<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92152</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบมือขวา‘ซูจี’ หลาย‘พื้นที่’คึก ต้านรัฐประหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เมียนมาควบคุมตัวมือขวาของอองซาน ซูจี เพิ่มอีกราย &amp;ldquo;เอ็นแอลดี&amp;rdquo; เผยซูจีโดนกักบริเวณที่บ้านแต่ยังสบายดี นักศึกษา-อาจารย์มหาวิทยาลัยในย่างกุ้งร่วมประท้วงแสดงสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐประหาร สื่อเผยที่มัณฑะเลย์มีประชาชนโดนจับ 30 รายฐานเคาะหม้อ! สหรัฐขู่แซงก์ชันพวกนายพล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 ว่า วิน เทน สมาชิกอาวุโสวัย 79 ปีของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ที่ถูกมองว่าเป็นมือขวาของนางอองซาน ซูจี ผู้นำพรรค เป็นนักเคลื่อนไหวคนสำคัญของเมียนมารายล่าสุดที่ถูกคณะรัฐบาลทหารควบคุมตัว จี โท โฆษกพรรคเอ็นแอลดีกล่าวว่า ตำรวจเข้าไปจับกุมเขาถึงภายในบ้านของลูกสาวที่นครย่างกุ้ง แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเขาโดนจับข้อหาใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนโดนจับกุม วิน เทน บอกกับสื่อของเมียนมาว่า การรัฐประหารครั้งนี้ &amp;quot;ไม่ฉลาด&amp;quot; และเรียกร้องให้ประชาชนชาวเมียนมา &amp;quot;คัดค้านให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจากตัวแทนของพรรคเอ็นแอลดีเมื่อวันศุกร์ว่า นางซูจี อดีตมนตรีแห่งรัฐวัย 75 ปี กำลังโดนกักบริเวณที่บ้านในกรุงเนปยีดอ &amp;quot;เท่าที่ผมรู้มา นางยังถูกกักบริเวณอยู่ที่บ้านและยังไม่ได้ถูกพาไปยังสถานที่อื่น&amp;quot; จี โท กล่าวกับเอเอฟพี พร้อมกับยืนยันว่านางซูจียัง &amp;quot;สุขภาพแข็งแรง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาคมให้ความช่วยเหลือนักโทษการเมือง (เอเอพีพี) ซึ่งเป็นกลุ่มสังเกตการณ์การจับกุมทางการเมืองในเมียนมา มีที่ตั้งอยู่นครย่างกุ้ง กล่าวว่า นับแต่วันจันทร์ที่กองทัพยึดอำนาจมีเจ้าหน้าที่และสมาชิกสภาเมียนมาโดนควบคุมตัวมากกว่า 130 คนแล้ว นอกจากนี้ยังมีนักเคลื่อนไหวและนักเรียกร้องประชาธิปไตยที่มีชื่อเสียงอย่างน้อย 14 รายโดนจับกุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขณะนี้ยังไม่พบเห็นการออกมาเดินขบวนประท้วงครั้งใหญ่เพื่อต่อต้านรัฐประหาร แต่ผู้คัดค้านกำลังรณรงค์ผ่านอารยะขัดขืนและแสดงออกด้วยการเคาะภาชนะที่ทำให้เกิดเสียงดังในยามค่ำคืน ที่นครย่างกุ้งประชาชนพากันเคาะหม้อเคาะกระทะต่อเนื่องเป็นคืนที่ 3 ขณะที่รอยเตอร์รายงานอ้างสื่อเมียนมาว่า ที่เมืองมัณฑะเลย์ เมืองใหญ่อันดับสองของเมียนมา ตำรวจจับกุมประชาชนราว 30 คน หม่อง หม่อง เอ รองผู้บังคับการตำรวจ กล่าวว่า คนเหล่านี้ถูกกล่าวหาว่าทำผิดกฎหมายฐาน &amp;quot;ทำให้เกิดเสียงดังบนถนนสาธารณะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันก่อนหน้านี้แพทย์และพยาบาลในโรงพยาบาลหลายสิบแห่งทั่วเมียนมาได้แสดงออกด้วยการติดริบบิ้นสีแดง ชูสามนิ้ว และบางส่วนผละงานเพื่อประท้วง ภาพที่เผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียที่ยังไม่โดนระงับสัญญาณ เผยด้วยว่า มีข้าราชการหลายสิบคนของหลายกระทรวงในกรุงเนปยีดอ ถ่ายรูปหมู่ติดริบบิ้นแดงและชูสามนิ้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่นครย่างกุ้ง เอเอฟพีรายงานว่า นักศึกษาและอาจารย์ของมหาวิทยาลัยดากองในนครย่างกุ้งประมาณ 200 คน รวมตัวกันประท้วง ด้วยการชูสัญลักษณ์สามนิ้วและร่วมกันร้องเพลงปฏิวัติประชาชน ผู้ชุมนุมยังได้เดินขบวนไปรอบมหาวิทยาลัย โดยนักศึกษาพากันร้องตะโกนว่า &amp;quot;แม่ซูจงเจริญ&amp;quot; และถือธงสีแดงที่เป็นสีสัญลักษณ์ของพรรคเอ็นแอลดี นอกจากนี้ยังมีการประท้วงในแบบเดียวกันที่มหาวิทยาลัยย่างกุ้งด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันพฤหัสบดี ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ ย้ำข้อเรียกร้องของเขาให้ทหารเมียนมาสละอำนาจที่ยึดไปจากรัฐบาลพลเรือน ปล่อยตัวนักเคลื่อนไหวและเจ้าหน้าที่ที่ควบคุมไว้ ยกเลิกการจำกัดการโทรคมนาคมสื่อสาร และละเว้นจากการใช้ความรุนแรง เขากล่าวด้วยว่า สหรัฐกำลังทำงานร่วมกับชาติพันธมิตรและหุ้นส่วนความร่วมมือเพื่อจัดการปัญหาการยึดอำนาจของพวกนายพล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้น เจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ กล่าวว่า ทำเนียบขาวกำลังพิจารณาใช้มาตรการลงโทษแบบกำหนดเป้าหมายต่อบุคคลและหน่วยงานองค์กรภายใต้การควบคุมของทหารที่สร้างความร่ำรวยแก่ทหารเมียนมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำเนียบขาวเปิดเผยด้วยว่า ซัลลิแวนได้โทรศัพท์สนทนากับเอกอัครราชทูตหลายคนจากประเทศสมาชิกกลุ่มอาเซียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง มีรายงานว่า ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย และนายกรัฐมนตรีมูห์ยิดดิน ยัสซิน ของมาเลเซีย เห็นพ้องภายหลังพบหารือกันที่กรุงจาการ์ตาเมื่อวันศุกร์ว่า รัฐมนตรีต่างประเทศของพวกเขาจะร้องขอให้บรูไน ประธานอาเซียนวาระปัจจุบัน จัดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนนัดพิเศษเพื่อหารือสถานการณ์ในเมียนมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่มี 15 ประเทศสมาชิก ประชุมนัดพิเศษออกเป็นแถลงการณ์สำเร็จเมื่อวันพฤหัสบดี แสดงความ &amp;quot;ห่วงกังวลอย่างยิ่ง&amp;quot; ต่อสถานการณ์ในเมียนมา และย้ำถึงความจำเป็นในการรักษาสถาบันและกระบวนการประชาธิปไตย ละเว้นจากความรุนแรง และเคารพสิทธิมนุษยชน, เสรีภาพขั้นพื้นฐานและหลักนิติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ไม่ได้ประณามหรือแม้แต่เอ่ยถึงการรัฐประหารตามร่างที่จัดทำเมื่อวันอังคาร นักการทูตกล่าวกันว่า เป็นเพราะการขัดขวางของจีนและรัสเซีย ซึ่งเป็นสมาชิกถาวรที่มีสิทธิวีโตและมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แนบแน่นกับกองทัพเมียนมา โดยเฉพาะจีน
ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีชาวเมียนมาไปรวมตัวเคลื่อนไหวทางการเมืองที่หน้าสถานทูตเมียนมาประจำประเทศไทย ซึ่งบางคนไม่สวมหน้ากากอนามัยตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ว่าต้องทำตามกฎหมายทุกอย่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะปฏิบัติอย่างไรเพื่อให้ประเทศไทยไม่ถูกมองว่าใช้เป็นฐานเคลื่อนไหวการเมือง พล.อ.ประวิตรย้ำว่า เราต้องดูแลตามกฎหมาย กฎหมายว่าอย่างไรก็ว่าตามนั้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92152</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต่อต้านรัฐประหาร, รัฐประหาร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อองซาน ซูจี, เมียนมา, เอ็นแอลดี, แสดงสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐประหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210205/image_big_601d5960a7f1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91932</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งข้อหากักตัว‘อองซาน’ ทหารชี้จำเป็นยึดอำนาจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ขบวนการอารยะขัดขืนทำงาน แพทย์พยาบาลทั่วเมียนมาผละงาน-ติดริบบิ้นแดงประท้วง เอ็นแอลดีเผยตำรวจตั้งข้อหา &amp;quot;อองซาน ซูจี&amp;quot; นำเข้าวิทยุสื่อสารผิดกฎหมายขอศาลควบคุมตัวถึงกลางเดือน ผบ.สส.อ้าง &amp;quot;เลี่ยงไม่ได้&amp;quot; ต้องยึดอำนาจเพราะรัฐบาลพลเรือนไม่จัดการการทุจริตเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ สองวันภายหลังกองทัพเมียนมายึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนภายใต้การนำของนางอองซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐ ว่าเริ่มมีสัญญาณการต่อต้านของประชาชนในเมียนมาอย่างแพร่หลายมากขึ้นแล้ว โดยแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลหลายแห่งทั่วประเทศประกาศในวันเดียวกันนี้ว่า พวกเขากำลังติดริบบิ้นสีแดง ซึ่งเป็นสีประจำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางซูจี และพร้อมใจกันผละงานที่ไม่ใช่งานฉุกเฉินทั้งหมด เพื่อประท้วงการรัฐประหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ่อง ซาน มิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขนาด 100 เตียงในเขตกั่นก้อ บอกกับเอเอฟพีว่า เป้าหมายหลักของพวกตนคือการยอมรับเฉพาะรัฐบาลที่เราเลือกเองเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมแพทย์บางกลุ่มได้โพสต์ภาพถ่ายทางโซเชียลมีเดียที่พวกเขาติดริบบิ้นแดง และชูสามนิ้ว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์การประท้วงแบบเดียวกับของไทย ขณะบางคนเลือกที่จะไม่ไปทำงานเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักเคลื่อนไหวประกาศการรณรงค์ของพวกเขาผ่านกลุ่มเฟซบุ๊ก &amp;quot;ขบวนการอารยะขัดขืน&amp;quot; ซึ่งถึงช่วงบ่ายวันพุธมีผู้ติดตามแล้วมากกว่า 150,000 คน ภายใน 24 ชั่วโมงที่เริ่มเปิดเพจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้นเมื่อช่วงค่ำวันอังคาร ประชาชนในนครย่างกุ้งบางส่วนแสดงออกผ่านการเคาะหม้อเคาะกระทะ และบีบแตรรถยนต์ ตอบรับเสียงเรียกร้องผ่านโซเชียลมีเดียให้ประท้วงการรัฐประหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนั้น พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่ตั้งตนเป็นหัวหน้าคณะรัฐบาลทหารชุดใหม่ กล่าวต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรก ซึ่งประกอบไปด้วยพวกนายพลทั้งอดีตและปัจจุบัน ว่าการรัฐประหารยึดอำนาจของเขาเมื่อวันจันทร์นั้นเป็นสิ่งที่ &amp;quot;หลีกเลี่ยงไม่ได้&amp;quot; เพราะรัฐบาลพลเรือนล้มเหลวในการตรวจสอบคำกล่าวหาทุจริตเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ทั้งที่กองทัพเตือนแล้วหลายครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลทหารชุดใหม่ได้ออกประกาศเตือนประชาชนแล้วว่าอย่าได้พูดหรือโพสต์สิ่งที่อาจกระตุ้นให้เกิดการก่อจลาจลหรือสถานการณ์ที่ไม่มั่นคง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง พรรคเอ็นแอลดีเปิดเผยเมื่อวันพุธว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจได้ตั้งข้อหานางซูจีว่ากระทำผิดกฎหมายนำเข้า/ส่งออก และได้ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ควบคุมตัวนางไว้ 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ข้อกล่าวหาอ้างว่านางครอบครองวิทยุสื่อสารอย่างน้อย 15 เครื่อง และอุปกรณ์สื่อสารอื่นๆ ที่นำเข้าอย่างผิดกฎหมาย ส่วนประธานาธิบดีวิน มยิน ซึ่งถูกควบคุมตัวเมื่อเช้ามืดวันจันทร์เช่นกัน ถูกตั้งข้อหาว่าทำผิดกฎหมายจัดการภัยพิบัติ จากการเข้าร่วมการหาเสียงเมื่อเดือนกันยายน ซึ่งมีคนเข้าร่วมหลายร้อยคน ถือเป็นการฝ่าฝืนมาตรการควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ตามข้อมูลในเอกสารที่ประทับตราของตำรวจ คณะทหารจากสำนักงานผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้เข้าตรวจค้นที่พักของนางซูจีเมื่อเวลา 06.30 น.ของวันจันทร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันพุธ เอ็นแอลดีประกาศด้วยว่า ทหารได้ &amp;quot;กระทำผิดกฎหมาย&amp;quot; หลังยึดอำนาจด้วยการบุกตรวจค้นที่ทำการของพรรคทั่วประเทศ แล้วยึดเอกสารและคอมพิวเตอร์ไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิกิริยาจากต่างประเทศต่อการยึดอำนาจของกองทัพเมียนมายังมีออกมาอย่างต่อเนื่อง ในวันอังคาร กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้กำหนดเรียกสถานการณ์ในเมียนมาอย่างเป็นทางการว่าเป็นการรัฐประหาร ซึ่งหมายความว่าสหรัฐจะไม่สามารถส่งมอบความช่วยเหลือให้แก่รัฐบาลเมียนมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ผลกระทบจากการนี้จะเป็นในเชิงสัญลักษณ์เสียมาก เนื่องจากความช่วยเหลือเกือบทั้งหมดที่สหรัฐมอบให้เมียนมานั้นมอบให้แก่องค์กรเอกชน ส่วนกองทัพเมียนมาก็โดนสหรัฐคว่ำบาตรอยู่แล้วจากกรณีการปราบปรามชาวมุสลิมโรฮีนจา คำแถลงยืนยันด้วยว่า สหรัฐจะยังคงความช่วยเหลือโครงการด้านมนุษยธรรมไว้ต่อไป รวมถึงการช่วยเหลือชาวโรฮีนจา แต่จะทบทวนความช่วยเหลือที่มอบให้แก่เมียนมาในวงกว้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ซึ่งเมื่อเดือนที่แล้วเพิ่งส่งความช่วยเหลือฉุกเฉินให้เมียนมา 150 ล้านดอลลาร์เพื่อช่วยต่อสู้กับโควิด-19 แถลงเมื่อวันพุธว่า มีความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับผลกระทบของสถานการณ์นี้ต่อเศรษฐกิจและต่อประชาชนชาวเมียนมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มประเทศจี 7 มีแถลงการณ์ประณามรัฐประหารครั้งนี้ และเรียกร้องให้กองทัพยุติภาวะฉุกเฉินทันที คืนอำนาจให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ปล่อยตัวผู้ที่โดนควบคุมตัวทั้งหมด และให้เคารพสิทธิมนุษยชนและหลักนิติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่นิวยอร์กเมื่อวันอังคาร คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติประชุมฉุกเฉิน แต่ไม่สามารถหาความเห็นพ้องในการออกแถลงการณ์ประณามรัฐประหารเมียนมาได้หลังจากประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมง นักการทูตผู้หนึ่งเผยว่า จีนและรัสเซียขอเวลาเพิ่ม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91932</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประท้วงการรัฐประหาร, รัฐประหาร, ริบบิ้นแดงประท้วง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อองซาน ซูจี, อารยะขัดขืน, เอเอฟพี, เอ็นแอลดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210203/image_big_601ab13ec895d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28506</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2019 21:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2019 21:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรคซูจีเดินหน้าลงมติข้างมากตั้ง กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สภาผู้แทนราษฎรของเมียนมาซึ่งพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยของนางอองซาน&amp;nbsp; ซูจี ครองเสียงส่วนใหญ่ ลงมติเห็นชอบการตั้งคณะกรรมาธิการชุดหนึ่งทำหน้าที่หารือแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ถึงแม้ว่าผู้แทนในส่วนกองทัพจะคัดค้านก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นางอองซาน ซูจี สนทนากับพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ภายหลังประชุมกับผู้บัญชาการเหล่าทัพที่กรุงเนปยีดอ วันที่ 2 ธันวาคม 2558 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานในเว็บไซต์ของรอยเตอร์เมื่อวันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 กล่าวว่า พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางอองซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐซึ่งเป็นผู้นำรัฐบาลพลเรือนโดยพฤตินัย ได้ยื่น &amp;quot;ญัตติด่วน&amp;quot; เข้าสู่สภาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2551 ที่ร่างในยุครัฐบาลทหาร ซึ่งพรรคเห็นว่าไม่เป็นประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นการท้าทายอำนาจของกองทัพครั้งใหญ่ที่สุดนับแต่นางซูจีชนะการเลือกตั้งได้เป็นผู้นำรัฐบาลเมื่อเกือบ 3 ปีก่อน และทำให้สมาชิกสภาในชุดเครื่องแบบทหารพากันประท้วงด้วยการยืนนิ่งเงียบในสภาเป็นเวลาหลายนาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การลงคะแนนในสภานิติบัญญัติระบบ 2 สภาของเมียนมา สมาชิกทั้งสองสภารวม 611 คนที่เอ็นแอลดีครองเสียงข้างมาก มี 414 คนที่ให้ความเห็นชอบการตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที คุน เมียต ประธานสภากล่าวว่า ผู้แทนจากพรรคการเมืองต่างๆ และผู้แทนจากกองทัพจะมีส่วนร่วมแบ่งตามสัดส่วน โดยตุน ตุน เฮง รองประธานซึ่งมาจากพรรคเอ็นแอลดี จะเป็นประธานคณะกรรมาธิการชุดใหม่นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐธรรมนูญเมียนมากันที่นั่ง 1 ใน 4 ของสภาไว้ให้ตัวแทนที่ได้รับการแต่งตั้งจากกองทัพ และกองทัพยังได้ควบคุมกระทรวงสำคัญด้านความมั่นคงด้วย รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีบทบัญญัติด้วยว่าการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องได้รับความเห็นชอบเกินร้อยละ 75 ซึ่งเท่ากับกองทัพยังมีอำนาจยับยั้งจากจำนวนผู้แทนที่มี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการอภิปรายญัตตินี้เมื่อวันอังคาร ผู้แทนของเอ็นแอลดีกล่าวว่า พรรคได้รับการสนับสนุนจากประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมาธิการชุดใหม่นี้จะเปิดให้ทุกพรรคการเมืองได้เสนอความคิดเห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังห้ามนางซูจีเป็นประธานาธิบดี จากการบัญญัติห้ามบุคคลที่มีคู่สมรสหรือบุตรเป็นชาวต่างชาติ แต่เอ็นแอลดีไม่เปิดเผยว่าพรรคต้องการแก้มาตราใด ที่ผ่านมาสมาชิกบางคนเสนอให้แก้มาตรา 436 ที่ว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28506</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมาธิการแก้รัฐธรรมนูญ, ตั้ง กมธ., พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย, อองซาน ซูจี, เมียนมา, เอ็นแอลดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190206/image_big_5c5af00af2f6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5556</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ถิ่น จอ&#039;ไขก๊อก ทิ้ง&#039;ปธน.พม่า&#039;! นอมินีอองซาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถิ่น จอ&amp;quot; ไขก๊อกทิ้งเก้าอี้ประธานาธิบดีหุ่นเชิดของ &amp;quot;อองซาน ซูจี&amp;quot; ส่งผลให้ผู้นำตัวจริงพม่าต้องเผชิญแรงกดดันจากนานาชาติกรณีวิกฤติโรฮีนจาเพียงลำพัง &amp;nbsp;รอง ปธน.&amp;quot;มินต์ ส่วย&amp;quot; ทำหน้าที่รักษาการจนกว่าแต่งตั้งคนใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถิ่น จอ วัย 72 ปี เป็นเพื่อนของนางอองซาน ซูจี มาแต่วัยเรียน เขาเป็นบุคคลที่นางเลือกมารับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อปี 2559 ภายหลังพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย แต่รัฐธรรมนูญของเมียนมาที่ร่างโดยระบอบทหาร ไม่อนุญาตให้นางซูจี ซึ่งมีบุตรถือสัญชาติอื่น รับตำแหน่งผู้นำของประเทศได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ที่เผยแพร่ทางเฟซบุ๊กของประธานาธิบดีที่แจ้งข่าวการลาออกจากตำแหน่งของถิ่น จอ เมื่อวันพุธที่ 21 มีนาคม 2561 ไม่ได้ระบุเหตุผลที่แจ้งชัด กล่าวไว้เพียงว่า เขาต้องการพักผ่อน แต่เอเอฟพีรายงานว่า ช่วงหลายเดือนมานี้ มีความเป็นห่วงกันมากขึ้นเกี่ยวกับสุขภาพของเขาที่ดูอ่อนแอและซูบผอมลง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บทบาทหน้าที่ส่วนใหญ่ของประธานาธิบดีเมียนมาเป็นหน้าที่เชิงพิธีการเป็นหลัก แต่อำนาจการตัดสินใจเป็นของนางซูจี ซึ่งเป็นผู้นำรัฐบาลพลเรือนชุดนี้ตัวจริง และสถาปนาตำแหน่งมนตรีแห่งรัฐขึ้นมาสำหรับตัวเธอเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีกล่าวว่า ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญของเมียนมา รองประธานาธิบดีมินต์ ส่วย อดีตนายพลเกษียณผู้มีความใกล้ชิดกับพลเอกอาวุโสตาน ฉ่วย อดีตผู้นำรัฐบาลทหาร จะขึ้นรับตำแหน่งแทนเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีประธานาธิบดีคนใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในแถลงการณ์ประกาศข่าวลาออกของถิ่น จอ กล่าวไว้ด้วยว่า การคัดเลือกประธานาธิบดีคนใหม่จะกระทำภายในเวลา 7 วันทำการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเวลาไม่นานภายหลังคำประกาศ วิน มินต์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นพันธมิตรของนางซูจี ก็ประกาศลาออกจากตำแหน่งเช่นกัน ซึ่งเพิ่มความเป็นไปได้ว่าเขาอาจจะได้รับเลือกขึ้นเป็นประธานาธิบดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บุคคลใดก็ตามที่นางเลือกให้เป็นประธานาธิบดี บุคคลนั้นจะต้องเป็นผู้ที่นางไว้วางใจอย่างเต็มที่&amp;quot; ริชาร์ด ฮอร์สซีย์ นักวิเคราะห์อิสระกล่าว และว่า ความไว้วางใจเป็นพื้นฐานที่ทำให้นางซูจีรวบอำนาจไว้ได้ในประเทศนี้ ตามรัฐธรรมนูญนั้น นางไม่มีอำนาจอะไร อำนาจของนางนั้นมาจากความสัมพันธ์กับประธานาธิบดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถิ่น จอ ซึ่งเป็นประธานาธิบดีพลเรือนคนแรกของเมียนมานับตั้งแต่ปี 2505 ได้รับการยอมรับนับถืออย่างกว้างขวาง และถูกมองว่าอุทิศตัวให้นางซูจีอย่างไม่คลอนแคลน นางซูจียังเคยกล่าวไว้ว่า นางจะปกครองอยู่ &amp;quot;เหนือ&amp;quot; ถิ่น จอ อีกทอดหนึ่งหลังจากเขาได้รับเลือกเมื่อปี 2559&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในโมงยามที่ชื่อเสียงของนางซูจีในสายตาของนานาชาติพังทลายจากปัญหาวิกฤติโรฮีนจาในรัฐยะไข่ ที่นางถูกตำหนิว่าไม่ออกมาปกป้องชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมเหล่านี้ สหายเก่าที่นางไว้ใจผู้นี้ยังคงยืนหยัดอยู่เคียงข้างนาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิบัติการกวาดล้างของกองทัพเมียนมาในรัฐยะไข่เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ส่งผลให้ชาวโรฮีนจาทิ้งถิ่นฐานในรัฐยะไข่กว่า 700,000 คน พร้อมกับคำบอกเล่าถึงพฤติกรรมโหดร้ายป่าเถื่อน แต่กองทัพเมียนมาอ้างว่าเป็นปฏิบัติการด้านความมั่นคงเพื่อกำจัดกลุ่มติดอาวุธที่โจมตีทหาร-ตำรวจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลพลเรือนของนางซูจีรับถ่ายโอนอำนาจจากรัฐบาลกึ่งทหาร โดยยังต้องแบ่งปันอำนาจกับกองทัพซึ่งยังควบคุมอำนาจมโหฬารในทางการเมืองและเศรษฐกิจ กองทัพคุมกระทรวงสำคัญ 3 กระทรวง ได้แก่ มหาดไทย, ป้องกันชายแดน และกลาโหม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพยังได้สงวนที่นั่งผู้แทน 1 ใน 4 ของสภานิติบัญญัติ ซึ่งให้อำนาจกองทัพยับยั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5556</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถิ่น จอ, มินต์ ส่วย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อองซาน ซูจี, เอ็นแอลดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180321/image_big_5ab26fb2c7e0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
