<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120250</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2025 20:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 22:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน: จากจุดเริ่มต้นที่ล้มเหลวสู่ตำนานที่อาจไม่เกิดขึ้นในยุคสมัยใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน: จากจุดเริ่มต้นที่ล้มเหลวสู่ตำนานที่อาจไม่เกิดขึ้นในยุคสมัยใหม่

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;เมื่อเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในเดือนพฤศจิกายน 1986 ไม่มีใครคาดคิดว่าชายชาวสก็อตคนนี้จะกลายเป็นผู้จัดการทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ฟุตบอล อันที่จริง สี่ปีแรกของเขาเต็มไปด้วยความยากลำบาก ผลงานที่ผิดหวัง และเสียงเรียกร้องให้ถูกไล่ออกอย่างต่อเนื่อง หากเซอร์ อเล็กซ์ต้องเผชิญกับสถานการณ์เดียวกันในยุคฟุตบอลสมัยใหม่ของปี 2025 เขาคงไม่มีทางได้รับโอกาสที่จะสร้างราชวงศ์แห่งความสำเร็จที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดเลย บทความนี้จะพาคุณย้อนกลับไปสู่ช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดของเฟอร์กูสัน และวิเคราะห์ว่าทำไมเรื่องราวแบบนี้จึงเป็นไปไม่ได้ในโลกของฟุตบอลที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

ช่วงเวลาแห่งวิกฤต: สี่ปีแรกที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;เมื่อเฟอร์กูสันย้ายมาจากอเบอร์ดีน ซึ่งเขาประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ ความคาดหวังสูงลิบลิ่ว แต่ความเป็นจริงกลับแตกต่างอย่างสิ้นเชิง ฤดูกาลแรก (1986-87) แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจบอันดับ 11 ในลีกซึ่งถือเป็นผลงานที่น่าผิดหวังอย่างยิ่ง ฤดูกาลที่สอง (1987-88) ทีมก็ยังติดอยู่ในอันดับที่ 2 แต่ห่างจากแชมป์ถึง 9 แต้ม ฤดูกาล 1988-89 กลายเป็นจุดต่ำสุดเมื่อยูไนเต็ดจบอันดับ 11 อีกครั้ง และอยู่ในอันตรายของการตกชั้นจนถึงช่วงปลายฤดูกาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;กดดันจากแฟนบอล สื่อมวลชน และแม้แต่คณะกรรมการบริหารเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น มีรายงานว่าในช่วงต้นปี 1990 เฟอร์กูสันอยู่ในระยะห่างเพียงไม่กี่เกมจากการถูกไล่ออก การชนะถ้วย FA Cup ในเดือนพฤษภาคม 1990 ด้วยชัยชนะที่น่าทึ่งเหนือคริสตัล พาเลซในรอบรีเพลย์ของนัดชิงชนะเลิศอาจเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยชีวิตเขาไว้ได้ ใช้เวลานานถึงเจ็ดปีกว่าที่เฟอร์กูสันจะคว้าแชมป์ลีกครั้งแรกในฤดูกาล 1992-93 ช่วงเวลาที่ยาวนานเหลือเชื่อสำหรับมาตรฐานของทุกวันนี้&lt;/p&gt;

วัฒนธรรมแห่งความไม่อดทนในฟุตบอลสมัยใหม่

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ฟุตบอลในปี 2025 เป็นธุรกิจที่เหนือกว่าความอดทน สโมสรระดับท็อปดำเนินงานภายใต้การคาดหวังที่สูงลิบลิ่วจากเจ้าของที่ลงทุนมหาศาล ผู้สนับสนุนที่เรียกร้องผลลัพธ์ทันที และสื่อโซเชียลที่ขยายเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทุกอย่างอย่างไม่หยุดยั้ง ผู้จัดการทีมในยุคปัจจุบันมีระยะเวลาเฉลี่ยในตำแหน่งเพียง 18-24 เดือนก่อนจะถูกปลดออกหากผลงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;หากเฟอร์กูสันเข้ามาบริหารทีมระดับท็อปในปัจจุบันและให้ผลงานแบบเดียวกับสี่ปีแรกที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เขาจะถูกไล่ออกไปก่อนที่จะมีโอกาสพิสูจน์ตัวเอง สโมสรที่มีเจ้าของเป็นนักธุรกิจหรือกองทุนการลงทุนไม่มีความอดทนที่จะรอเจ็ดปีเพื่อแชมป์ลีกอีกต่อไป เมื่อผู้จัดการทีมคนหนึ่งล้มเหลว มีคิวยาวเหยียดของโค้ชชื่อดังที่พร้อมจะเข้ามาแทนที่ทันที แม้แต่ผู้จัดการทีมในตำนานอย่างโชเซ่ มูรินโญ่ และคาร์โล อันเชล็อตติก็ไม่ได้รับอภัยเมื่อผลงานตกต่ำ&lt;/p&gt;

เงินทุนและแรงกดดันจากการแข่งขันที่ทวีความดุเดือด

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;อีกปัจจัยสำคัญคือการแข่งขันที่รุนแรงกว่าในยุคปัจจุบัน ในยุค 1980 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแม้จะเป็นสโมสรใหญ่ แต่ก็ไม่ได้มีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งที่สุดในลีก เฟอร์กูสันได้รับเวลาในการปรับปรุงโครงสร้างทีม สร้างระบบเยาวชน และค่อยๆ พัฒนาทีมสู่ความแข็งแกร่ง ในโลกของพรีเมียร์ลีกปัจจุบัน สโมสรใหญ่ๆ ลงทุนหลายร้อยล้านปอนด์ทุกช่วงซัมเมอร์เพื่อซื้อดาวเตะระดับโลก คู่แข่งมีทั้งความแข็งแกร่งทางยุทธวิธีและทรัพยากรทางการเงินที่ไม่มีที่สิ้นสุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;แม้แต่การชนะถ้วย FA Cup เช่นในปี 1990 ก็อาจไม่เพียงพอที่จะช่วยเฟอร์กูสันไว้ได้ในปัจจุบัน สโมสรใหญ่ๆ ต้องการการลงเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งหมายถึงการจบอันดับท็อปโฟร์ของลีกอย่างสม่ำเสมอ การพลาดเป้าหมายนี้สองฤดูกาลติดต่อกันอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมโดยทันที ในยุคที่แฟนบอลสามารถแสดงความไม่พอใจได้ทันทีผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ รวมถึงการติดตามผลการแข่งขันและแสดงความคิดเห็นบนเว็บไซต์กีฬาออนไลน์ เช่น happyluke เข้าไม่ได้ ซึ่งแฟนบอลชาวไทยหลายคนใช้เพื่อติดตามและวิเคราะห์ผลการแข่งขันฟุตบอลแบบเรียลไทม์ การสื่อสารที่รวดเร็วนี้ทำให้ความกดดันต่อผู้จัดการทีมเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล&lt;/p&gt;

บทเรียนสำคัญจากเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;เรื่องราวของเฟอร์กูสันสอนเราถึงความสำคัญของวิสัยทัศน์ระยะยาว และความอดทนในการสร้างความสำเร็จที่ยั่งยืน เขาไม่ได้เพียงแค่ชนะแชมป์ แต่ยังสร้างวัฒนธรรมแห่งความเป็นเลิศที่ยั่งยืนกว่าสามทศวรรษ ภายใต้การนำของเขา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคว้าแชมป์ลีก 13 สมัย ถ้วย FA Cup 5 ใบ และแชมเปี้ยนส์ลีก 2 สมัย ความสำเร็จนี้ไม่อาจเกิดขึ้นได้หากเขาถูกไล่ออกในปี 1990&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;เฟอร์กูสันใช้เวลาในการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมของสโมสร กำจัดปัญหาวินัย สร้างระบบเยาวชนที่แข็งแกร่ง และค่อยๆ นำเข้าผู้เล่นที่มีคุณภาพอย่างค่อยเป็นค่อยไป นักเตะรุ่นเยาว์อย่าง ไรอัน กิ๊กส์ เดวิด เบ็คแฮม และพอล สโคลส์ ที่เขาเลี้ยงดูมาเองกลายเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จในยุค 1990 เรื่องนี้พิสูจน์ว่าการลงทุนในคนและโครงสร้างให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากว่าการซื้อดาวเตะมาแก้ปัญหาเฉพาะหน้า&lt;/p&gt;

โลกที่เฟอร์กูสันอาจไม่มีทางสร้างตำนาน

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;เราต้องยอมรับว่าเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันอาจเป็นหนึ่งในตัวอย่างสุดท้ายของผู้จัดการทีมที่ได้รับเวลาเพียงพอในการพิสูจน์วิสัยทัศน์ระยะยาว ในยุคฟุตบอลสมัยใหม่ที่วัดกันด้วยผลงานทันที วงจรข่าวสารที่รวดเร็ว และแรงกดดันที่มหาศาล โอกาสที่ผู้จัดการทีมคนหนึ่งจะได้รับเวลาเจ็ดปีเพื่อคว้าแชมป์ลีกครั้งแรกแทบเป็นไปไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:12.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;สิ่งที่น่าเศร้าคือโลกฟุตบอลอาจสูญเสียตำนานที่ยิ่งใหญ่ไปแล้วมากมายเพราะวัฒนธรรมแห่งความไม่อดทน ผู้จัดการทีมที่มีความสามารถแท้จริงอาจไม่เคยได้รับโอกาสที่จะพิสูจน์ศักยภาพของตนเอง เรื่องราวของเฟอร์กูสันเตือนใจเราว่าความยิ่งใหญ่ต้องใช้เวลา และบางครั้งการอดทนก็คือการลงทุนที่ดีที่สุดที่สโมสรจะทำได้ แต่ในโลกที่ความสำเร็จถูกวัดด้วยผลลัพธ์ทันที ความคิดนี้อาจกลายเป็นเพียงความหลังอันไกลโพ้นไปแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120250</URL_LINK>
                <HASHTAG>17 ล้านดอลลาร์, คณะมิชชันนารีอเมริกัน, เฮติ, แก๊งโจรเรียกค่าไถ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน: จากจุดเริ่มต้นที่ล้มเหลวสู่ตำนานที่อาจไม่เกิดขึ้นในยุคสมัยใหม่</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113498</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 17:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 16:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอดพุ่งไม่หยุด เฮติสังเวยแผ่นดินไหวเกือบ1,300ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จำนวนผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 7.2 ที่เฮติเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เพิ่มเป็นเกือบ 1,300 คนแล้ว กู้ภัยและชาวเมืองยังพยายามค้นหาและช่วยชีวิตผู้ที่ยังติดอยู่ใต้ซากอาคาร หวั่นพายุดีเปรสชันโซนร้อนเกรซก่อฝนตกหนักน้ำท่วมซ้ำเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวเฮติสำรวจซากปรักหักพังของอาคารที่พังถล่มเพราะแผ่นดินไหวในเมืองเลส์กาเยส์เมื่อวันอาทิตย์ (Photo by Richard Pierrin/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ 14 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่น ยิ่งเพิ่มความรันทดแก่ประเทศแคริบเบียนแห่งนี้ ซึ่งเมื่อราว 1 เดือนก่อนประธานาธิบดีโฌเวแนล โมอิส โดนกลุ่มมือปืนบุกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมถึงบ้านของเขา และทำให้เฮติปราศจากผู้นำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม อ้างข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานป้องกันภัยพลเรือนของเฮติว่า จำนวนผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 7.2 ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ห่างจากกรุงปอร์โตแปรงซ์ราว 160 กิโลเมตร เพิ่มเป็นอย่างน้อย 1,297 คนแล้ว มีอาคารพังถล่มราว 13,600 หลัง และเสียหายอีกมากกว่า 13,700 หลัง คาดว่ามีคนถูกฝังหลายร้อยคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงพยาบาลต่างๆ ที่ยังหลงเหลือใช้งานได้ก็กำลังดิ้นรนกับการรักษาผู้บาดเจ็บที่มีมากกว่า 5,700 คน ที่เมืองเฌเรมี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเมืองที่ประสบภัยหนักที่สุด แพทย์ต้องรักษาคนไข้บนเปลพยาบาลใต้ต้นไม้และบนฟูกที่วางอยู่ข้างทาง เนื่องจากสถานพยาบาลเต็ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองเลส์กาเยส์ที่ได้รับผลกระทบหนักมากเช่นกัน ชาวบ้านส่วนใหญ่ออกมานอนค้างคืนกลางแจ้งเพราะหวั่นเกรงอาฟเตอร์ช็อก ในวันอาทิตย์ถนนในเมืองนี้เต็มไปด้วยเครื่องจักรหนักที่กำลังเคลื่อนย้ายซากปรักหักพังของอาคารที่พังถล่ม และภาพที่ชาวบ้านช่วยกันค้นหาผู้สูญหายโดยใช้มือเปล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยกู้ภัยและชาวเมืองกำลังทำงานแข่งกับเวลาก่อนที่พายุดีเปรสชันโซนร้อนเกรซจะเคลื่อนมาถึง สำนักงานสภาพอากาศของสหรัฐเตือนว่า พายุลูกนี้จะทำให้เกิดฝนตกหนัก, น้ำท่วมฉับพลันและโคลนถล่มได้ตั้งแต่วันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐและอีกหลายประเทศให้คำมั่นว่าจะช่วยเหลือเฮติรับมือกับภัยพิบัติครั้งล่าสุดนี้ ซึ่งเกิด 11 ปีให้หลังธรณีวิปโยคขนาด 7.0 เมื่อเดือนมกราคม 2553 ทำให้อาคารบ้านเรือนเมืองหลวงและเมืองใกล้เคียงถล่มราบ มีคนเสียชีวิตมากกว่า 200,000 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113498</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยอดเสียชีวิตพุ่ง, เฮติ, แผ่นดินไหว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210816/image_big_611a34d87636c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2021 23:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2021 22:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮติเผยยอดสังเวยแผ่นดินไหวพุ่งเป็น724ศพ พายุเกรซจ่อซ้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการเฮติเปิดเผยยอดความสูญเสียล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ จากเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.2 เมื่อเช้าวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น ว่าผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 724 คนแล้ว ขณะพายุโซนร้อนเกรซกำลังเคลื่อนเข้าใกล้หวั่นกระทบการค้นหาและช่วยชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้บาดเจ็บจากแผ่นดินไหวรับการรักษาที่โรงพยาบาลสนามในเมืองเฌเรมีเมื่อวันเสาร์ (Photo by Stringer/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำแถลงของสำนักงานป้องกันภัยพลเรือนของเฮติเมื่อวันอาทิตย์ปรับเพิ่มยอดผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 7.2 จากอย่างน้อย 304 คน เป็นอย่างน้อย 724 คน ส่วนผู้บาดเจ็บเพิ่มเป็นไม่ต่ำกว่า 2,800 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุดคือเมืองเฌเรมี ที่มีประชากรราว 200,000 คน และบ้านเรือนส่วนใหญ่เป็นอาคารชั้นเดียว เมืองเลส์กาเยส์ก็เสียหายมากเช่นกัน มีโรงแรมสูงหลายชั้นแห่งหนึ่งพังถล่ม ความหวาดกลัวอาฟเตอร์ช็อกทำให้ชาวเมืองนอกค้างคืนกลางแจ้งเมื่อคืนวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความพยายามค้นหาและช่วยชีวิตผู้ที่อาจติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังอาจทำได้ยากขึ้น เนื่องจากพายุโซนร้อนเกรซ ซึ่งสำนักงานสภาพอากาศแห่งชาติของสหรัฐคาดคะเนว่า จะทำให้เกิดฝนตกหนักและอาจรวมถึงน้ำท่วมฉับพลันในเฮติ ตั้งแต่ช่วงสายของวันจันทร์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113426</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธรณีพิโรธ, เฮติ, แผ่นดินไหว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210815/image_big_6119384c46511.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2021 22:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2021 22:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอดสังเวยแผ่นดินไหวเฮติพุ่งเป็น724ศพ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการเฮติเปิดเผยยอดความสูญเสียล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ จากเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.2 เมื่อเช้าวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น ว่าผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 724 คนแล้ว ขณะพายุโซนร้อนเกรซกำลังเคลื่อนเข้าใกล้หวั่นกระทบการค้นหาและช่วยชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของสำนักงานป้องกันภัยพลเรือนของเฮติเมื่อวันอาทิตย์ปรับเพิ่มยอดผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 7.2 จากอย่างน้อย 304 คน เป็นอย่างน้อย 724 คน ส่วนผู้บาดเจ็บเพิ่มเป็นไม่ต่ำกว่า 2,800 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุดคือเมืองเฌเรมี ที่มีประชากรราว 200,000 คน และบ้านเรือนส่วนใหญ่เป็นอาคารชั้นเดียว เมืองเลส์กาเยส์ก็เสียหายมากเช่นกัน มีโรงแรมสูงหลายชั้นแห่งหนึ่งพังถล่ม ความหวาดกลัวอาฟเตอร์ช็อกทำให้ชาวเมืองนอกค้างคืนกลางแจ้งเมื่อคืนวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความพยายามค้นหาและช่วยชีวิตผู้ที่อาจติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังอาจทำได้ยากขึ้น เนื่องจากพายุโซนร้อนเกรซ ซึ่งสำนักงานสภาพอากาศแห่งชาติของสหรัฐคาดคะเนว่า จะทำให้เกิดฝนตกหนักและอาจรวมถึงน้ำท่วมฉับพลันในเฮติ ตั้งแต่ช่วงสายของวันจันทร์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113425</URL_LINK>
                <HASHTAG>เสียชีวิตเกิน700, เฮติ, แผ่นดินไหวขนาด7.2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210815/image_big_6119384c46511.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113358</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2021 14:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2021 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮติวิปโยค ธรณีพิโรธดับเกิน300ศพ นานาชาติเร่งช่วยเหลือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เคราะห์ซ้ำกรรมซัด เฮติเผชิญแผ่นดินไหวขนาด 7.2 เมื่อเช้าวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น อาคารบ้านเรือนถล่มนับพันหลัง เจ้าหน้าที่เผยเมื่อวันอาทิตย์ว่ายอดสังเวยพุ่งเกิน 300 ศพแล้ว กู้ภัยเร่งค้นหาและช่วยผู้ที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง นายกฯประกาศภาวะฉุกเฉิน 1 เดือน นานาชาติเสนอช่วยเหลือเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวเฮติสำรวจสภาพอาคารที่พังถล่มในเมืองเฌเรมี หลังแผ่นดินไหวเมื่อวันเสาร์ (Photo by Stringer/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แผ่นดินไหวครั้งล่าสุดเกิดในช่วงยามที่เฮติยังคงไม่ฟื้นคืนสภาพสู่ภาวะปกติหลังจากธรณีวิปโยคเมื่อ&amp;nbsp; 11 ปีก่อน และการเมืองก็ยังอยู่ในสภาวะไร้ผู้นำ ภายหลังประธานาธิบดีโฌเวแนล โมอิส โดนกลุ่มมือปืนบุกสังหารที่บ้านเมื่อเดือนที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันอาทิตย์กล่าวว่า แผ่นดินไหวครั้งล่าสุดเกิดเมื่อเวลาประมาณ 08.30 น.ของวันเสาร์ที่ 14 สิงหาคม ที่ตรงกับ 19.30 น.วันเดียวกันของไทย ศูนย์กลางอยู่ที่คาบสมุทรตะวันตกเฉียงใต้ ห่างจากกรุงปอร์โตแปรงซ์ที่มีประชากรหนาแน่น ทางทิศตะวันตกราว 160 กิโลเมตร แรงสั่นไหวขนาด 7.2 เกิดยาวนานและรับรู้ได้ทั่วพื้นที่ส่วนใหญ่ของทะเลแคริบเบียนและไกลถึงจาเมกาและคิวบา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบสถ์หลายแห่ง ธุรกิจต่างๆ โรงเรียน และบ้านเรือนนับพันหลังพังถล่มหรือเสียหาย มีคนติดอยู่ใต้ซากอาคารหลายร้อยคน สำนักงานป้องกันภัยพลเรือนเฮติระบุว่า มีคนบาดเจ็บไม่ต่ำกว่า 1,800 คน คำแถลงที่ออกมาหลายชั่วโมงหลังแผ่นดินไหว ปรับเพิ่มยอดผู้เสียชีวิตจากเบื้องต้น 29 คน เป็นไม่น้อยกว่า 304 คน เฉพาะที่จังหวัดใต้แห่งเดียวมีคนเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 160 คน เมืองเลส์กาเยส์และพื้นที่โดยรอบได้รับความเสียหายหนักที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีอาเรียล อองรี ประสาทศัลยแพทย์ที่ทำหน้าที่ผู้นำรัฐบาลหลังจากประธานาธิบดีโมอิสโดนลอบสังหารเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ได้จัดตั้งคณะทำงานบรรเทาทุกข์และระบุว่าสิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือการค้นพาผู้รอดชีวิตที่อาจติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังให้ได้มากที่สุด โดยได้รับรายงานว่าโรงพยาบาลท้องถิ่นหลายแห่งโดยเฉพาะที่เมืองเลส์กาเยส์ เนืองแน่นด้วยผู้บาดเจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อองรีขึ้นเฮลิคอปเตอร์สำรวจความเสียหายและประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศนาน 1 เดือน พร้อมกับเรียกร้องประชาชน &amp;quot;แสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน&amp;quot; และอย่าได้ตื่นตระหนก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเกิดแผ่นดินไหว สำนักสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐ (ยูเอสจีเอส) ออกคำเตือนสึนามิด้วย แต่ยกเลิกในเวลาต่อมาไม่นาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แผ่นดินไหวครั้งนี้ทำให้ชาวเฮติบางส่วนหวาดผวา หวั่นซ้ำรอยธรณีวิปโยคเมื่อเดือนมกราคม 2553 ที่แผ่นดินไหวขนาด 7.0 เขย่ากรุงปอร์โตแปรงซ์และหลายเมืองใกล้เคียง ทำให้อาคารบ้านเรือนถล่มราบเป็นกองดิน มีคนสังเวยชีวิตมากกว่า 200,000 คน บาดเจ็บราว 300,000 คน ประชาชนมากกว่า 1.5 ล้านคนไร้บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายประเทศในภูมิภาคเสนอให้ความช่วยเหลือแก่เฮติอย่างเร่งด่วน ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐกล่าวว่าเขาอนุมัติความช่วยเหลือ &amp;quot;ทันที&amp;quot; แก่ประเทศนี้ สาธารณรัฐโดมินิกันที่เป็นเพื่อนบ้านกำลังส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์และอาหารมาให้ 10,000 ชุด หัวหน้าคณะแพทย์คิวบา 253 คนที่ทางการคิวบาส่งมาเฮติกำลังเดินทางไปช่วยรักษาผู้บาดเจ็บ และดัดแปลงโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองหลวงที่ก่อนหน้านี้ใช้รักษาผู้ป่วยโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แผนกดับเพลิงกิโตของเอกวาดอร์กล่าวว่า กำลังเตรียมส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการค้นหาและกู้ภัยในเมือง 34 คนมาช่วยเหลือ ส่วนเม็กซิโก, ชิลี, อาร์เจนตินา, เปรู และเวเนซุเอลา ก็เสนอให้ความช่วยเหลือเช่นกัน นายกฯ เปโดร ซันเชซ ของสเปน กล่าวกับชาวเฮติว่า สเปนพร้อมสนับสนุนพวกเขาผ่านเหตุการณ์ครั้งเลวร้ายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาโอมิ โอซากา นักเทนนิสหญิงชื่อดังซึ่งมีพ่อเป็นชาวเฮติ แสดงความเศร้าใจกับภัยพิบัติครั้งนี้และประกาศผ่านทวิตเตอร์ว่า เธอจะบริจาคเงินรางวัลทั้งหมดที่ได้ในทัวร์นาเมนต์ที่กำลังจะแข่งขันสัปดาห์หน้าให้แก่งานบรรเทาทุกข์ในเฮติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113358</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธรณีพิโรธ, ยอดสังเวยเกิน300ศพ, เฮติ, แผ่นดินไหว, แผ่นดินไหวขนาด7.2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210815/image_big_6118c382df957.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109168</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2021 18:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2021 18:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮติเผยทีมสังหารปธน. 28 ราย มีทั้งอดีตทหารโคลอมเบียและอเมริกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการเฮติเผยว่า ทีมติดอาวุธที่บุกเข้าไปสังหารประธานาธิบดีโฌเวแนล โมอิส เมื่อเช้ามืดวันพุธนั้นมีด้วยกัน 28 คน เป็นชาวโคลอมเบีย 26 คน อีกสองเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายเฮติ เกือบทั้งหมดถูกจับกุมหรือไม่ก็โดนฆ่า ไต้หวันเผยผู้ต้องสงสัยเข้าไปหลบในสถานทูตโดนจับได้ 11 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลีออน ชาร์ลส์ ผู้บัญชาการตำรวจเฮติ แถลงข่าวที่บ้านของนายกรัฐมนตรีในกรุงปอร์โตแปรงซ์ เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2564 (Photo by Richard Pierrin/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุการณ์ลอบสังหารอย่างอุกอาจคร่าชีวิตผู้นำเฮติวัย 53 ปีที่บ้านของเขาในกรุงปอร์โตแปรงซ์เมื่อเช้ามืดวันพุธที่ 7 กรกฎาคม สุ่มเสี่ยงจะทำให้ประเทศที่มียากจนที่สุดในภูมิภาคอเมริกาแห่งนี้ยิ่งถลำสู่ความโกลาหลวุ่นวาย นายกรัฐมนตรีรักษาการคล็อด โจเซฟ ซึ่งประกาศภาวะฉุกเฉิน &amp;quot;สถานการณ์ที่ต้องเข้าควบคุมพื้นที่&amp;quot; นาน 15 วัน และบอกว่าเขาคือผู้กุมอำนาจสูงสุดในประเทศขณะนี้ กำลังเผชิญการท้าทายจากอาเรียล อองรี ที่โมอิสประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่าจะแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีแทนโจเซฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม กล่าวว่า คืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ลีออน ชาร์ลส์ ผู้บัญชาการตำรวจเฮติ แถลงข่าวพร้อมกับนำผู้ต้องสงสัย 17 รายมาร่วมในการแถลงข่าว โดยแสดงหลักฐานที่มีทั้งหนังสือเดินทางโคลอมเบีย, ปืนไรเฟิลจู่โจม, มีด, วิทยุสื่อสาร และอุปกรณ์ เช่น กรรไกรตัดเหล็กและค้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกคนต่างชาติเข้ามาในประเทศของเราแล้วฆ่าประธานาธิบดี&amp;quot; ชาร์ลส์กล่าว พร้อมระบุว่า ทีมนี้มีชาวโคลอมเบีย 26 คน และอเมริกันเชื้อสายเฮติอีก 2 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ทางการเฮติ ซึ่งใช้ภาษาฝรั่งเศสและครีโอลเฮติเป็นภาษาราชการ กล่าวว่า ทีมสังหารที่บุกจู่โจมบ้านของประธานาธิบดีพูดภาษาอังกฤษและสเปน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกที่โดนจับกุมแล้วนั้นประกอบด้วยชาวโคลอมเบีย 15 คน และอเมริกันเฮติ 2 คน คนร้าย 3 คนโดนวิสามัญฆาตกรรม ตำรวจกำลังตามล่าอีก 8 คนที่เหลือ ชาร์ลส์กล่าวอีกว่า ประชาชนช่วยแจ้งเบาะแสต่อตำรวจ ซึ่งตามรอยผู้ต้องสงสัยไปถึงบ้านหลังหนึ่งในเขตเปชิยงวีล ทางเหนือของเมืองหลวงที่มีประชากร 1 ล้านคนแห่งนี้ จนเกิดการยิงปะทะกันเมื่อคืนวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านดีเอโก โมลาโน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมโคลอมเบีย กล่าวว่า การตรวจสอบเบื้องต้นบ่งชี้ว่า ผู้ต้องสงสัยชาวโคลอมเบียที่เข้าร่วมการสังหารครั้งนี้มีอย่างน้อย 6 คนเป็นอดีตทหาร เขาบอกด้วยว่าได้สั่งการให้กองทัพและตำรวจให้ความสนับสนุนการสอบสวนในเฮติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน ซึ่งมีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับเฮติ ยืนยันว่า ผู้ต้องสงสัย 11 คนโดนจับกุมภายในสถานทูตของไต้หวัน หลังจากชายติดอาวุธกลุ่มนี้บุกเข้ามาภายในสนามหญ้าของสถานทูต ซึ่งเวลานั้นถูกปิดเนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัยภายหลังการลอบสังหารโมอิส สถานทูตอนุญาตให้ตำรวจเฮติเข้าไปปฏิบัติการภายใน โดยกระบวนการผ่านไปอย่างราบรื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านมัตเทียส ปิแอร์ รัฐมนตรีการเลือกตั้งและกิจการระหว่างพรรค ระบุชื่อผู้ต้องสงสัยชาวอเมริกันเฮติว่า รายหนึ่งคือ เจมส์ โซลาจส์ อายุ 35 ปี อีกคนคือโจเซฟ แวงซองต์ อายุ 55 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีพลเมืองอเมริกันโดนเฮติจับกุมหรือไม่ แต่เจ้าหน้าที่สหรัฐกำลังติดต่อประสานกับเจ้าหน้าที่เฮติ รวมถึงกับพนักงานสอบสวน เพื่อหารือว่าสหรัฐจะช่วยเหลืออย่างไรได้บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ยังไม่เปิดเผยข้อสันนิษฐานถึงมูลเหตุจูงใจของการสังหาร ทว่า นับแต่ขึ้นสู่อำนาจในปี 2560 โมอิสเผชิญการชุมนุมประท้วงขับไล่ ทั้งจากข้อกล่าวหาคอร์รัปชัน, ความล้มเหลวในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และความพยายามยื้ออำนาจต่อ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109168</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับทีมลอบสังหาร, ลอบสังหารประธานาธิบดี, อเมริกันเฮติ, เฮติ, โคลอมเบีย, โฌเวแนล โมอิส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210709/image_big_60e82eafaf6d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109081</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2021 19:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2021 19:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจเฮติวิสามัญ4ทหารรับจ้างสังหารประธานาธิบดี จับได้อีก2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เฮติไว้อาลัย 2 สัปดาห์และอยู่ในภาวะกฎอัยการศึก ขณะตำรวจไล่ล่ากลุ่มคนร้ายลอบสังหารประธานาธิบดีโฌเวแนล โมอิส สามารถวิสามัญฆาตกรรม &amp;quot;ทหารรับจ้าง&amp;quot; 4 คน และจับกุมได้ 2 คน หวั่นเฮติโกลาหลวุ่นวาย คณะมนตรีความมั่นคงและสหรัฐเรียกร้องทุกฝ่ายอดกลั้น-จัดการเลือกตั้งใหม่อย่างสันติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน่วยความมั่นคงตรวจสอบด้านนอกบ้านของประธานาธิบดีโฌเวแนล โมอิส ในกรุงปอร์โตแปรงซ์ ภายหลังกลุ่มมือปืนบุกเข้าไปสังหารเขาเมื่อวันพุธที่ 7 กรกฎาคม 2564 (Photo by Stringer/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดีกล่าวว่า แถลงการณ์ทางโทรทัศน์ของลีออน ชาร์ลส์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติของเฮติ เมื่อคืนวันพุธที่ 7 กรกฎาคม ตามเวลาท้องถิ่น กล่าวว่า ตำรวจวิสามัญฆาตกรรม &amp;quot;ทหารรับจ้าง&amp;quot; 4 คนที่อยู่เบื้องหลังการลอบสังหารประธานาธิบดีโฌเวแนล โมอิส ที่บ้านของเขาในกรุงปอร์โตแปรงซ์และสามารถจับกุมได้ 2 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราขวางพวกเขาไว้ระหว่างทางหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ&amp;quot; ผู้บัญชาการตำรวจเฮติกล่าวโดยไม่ได้ระบุว่าคนกลุ่มนี้เป็นใคร แต่บอกว่ายังมีสมาชิกในกลุ่มนี้หลบหนีไปได้ เขาให้คำมั่นว่า กองกำลังความมั่นคงจะไล่ล่าคนเหล่านี้อย่างไม่รามือ &amp;quot;พวกนี้จะต้องถูกฆ่าหรือไม่ก็โดนจับกุม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การโจมตีเกิดเมื่อเวลาประมาณ 01.00 น.ของวันพุธ ประธานาธิบดีโมอิส ซึ่งเป็นอดีตนักธุรกิจค้ากล้วยหอมวัย 53 ปี โดนยิงพร้อมกับนางมาร์ทีน โมอิส ภรรยา ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสและถูกส่งตัวไปรักษาที่รัฐไมอามีของสหรัฐแล้วโดยอาการทรงตัว บนถนนด้านนอกบ้านของประธานาธิบดียังพบเห็นปลอกกระสุนตกอยู่ระหว่างที่ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์เก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ รถยนต์คันหนึ่งที่จอดอยู่ใกล้เคียงมีรอยกระสุนหลายรู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้องถนนในกรุงปอร์โตแปรงซ์ที่เคยพลุกพล่านอยู่ในสภาพเกือบร้างหลังเกิดเหตุ สนามบินถูกปิด มีรายงานของสื่อท้องถิ่นว่า ขบวนรถซึ่งรวมถึงรถพยาบาลที่เคลื่อนย้ายร่างของประธานาธิบดีไปยังห้องเก็บศพ ต้องเปลี่ยนเส้นทางเพราะเสียงปืนและการปิดกั้นถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คล็อด โจเซฟ นายกรัฐมนตรีรักษาการ เข้าควบคุมอำนาจบริหารและประกาศ &amp;quot;สถานการณ์ที่ต้องเข้าควบคุมพื้นที่&amp;quot; และไว้อาลัยทั้งประเทศนาน 2 สัปดาห์ เขากล่าวไว้ขณะแถลงข่าวอสัญกรรมของโมอิสว่า ประธานาธิบดีโดนลอบสังหารโดยคนต่างชาติที่พูดภาษาอังกฤษและสเปน&amp;quot; และว่า ผู้ที่ลอบสังหารจะไม่ถูกปล่อยลอยนวล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจเซฟเพิ่งทำหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรีได้เพียง 3 เดือน และมีกำหนดจะพ้นจากตำแหน่งในอีกไม่กี่วัน หลังจากโมอิสเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้พิพากษาคาร์ล อองรี เดสแต็ง กล่าวกับหนังสือพิมพ์นูเวลีสต์ว่า ร่างของประธานาธิบดีมีรอยกระสุน 12 นัด จากปืนไรเฟิลขนาดใหญ่ และปืนพกขนาด 9 มม. ที่หน้าผาก, หน้าอก, สะโพก และท้อง &amp;quot;ห้องทำงานและห้องนอนของประธานาธิบดีถูกรื้อค้น เราพบเขาในสภาพนอนหงาย กางเกงสีน้ำเงินและเสื้อเชิ้ตสีขาวเปื้อนเลือด อ้าปากและตาซ้ายหลุดจากเบ้า&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนโฌมาร์ลี บุตรีของประธานาธิบดีซึ่งอยู่ในบ้านด้วย ซ่อนตัวอยู่ในห้องนอน มีหญิงรับใช้และคนงานในบ้านอีกคนโดนจับมัดไว้โดยกลุ่มคอมมานโดที่ร้องตะโกนว่า &amp;quot;ปฏิบัติการของดีอีเอ&amp;quot; ขณะบุกเข้ามาในบ้านของประธานาธิบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ็อกคีต์ เอ็ดมันด์ เอกอัครราชทูตเฮติประจำสหรัฐ กล่าวว่า กลุ่มมือสังหารเป็น &amp;quot;ทหารรับจ้างมืออาชีพ&amp;quot; ที่ปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปราบปรามยาเสพติดของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติประณามการลอบสังหารครั้งนี้ และเรียกร้องให้นำตัวคนก่อเหตุมารับโทษให้ได้ รวมถึงขอให้ทุกฝ่ายอยู่ในความสงบ ใช้ความอดกลั้น และหลีกเลี่ยงการกระทำใดๆ ที่จะทำให้อาจทำให้เกิดความไร้เสถียรภาพเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประณามการสังหารครั้งนี้ และว่าสหรัฐพร้อมจะให้ความช่วยเหลือ ขณะรัฐบาลของเขาเรียกร้องให้เฮติเดินหน้าจัดการเลือกตั้ง โดยกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า การเลือกตั้งที่ยุติธรรมจะนำไปสู่การถ่ายโอนอำนาจอย่างสันติแก่ประธานาธิบดีคนใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันโตนีโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการยูเอ็น เรียกร้องให้ชาวเฮติ &amp;quot;สามัคคีกันไว้&amp;quot; และ &amp;quot;ปฏิเสธความรุนแรงทั้งมวล&amp;quot; ส่วนโจเซป บอร์เรล หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป เตือนถึง &amp;quot;ความเสี่ยงของความไร้เสถียรภาพและวังวนของความรุนแรง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมอิสชนะเลือกตั้งด้วยนโยบายประชานิยมเมื่อปี 2558 แต่การเลือกตั้งถูกยกเลิกเนื่องจากข้อหากล่าวหาทุจริต เขาชนะเลือกตั้งอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน 2559 และสาบานตนรับตำแหน่งในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 แต่ภายในเวลาไม่นานเขาก็ถูกประชาชนประท้วงขับไล่ เริ่มจากข้อกล่าวหาคอร์รัปชันและการบริหารเศรษฐกิจผิดพลาด ไปจนถึงความพยายามครองอำนาจต่อไป เขาปฏิเสธจะออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่่ผ่านมา อ้างว่าวาระของเขาต้องครบในปีหน้า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109081</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารรับจ้าง, ลอบสังหารประธานาธิบดี, วิสามัญฆาตกรรมมือสังหาร, เฮติ, โฌเวแนล โมอิส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210708/image_big_60e6f4269a7e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
