20 ถูกกว่าน้ำมันดีเซล B7 ประมาณ 3 บาทต่อลิตร ซึ่งคาดว่าจะมีการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 ที่ 1.5 ล้านลิตรต่อวัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8367</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบง., ก๊าซ, ก๊าซธรรมชาติ, ก๊าซเอ็นจีวี, ทวารัฐ สูตะบุตร, รถสาธารณะ, เอ็นจีวี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180130/image_big_5a7098a9cde82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6382</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2018 19:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2018 18:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งามหน้าเมล์NGVใหม่วิ่ง3วันรถเสีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งามหน้า3วันเมล์NGVเจ๊ง ขสมก.กระโดดอุ้ม ช ทวี &amp;nbsp;แจงรถใหม่อาจมีปัญหาติดขัดบ้างต้องมีการปรับอุปกรณ์ต่างๆ ให้เข้าที่ มั่นใจไม่กระทบการให้บริการ ยืนยันรถทุกคันเป็นรถที่ประกอบขึ้นมาใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;04เม.ย.61-นายประยูร ช่วยแก้ว รักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยถึงกรณีรถถเมล์ &amp;nbsp;NGV คันใหม่ที่ สาย 138 เส้นทางพระประแดง-หมอชิต ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ที่เพิ่งได้รับการส่งมอบจาก บมจ.ช ทวี หรือ CHO ผู้ชนะการประมูลจัดซื้อฯ และเริ่มวิ่งให้บริการได้เพียง 3 วัน ก็เกิดเหตุขัดข้องเครื่องยนต์ดับ &amp;nbsp;เนื่องจากการตั้งค่าสายพานคอมเพรสเซอร์แอร์ไม่เหมาะสม ส่งผลให้สายพานคอมเพรสเซอร์แอร์ขาด ซึ่งได้แก้ไขเสร็จแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รถเมล์ NGV ที่รับมอบมาเป็นรถใหม่ อาจมีปัญหาติดขัดบ้าง ต้องมีการปรับอุปกรณ์ต่างๆ ให้เข้าที่ โดยได้กำชับ บริษัท ช ทวีฯ &amp;nbsp;คู่สัญญาฯ ให้ตรวจสอบสภาพความพร้อมใช้งาน และเพิ่มความระมัดระวังในการตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อมให้บริการ นอกจากนี้ได้สั่งการให้ บริษัท ช ทวีฯ รถเมล์ NGV 100 คันแรก ไปเปลี่ยนสายพานทั้งหมด เนื่องจากในสัญญามีการระบุความรับผิดชอบด้านการซ่อมบำรุงไว้ถึง 10 ปี อย่างไรก็ตามยืนยันว่า รถเมล์NGV ดังกล่าวเป็นรถประกอบขึ้นใหม่ทั้งหมด&amp;rdquo;นายประยูร กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6382</URL_LINK>
                <HASHTAG>NGV, ขสมก., รถเมล์, รถเมล์เอ็นจีวี, เมล์, เอ็นจีวี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180403/image_big_5ac36908bf359.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5818</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2018 16:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2018 16:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.ยันแหล่งสิริกิติ์หยุดซ่อมไม่กระทบก๊าซภาคเหนือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปตท.เผยผู้ผลิตแหล่งสิริกิติ์ตรวจพบอุปกรณ์ชำรุด จำเป็นต้องหยุดจ่ายก๊าซเพื่อซ่อมบำรุงเพิ่มเติม ยันไม่เป็นปัญหาดึงก๊าซจากส่วนกลางมาทดแทน 188 ตัน/วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค. 2561 - นายวุฒิกร สติฐิต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่จัดหาและตลาดก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตามที่ผู้ผลิตแหล่งสิริกิติ์แจ้งขอหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติเพื่อซ่อมบำรุงประจำปี 2561 ตั้งแต่วันที่ 15-25 มี.ค. 2561 ขณะนี้การซ่อมบำรุงดังกล่าวแล้วเสร็จ แต่เนื่องจากเมื่อวันที่ 25 มี.ค. ที่ผ่านมา ผู้ผลิตได้ตรวจสอบพบอุปกรณ์ในระบบการผลิตชำรุด จึงมีความจำเป็นต้องหยุดผลิตก๊าซฯชั่วคราว ทั้งนี้ สถานีบริการก๊าซเอ็นจีวีภาคเหนือทั้งสิ้น 30 แห่ง ใน 13 จังหวัด ยังคงได้รับปริมาณจัดสรรก๊าซเอ็นจีวีจากส่วนกลางมาทดแทนทั้งสิ้น 188 ตันต่อวัน คิดเป็น 70% ของปริมาณการใช้ก๊าซฯ ในช่วงเวลาปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย ปตท. ยังคงติดตามสถานการณ์การบริหารจัดการก๊าซเอ็นจีวีอย่างใกล้ชิดผ่าน &amp;ldquo;ศูนย์ติดตามสถานการณ์ผู้ผลิตแหล่งสิริกิติ์หยุดซ่อมบำรุงฯ&amp;rdquo; และขอความร่วมมือผู้ใช้รถเชื้อเพลิง 2 ระบบ คือน้ำมันและก๊าซเอ็นจีวี ในพื้นที่ภาคเหนือและที่จะมีการเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าว โปรดเลือกใช้น้ำมันเชื้อเพลิงทดแทนในช่วงนี้ โดยจะรายงานความคืบหน้าการซ่อมบำรุงเป็นระยะเพื่อทราบต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5818</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก๊าซธรรมชาติ, ซ่อมบำรุง, ปตท, เชื้อเพลิง, เอ็นจีวี, แหล่งสิริกิติ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8babfb5a14.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5075</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2018 16:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2018 16:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ไพรินทร์”ยันมิ.ย.61ส่งมอบรถNGVครบ489คัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไพรินทร์ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าแผนการประกอบติดตั้งรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ 489 คัน รุ่นใหม่ชานต่ำ35ที่นั่ง สำหรับผู้สูงอายุและคนพิการ มั่นใจส่งมอบรถครบ มิ.ย.61
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
15 มี.ค.61-นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม ตรวจติดตามความก้าวหน้าแผนการประกอบติดตั้งรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) 489 คัน เยี่ยมชมการประกอบติดตั้งรถเมล์เอ็นจีวีรุ่นใหม่ (ชานต่ำ) ขนาด 35 ที่นั่ง ที่ออกแบบสำหรับผู้โดยสารทุกกลุ่มเป็น universal design หรือการออกแบบเพื่อคนทั้งมวล ให้ภายในมีพื้นที่สำหรับผู้สูงอายุและคนพิการอย่างเหมาะสม ที่นั่งสำรองคนพิการ มีความสะอาดกว้างขวาง นั่งสบายกว่ารถรุ่นเก่า ติดตั้งกล้องซีซีทีวี มีทางออกฉุกเฉินตามมาตรฐานความปลอดภัย และรับฟังบรรยายสรุปแผนการประกอบติดตั้งฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการจัดซื้อรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) 489 คัน ระหว่าง ขสมก. กับ บ. ช.ทวี จำกัด (มหาชน) แบ่งการส่งมอบรถเป็น 4 ครั้ง ในเดือนมีนาคม 100 คัน เมษายน 100 คัน พฤษภาคม 100 คัน และมิถุนายน 189 คัน กำหนดส่งมอบรถให้ ขสมก. ครบ 489 คัน ภายใน มิ.ย. 61 ซึ่งเป็นการนำเข้าตัวถัง เครื่องยนต์ แอร์ปรับอากาศ ชุดเกียร์ แบตเตอรี่ และถังก๊าซ โดยทีมวิศวกรไทย - จีนจะนำรถไปประกอบติดตั้งอุปกรณ์ ทดสอบมาตรฐานต่างๆ ณ ศูนย์บริการซ่อมรถบรรทุก &amp;ldquo;10 ล้อ 24&amp;rdquo; บริษัท ช.ทวี จำกัด (มหาชน) สาขาชลบุรี (แหลมฉบัง) ที่สามารถผลิต - ประกอบรถได้ 100 - 150 คันต่อเดือน ขณะนี้ได้ประกอบติดตั้งแล้วเสร็จ จำนวน 52 คัน ตรงตามแผนงานที่กำหนดไว้ เมื่อผ่านการตรวจสภาพแล้ว ขสมก. ได้สุ่มนำรถบางส่วนทดลองวิ่งให้บริการประชาชนในวันที่ 14 &amp;ndash; 15 - 16 มี.ค. 61 เวลา 04.00 &amp;ndash; 22.00 น. ในเส้นทาง สาย 138 พระประแดง - หมอชิต สาย 140 แสมดำ - อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อประเมินสมรรถนะของรถ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หลังรับมอบรถครบ 489 คัน แล้ว ขสมก. จะทยอยนำรถออกให้บริการประชาชนในเส้นทางที่ได้กำหนดไว้ 25 เส้นทาง ดังนี้ เขตการเดินรถที่ 1 สาย 59 129 510 522 543 A1 A2 A3 A4 รวม 139 คัน เขตการเดินรถที่ 2 สาย 26 60 168 514 รวม 110 คัน เขตการเดินรถที่ 3 สาย 102 142 145 511 รวม 110 คัน และเขตการเดินรถที่ 5 สาย 20 21 37 76 105 138 140 141 รวม 130 คัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5075</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก๊าซธรรมชาติ, ขสมก., คมนาคม, รถเมล์, รถเมล์เอ็นจีวี, รถโดยสาร, เอ็นจีวี, ไพรินทร์, ไพรินทร์ ชูโชติถาวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180315/image_big_5aaa3cace2791.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
