<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55857</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2020 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2020 09:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สศอ.ชี้สัญญาณบวกหนุนเอ็มพีไอฟื้น แต่ยังหดตัวจากปีก่อน 4.35% ยัน ‘โคโรนา’ กระทบน้อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ม.ค. 2563 นายทองชัย ชวลิตเชษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) เปิดเผยว่าดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม(เอ็มพีไอ) เดือนธ.ค.2562 อยู่ที่ระดับ 99.02 หดตัว 4.35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ระดับ 103.52 แต่ถือว่าปรับตัวดีขึ้น 2.13% เมื่อเทียบกับเดือนพ.ย.2562 ที่หดตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 8.09% อยู่ที่ระดับ 96.95 อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 63.96% จากเดือนก่อนอยู่ที่ 63.29% ส่วนภาพรวมเอ็มพีไอปี 2562 ทั้งปีหดตัว 3.7% อัตราการใช้กำลังการผลิตทั้งปีอยู่ที่ 66.3%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สศอ.มองแนวโน้มภาคอุตสาหกรรมในเดือนถัดไปจะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง เห็นได้จากแนวโน้มเอ็มพีไอเดือนธ.ค.2562 ที่ผ่านมาหดตัวน้อยลงจากเดือนก่อนหน้า การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมไม่รวมทองคำเริ่มกลับมาขยายตัวได้ 0.2% หลังจากติดลบต่อเนื่อง การนำเข้าสินค้าทุนขยายตัว 0.3% ตัวเลขการลงทุนในการประกอบกิจการโรงงานทั้งปี 2562 มีมูลค่าสูงถึง 4.8 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 31.47% สร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบกับจีนและสหรัฐสามารถบรรลุยุติข้อตกลงทางการค้าร่วมกันได้เมื่อกลางเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ทำให้เชื่อว่าสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างทั้งสองประเทศมีทิศทางผ่อนคลายลงเป็นผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลกและไทยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทองชัย กล่าวว่า สำหรับความกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีนนั้น ขณะนี้ทางสศอ. อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ส่งออกไปยังประเทศจีนโดยเฉพาะในพื้นที่เมืองอู่ฮั่นที่เป็นต้นตอการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา โดยจากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าสินค้าอุตสาหกรรมของไทยที่ส่งออกไปเมืองอู่ฮั่นนั้นมีไม่มาก จึงไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมมากนัก หรืออาจส่งผลกระทบในวงจำกัดต่อบางอุตสาหกรรมที่ส่งออกไปเมืองอู่ฮั่นเพียงระยะสั้น เพราะเชื่อว่าจีนจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะที่การส่งออกสินค้าไปยังพื้นที่อื่นในจีนยังสามารถดำเนินการได้ ทาง สศอ.จึงยืนยันสินค้าอุตสาหกรรมของไทยที่มีซัพพลายเชนผลิตเพื่อส่งออกไปยังเมืองอู่ฮั่นมีเพียงไม่กี่รายการ เช่น ชิ้นส่วนรถยนต์และอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดว่ามีกี่รายและมีจำนวนมากหรือน้อยเท่าไหร่ ต้องติดตามและประเมินผลกระทบให้เห็นภาพชัดเจนอีกครั้ง&amp;rdquo;นายทองชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม มองว่าในระยะยาวจะส่งผลดีในแง่ของการย้ายฐานผลิตมายังประเทศไทยมากขึ้น เช่น บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่มีความสนใจเข้ามาลงทุนในไทย โดยสศอ.ยังไม่มีความจำเป็นต้องปรับประมาณการอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวม(จีดีพี) ภาคอุตสาหกรรมปี 2563 ที่คาดจะขยายตัว 1.5-2.5% และเอ็มพีไอคาดขยายตัว 2-3%
...&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55857</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทองชัย ชวลิตเชษฐ์, สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.), เอ็มพีไอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190429/image_big_5cc6c024b237a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16392</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2018 08:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2018 08:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สศอ.ปลื้มเอ็มพีไอโตติดต่อ 15 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สศอ.ปลื้มเอ็มพีไองวด ก.ค.ขยายตัว 4.64% ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 15 เป็นผลจากความเชื่อมั่นผู้บริโภค การส่งออกขยายตัวต่อเนื่อง จับตาเดือนหน้าที่อาจได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าสหรัฐ-จีน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐพล รังสิตพล ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม(เอ็มพีไอ) เดือนก.ค.2561 ขยายตัว 4.64% อยู่ที่ระดับ 112.60 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ระดับ 107.61 ซึ่งขยายตัวเป็นบวกติดต่อกันเป็นเดือนที่ 15 ขณะที่ผลรวม 7 เดือนของปีนี้ (ม.ค.-ก.ค.2561) ขยายตัว 4.0% อัตราการใช้กำลังการผลิตเดือนก.ค.อยู่ที่ 67.23%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เอ็มพีไอที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นบวกเป็นเดือนที่ 15 เป็นผลจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ค.สูงสุดในรอบ 62 เดือน การส่งออกของไทยขยายตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 8.3% ซึ่งเป็นการเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 17 อีกทั้งการผลิตน้ำตาลทรายยังคงขยายตัวสูงอย่างต่อเนื่อง 82.26% โดยเป็นการผลิตน้ำตาลทรายขาวและน้ำตาลทรายบริสุทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ อุตสาหกรรมสำคัญที่ส่งผลบวกต่อดัชนีเอ็มพีไอ ในเดือนก.ค. ได้แก่ รถยนต์และเครื่องยนต์ขยายตัว 13.17% จากรถบรรทุกปิกอัพ เครื่องยนต์ดีเซล รถยนต์นั่งขนาดไม่เกิน 1800 ซีซี ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขยายตัว 9.18% จาก PCBA และ other integrated circuits (IC) ตามความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐพล กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มดัชนีเอ็มพีไอเดือนส.ค. มีเรื่องสำคัญคือสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนอาจมีความรุนแรงมากขึ้นเป็นระลอกที่ 3 โดยสหรัฐมีแนวโน้มจะพิจารณายกระดับมาตรการภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่มเติมอีก หลังจากระลอกแรกเป็นการขึ้นภาษีสินค้าเหล็ก และระลอกที่สองขึ้นภาษีสินค้าที่นำเข้าจากจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มาตรการขึ้นภาษีเหล็กที่นำเข้าจากจีนของสหรัฐก่อนหน้านี้เป็นมาตรการ American First ส่วนมาตรการภาษีที่สหรัฐกีดกันสินค้านำเข้าจากจีนก็ชัดเจนว่าจีนมีมาตรการตอบโต้ในระดับที่เท่ากันที่ 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งหากสหรัฐยกระดับกีดกันสินค้าสูงขึ้นเป็น 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐ สศอ.มองว่าจีนอาจไม่สามารถตอบโต้สหรัฐได้ เพราะจีนมีรายการสินค้าตอบโต้สหรัฐเหลือเพียง 100,000 กว่าล้านเหรียญสหรัญ จึงอาจทำให้จีนหันไปบีบธุรกิจของสหรัฐที่เข้ามาประกอบกิจการในจีนเองให้ย้ายออกไป ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนในจีนเอง&amp;rdquo;นายณัฐพล กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16392</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายตัว 15เดือนติด, ความเชื่อมั่นผู้บริโภค, ณัฐพล รังสิตพล, สศอ., เอ็มพีไอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acb37b517cc3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12232</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2018 15:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2018 15:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สศอ.ชี้เศรษฐกิจดีปรับคาดการณ์จีดีพีอุตฯใหม่แตะ 4%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สศอ.ชี้เศรษฐกิจดี ปรับคาดการณ์จีดีพีภาคอุตสาหกรรมใหม่อยู่ที่ 3-4% ด้านเอ็มพีไอ 5 เดือนขยายตัวที่ 3.8% พร้อมประเมินแนวโน้มในไตรมาสที่ 3 ยังสดใสอุตฯไฟฟ้า-อาหารเป็นบวก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย. 2561 - นายณัฐพล รังสิตพล รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า สศอ. ปรับประมาณการอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ภาคอุตสาหกรรมปี 2561 อยู่ที่ 3-4% เพิ่มขึ้นจากเดิมคาดไว้ที่ 2-3% ขณะที่ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม(เอ็มพีไอ) คาดคงอยู่ที่ 2.5-3% เนื่องจากการผลิตภาคอุตสาหกรรมมีแนวโน้มขยายตัวดีจากการส่งออกที่ฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลกอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เอ็มพีไอช่วง 5 เดือนแรกของปี (ม.ค.-พ.ค.) ขยายตัว 3.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนขยายตัว 0.4%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ภาพรวมภาคอุตสาหกรรมมีสัญญาณดีขึ้น สะท้อนได้จากอัตราการใช้กำลังการผลิตเดือนพ.ค. 61 อยู่ที่ 69.91% เอ็มพีไอขยายตัว 3.2% อยู่ที่ระดับ 117.92 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ระดับ 114.22 ซึ่งขยายตัวเป็นบวกติดต่อกันเป็นเดือนที่ 13&amp;rdquo;นายณัฐพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังประเมินแนวโน้มภาวะอุตสาหกรรมในไตรมาส 3/2561 น่าจะขยายตัวได้ดี ทั้งอุตสาหกรรมไฟฟ้าที่คาดจะมีการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามภาคอสังหาริมทรัพย์ที่เติบโตต่อเนื่อง อุตสาหกรรมอาหารที่น่าจะขยายตัวตามภาวะเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขยายตลาดใหม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12232</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีดีพีอุตสาหกรรม, ณัฐพล รังสิตพล, สศอ., สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม, เอ็มพีไอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0e5349a3d1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10321</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2018 14:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2018 14:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สศอ.โชว์ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมบวกติดต่อกัน 12 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สศอ.โชว์เอ็มพีไอ งวดเม.ย. ปี 2561 ขยายตัวเพิ่มขึ้น 4.0% ลั่นขยายตัวเป็นบวกติดต่อกันเป็นเดือนที่ 12 ฉุด 4 เดือนแรกของปีขยายตัว 4.1% ยังคงคาดการณ์ทั้งปีที่ 2.5-3% จับตาครึ่งปีหลังก่อนประเมิณปรับประมาณการณ์ใน 1-2 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค. 2561 - นายณัฐพล รังสิตพล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) ประจำเดือนเม.ย. 2561 มีการขยายตัว 4.0% อยู่ที่ระดับ 103.28 และเป็นบวกติดต่อกันเป็นเดือนที่ 12 ทำให้ 4 เดือนแรกของปี 61 เอ็มพีไอขยายตัว 4.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่หดตัว 0.3% ซึ่งอัตราการใช้กำลังการผลิตเดือนเม.ย. 61 อยู่ที่ 61.58% โดยอุตสาหกรรมสำคัญที่ส่งผลบวกประจำเดือนเม.ย. 2561 ได้แก่ น้ำตาลทราย รถยนต์และเครื่องยนต์ เม็ดพลาสติก ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ และน้ำมันปิโตรเลียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้การส่งออกอุตสาหกรรม ที่ไม่รวมทองคำแท่งในเดือนเม.ย.นี้ ขยายตัว 11.6% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 9.9% เป็นผลมาจากการส่งออกรถยนต์ เครื่องคอมพิวเตอร์ ผลิตภัณฑ์ยาง เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ และแผงวงจรไฟฟ้า ขณะที่การนำเข้าสินค้าทุนขยายตัว 6.0 อย่างไรก็ตาม สศอ.ยังคาดการณ์เอ็มพีไอรวมทั้งปี อยู่ที่ 2.5-3% และการเติบโตของเศรษฐกิจในภาคอุตสาหกรรม (จีดีพี อุตสาหกรรม) เติบโตที่ 2-3% ซึ่งอาจจะมีการทบทวนอีกครั้งใน 1-2 เดือนข้างหน้า เนื่องจากต้องรอติดตามผลเอ็มพีไอในช่วงครึ่งหลังของปีก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;คาดว่าเอ็มพีไอหลังจากนี้ของปีอาจจะไม่ขยายตัวมากนัก เพราะในช่วงหลังของทุก ๆ ปีที่ผ่านมา มีฐานของตัวเลขทั้งการผลิต นำเข้าหรือส่งออกสูงอยู่แล้ว และหากเพิ่มขึ้นก็อาจจะไม่ได้แบบก้าวกระโดดจนเป็นปัจจัยที่จะต้องปรับคาดการณ์ทั้งปี&amp;rdquo;นายณัฐพล กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10321</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐพล รังสิตพล, ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม, สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม, สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม, เอ็มพีไอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0e5349a3d1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2147</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2018 19:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2018 19:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สศอ.ปลื้ม MPI ธ.ค. 60ขยายตัว 2.35%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สศอ.ปลื้มดัชนีเอ็มพีไอ ธ.ค. 60 ขยายตัว 2.35% ตามทิศทางการส่งออกและการใช้กำลังการผลิตที่ดีขึ้น ส่งผลจีดีพีอุตสาหกรรมปี 60 โต 2% เผยการปรับค่าแรงขั้นต่ำไม่กระทบดัชนี แต่อาจส่งผลต่ออุตฯก่อสร้าง-บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ม.ค. 2561 - นายศิริรุจ จุลกะรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) ประจำเดือนธ.ค.2560 ขยายตัว 2.35% อยู่ที่ระดับ 109.88 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 107.36 โดยภาพรวมทั้งปีขยายตัวจากปีก่อน 1.58% ซึ่งเป็นไปตามที่คาดไว้ และเป็นไปในทิศทางเดียวกับการส่งออกเดือนธ.ค.ที่ผ่านมาขยายตัวถึง 11% ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 59.53% ทั้งนี้ จากดัชนีเอ็มอีไอปี 2560 ทั้งปีที่ขยายตัวได้ 1.58% ทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ภาคอุตสาหกรรมปี 2560 ทั้งปีคาดว่าจะขยายตัวได้ 2% เพิ่มขึ้นจากเดิมคาดการณ์ไว้ที่ 1.7% ส่วนปี 2561 ดัชนีเอ็มพีไอคาดขยายตัว 1.5-2.5% จีดีพีภาคอุตสาหกรรมคาดขยายตัว 2-3%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ประเมินว่าการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อดัชนีเอ็มพีไอและอัตราการใช้กำลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรมมากนัก เพราะส่วนใหญ่มีการจ้างงานในอัตราที่สูงกว่าค่าจ้างขั้นต่ำที่ประกาศอย่างเป็นทางการอยู่แล้ว ประกอบกับอุตสาหกรรมส่วนหนึ่งก็มีการปรับใช้เครื่องจักรกลและระบบอัตโนมัติมากขึ้น แต่ยอมรับว่าการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อกำลังการผลิตในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเป็นหลัก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมก่อสร้างและภาคบริการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2147</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าแรง, จีดีพี, สศอ., เอ็มพีไอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180131/image_big_5a71b5924f2f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
