<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49022</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2019 14:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2019 14:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกษตรกร6จว.ร้องศาลปค.เพิกถอนมติ&#039;กก.วัตถุอันตรายแบน3สารพิษ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;28 ต.ค.62-ที่สำนักงานศาลปกครอง ถ.แจ้งวัฒนะ น.ส.อัญชุลี ลักษณ์อำนวยพร ประธานเครือข่ายอาสารักแม่กลอง เป็นตัวแทนกลุ่มเกษตรกรที่ประกอบอาชีพปลูกผลไม้ และพืชไร่ คน ใน 6 จังหวัด จากจังหวัดจันทบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม ระยอง สุพรรณบุรี และนครราชสีมา จำนวน 1,091คน เดินทางมายื่นฟ้องคณะกรรมการวัตถุอันตราย คณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ &amp;nbsp;ต่อศาลปกครองกลาง ว่าเลือกปฏิบัติไม่เป็นธรรมในการ มติยกเลิกการใช้สารเคมีเกษตร 3 ชนิด คือ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส โดยให้มีผลวันที่ 1 ธ.ค.2562 และไม่มีแผนรองรับผลกระทบทำให้เกษตรกรได้รับผลกระทบต่อต้นทุนและประสิทธิภาพในการกำจัดวัชพืช เป็นการละเมิดสิทธิเกษตรกรทั่วประเทศ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้เพิกถอนกฎมติของคณะกรรมการวัตถุอันตราย และมติของคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ที่ระงับการผลิต จำหน่าย นำเข้า และครอบครอง หรือสารเคมีเกษตร พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริชนิด ให้กลับไปเป็นวัตถุอันตรายประเภทที่ 3 รวมทั้งขอให้ศาลมีคำสั่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งให้กรมวิชาการเกษตร หน่วยงานในสังกัด กำหนดแผนหรือมาตรการรองรับแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรไม่ได้รับผลกระทบจากมติให้ยกเลิกการใช้สารเคมีดังกล่าว รวมถึงให้คณะกรรมการวัตถุอันตราย คณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำหนดการบริหารจัดการสารเคมี 3 ชนิด เพื่อไม่ก่อผลกระทบต่อเกษตรกรผู้บริโภคอย่างเป็นธรรม หรือตามที่ศาลเห็นสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.อัญชุลี กล่าวว่า การที่คณะกรรมการวัตถุอันตราย คณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง มีมติยกเลิกการใช้สารพาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส โดยให้มีผลวันที่ 1 ธ.ค.2562 นั้นเป็นลงมติโดยไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่มีความน่าเชื่อถือเกี่ยวกับการตกค้างของสารพาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส ในสินค้าเกษตรมาแสดงชัดเจน และเป็นการใช้อำนาจโดยไม่มีมาตรการออกรองรับหรือแก้ปัญหาให้เกษตรกรไม่ให้ได้รับผลกระทบอย่างไร สะท้อนให้เห็นว่า เป็นการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ วันนี้ จึงต้องมาร้องขอความเป็นธรรมขอให้ศาลพิจารณาเพื่อมีคำสั่งระงับมติยกเลิกการใช้สารพาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอสของคณะกรรมการวัตถุอันตราย คณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา โดยพวกตนได้นำเอกสารงานวิจัยผลกระทบการใช้สารเคมีเกษตร 3 สาร ผลการตรวจการตกค้างของสารเคมีเกษตรในผักผลไม้ ที่ประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการชุดต่างๆ ส่งให้ศาลพิจารณาด้วย และหลังจากนี้จะทำหนังสือเพื่อขอเข้าพบนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อสะท้อนผลกระทบที่เกิดขึ้นจากมติการยกเลิกใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิด และขอให้มีการทบทวนมติดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49022</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มเกษตรกร, ศาลปกครอง, เอ็นจีโอจ่อฟ้องคณะกรรมการวัตถุอันตราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190508/image_big_5cd2aecfc1e0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15809</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2018 21:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2018 21:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ็นจีโอจ่อฟ้องคกก.วัตถุอันครายขัดม12 มติมีส่วนได้ส่วนเสียไม่แบนสารเคมี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20ส.ค.61-NGO เตรียมฟ้องคกก.วัตถุอันครายกรณมีมติ ชี้มีพฤติกรรมขัดมาครา 12&amp;nbsp; เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กรณีมีมติให้ส่เคมี 3ชนิดได้ไปต่อ พร้อมเปิดโปง 11ข้อไม่ชอบมาพากล&amp;nbsp; การไม่แบนเผยคณะกรรมการเฉพาะกิจฯ ชี้มีมติชี้นำคณะกรรมการวัตถุอันตรายจงใจเลือกข้อมูลมาสรุปเพื่อสนับสนุนให้มีการใช้สารพิษร้ายแรงต่อ&amp;nbsp;,ซ่อนข้อมูลผลกระทบแบบเนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ สวนชีววิถี ไทรม้า มีการแถลงข่าว&amp;nbsp;&amp;ldquo;เปิดเผยรายการที่ถูกปกปิด เบื้องหลังมติอัปยศ ไม่แบนสารพิษร้ายแรง&amp;rdquo;&amp;nbsp;โดยมี นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธีชีววิถีและ น.ส.ปรกชล อู๋ทรัพย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ประสานงานThai-Pan&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิฑูรย์ กล่าวว่า หลังจากที่เมื่อวันที่23&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;คณะกรรมการวัตถุอันตรายได้มีมติให้มีการใช้สารเคมี&amp;nbsp;3ชนิด ขัดต่อมติของกระทรวงสาธารณสุขให้มีการแบนสารเคมี 2 ชนิด คือ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และจำกัดการใช้ไกลโฟเซต ภายใน ปี ธันวาคม ปี 2562 โดยเป็นเรื่องใหญ่ของโลก จากการที่ศาลสหรัฐอเมริกา ได้ตัดสินให้บริษัทสารเคมีจ่ายค่าเสียหายจำนวน 9600 ล้านบาท ให้แก่ผู้ป่วยมะเร็ง ที่มีหลักฐานชัดเจนว่ามาจากการใช้สารเคมีของบริษัท แต่ประเทศไทยกลับไม่ให้ความสำคัญ ซึ่งจะได้มีการเปิดรายงานจากคณะกรรมการเฉพาะกิจฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งมาจากการแต่งตั้งของคณะกรรมการวัตถุอันตรายให้มีการพิจารณาในเรื่องนี้ ว่ามีลักษณะชี้นำคณะกรรมการวัตถุอันตราย จนนำไปสู่มติอัปยศ&amp;nbsp;โดยมี 3 ส่วนสำคัญ แบ่งเป็นความเสี่ยง ทางเลือก และความเห็นชี้นำ โดยมี 11 ประเด็นที่ไม่ชอบมาพากลประชาชนควรรับทราบ คือ 1.จงใจเลือกข้อมูลมาสรุปเพื่อสนับสนุนให้มีการใช้สารพิษร้ายแรงต่อ 2.ซ่อนข้อมูลผลกระทบแบบเนียนๆ 3.โยนทิ้งงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ 4.บิดเบือนเหตุผลของการเสนอแบน 5. แปรงข้อมูลปิดบังความเสี่ยง 6. ปฏิเสธงานวิจัยใหม่ๆ 7.อ้างข้อมูลย่อยลดทอนปัญหาใหญ่ 8.เลือกใช้ข้อมูลบรรษัท 9.อ้างเป็นความผิดของเกษตรกร 10. ละเลยทางเลือกที่ดีกว่า และ 11.ชี้นำความคิดเห็นของคณะกรรมการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;&amp;nbsp;ตัวอย่างที่เห็นชัด อย่างข้อที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จงใจเลือกข้อมูลมาสรุปเพื่อสนับสนุนการใช้สารพิษ เนื่องจากมีการอ้างสถิติจากศูนย์พิษวิทยาของรพ.รามาธิบดี ว่า กลุ่มที่รับสารทางปากพบอัตราฆ่าตัวตายร้อยละ52&amp;nbsp;ปิดบังความเป็นพิษเฉียบพลันสูงกว่าคาร์โบฟูรานถึง&amp;nbsp;43&amp;nbsp;เท่า ซึ่งสารคาร์โบฟูรานไทยไม่ได้อนุญาตใช้แล้ว ซึ่งเราพบว่าไม่มีการแปรผลข้อมูลกรณีผู้ป่วยที่ได้รับสารนี้จากอุบัติเหตุมีอัตราตายสูงถึงร้อยละ&amp;nbsp;14.53&amp;nbsp;และอัตราผู้ป่วยที่ตายจากการได้รับสารนี้จากการประกอบอาชีพสูงร้อยละ&amp;nbsp;8.19&amp;rdquo; นายวิฑูรย์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิฑูรย์ กล่าวอีกว่า ตัวอย่างข้อที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ซ่อนข้อมูลผลกระทบแบบเนียนๆ โดยพบว่าไม่มีการนำผลการวิจัยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่พบตกค้างในหอย ปู ปลา และกบ เกินมาตรฐานในจ.น่าน มาใช้ และลดทอนความน่าเชื่อถือของมหาวิทยาลัยนเรศวรที่พบการตกค้างในจ.หนองบัวลำพูในระดับสูง โดยไปเก็บตัวอย่างตรวจใหม่ แต่คนละช่วงเวลา อีกทั้ง ยังไม่นำผลการตรวจพบขี้เทาทารกสูงถึงร้อยละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ของเด็กแรกเกิดใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดของมหิดลมาใช้และลดทอนผลการตรวจพบในเซรั่มและสะดือแม่และเด็ก ที่สำคัญยังจงใจไม่กล่าวถึงพิษเรื้อรังของพาราควอต ที่ทำให้เกิดโรคพาร์กินสัน ซึ่งหลายประเทศนำเรื่องนี้เป็นหลักในการแบนสารเคมีส่วนคลอร์ไพรีฟอสก็เช่นกัน มีการยอมรับว่าส่งผลกระทบต่อพัฒนาการสมองเด็ก แต่ซ่อนเนื้อหาสำคัญนี้ไว้ในประโยคอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;&amp;nbsp;ในคณะกรรมการวัตถุอันตรายกลับมีคนคัดค้านมติเพียง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ท่าน คือ รศ.จิราพร ลิ้มปานานนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการคุ้มครองผู้บริโภคเสนอให้แบนสารพิษดังกล่าว และนพ.พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) เสนอให้แบนพาราควอตและคลอร์ไพริฟอส และจำกัดการใช้ไกลโฟเซต&amp;nbsp;อย่างผลการลงมติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายทั้งหมด&amp;nbsp;29&amp;nbsp;คนมีผู้มาประชุม&amp;nbsp;25&amp;nbsp;คน พบว่า กรณีพาราควอต เสนอให้แบนมีเพียง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คน คือ เลขาธิการ อย. ตัวแทนกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ และรศ.จิราพร ที่เหลือไม่แบน และอีก&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คนไม่ออกเสียง ฯลฯ&amp;quot; นายวิฑูรย์กล่าว และว่าจากข้อมูลเหล่านี้ทำให้ชัดเจนว่า มติคณะกรรมการวัตถุอันตรายเพิกเฉยผลต่อสุขภาพของประชาชน ซึ่งทางมูลนิธิชีววิถี และมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค รวมทั้งภาคีเครือข่าย&amp;nbsp;700&amp;nbsp;องค์กร จะเป็นแกนหลักในการฟ้องร้องต่อศาลปกครองดำเนินการกับคณะกรรมการวัตถุอันตราย กรณีขัดต่อมาตรา&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ในส่วนของกฎหมายเกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือไม่ .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15809</URL_LINK>
                <HASHTAG>3สารเคมีอันตราย, เอ็นจีโอจ่อฟ้องคณะกรรมการวัตถุอันตราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180418/image_big_5ad7365e7eb7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
